เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 20 อ่า~ นี่มันร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำสินะ ใช่ที่ไหนหล่ะ

ตอนที่ 20 อ่า~ นี่มันร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำสินะ ใช่ที่ไหนหล่ะ

ตอนที่ 20 อ่า~ นี่มันร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำสินะ ใช่ที่ไหนหล่ะ


เสียง *แคร่ง *แคร่ง ดังขึ้นมา[มันดังอย่างนี้รึเปล่าครับ เสียงส้อมกระทบจาน ทำไมผมนึกไม่ออก]ผม.. คุณไรโด.. ตอนนี้กำลังถือมีดและส้อมเพื่อกินอาหารเย็นอ้ำ! กรุบ!! กรึบ!...

[เอาจริงๆนะ ผมนึกเสียงไม่ออกจริงๆครับ = ="]”

ข้างๆผม.. มีหญิงสาวญี่ปุ่นสุดสวยและสง่างาม กำลังนั่งสวาปามอาหารทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า ด้วยการใช้ส้อมเพียงอย่างเดียวผมควรจะสอนมารยาทบนโต๊ะอาหารให้ 'มิโอะ' ด้วยสินะผมควรจะสอนให้เธอ 'ทำตัว' ให้เหมาะสมต่อสถานการณ์เมื่อจำเป็น.. อย่างน้อยที่สุด ผมจำเป็นต้องสอนจริงๆ!!เฮ้อ~

พวกเรากำลังดึงดูดความสนใจนอกเหนือจากพวกเรา.. ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครที่เป็นนักผจญภัยอยู่ใกล้ๆคนที่อยู่ที่นี่ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแขกที่มาเพื่อรับประทานอาหาร.. และผมรู้สึกได้เลยว่า พวกเขาเป็นลูกค้าที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากนักผจญภัยอย่างสิ้นเชิงเลยหล่ะผมจะขอพูดอีกรอบ..

เด็กหนุ่มคนนั้น.. เขาเอาคืนพวกเราด้วยแผนราคาแพงพวกเขาพาเราเข้ามายังร้านอาหารสุดหรู ที่มองแว๊บเดียวก็อดคิดไมไ่ด้ว่า คนที่เข้ามากินยังที่แห่งนี้ได้ จำเป็นจะต้องแต่งกายให้เหมาะสมกับกฎระเบียบของทางร้านด้วยซ้ำไปนี่มันค่ายผู้ลี้ภัยไม่ใช่เรอะ?!ที่นี่มันหรูหราถึงระดับไหนกัน?

นี่คือสิ่งที่ 'มาโกโตะ' พยายามคิดผมสงสัยมาก ว่าจะมีอาหารแบบไหนถูกเซิร์ฟออกมาบ้าง.. แล้วตอนที่ผมเดินไปถึงโต๊ะ ผมมองเห็นมีดแล้วก็ส้อมเฮ้ๆ? หรือว่านี่จะเป็นอาหาร 'ประเภท' นั้น?แล้วสุดท้ายก็เป็นอย่างที่ผมคิดจริงๆดังนั้น อาหารเหล่านี้เลยไม่ได้ทรยศความคาดหวังของผม..

เมื่อพิจารณาอาหารเสร็จ ผมก็เริ่มมองไปรอบๆที่นี่เต็มไปด้วยผู้คน ที่ดูเหมือนจะเป็นพวกเชื้อพระวงศ์หรือไม่ก็พวกผู้ประกอบการค้า.. ผมไม่รู้หรอกว่าพวกเขาเป็นเชื้อพระวงศ์จริงๆรึเปล่า.. แต่มันน่าประทับใจมาก ที่เห็นพวกเขาสามารถสวมใส่เสื้อผ้าที่แค่มองดูก็รู้แล้วว่า แค่ขยับตัวยังทำได้ลำบากเลย..

