- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 24 นักท่องเที่ยวต้องการอะไร เราก็จัดหาให้สิ่งนั้น
บทที่ 24 นักท่องเที่ยวต้องการอะไร เราก็จัดหาให้สิ่งนั้น
บทที่ 24 นักท่องเที่ยวต้องการอะไร เราก็จัดหาให้สิ่งนั้น
บทที่ 24: นักท่องเที่ยวต้องการอะไร เราก็จัดหาให้สิ่งนั้น
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น หลินโปขับรถตู้รุ่นอู่หลิงหงกวง ทรัพย์สินเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ของบริษัทมุ่งหน้าเข้าตัวเมือง เขาซื้อน้ำแร่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไส้กรอก ใบชา และกาต้มน้ำร้อนกลับมาหลายลัง
เขาเรียกเย่เซิ่งเทียนมาสั่งงาน "ข้าจะแบ่งที่ว่างริมลำธารข้างแม่น้ำให้เจ้า ไปหาโต๊ะเก้าอี้มาตั้งร้านน้ำชา ตอนกลางวันก็คอยขายน้ำขายอาหารที่นั่น"
"หากทำยอดได้ดี ข้าจะมีส่วนแบ่งให้"
"จริงหรือขอรับ?"
เย่เซิ่งเทียนเผยสีหน้าประหลาดใจระคนยินดี
เมื่อวานนี้ตอนเห็นศิษย์พี่ศิษย์น้องคนอื่นได้รับแต้มพลังปณิธานกันถ้วนหน้า แม้เขาจะร่วมยินดีด้วย
แต่จู่ๆ เขาก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า ในฐานะ 'มนุษย์เงินเดือน' คนหนึ่ง หนทางก้าวหน้าในหน้าที่การงานของเขานั้นช่างริบหรี่เหลือเกิน
ไฟในการทำงานจึงมอดลงไปไม่น้อย
นึกไม่ถึงว่าเพียงวันที่สอง เถ้าแก่จะมอบหมายงานใหม่ให้ ทั้งยังเป็นหนทางสร้างรายได้เสริม!
จะหาเถ้าแก่ที่เข้าอกเข้าใจพนักงานขนาดนี้ได้จากที่ไหนอีก
"แต่ว่า... ของพวกนี้ต้องขายอย่างไรหรือขอรับ?"
เย่เซิ่งเทียนมองกองสิ่งของแปลกตาตรงหน้าด้วยความอยากรู้อยากเห็น
น้ำเปล่าบรรจุอยู่ในขวดใสที่ทำจากวัสดุซึ่งเขาไม่เคยพบเห็นมาก่อน ไม่รู้ว่าราคาค่างวดจะแพงหรือไม่
หลินโปหยิบน้ำขวดหนึ่ง บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และไส้กรอกออกมา "สามอย่างนี้ขายเป็นชุด ชุดละสองเหวินแล้วกัน"
"เจ้าต้มน้ำร้อนเตรียมไว้ หากใครจะกินบะหมี่หรือดื่มชาก็จัดการชงให้ ลูกค้าที่มาอุดหนุนสามารถนั่งพักผ่อนได้ คิดค่าน้ำชาถ้วยละหนึ่งเหรียญทองแดง ส่วนน้ำเปล่าที่เหลือก็วางไว้ข้างๆ ขายสองขวดหนึ่งเหวิน!"
เย่เซิ่งเทียนลอบทอดถอนใจ ของดีจริงๆ ด้วย ราคาไม่ใช่เล่นๆ เลย ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นเช่นไร
เมื่อคิดได้ดังนั้นเขาก็เผลอเลียริมฝีปาก
หลินโปครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนกวักมือเรียกเย่เซิ่งเทียนเข้าไปใกล้
"ข้ามีเคล็ดลับจะบอกเจ้าอีกอย่าง เจ้าอยากฟังหรือไม่"
เย่เซิ่งเทียนพยักหน้ารับ
"หากมีคนมาซื้อบะหมี่หรือสั่งน้ำชา ให้เจ้าถามก่อนว่าอยากจะชงเองหรือให้เจ้าช่วยชงให้ หากเจ้าเป็นคนชง เมื่อเสร็จแล้วจงใช้กระบี่ประคองส่งถ้วยน้ำชาให้ลูกค้า..."
