- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 10 เมืองถามเซียน ซ่อมเสร็จแล้ว! เริ่มเชิญชวนลงทุน
บทที่ 10 เมืองถามเซียน ซ่อมเสร็จแล้ว! เริ่มเชิญชวนลงทุน
บทที่ 10 เมืองถามเซียน ซ่อมเสร็จแล้ว! เริ่มเชิญชวนลงทุน
บทที่ 10 เมืองถามเซียน ซ่อมเสร็จแล้ว! เริ่มเชิญชวนลงทุน
"ห้าหมื่นศิลาวิญญาณ บอกข่าวล่วงหน้าไปแล้ว มีเวลาเตรียมตัวหลายวัน น่าจะจ่ายไหว"
หลินโปคำนวณความคืบหน้าของการเชิญชวนลงทุนในแดนสวรรค์สุญญตาในใจ
ตอนที่เย่เซิ่งเทียนฝึกซ้อมอยู่ หลินโปได้ถามถึงความเสียหายของเหมืองศิลาวิญญาณอย่างไม่ตั้งใจ พร้อมแสดงความห่วงใยและเห็นใจอย่างสุดซึ้ง
ทำให้พอจะประเมินได้คร่าวๆ ว่าตอนนี้สำนักฟ้าครามสามารถนำศิลาวิญญาณออกมาได้เท่าไหร่
ดังนั้นหลินโปจึงตั้งราคาที่พวกเขาพยายามหน่อยก็จะหามาได้ แต่จะเจ็บปวดใจอย่างมาก เพิ่มเข้าไปในข้อควรรู้ในการเชิญชวนลงทุน
ด้านหนึ่งเพื่อให้พวกเขาได้เตรียมตัวล่วงหน้า อีกด้านหนึ่งก็เพื่อทดสอบการยอมรับเงินประกันของแดนสวรรค์สุญญตาไปในตัว
เขาไม่รู้ว่าเงินเดือนที่เขาจ่ายไปนั้น พวกเย่เซิ่งเทียนนำไปใช้อย่างไร
แต่เขาก็ไม่ได้ตาบอด
ทุกครั้งที่จ่ายเงินเดือนให้เย่เซิ่งเทียน สีหน้าตื่นเต้นของเขาไม่ใช่เรื่องเสแสร้ง
เงินหัวเซี่ย* (*สกุลเงินของโลกที่ตัวเอกอยู่) ในโลกแห่งการฝึกตนย่อมต้องมีความหมายพิเศษอย่างแน่นอน
ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เกณฑ์การเข้าพื้นที่ท่องเที่ยวก็ตั้งให้สูงขึ้นหน่อยแล้วกัน
ถ้าพวกเขายอมรับราคา 5 หมื่นได้ การเชิญชวนลงทุนในอนาคตก็จะมีช่องว่างให้จินตนาการได้อีกมาก
ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เชื่อมต่อกับแดนสวรรค์สุญญตา เขาก็พบว่าในระบบ นอกจากคุณสมบัติของพื้นที่ท่องเที่ยวจะมีค่าความเข้มข้นของอณูวิญญาณเพิ่มขึ้นมาแล้ว คำอธิบายไอเทมบางอย่างก็มีการอัปเดตด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือเหรียญเมฆา* (*สกุลเงินในระบบ) ของระบบ
[เหรียญเมฆา: รายได้ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ท่องเที่ยวจะแสดงผลเป็นเหรียญเมฆาโดยอัตโนมัติ และจัดเก็บไว้ในบัญชีเหรียญเมฆา]
หากมีความจำเป็นในโลกแห่งความจริง สามารถแปลงเป็นสกุลเงินของแต่ละโลกได้โดยตรงผ่านระบบตามอัตราส่วน
นั่นก็คือ 1 เหรียญเมฆา = 1 ศิลาวิญญาณ = 1 หยวนหัวเซี่ย
สามารถแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินของโลกที่เชื่อมต่อแล้วได้โดยตรงผ่านระบบ
ไม่มีอัตราแลกเปลี่ยน!
พูดง่ายๆ ก็คือเครื่องพิมพ์ธนบัตรดีๆ นี่เอง
เพื่อความปลอดภัยและเสถียรภาพของทั้งสองโลก หลินโป ตัดสินใจลำบากตัวเองหน่อย ยอมเป็นคนกลางนี้เอง
การที่หลินโปให้เย่เซิ่งเทียนหยุดพักก็เพื่อเตรียมการในด้านนี้เช่นกัน
สี่วันนี้เขายุ่งจนหัวหมุน
เขียนแผนการดำเนินงานของพื้นที่ท่องเที่ยว, ลงรายละเอียดในข้อกำหนดการเชิญชวนลงทุน, และหารือเกี่ยวกับผลลัพธ์ของวิดีโอสั้นกับหลี่ม่อ
ในที่สุด หลังจากที่หลินโปได้รับวิดีโอฉบับสมบูรณ์จากหลี่ม่อและตั้งค่าการเผยแพร่เรียบร้อยแล้ว แถบความคืบหน้าการปรับปรุงเมืองถามเซียนก็เดินมาถึง 100%
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น
[การอัปเกรดเมืองถามเซียนเสร็จสมบูรณ์!]