ที่นี่มันควรจะเป็นเมืองที่มีไว้เพื่อฝึกฝนไม่ใช่เหรอ? มันทำให้ผมสงสัยถึงความปกติทางด้านจิตใจของพวกเขาจริงๆถึงแม้ว่าพวกนักผจญภัย จะมีเงินมากพอจะมากินร้านอาหารหรูๆก็เถอะ..

ยังไงผมก็ไม่คิดว่าพวกเขาจะมายังสถานที่แบบนี้อยู่ดีอาหารที่น่ารับประทาน ถูกเซิร์ฟไปยังโต๊ะต่างๆที่ร้านอาหารแห่งนี้.. แค่มองดูอาหารเหล่านั้น มันก็ทำให้ดวงตาของผมกลับมาสดใสและมีชีวิตชีวาอีกครั้งเลยทีเดียว.. แล้วยังมีสาวผมดำ ซึ่งกำลังนั่งกินอาหารอย่างร่าเริงอยู่ข้างๆตัวผมอีกด้วย..

ผมพยายามจะไม่สนใจแล้วนะต้องขอขอบคุณ 'คนคนนั้น(แมลง)' จริงๆ.. ที่ทำให้ผมไม่ได้กินอะไรที่เรียกได้ว่าอร่อยแม้แต่อย่างเดียว นับตั้งแต่ที่ตัวถูกเตะส่งมายังโลกแห่งนี้ มันไม่มีเลยแม้แต่อย่างเดียว!ถึงแม้ว่าผมอยากจะสำรวจบริเวณรอบๆ โดยไม่ตกเป็นจุดสนใจก็เถอะ.. แต่ตอนนี้ผมอยู่ในสถานการณ์ที่ทุกๆคนต่างมองมาที่โต๊ะของพวกเรา...

แน่นอน.. ตอนนี้ผมกำลังใช้ [ซากาอิ] เพื่อทำเป้าหมายของผมให้ลุล่วงอยู่.. นอกจากเฝ้ามองบริเวณรอบๆแล้ว ผมยังคอยจับตามอง 'โทโมเอะ'  แล้วก็พวกที่สะกดรอยตาม 'มิโอะ' มาอีกด้วยผมขยาย [ซากาอิ] ออกไป กว้างถึงขนาดที่สามารถได้ยินบทสนทนาของโต๊ะอื่นๆเลยทีเดียวอืม..

จะพูดยังไงดีหล่ะ?ถ้าหาก 'โทโมเอะ' อยู่ที่นี่ เธอคงจะกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจเลยหล่ะเพราะที่นี่ มีแต่บทสนทนาที่ฟังดูน่าสงสัยทั้งนั้นเลยนี่นาไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับคลังอาวุธ.. กำไรจากการขายความลับต่างๆ.. การทดลอง.. วัตถุดิบ.. และอื่นๆไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนกว่าครึ่งของที่นี่.. มีแต่พวกที่มีจิตใจอันชั่วร้ายถ้าพูดในทำนองของละครย้อนยุคแล้วหล่ะก็.. ก็ต้องเป็น 'มีช่องทางมากมายแค่ไหนกันนะ?*'

[ ตรงนี้คนแปลอังกฤษไม่มั่นใจนะครับ 体何話分なのかねえ ]”

ผมไม่อยากจะมีความคิดที่ว่า คนรวย = คนไม่ดี หรอก.. แต่ในเมื่อสถานการณ์มันเป็นแบบนี้ มันก็ช่วยไม่ได้แหละนะหรือบางที.. นับจากนี้ผมอาจจำเป็นจะต้องมากินอาหารยังร้านอาหารทำนองนี้บ่อยๆ เพื่อรวบรวมข้อมูล? ก็ไม่ใช่ว่าผมถือสาอะไรหรอกนะ~

" นายน้อยคะ.. อาหารมันอร่อยก็จริง แต่ปริมาณเท่านี้มันไม่น้อยเกินไปหน่อยเหรอคะ? " (มิโอะ)”

ถึงแม้ว่าเธอจะหยุดใช้ส้อมแล้วก็เถอะ.. แต่สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของเธอก็คืออาหารหรือไงกัน? ผมควรจะทำยังไงกับเธอดีนะ คุณมิโอะ?