หลินโปยังกล่าวไม่ทันจบ ดวงตาของเย่เซิ่งเทียนพลันสว่างวาบ
นี่มิใช่การทำงานควบคู่ไปกับการฝึกฝนวรยุทธ์หรอกหรือ?
สมแล้วที่เป็นผู้อาวุโส ช่างคิดอ่านรอบคอบยิ่งนัก
"เรื่องโต๊ะเก้าอี้ เจ้าจัดการเองได้ใช่หรือไม่? เอาแค่แคร่ไม้ไผ่กับม้านั่งไม้ไผ่ง่ายๆ ก็พอ"
เย่เซิ่งเทียนพยักหน้าตอบรับ
เรื่องโต๊ะและเก้าอี้นั้น เขามีเตรียมพร้อมไว้ในถุงเฉียนคุนอยู่แล้ว
เขาสังเกตเห็นว่าเหล่านักท่องเที่ยวชื่นชอบของที่ดูเก่าขลังและมีกลิ่นอายโบราณ ประจวบเหมาะกับที่ในสำนักมีศิษย์ลาจากไปไม่น้อย เมื่อวานหลังเลิกงานเขาจึงกลับไปที่สำนัก แล้วขนบรรดาโต๊ะเก้าอี้ที่ถูกทิ้งไว้มาเก็บใส่ถุงเฉียนคุน
ช่วงนี้ที่แดนสวรรค์สุญญตาเป็นเวลากลางคืน เขาจึงตั้งใจว่าจะไม่กลับไปชั่วคราว การฝึกตนอยู่ในแดนเร้นลับแห่งนี้ต่างหากที่สำคัญที่สุด!
เย่เซิ่งเทียนขนของลงจากรถทีละชิ้นอย่างขยันขันแข็ง เก็บเข้าถุงเฉียนคุนแล้วรีบไปตั้งแผงลอยทันที
หลินโปเพิ่งจะจัดการธุระในเขตท่องเที่ยวเสร็จเรียบร้อย ลูกค้าก็แห่กันมาถึง!
เขานั่งประจำที่เคาน์เตอร์เก็บเงิน มองดูแถวที่ต่อคิวยาวเหยียดตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
รู้อยู่หรอกว่าการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลนั้นได้ผล แต่ก็ไม่คิดว่าจะเห็นผลทันตาถึงขนาดนี้
นักท่องเที่ยวต่างถิ่นอาจยังมีไม่มากนัก ทว่าเหล่า 'คุณป้า' ในพื้นที่นี่สิ ยืนหนึ่งเรื่องนำเทรนด์ในอำเภอเสมอ
บรรดาคุณป้าพากันยกโขยงมาเป็นกลุ่มใหญ่ พร้อมด้วยเหล่าคุณลุงที่สะพายกล้อง DSLR ยกขบวนกันมาอย่างเอิกเกริกเลยทีเดียว
คุณลุงท่านหนึ่งเพิ่งจะถ่ายภาพวัวด้านนอกอย่างสนุกสนาน ตอนนี้กำลังรัวนิ้วพิมพ์ข้อความส่งพิกัดลงในกลุ่มถ่ายภาพว่า "ฉันถามมาแล้ว! พี่ชายคนนั้นจะจูงวัวออกมาตอนเช้า นั่งตกปลาถึงตอนเย็น แล้วจูงวัวกลับตอนพระอาทิตย์ตก! ถ่ายได้ทั้งวัน! รีบมาด่วน!"
ดูจากสถานการณ์แล้ว ขอเพียงฟ้าฝนเป็นใจในวันทำงานสัปดาห์หน้า คงจะมีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาอีกไม่ขาดสายแน่นอน
นี่ยังไม่นับรวมกลุ่มครอบครัวที่หอบหิ้วลูกหลานมาเที่ยว หรือพวกที่หวังจะมาล่าของรางวัลเพื่อกอบโกยผลประโยชน์
หลังจากที่ได้ดูวิดีโอเมื่อวาน ประกอบกับวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์พอดี ทุกคนจึงถือโอกาสพากันมา
อวี๋หยางและเพื่อนอีกสี่คนยืนรออยู่ท้ายแถว พลางมองดูโถงต้อนรับที่มีบรรยากาศแตกต่างจากเมื่อวานราวฟ้ากับเหว
ถึงกับตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก
"ทำไมคนเยอะขนาดนี้เนี่ย?"
