- หน้าแรก
- พนักงานรีสอร์ทของผมเป็นเซียนกระบี่
- บทที่ 1 สืบทอดพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดใช้งานระบบแดนเร้นลับ?
บทที่ 1 สืบทอดพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดใช้งานระบบแดนเร้นลับ?
บทที่ 1 สืบทอดพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดใช้งานระบบแดนเร้นลับ?
บทที่ 1 สืบทอดพื้นที่ท่องเที่ยว เปิดใช้งานระบบแดนเร้นลับ?
"ที่เที่ยวบ้าบออะไรวะ นั่นมันตึกร้างไม่ใช่เหรอ? แบบนี้ก็เปิดให้บริการได้ด้วย?"
"ช่างแม่งเหอะ มาถึงแล้วนี่หว่า ไปดูเมืองโบราณหน่อยแล้วกัน!"
"เมืองโบราณอะไรกัน เพิ่งสร้างเมื่ออาทิตย์ที่แล้วล่ะสิ! หน้าต่างยังไม่ได้ติดเลยสักบาน เงาคนสักคนก็ไม่มี! จะเข้าห้องน้ำทีก็ส้วมตัน! ก้าวเท้าลงไปทีเดียวรองเท้าพังหมด!"
หน้าทางเข้า [รีสอร์ทท่องเที่ยวแดนเร้นลับสู่หลิง] นักท่องเที่ยวสองสามคนกำลังล้อมวงอยู่หน้าเคาน์เตอร์ขายตั๋ว
หนึ่งในนั้นอารมณ์ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
"คืนเงิน! เถ้าแก่อยู่ไหน?"
"อยู่นี่ครับ ขอโทษด้วย พอดีที่นี่คนไม่พอ ผมเพิ่งไปทะลวงส้วมมา เดี๋ยวคืนเงินให้เดี๋ยวนี้เลยครับ!"
หลินโปสวมถุงมือยาง ถือถังน้ำวิ่งออกมา พลางถอดถุงมือ พลางฉีกยิ้มประจบประแจงคืนเงินให้
หลังจากส่งคนกลุ่มนี้ไปแล้ว หลินโปก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
ลำบากจริงโว้ย!
เมื่อคืนตอนที่เขากำลังจะเลิกงานกลับบ้าน จู่ๆ ก็โดนไฟหน้ารถบรรทุกสาดเข้าตา!
พอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองทะลุมิติมาอยู่ที่นี่แล้ว
ข่าวดีคือ ได้เกิดใหม่เป็นเศรษฐีรุ่นสอง
ข่าวร้ายคือ เป็นอดีตไปแล้ว!
ชาติที่แล้วตอนซื้อบ้านแล้วเจอโครงการตึกร้าง เขาก็รู้สึกว่าชีวิตนี้จบสิ้นแล้ว
พอทะลุมิติมาอีกที ให้ตายเถอะ เขามีตึกร้างทั้งโซนท่องเที่ยวเลย
จากแผนเดิมที่จะสร้างเมืองโบราณเชิงพาณิชย์ขนาดสองร้อยหมู่ (ประมาณ 83 ไร่) ก็ถูกปรับแก้แล้วแก้อีก จนสุดท้ายถูกบีบให้เหลือแค่เก้าสิบหมู่ (ประมาณ 37.5 ไร่) ก็เรื่องหนึ่ง
แถมยังมีสถาปัตยกรรมโบราณจำลองขนาดยักษ์ที่ลงทุนไปสองสามร้อยล้านแต่สร้างเสร็จไปแค่ครึ่งเดียวอีก นั่นคือ—ตำหนักบัญชาเซียน!
นอกจากตึกร้างแล้ว ยังมีพื้นที่ภูเขาอีกแปดสิบตารางกิโลเมตรที่รอการพัฒนา!