" อืม? นี่มันไม่ใช่อาหารที่จะหากินได้ง่ายๆนะ ดังนั้นมันก็ช่วยไม่ได้หรอก " (มาโกโตะ)”

มีคนมองพวกเราอยู่ ผมเลยเขียนคำพูดไว้ที่หน้าอกของผม เพื่อให้มีแต่ 'มิโอะ' เท่านั้นที่มองเห็น

" แต่กัดไปคำเดียวมันก็หมดแล้วนะค่ะ... " (มิโอะ)”

ดูเหมือน 'มิโอะ' จะเศร้ามาก.. ปลาที่ถูกทาไปด้วยอะไรสักอย่างซึ่งคล้ายกับเนย เพื่อปรุงแต่งกลิ่นของมัน.. อาหารจานเลิศนั้น กลับถูกกินจนหมดในคำเดียว..

[ แปลอะไรเกี่ยวกับอาหารกลางดึกนี่มัน ทรมานจริงๆครับ ]”

มันดูเหมือนกับมูนเย่ร์(meuniere*) ที่ใช้กับพวกเนื้อสีขาวเลย.. มันส่งกลิ่นที่เทียบกันได้กับเนย แต่มันก็คงเป็นแค่ 'ความแตกต่างระหว่างโลก' เท่านั้นเอง

[ meuniere ผมอ่านผิดแน่นอนครับ ฮ่าๆ เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าการเตรียมอาหารด้วยการชุบด้วยแป้ง แล้วทอดด้วยเนยครับ ส่วนใหญ่จะใช้กับเนื้อปลาครับ (ข้อมูลผิดขออภัยนะครับ) ]

" นั้นคือเหตุผล ที่เธอควรจะใช้ส้อมแล้วก็มีดหั่นเนื้อช้าๆแบบนี้ แล้วก็ค่อยๆเอามันใส่ปากทีละคำๆ เพื่อสัมผัสรสชาตติอย่างช้าๆ.. "(มาโกโตะ)”

ด้วยประโยคที่ดูเหมือนผมจะเริ่มเหนื่อยแล้ว แถมยังมีความกดดันจากรอบข้างปนอยู่ด้วย.. สีหน้าของ 'มิโอะ'    ก็เปลี่ยนไป เสร็จแล้วก็พยักหน้าผมไม่รู้ว่าเธอเอาใจใส่ผู้อื่นรึเปล่านะ.. ผมไม่เข้าใจเธอเลยจริงๆนี่มัน             ซับซ้อนมากๆ..

พูดให้ถูกก็คือ ตอนนี้ 'มิโอะ' กำลังทำสีหน้าลำบากใจ ขณะที่กำลังถือมีดไว้ในมือข้างซ้ายเธอไม่จำเป็นต้องฝึกใช้มันวันนี้ก็ได้นะ ค่อยไปฝึกวันอื่นก็ได้.. หรือเธอพยายามจะพิสูจน์ตัวเองกัน?

" ไม่เป็นไรหรอก ถ้าหากเธอจะค่อยๆพยายามคุ้นเคยกับการใช้มัน.. " (มาโกโตะ)”

ผมจ้องไปที่ 'มิโอะ'  ซึ่งตอนนี้กำลังเหม่อลอยถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป.. ผมรู้สึกได้เลยว่าอีกไม่นาน 'โทโมเอะ' จะต้องหยิบตะเกียบส่วนตัวออกมาแน่ๆ ผมต้องเตือนเธอซะแล้วจานอาหารถูกนำมาเซิร์ฟอย่างไม่ขาดสาย..