หวังโป๋อวี่หัวเราะแห้ง ๆ "ฉันบอกแล้วไงว่าให้รีบมา เมื่อวานพอกลับไปแม่ฉันเห็นรูป ก็บอกว่าวันนี้จะพาทีมเต้นลานกว้างมาจัดมีตติ้งที่นี่!"
ถึงขนาดเริ่มมีลูกค้าสอบถามกันแล้วว่า สามารถเติมเงินแลกเหรียญเกมเก็บไว้ก่อนได้ไหม หรือมีส่วนลดสำหรับการเติมเงินหรือไม่?
หลินโปยิ้มพลางตอบว่า "ตอนนี้เรายังอยู่ในช่วงทดลองเปิดให้บริการครับ หากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ จะมีกิจกรรมโปรโมชั่นเติมเงินแน่นอนครับ"
บ้าจริง!
เพิ่งจะสวมวิญญาณพ่อค้าหน้าเลือดได้ไม่นาน เขาก็ดันลืมเรื่องกิจกรรมเติมเงินไปเสียสนิท!
อาทิตย์หน้าต้องจัดสักหน่อยแล้ว!
ตลอดทั้งวัน มีนักท่องเที่ยวหมุนเวียนเข้ามาในพื้นที่อย่างน้อยสามถึงสี่ร้อยคน เล่นเอาทุกคนยุ่งวุ่นวายกันจนหัวหมุน
หุ่นเชิดแต่งหน้าของเซียวอวี้เอ๋อร์ เพิ่มจำนวนจากสองตัวเป็นห้าตัว
ทั้งหมดล้วนต้องอาศัยการควบคุมที่ละเอียดอ่อน พอหมดวัน พลังจิตของเธอก็แทบจะถูกสูบจนเหือดแห้ง
แต่ว่ามันช่างสะใจ! น่าตื่นเต้นจริง ๆ!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งยามที่เขตท่องเที่ยวปิดทำการ และได้รับส่วนแบ่งรายได้เป็นพลังปณิธานธูปเทียน
พลังปณิธานและพลังปราณฟ้าดินอันเข้มข้นในมวลอากาศของเขตท่องเที่ยว หลั่งไหลเข้าสู่เส้นลมปราณที่แห้งผากของเธอในชั่วพริบตา
ความเร็วในการบำเพ็ญเพียรนั้นรวดเร็วกว่าตอนอยู่ที่สำนักฟ้าครามไม่รู้กี่สิบเท่า
เซียวอวี้เอ๋อร์กำป้ายหยกในมือแน่น พลังปณิธานที่บรรจุอยู่ในนั้นเธอใช้ไปเพียงครึ่งเดียว
ท่านพ่อของเธอในฐานะเจ้าสำนักไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ จึงไม่มีโอกาสมายังแดนเร้นลับเพื่อเก็บเกี่ยวแต้มพลังปณิธานด้วยตนเอง
เธอจำต้องเก็บสะสมไว้ให้ท่าน อีกไม่กี่ปีข้างหน้า ท่านก็สมควรที่จะทะลวงสู่ขั้นทารกวิญญาณได้แล้ว
หลินโปตรวจนับผลประกอบการของวันนี้
น่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อย เมื่อมีคนค้นเจอก้อนทองถึงสี่ก้อน ทำให้เข้าใกล้เงื่อนไขการเปิดตำหนักเทพไฉ่เสินไปอีกก้าวหนึ่งแล้ว
เงินรางวัลสี่แสนหยวนจากการเปิดศาลเจ้าเทพไฉ่เสินช่วยให้หลินโปใจชื้นขึ้นมาก
ลำพังรายได้จากการดำเนินงานก็เกือบจะแตะหลักหนึ่งหมื่นหยวนแล้ว
กำลังซื้อของผู้ปกครองที่หอบหิ้วบุตรหลานมาเที่ยวช่างแข็งแกร่งจริงๆ
โดยเฉพาะร้านท้าทายของเล่นปริศนาไม้ของหวังปัน ที่ได้รับความนิยมจากเด็กๆ และผู้ปกครองมากเป็นพิเศษ
ที่น่าทึ่งคือยังมีคนดั้นด้นมาเพื่อถ่ายรูปเช็กอินโดยเฉพาะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ 'มีทุกข์ร่วมเสพ' มาเป็นครอบครัวก็ต้องเข้าไปอยู่ในกรงพร้อมหน้าพร้อมตากัน!