[คำอธิบายจุดท่องเที่ยว: เมืองเล็กๆ ธรรมดาๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น เป็นเส้นทางที่ผู้แสวงหาเซียนต้องผ่าน
จำนวนหน้าร้านค้าที่มี: 23 แห่ง
จุดเช็คอินที่ซ่อนอยู่: 3 แห่ง (ยังไม่เปิด)
ผู้เช่าพื้นที่: 1
จำนวนพนักงาน: 2
จำนวนผู้เข้าชมวันนี้: 0
คุณภาพอากาศปัจจุบัน: ปริมาณไอออนลบ 1500 /cm³
ปริมาณอณูวิญญาณ: 60 /cm³
รายรับประจำเดือน: -7583
[สามารถเปิดภารกิจย่อยของเมืองถามเซียนได้!]
ภารกิจที่ 1:
ค้นหาไอเทมในเมืองถามเซียน: ก้อนทองแห่งเทพไฉเสินที่สาบสูญ 0/10, เพื่อเปิดจุดเช็คอินที่ซ่อนอยู่: [ตำหนักเทพแห่งโชคลาภ]
ทุกครั้งที่พบก้อนทอง 1 ก้อน จะได้รับรางวัล 100,000 เหรียญเมฆา
ผลของจุดเช็คอิน: การเปิดจุดเช็คอินครั้งแรกจะได้รับรางวัล 500,000 เหรียญเมฆา, นักท่องเที่ยวที่มาเช็คอินจะได้รับการเสริมดวงโชคลาภแบบสุ่มเป็นเวลา 1-3 วัน
รางวัลการเช็คอิน: หากจำนวนผู้เช็คอินต่อวันเกิน 100 คน รายรับในวันนั้นจะเพิ่มขึ้น 10%, หากจำนวนผู้เช็คอินเกิน 1000 คน รายรับในวันนั้นจะเพิ่มขึ้น 20%...
ภารกิจที่ 2:
เมื่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เป็นคู่รักเกิน 10,000 คู่ จะเปิดจุดเช็คอินที่ซ่อนอยู่: [ต้นไม้แห่งวาสนา]
ผลของการเช็คอิน: เปิดครั้งแรกได้รับรางวัล 200,000 เหรียญเมฆา นักท่องเที่ยวที่เป็นคู่รักมาเช็คอินจะช่วยเสริมวาสนาคู่แท้ ตัดวาสนารักซ้อน นักท่องเที่ยวโสดมาเช็คอิน วันนั้นจะมีโชคด้านความรักแน่นอน
รางวัลการเช็คอิน: เมื่อจำนวนผู้เช็คอินต่อวันเกิน 100 คน ค่าชื่อเสียงในวันนั้นจะเพิ่มขึ้น 10%, เมื่อจำนวนผู้เช็คอินเกิน 1000 คน ค่าชื่อเสียงในวันนั้นจะเพิ่มขึ้น 20%...
ภารกิจที่ 3:
[ภารกิจที่ 3: ถวายของขวัญที่เจ้าแห่งชวนจู่ (*เทพเจ้าท้องถิ่นของเสฉวน) โปรดปรานจำนวน 10,000 ชิ้นลงในลำธารมังกรซ่อน เพื่อปลดล็อกจุดเช็คอินที่ซ่อนอยู่: ศาลเจ้าชวนจู่]
ผลของการเช็คอิน: เปิดครั้งแรกได้รับรางวัล 200,000 เหรียญเมฆา การเช็คอินจะได้รับพรจากเจ้าแห่งชวนจู่ ให้ลมฝนราบรื่น
รางวัลการเช็คอิน: เมื่อจำนวนผู้เช็คอินทั้งหมดเกิน 10,000 คน จะได้รับพรจากเจ้าแห่งชวนจู่ เมื่อจำนวนผู้เช็คอินทั้งหมดเกิน 100,000 คน มีโอกาสปลุกเจ้าแห่งชวนจู่ให้ตื่นขึ้น
[ปลดล็อกจุดเช็คอินทั้งหมด จะสามารถอัปเกรดเมืองถามเซียนได้!]