มันน่ายินดีนะ ที่ได้รู้ว่าที่แห่งนี้มันครึกครื้นเหมือนกับผับในอดีตนั้น มันมีช่วงเวลาที่ผมกับเพื่อนๆ ไปเที่ยวที่ผับ แล้วจัดปาร์ตี้ไร้แอลกอฮอร์กัน เพราะพวกเรายังอายุต่ำกว่ากำหนดอยู่นั้นคือสิ่งที่ผมเรียกได้ว่า

เป็นช่วงเวลาที่ทำให้ผมสนุกและมีความสุข..แต่ว่า.. มันน่าหงุดหงิดจริงๆ..บทสนทนาที่ผมได้ยินมาจากโต๊ะข้างๆ ช่วงหลังมานี้...บางคนคิดว่าพวกเราเป็นพวกชนชั้นสูงด้วยซ้ำ และนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกผิดแผกมันทำให้ผมมึนหัวเลยทีเดียว..

อ่า~ อาหารมันอร่อยเหลือเกิน.. ผมพยายามจะคิดแบบนั้น แต่ยังไงบทสนทนาพวกนั้นก็ทำให้อาหารหมดความอร่อยอยู่ดีดูเหมือนพวกเขาจะคิดว่า พวกเราเป็นชนชั้นสูงที่ร่ำรวยจริงๆด้วย.. แต่ผมรู้สึกว่าคำพูดเหล่านั้น มันก็แค่คำประชดประชันอยู่ดีอย่างน้อย

นั้นก็เป็นสิ่งที่ผมรู้สึกได้จาก 'บุคคลที่รวยเอามากๆ' รอบๆข้างผมหน่ะนะผมไม่สนหรอกว่า พวกเราออกมาเพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับโลกใบนี้.. ในเมื่อระดับแนวคิดยังแตกต่างกันขนาดนี้ ผมรู้สึกได้เลยว่า แนวคิดเหล่านั้นจะเป็นตัวปิดกั้นการเรียนรู้ของพวกเราด้วยซ้ำส่วนบุคคลที่ตกเป็นเป้าสายตาอย่าง 'มิโอะ'  กำลังสนุกสนานไปกับการกินอาหาร..

เสน่ห์ของเธอไม่ได้มาจาก การประหยัดเงินหรอก.. แต่มันเป็นการผลาญเงินอย่างหนักต่างหากตอนที่ผมพาเธอไปกินแฮมเบอร์เกอร์ เธอพูดว่า 'ก้อนดินเหนียวนี่ทำไมมันมีรสชาติด้วย? นี่คืออาหารหรอกเหรอ?'ผมรู้สึกได้เลยว่า ดวงตาของเธอเป็นประกายตอนที่เธอพูดแบบนั้น มันเป็นประกายจริงๆนะ..(ประกายเหมือนกับดวงดาวที่ห่างไกล)

ไม่สิ.. ระดับของพวกเขานั้นต่างกัน และดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่สนใจสภาพการเงินของเพื่อนร่วมชะตาเลยด้วยซ้ำ พวกเขาเป็นบุคคลที่ไม่สนใจความสมดุลทางด้านการเงิน.. บางทีพวกเขาอาจจะร่ำรวยจนถึงขั้นที่คิดว่า เงินมันเป็นสิ่งที่ไม่จำเป็นในชีวิตเลยก็ว่าได้

ในทางกลับกัน ผู้คนที่อยู่ที่นี่...พวกเขาเปลี่ยนเพื่อนของพวกเขาให้เป็นเงิน และนั่นก็เป็นสิ่งเดียวที่พวกเขาคิดและคนที่อยู่ในระดับที่สูงกว่าคนพวกนี้ ก็กำลังควบคุมดอกเบี้ยก้อนโต เพื่อที่จะหาเงินมาใช้จ่ายไม่ว่าผมจะคิดยังไง ผมก็คิดไม่ออกอยู่ดีว่า ผมจะไปข้องเกี่ยวกับพวกคนรวยนี่ได้ยังไงผมคิดไม่ออกจริงๆ

แต่ว่า..คนรวยส่วนใหญ่ในโลก เริ่มต้นจากการเป็นขโมย เป็นโจร เป็นพวกปล้นสะดม หรืออะไรจำพวกนี้ ภายในระยะเวลาหนึ่งปี ในที่สุดพวกเขาก็ได้รับเกียรติและความเชื่อถือ