นอกจากนี้ยังมีเรื่องให้น่าประหลาดใจอีกอย่าง เมื่อเขตท่องเที่ยวกลายเป็นกระแสในแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นจนโด่งดังเป็นพลุแตกขึ้นมาอีกรอบ
หลินโปลองคลิกเข้าไปดูอันดับฮอตเสิร์ชในท้องถิ่น อันดับหนึ่งคือคลิปของเย่เซิ่งเทียนที่ใช้กระบี่รินน้ำชา
แม้แต่วิดีโอการแสดงที่หลี่ม่อตั้งใจถ่ายทำอย่างประณีตก็ยังถูกรัศมีกลบเสียมิด
[นี่หล่อนบอกว่าที่เที่ยวนี้มีคนหล่อใช้กระบี่ป้อนน้ำฉันงั้นเรอะ?]
[เมนต์บนดึงสติค่ะหญิง! เขาแค่ยื่นชาให้ ไม่ได้ป้อน! แต่ท่านี้คือหล่อวัวตายควายล้มไม่ไหวแล้วป้ะ?]
[สู่ขิตในวันที่ดือ กรอคลิปกลับด่วน!]
[อยู่ในเหตุการณ์ค่ะ งานดีของจริงไม่จกตา! ตามไปดูคลิปที่หน้าโปรไฟล์ฉันได้เลย ไม่ได้มีแค่...]
[ภาพวิเคราะห์แรงตึงเปรี๊ยะ.jpg]
[พวกเซียนกระบี่นี่เอวหวานเจี๊ยบทุกคนเลยสินะ]
[เมนต์บนเก็บทรงหน่อย กางเกงในหล่อนลอยมาแปะหน้าฉันแล้วเนี่ย!]
[เจ็บใจโว้ยวันลาหมด! ฉันอยากจะวาร์ปไปเดี๋ยวนี้เลย!]
หลินโปลองกดเข้าไปดูวิดีโอ เจ้าหนุ่มเย่เซิ่งเทียนคนนี้ช่างมีพรสวรรค์ในการวางมาดจริง ๆ
สวมชุดทะมัดทะแมง ใส่หมวกงอบ แถมยังไม่รู้ว่าไปหาหน้ากากปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งมาจากไหน
กระบี่หนึ่งเล่ม ชาหนึ่งถ้วย
ท่วงท่าสง่างาม แววตาเย็นชา
ท่วงท่าเหล่านั้นล้วนขัดต่อหลักฟิสิกส์จนนิวตันแทบจะลุกจากโลงมานั่งกุมขมับตอนตีสาม ว่าหลักกลศาสตร์มันมีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า!
จะเอาหน้าตาก็มี จะเอาฝีมือก็มี ครบเครื่องจริง ๆ!
เล่นเอาเหล่าคุณป้าจิตใจว้าวุ่น แทบอยากจะติดต่อหาคู่ดูตัวให้เย่เซิ่งเทียนกันเดี๋ยวนั้นเลย!
บางคนถึงกับวนมาต่อแถวถึงสามรอบ ดื่มชาไปหลายถ้วย เพียงเพื่อจะได้ชมท่วงท่านั้นซ้ำอีกหลาย ๆ ครั้ง
อย่างไรเสียราคาน้ำชาก็ไม่ได้แพงอะไรอยู่แล้ว
ชาถ้วยละห้าหยวน ได้ทั้งที่นั่งพักแถมยังได้ชมการแสดงอีก
คุ้ม! คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม!
วันนี้ลำพังแค่แผงลอยของเย่เซิ่งเทียนเพียงร้านเดียว ก็กวาดรายได้ไปถึงห้าร้อยเหวิน คิดเป็นเงินหัวเซี่ยก็ราวสองพันห้าร้อยหยวน คว้าอันดับหนึ่งไปครองได้อย่างงดงาม
หลินโปพึงพอใจมาก จึงมอบเงินรางวัลส่วนแบ่งให้เย่เซิ่งเทียนไปห้าสิบหยวนในทันที
เย่เซิ่งเทียนรับเงินมาถือไว้อย่างลังเลครู่หนึ่ง ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าพร้อมประคองเงินขึ้นเหนือหัว "เงินนี้ข้ารับไว้ไม่ได้ขอรับ!"