หลินโปดูภารกิจทั้งสาม
ตำหนักเทพแห่งโชคลาภ สมชื่อจริงๆ ภารกิจคือการโปรยเงินอย่างเท่ๆ
หลินโปคิดอยู่ครู่หนึ่ง แทนที่จะหาเอง สู้เอากิจกรรมค้นหาก้อนทองใส่ไว้ในภารกิจของพื้นที่ท่องเที่ยวดีกว่า ประหยัดแรง และยังเป็นวิธีดึงดูดนักท่องเที่ยวได้อีกด้วย
เมื่อเทียบกับค่าชื่อเสียงแล้ว เงินกลับไม่สำคัญเท่าไหร่
โบนัสค่าชื่อเสียงของต้นไม้แห่งวาสนาดูน่าสนใจมาก แต่ตอนนี้ยังไม่สะดวกที่จะผลักดัน
ส่วนศาลเจ้าชวนจู่ ฟังก์ชันของมันพิเศษที่สุด ยังต้องศึกษาต่อไป
หลินโปดูแผนที่ นอกจากร้านค้าบนถนนสายหลักในปัจจุบันแล้ว ยังมีพื้นที่อีกสามแห่งที่แสดงว่ายังไม่เปิดให้บริการ หลินโปจดจำภารกิจทั้งสามไว้ในใจ
ก่อนอื่นไปเดินสำรวจจุดท่องเที่ยวจริงๆ ก่อน
จากทางเข้าเมืองถามเซียน เดินเข้าไปตามถนนสายหลัก ผ่านต้นไทรโบราณขนาดใหญ่ต้นหนึ่ง ก็จะพบกับซุ้มประตูหินที่สลักโคลงคู่เอาไว้:
[หน้าตำหนักบัญชาเซียนฝนพรำฟ้าโปร่ง คนยืนพิงราวบันไดในภาพวาด
ริมลำธารมังกรซ่อนหมอกควันเลือนราง แขกผู้ถือกระบี่เข้าสู่ความเวิ้งว้าง]
ตัวอักษรขนาดใหญ่สามตัว "เมืองถามเซียน" ตรงกลางมีความงามแบบโบราณที่เรียบง่าย
ถนนแคบและยาว หลินโปเดินเข้าไปตามทางที่ปูด้วยแผ่นหิน
ผ่านซุ้มประตูไป สองฝั่งของลำธารเป็นอาคารไม้สองชั้น ชายคาที่ยื่นออกมาแขวนกระดิ่งลมที่ทำจากเหล็ก
เมื่อลมพัดผ่านก็เกิดเสียงกังวานที่ไพเราะ
เดิมทีโครงการนี้เป็นสถาปัตยกรรมไม้ ยังพอจะเห็นเค้าโครงเดิมอยู่บ้าง
แต่ภายใต้การปรับปรุงของระบบ ดูเหมือนจะแตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง ระหว่างกระเบื้องสีเขียวกับผนังสีขาว กลับมีเสน่ห์แบบโบราณเพิ่มขึ้นมา
ทั้งเมืองเล็กๆ แห่งนี้ ถนนสายหลักเลียบลำธารมีทางแยกออกไปสามสาย ซึ่งทอดไปสู่ริมน้ำ
ริมน้ำมีท่าเรืออยู่หลายแห่ง สามารถล่องเรือได้ เมื่อเดินไปจนสุดถนนสายหลัก จะเห็นว่าเมืองโบราณแห่งนี้ถูกโอบล้อมด้วยภูเขาและสายน้ำ
มองตามต้นน้ำที่คดเคี้ยวของลำธารไป
แม่น้ำที่ขุดขึ้นโดยมนุษย์ได้กลายเป็นธรรมชาติอย่างยิ่ง ราวกับไหลมาจากภูเขาที่อยู่ห่างไกลจริงๆ ผิวน้ำกว้างขึ้นเรื่อยๆ ตำหนักบัญชาเซียนถูกแยกออกไปอยู่ด้านหลังโดยสิ้นเชิง
เนื่องจากมีหมอกน้ำและเงาไม้ ทำให้มองไม่ชัดเจน ตำหนักบัญชาเซียนที่เห็นอยู่รำไร กลับแสดงให้เห็นถึงความโดดเดี่ยวและรกร้างเป็นพิเศษ
หลินโปยกริมฝีปากขึ้นอย่างพึงพอใจ
ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว ไม่รู้ว่าถ้าพัฒนาต่อไปอีกจะเป็นภาพแบบไหน
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังขึ้น
[ร้านค้าสร้างเสร็จสิ้น เปิดระบบเชิญชวนลงทุน ตรวจพบคูปองเชิญชวนลงทุน*1 ใบ ต้องการเริ่มเชิญชวนลงทุนตอนนี้หรือไม่?]