ฮืม...สิ่งที่เรียกว่าชีวิตนี่มันช่างลึกลับจริงๆ...ข้อสรุปที่ผมได้มาจากบทสนทนารอบๆตัวผม มันเป็นแบบนี้คนที่ไม่มีเงินเลย ก็ควรที่จะซื้ออาวุธถูกๆ แล้วออกไปล่ามอนสเตอร์ง่ายๆถ้าหากเขาไม่ได้อะไรติดมือกลับมาเลย ทั้งทรัพยากรหรือว่าวัตถุดิบต่างๆ.. ตอนที่เขากลับมา คุณก็แค่หลอกลวงให้เขากู้เงินสกปรก และระยะเวลาชดใช้เงินกู้ที่สั้นจนเรียกได้ว่า หลับตื่นเดียวก็ต้องจ่ายแล้ว เท่านี้คุณก็จะได้ลูกไก่ในกำมือ.. ไม่ต่างอะไรจากการหลอกล่อพวกเด็กๆหรอกถ้าหากเขาสามารถหาอะไรติดไม้ติดมือกลับมาได้ คุณก็แค่เชิญชวนเขามานั่งรับประทานอาหาร เสร็จแล้วก็รับเงินจากพวกเขา..

สินค้าก็ไม่ต่างจากสิ่งล่อลวงนั้นแหละนะผมเข้าใจในส่วนแรกนะ ถ้าหากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่มีร่างกายแข็งแรง ดังนั้นหนทางหาเงินที่ง่ายที่สุดก็คือการใช้ร่างกายของคุณนั้นแหละ..

ยิ่งไปกว่านั้น บุคคลที่มายังที่แห่งนี้ ส่วนใหญ่จะให้ความสนใจไปที่การฝึกฝน มากกว่าการหาเงินซะอีก..

เรื่องนี้จะต้องมีเหตุผลด้วยแน่ๆแต่ว่า ลูกไก่ในกำมือ... ผมปล่อยให้คำคำเดียวนี้ผ่านสมองไปเฉยๆไม่ได้หรอกพวกเขาขายอาวุธในราคาที่ถูกมากๆ แถมยังพยายามเชิดคนจากเบื้องหลังอีกด้วย..

ถ้าหากพวกเขาสามารถนำอะไรสักอย่างติดมือกลับมาได้ พวกคนที่กำลังเชิดเขาก็จะนำสิ่งนั้นไปขายในราคาที่แพงกว่าอาวุธมาก.. แต่ว่าอาหารแล้วก็โภคภัณฑ์ต่างก็มีราคาสูงเกินกว่าเหตุอยู่ดี.. พวกเขายังต้องอาศัยอยู่ในโรงแรมราคาแพงอีกด้วยถ้าหากพวกเขาไม่ได้อะไรกลับมา พวกเขาก็ต้องพึ่งพาเงินกู้ เสร็จแล้วก็จบชีวิตพวกเขาด้วยการเป็น 'ลูกไก่ในกำมือ ,หุ่นเชิด'ท้ายที่สุด.. เงินทั้งหมดก็กลับเข้ามาหาเจ้าหนี้.. แถมยังมากขึ้นเรื่อยๆอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น.. สิ่งที่คอยดึงดูดจิตใจอย่าง  อาหาร, เพศตรงข้าม, ความหรูหรา, พวกเขาต่างต้องอาศัยอยู่กับความเป็นจริงที่น่าเวทนา เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างถูกตระเตรียมมาจากผู้ที่อ่อนแอกว่านั้นแหละวงจรอันแสนโหดร้าย.. ไม่สิ.. ระบบที่สร้างมาเป็นอย่างดี เพื่อให้ผู้สร้างได้ผลกำไรอยู่ฝ่ายเดียวมากกว่า