หลินโปมองด้วยความงุนงง "นี่เป็นส่วนแบ่งที่เจ้าสมควรได้รับ ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลย"
เย่เซิ่งเทียนส่ายหน้า
"เซิ่งเทียนผู้นี้มีอาจารย์คอยพร่ำสอนอยู่แล้ว ย่อมรู้ดีว่าไร้วาสนาจะได้เป็นศิษย์ของเถ้าแก่ ทว่าท่านกลับชี้แนะเคล็ดวิชา 'หมื่นกระบี่หวนสู่หนึ่ง' ให้แก่ข้าก่อน ซ้ำยังถ่ายทอดหลักการ 'สมดุลพลังกระบี่' ให้อีก เซิ่งเทียนได้รับประโยชน์มหาศาลเพียงนี้ แล้วจะกล้ารับเงินของท่านได้อย่างไร! โบราณว่า 'เป็นอาจารย์เพียงวัน เคารพดุจบิดาชั่วชีวิต' ข้ายินดีตอบแทนท่านด้วยแรงกายนี้ขอรับ!"
"เอาล่ะ ๆ"
หลินโปโบกมือ "รีบลุกขึ้นเถอะ นี่เป็นสิ่งที่เถ้าแก่ควรทำ พนักงานดี เขตท่องเที่ยวถึงจะเจริญรุ่งเรืองได้จริง ๆ"
ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องบังเอิญที่ไม่ได้ตั้งใจ แต่ข้าก็ยังหวังพึ่งสำนักฟ้าครามของพวกเจ้าให้เป็นกรณีศึกษาเพื่อดึงดูดนักลงทุนอยู่นะ!
แน่นอนว่ายิ่งพวกเจ้าแข็งแกร่งเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น!
ทางด้านหลี่ม่อ เขาได้แต่มองวิดีโอที่ตนถ่ายทำด้วยกล้อง 4K ความละเอียดสูงจากหลากหลายมุมกล้อง
มุมกล้องและองค์ประกอบภาพล้วนยอดเยี่ยมไร้ที่ติ เขาได้แต่ตีอกชกหัวด้วยความเจ็บใจ วันนี้อุตส่าห์แบกอุปกรณ์ชุดใหญ่มาด้วยหวังจะสร้างผลงานชิ้นโบแดง
แต่ทำไมกระแสถึงถูกคลิปที่คนเดินผ่านไปมาถ่ายเล่น ๆ แย่งซีนไปได้เล่า!
ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ขณะนี้เขตท่องเที่ยวได้กลายเป็นกระแสเล็กๆ ขึ้นมาแล้วจริงๆ
หลินโปคลิกเข้าไปดูส่วนความคิดเห็นของเขตท่องเที่ยวอีกครั้ง
ในที่สุดจำนวนรีวิวในเชิงบวกของเขตท่องเที่ยวเก่าแก่แห่งนี้ก็แตะระดับเก้าสิบเก้ารีวิว
หลินโปจึงล็อกอินเข้าบัญชีสำรองของตัวเอง แล้วเขียนรีวิวอวยไส้แตกชุดใหญ่ให้กับเขตท่องเที่ยว จนสามารถดันยอดรีวิวให้ครบหนึ่งร้อยได้สำเร็จ
ติ๊ง!
[ค่าชื่อเสียงถึงเกณฑ์ที่กำหนดแล้ว โปรดรีบดำเนินการรับสมัครพนักงานใหม่!]
วู้วฮูว!
ร้านน้ำชาเล็ก ๆ ของเย่เซิ่งเทียนไม่ใช่แผนระยะยาวอยู่แล้ว
แต่ผู้ฝึกตนพวกนี้ไม่กินข้าวกินปลากันจริง ๆ นี่นา!
ทางที่ดีที่สุดคือต้องรับสมัครพ่อครัวมาให้ได้สักคน
แล้วจัดตั้งโรงอาหารประจำเขตท่องเที่ยวขึ้นมาเสียเลย!