หลินโปยิ้มกริ่มเลือก "ใช่" วันนี้เขาจัดการเรื่องต่างๆ เสร็จไปหลายอย่างแล้ว เขาแทบจะรอไม่ไหวที่จะเก็บเงินแล้วไปดูว่าในร้านค้ามีอะไรบ้าง
[โปรดเลือกพื้นที่เชิญชวนลงทุน ปัจจุบันสามารถเลือกได้:
1. ดาวสีน้ำเงิน
2. แดนสวรรค์สุญญตา]
แน่นอนว่าต้องเป็นแดนสวรรค์สุญญตา!
ในขณะที่หลินโปเลือกแดนสวรรค์สุญญตา คูปองเชิญชวนลงทุนในหน้าจอระบบก็ลุกไหม้ขึ้นทันที ตัวอักษรสีทองบนนั้นกลายเป็นลำแสง พุ่งตรงขึ้นสู่ท้องฟ้า
—-----------------------------
ณ แดนสวรรค์สุญญตา ลำแสงสีทองสายหนึ่งพาดผ่านขอบฟ้า พุ่งตรงไปยังทิศตะวันออก
ในชั่วพริบตา เหล่าบรรพชนที่เก็บตัวไม่ออกมาของหลายขุมอำนาจใหญ่ในแดนสวรรค์สุญญตา ทั้งนิกายเก้าสวรรค์ วังบุปผาโปรย และหุบเขาราชันย์อสูร ต่างก็ปลดปล่อยจิตรับรู้ ส่งสายตาจับจ้องไปยังปรากฏการณ์ประหลาดนั้นด้วยความสนใจ
แต่สุดท้ายกลับพบว่าเป็นเพียงภาพการปรากฏตัวของแดนเร้นลับระดับขั้นฝึกปราณที่แสนจะธรรมดา
จึงได้หลับตาลงอย่างสงบอีกครั้ง
ในปัจจุบัน แดนเร้นลับขนาดใหญ่ส่วนใหญ่ถูกสำรวจจนแทบไม่เหลืออะไรแล้ว แต่แดนเร้นลับระดับขั้นฝึกปราณนั้น ไม่มีอันตรายใดๆ และก็ไม่มีสมบัติล้ำค่าอะไรมากนัก
ปล่อยให้เหล่าผู้เยาว์และผู้ฝึกตนอิสระที่สนใจไปวุ่นวายกันเองเถอะ
หลายสำนักใหญ่ต่างก็มีท่าทีเช่นเดียวกัน อย่างมากก็แค่ส่งศิษย์ขั้นสร้างฐานสองสามคนนำพาศิษย์ขั้นฝึกปราณไปดูสถานการณ์
เพราะแดนเร้นลับที่เพิ่งเกิดใหม่มักเต็มไปด้วยภยันตราย
ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงเพื่อแดนเร้นลับระดับขั้นฝึกปราณเพียงแห่งเดียว
มีเพียงภายในสำนักฟ้าครามเท่านั้นที่ฮู่ว่านหลี่ใช้ไม้เท้าค้ำยัน นั่งอยู่บนยอดเขาเสาค้ำสวรรค์ มองดูจุดแสงที่ค่อยๆ เคลื่อนผ่านขอบฟ้า: "นี่คงเป็นปรากฏการณ์ประหลาดที่ผู้อาวุโสหลินกล่าวถึงสินะ!"
เย่เซิ่งเทียนเผยสีหน้ายินดี: "น่าจะใช่แล้วขอรับ ผู้อาวุโสบอกว่าคือช่วงสองวันนี้"
หลินโปให้เย่เซิ่งเทียนเรียกเขาว่าเถ้าแก่หรือพี่โป แต่เย่เซิ่งเทียนก็ยังรู้สึกกระดากปากอยู่บ้าง
วันนั้นก่อนจากมา ผู้อาวุโสได้กำชับไว้ว่า หลังจากปรากฏการณ์ประหลาดเกิดขึ้น ตนก็เตรียมตัวไปทำงานได้แล้ว
ไม่ได้ทำงานมาสามวันกว่าแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว
ก่อนหน้านี้เขายังกังวลว่าหากปรากฏการณ์ประหลาดไม่เกิดขึ้นเสียที เขาจะไม่ต้องเสียเวลาไปหลายวันหรือ ตอนนี้ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
พรุ่งนี้เขาสามารถเริ่มทำงานต่อได้แล้ว!
"พวกเราไปกันเถอะ"
ฮู่ว่านหลี่ออกคำสั่ง เกาหมิงเฟิ่งและเซียวอวี้เอ๋อร์ที่เตรียมพร้อมไว้แต่เนิ่นๆ ก็ตามไปติดๆ ซ่อนร่างและกลิ่นอายของตน อำลาเย่เซิ่งเทียน แล้วลอบออกจากสำนักฟ้าครามไปอย่างเงียบๆ