เจ้าของร่างเดิมก็ชื่อหลินโปเหมือนกัน ครั้งหนึ่งที่บ้านเคยมีเหมืองแร่จริงๆ
เหล่าหลิน พ่อของหลินโป ร่ำรวยขึ้นมาในชั่วข้ามคืน แต่ก็เพราะรวยเร็วเกินไป ฮาร์ดแวร์ไปถึงแล้ว แต่ซอฟต์แวร์ยังตามไม่ทัน
หลินโปเลยโตมาเป็นคุณชายเสเพล ส่วนที่บ้านเหมืองก็เจ๊งไปแล้ว
โชคดีที่สิบกว่าปีที่ผ่านมายังพอมีเงินเก็บสะสมอยู่บ้าง
เดิมทีถ้าหลินโปยอมอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ทำอะไร เงินที่มีอยู่ก็ใช้ไปได้ถึงสองชาติก็ยังไม่หมด
แต่เหล่าหลินดันเป็นคนมีความทะเยอทะยาน แถมยังอยากให้ลูกชายได้ดีอีก
ไปๆมาๆ ก็โดนเพื่อนเก่าคนหนึ่งหลอกล่อให้กระโจนเข้าสู่วงการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังร้อนแรงในตอนนั้น โดยลงทุนในโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อการท่องเที่ยวที่ชื่อว่า "รีสอร์ทท่องเที่ยวแดนเร้นลับสู่หลิง"
เพื่อนเก่าคนนั้นโม้สรรพคุณของโครงการในวงเหล้าซะเลิศเลอเพอร์เฟกต์
บอกว่ามีทำเลทองติดกับภูเขาสู่หลิง ซึ่งเป็นภูเขาเซียนอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับ 5A ที่มีชื่อเสียงระดับประเทศ ได้เปรียบทางภูมิศาสตร์อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดนักท่องเที่ยว!
แต่ในความเป็นจริง พื้นที่ท่องเที่ยวแห่งนี้อยู่ห่างจากภูเขาสู่หลิงเป็นเส้นตรงกว่ายี่สิบกิโลเมตร มองด้วยตาก็รู้แล้วว่าไม่ใช่เทือกเขาเดียวกันด้วยซ้ำ
ถ้าเกิดนักท่องเที่ยวตั้งใจจะไปแค่ภูเขาสู่หลิง แล้วไม่แวะมาที่นี่จะทำยังไง?
เพื่อนเก่าตบโต๊ะดังปังอย่างองอาจ "ง่ายนิดเดียว!"
"ดูอย่างเมืองฉางอานสิ นักท่องเที่ยวไปเที่ยวที ถ้าไม่ได้ไปเก็บให้ครบสี่พิพิธภัณฑ์สุสานทหารจิ๋นซี ก็เหมือนยังมาไม่ถึงฉางอาน! พวกเขาทำยังไง เราก็ทำตามอย่างนั้น!"
"ที่ดินของเราน่ะ ก็แค่ภูเขามันราบไปหน่อย น้ำมันสกปรกไปนิด ต้นไม้มันเตี้ยไปหน่อย แต่ทำไมจะนับว่าเป็นภูเขาสู่หลิงน้อยไม่ได้ล่ะ?"
"รอให้เราสร้างตึกเล็กๆ นั่นเสร็จ! ติดสปอตไลท์ส่องเข้าไป! ผสมผสานกับวัฒนธรรมเซียนกระบี่ของภูเขาสู่หลิง แล้วก็จ้างหนุ่มหล่อสาวสวยมาแสดงวันละสองสามรอบ!"
"จัดรถสองสามคันไปจอดรอหน้าสถานีรถไฟ ดึงนักท่องเที่ยวมาที่รีสอร์ท! จากนั้นแกก็นั่งนับเงินอยู่ที่บ้านได้เลย!"
"ยิ่งไปกว่านั้น รีสอร์ทของเรายังมีร้านค้าเชิงพาณิชย์อีกเพียบ นั่นแหละตัวทำเงินของจริง!"
"ถ้าไม่ใช่เพราะโครงการมันใหญ่เกินไป กระแสเงินสดไม่พอ ฉันก็ไม่อยากให้คนอื่นมาแย่งส่วนแบ่งก้อนโตนี้ไปหรอกนะ!"
"ทำเหมืองมันไม่รุ่งแล้ว สมัยนี้อสังหาริมทรัพย์ต่างหากคือหนทางที่ถูกต้อง!"
วันนั้นเหล่าหลินดื่มเหมาไถไปจนเมาแอ๋ คืนนั้นก็ตัดสินใจทุ่มเงินลงไปกว่าครึ่งหนึ่งของทรัพย์สินทั้งหมด
สองปีแรก ยังจับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างหลินโปที่วันๆ เอาแต่เที่ยวเตร่จับยัดเข้ามาในโครงการ ให้ดำรงตำแหน่งผู้จัดการโครงการ
ตอนนั้นหลินโปอายุเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ ไปที่ไหนใครๆ ก็ต้องเรียกอย่างนอบน้อมว่าบอสหลิน!