" เพราะพวกส่งเสียงกวนใจรอบๆแท้ๆ... ฉันเลยไม่สนุกกับการกินอาหารเลยค่ะ... " (มิโอะ)”

และ...ดูเหมือนว่าใบหน้าของผมจะบอกเธอแบบนั้นสินะอย่างน้อย 'มิโอะ'  ก็ดูเหมือนจะสนใจสิ่งต่างๆรอบตัวอยู่บ้าง.. ยังไงนั้นก็ยังเป็นแค่อย่างเดียวที่เธอทำได้หล่ะนะ.. แต่อย่างน้อยผมก็ต้องยอมรับ ว่าเธอคืบหน้าขึ้นเยอะเลย ฮ่าๆ

"ขอโทษนะ ดูเหมือนว่าสีหน้าของผมจะทำให้เธอไปสนใจรอบข้างสินะ " (มาโกโตะ)

" ไม่ใช่ค่ะ.. ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นคนที่ทำหน้าเย็นหกใส่อาหาร ขณะที่พวกเรากำลังนั่งกินด้วยกันอยู่ค่ะ " (มิโอะ)”

??ตอนที่ผมมองให้ละเอียดอีกครั้ง ผมมองเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของ 'มิโอะ'  กำลังแสดงสีหน้าที่เหมือนกับอดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่ผู้หญิงคนนี้เก็บอาการไม่เก่งจริงๆสินะหึๆ.. นี่คือสิ่งที่เขาเรียกกันว่า 'ความเซ่อ' รึเปล่านะ?ไม่ใช่สิ..มาหาข้อสรุปแบบสบายๆกัน

"ดูเหมือนว่าสุดท้ายแล้ว.. พวกเราจะกลายเป็นเหยื่องานอดิเรกของ 'โทโมเอะ' สินะ พอคิดแบบนั้นแล้วก็เจ็บปวดเล็กน้อยแฮะ"  (มาโกโตะ)”

เพราะนี่คือเส้นทางที่พวกเราจะต้องทำ 'การลงโทษอันศักดิ์สิทธิ์!'หรือผมควรจะ 'เสียบด้วยสันดาบ' ดีนะ?อย่างแรกเลยคือ ผมต้องเอาจริง!ผมจะเต้นท่ามกลางฝนสีเลือด!

พอมาคิดดูแล้ว.. ผมอาจจะต้องฆ่าใครสักคน ในอนาคตอันใกล้นี้ก็ได้..ยังไงก็ตาม ผมมีชีวิตอยู่มาหลายปีด้วยกฎเหล็กสูงสุดที่ว่า ห้ามฆ่าใคร.. ดังนั้นผมก็ทำอะไรไม่ได้หรอกยังไงผมก็ฆ่าใครไม่ลงถ้าหากผมตกอยู่ในสภาพตื่นตระหนกและไม่สามารถทำมันลง.. ผมยังมี 'โทโมเอะ' และ 'มิโอะ' อยู่

ดังนั้นน่าจะมีหนทางอื่นอยู่อีกผมคงจะไม่เหลือช่วงเวลาแสนสุขเลยสินะ?ฆ่า ฆ่า ฆ่าแทง ฟัน ทุบ แล้วก็ฆ่าตอนที่ผมเจอ 'ลิซึ' นั้น ผมไม่ได้คิดจะฆ่ามันจริงๆหรอก.. มันเป็นอุบัติเหตุ ดังนั้นผมไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นมากแล้วก็ช่วงที่เจอเผ่าดีม่อนที่ภูเขาของเช็น

ผมก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าพวกเขาอยู่ตรงนั้นแล้วก็ตอนที่เจอ 'โทโมเอะ' และ 'มิโอะ'  มันเป็นผมต่างหากที่กลัวว่าจะตายตอนที่ผมรู้ว่าพวกเขาต่างกลายร่างเป็นมนุษย์..ผมก็อดหัวเราะไม่ได้.. ไม่สิ.. ผมคงตกใจจนทำอะไรไม่ได้นอกจากหัวเราะมากกว่า..