ผลลัพธ์คือ โครงการตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงกำหนดส่งมอบ
ก็เลื่อนแล้วเลื่อนอีกสามปีแล้วสามปีเล่า อาคารหลักอย่างตำหนักบัญชาเซียนก็สร้างสูงขึ้นเรื่อยๆ ส่วนเพื่อนเก่าคนนั้นก็ขาดเงินอยู่ตลอดเวลา หนี้สินของเหล่าหลินก็พอกพูนตามไปด้วย
สุดท้าย เพื่อนเก่าคนนั้นก็หอบเงินหนีไป
เกมส่งต่อระเบิด* (โยนขึ้ให้คนอื่น*) พอส่งมาถึงเหล่าหลินซึ่งเป็นมือใหม่ที่สุดในวงการ ก็พลันระเบิดตู้มทันที
เขากลายเป็นหนี้ท่วมหัว ในขณะที่พื้นที่ท่องเที่ยวพัฒนาไปไม่ถึงหนึ่งในห้า
ร้านค้าเชิงพาณิชย์ที่เคยบอกว่าจะทำเงินได้มากที่สุดนั้นสร้างเกือบเสร็จแล้ว แต่กลับไม่มีใครมาเช่าเลยแม้แต่รายเดียว!
ตำหนักบัญชาเซียนมองจากไกลๆ ดูโอ่อ่าหรูหรา แต่พอเข้ามาดูใกล้ๆ กลับยังสร้างไม่เสร็จ
เหล่าหลินทนรับความกดดันไม่ไหว เอามือกุมหน้าอกแล้วล้มลงไป จากนั้นก็ไม่ได้ลุกขึ้นมาอีกเลย ตรงลงไปสานสัมพันธ์กับแม่ของหลินโปที่เสียชีวิตด้วยโรคภัยไข้เจ็บไปเมื่อหลายปีก่อน
ส่วนเจ้าของร่างเดิมที่เป็นบอสหลิน ซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการโครงการ ตลอดสามปีที่อยู่ในโครงการ เขาทำอยู่แค่สามอย่าง:
เซ็นชื่อในสัญญา ไปดื่มเหล้าในวงสังสรรค์ และจับมือสาวๆ บนชั้นสองของ KTV
มาตอนนี้ เขาถูกจำกัดการใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แถมยังถูกทุกฝ่ายจับตามอง กลัวว่าเขาจะหอบเงินหนีไป
ไม่กี่วันก่อน เจ้าของร่างเดิมกัดฟันเปิดทดลองให้บริการหวังจะสร้างกระแส แต่ผ่านไปแค่สามวัน ก็โดนด่าจนโงหัวไม่ขึ้นในทุกแพลตฟอร์ม
หลังจากดิ้นรนอย่างยากลำบากมาหนึ่งเดือน สภาพจิตใจของเจ้าของร่างเดิมก็พังทลายลง และหลินโปคนใหม่ก็เข้ามาแทนที่
ก่อนหน้านี้ หลินโปเคยคิดว่าหนี้บ้านหนึ่งล้านหยวน คือหนี้ก้อนที่หนักที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว
แต่ตอนนี้ ต่อให้เขาขายพื้นที่ท่องเที่ยวของร่างเดิมทิ้งไป เขาก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอีกเป็นร้อยล้าน
หลินโปหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา
หนี้หนึ่งล้านอาจทำให้เขากังวลจนนอนไม่หลับ
แต่หนี้หลายร้อยล้าน…
หลินโปปิดประตูใหญ่ของพื้นที่ท่องเที่ยว นี่มันเป็นเรื่องที่ความกังวลจะช่วยแก้ปัญหาได้งั้นหรือ?
นอกเสียจากว่า…
ทันใดนั้น เสียงทำนองที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัวของหลินโป
*ติ๊ง ติ๊ง~~ ติ๊ง~~ ติ๊ง ติ๊ง~*
จากนั้น เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏภาพทุ่งหญ้าและท้องฟ้าสีครามสดใส ตรงกลางมีกล่องโต้ตอบสีเทาแบบดั้งเดิมของ Windows XP เด้งขึ้นมา
ขอแสดงความยินดี ท่านได้เปิดใช้งาน [ระบบบริหารแดนเร้นลับ 5A]
[ยืนยันการบริหารแดนเร้นลับ เพื่อเปิดใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานของระบบ!]
หน้าตาของระบบนี่มันโบราณไปหน่อยนะ... หลินโปบ่นในใจ
แต่ถึงจะดูเชยไปบ้าง แต่นิ้วทองคำที่ได้มาอยู่ในมือแล้ว จะปล่อยให้มันหลุดลอยไปได้ยังไง?
หลินโปเพิ่งจะเตรียมกดยืนยัน เสียงหึ่งๆ แหลมๆ ก็ดังขึ้นข้างหูอีกครั้ง
[คำเตือน!]
[หลังจากเปิดใช้งานระบบแล้ว พื้นที่ท่องเที่ยวแดนเร้นลับสู่ซานจะไม่สามารถขายได้]
[ท่านยังคงต้องการผูกมัดกับระบบหรือไม่?]
มุมปากของหลินโปกะตุก เจ้าลูกระบบนี่ก็ช่างใส่ใจดีเหมือนกัน
แต่ร่างเดิมนี้นอกจากหนี้ที่ค้างธนาคารไว้ก่อนหน้านี้แล้ว…
ยังมีค่าก่อสร้างและค่าวัสดุที่ค้างชำระอีก
ที่เร่งด่วนที่สุดคือเงินกู้ส่วนตัวจำนวน 2 ล้านหยวน ซึ่งในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า ต่อให้ยังไม่สามารถชำระคืนทั้งต้นทั้งดอกได้ ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยไปก่อน
การขายพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว
ตอนนี้พื้นที่ท่องเที่ยวมีหนี้สินท่วมหัว หากขายหรือจำนองกับธนาคาร นอกจากจะชำระหนี้ไม่หมดแล้ว
ก็จะไม่มีโอกาสให้ลืมตาอ้าปากได้อีกเลย
ในโลกคู่ขนานใบนี้ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังไม่พัฒนาเท่าที่ควร
พื้นที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังคงเน้นไปที่ทิวทัศน์ธรรมชาติและโบราณสถานเป็นหลัก รูปแบบการท่องเที่ยวใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นภายหลังยังไม่ถูกนำมาพัฒนา
ระดับการพัฒนาของอุตสาหกรรมบันเทิงก็เทียบกับชาติก่อนของเขาไม่ได้
แพลตฟอร์มวิดีโอสั้นก็เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น
ชาติที่แล้ว หลินโปก็เป็นแค่มนุษย์เงินเดือนคนหนึ่งในวงการสื่อออนไลน์
ทั้งถ่ายทำ ตัดต่อ บริหารจัดการ ไลฟ์สด ทำเป็นหมดทุกอย่าง เคยทำช่องเกี่ยวกับการท่องเที่ยว เดินทางไปทั่วสารทิศ
ถึงไม่ได้กินเนื้อหมู แต่ก็เคยเห็นหมูวิ่ง หมูปีนต้นไม้ หมูตีลังกากลับหลัง
เพียงแต่ตอนที่เขาทะลุมิติมานั้น ช่วงเวลาทองของวงการได้ผ่านพ้นไปแล้ว ต้องแข่งขันกันอย่างเอาเป็นเอาตายถึงจะได้ส่วนแบ่งยอดวิวมาบ้างนิดหน่อย
ไม่เหมือนตอนนี้ที่ทุกอย่างยังเป็นเหมือนมหาสมุทรสีคราม
ยิ่งไปกว่านั้น เขายังมีระบบคอยช่วยเหลืออีก!
ถ้าเขาไม่เปิดพื้นที่ท่องเที่ยว แล้วใครจะเปิด!
หลินโปไม่พูดพร่ำทำเพลง กดปุ่ม ยืนยัน ทันที!
ข้อมูลจำนวนมากเด้งขึ้นมา!
[ระบบเปิดใช้งานแล้ว!]
[พื้นที่ท่องเที่ยวถูกผูกมัดแล้ว!]
[ได้รับฉายา: เจ้าแห่งสู่หลิง!]
[กำลังเริ่มสแกนและบันทึกข้อมูลพื้นที่ท่องเที่ยว!]