ทำไมผมถึงคิดถึงฉากที่ตัวผม สามารถฆ่าสิ่งที่เรียกว่ามนุษย์ได้ 'ง่าย' แบบนี้นะ?แต่ทั้งแบบนั้น ผมก็ไม่คิดว่าตัวเองจะไม่รู้สึกอะไรอยู่ดี ถ้าหากเกิดการฆ่าขึ้นจริงๆนั้นมันไม่น่าจะเกิดขึ้นจริงหรอก.. ไม่มีทาง..

แต่ว่า..ผมกินอาหารต่อไป ขณะที่กำลังใช้ความคิดเกี่ยวกับความกังวลในหัวของผม

" คุณ 'โทโมเอะ' คงกำลังภาวนาในใจ ให้เกิดความขัดแย้งขึ้นแน่นอนค่ะ " (มิโอะ)

" เพราะว่านี่เป็นเพียงชั่วโมงแรก* " (มาโกโตะ)

[ คนแปลอังกฤษก็ไม่รู้ว่าสำนวนนี้คืออะไรครับ 時間の〆だからね ]

" ?? " (มิโอะ)

[ ขนาดมิโอะยังงงเลยครับ ฮ่าๆ ]”

ดูเหมือนว่า 'มิโอะ' จะไม่เข้าใจในสิ่งที่ผมพูด และกำลังทำหน้าตางุนงงงอยู่.. สำนวนนี้มันสวยมากเลยนะ มันหมายถึง ผู้ที่งดงาม ไม่ว่าจะทำอะไรก็ยังคงงดงามอยู่ดีนั้นสินะ..

บางทีผมควรจะออกไปเดินเล่นสักหน่อย.. เพราะยังไงพรุ่งนี้พวกเราก็ต้องไปที่พื้นที่การค้าอยู่ดี ดังนั้นผมควรจะสำรวจพื้นที่คร่าวๆไว้ก่อน และสำรวจเส้นทางจากโรงแรมไปยังพื้นที่ดังกล่าวไว้เลยด้วยและผมจะปล่อยให้   'โทโมเอะ' ดูแลรถขนสินค้าของพวกเรา

ดูเหมือนว่า 'มิโอะ' กำลังดื่มสาเกอยู่ และกินอาหารจนอิ่มแล้วส่วนตัวผมนั้นไม่ได้ดื่มไปสักนิดเลยนะ.. เพราะผมคิดว่า มันไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยที่จะดื่มมันจริงๆผมก็บอก 'มิโอะ' ไว้แล้วด้วย.. แต่ผมอยากจะรู้ว่า แอลกอฮอร์จะมีผลกับผู้ที่ไม่ได้เป็นมนุษย์แต่แรกแบบพวกเธอรึเปล่าเอาหล่ะ ยังไงก็ไปกันเถอะ..

ดูเหมือนว่าเธอจะเมานิดหน่อยสินะ... ส่วนตัวผมก็จะมองขึ้นฟ้า แล้วทำท่าทางเหมือนคนเมาด้วยเช่นกัน เหมือนกับ 'สองสหายที่กำลังกอดคอกันเมา' ถ้าหากพวกที่สะกดรอยตามมา มีเป้าหมายอื่นนอกจากสะกดรอยอยู่ละก็.. ผมรู้สึกได้เลยว่า นี่จะต้องเป็นโอกาสที่เหมาะที่สุดแล้ว ที่พวกเขาจะเริ่มเคลื่อนไหว

เอาหล่ะ.. ยักษ์จะปรากฎกาย หรือจะเป็นงูกันนะ?

" ไปกันเถอะมิโอะ ไปเดินเล่นกันสักหน่อย " (มาโกโตะ)”

ผมไม่รู้ว่า 'มิโอะ' จะเข้าใจสิ่งที่ผมพูดรึเปล่านะ.. แต่เธอก็ผลักเก้าอี้ออกแล้วดีดตัวขึ้นมา พร้อมกับพยักหน้าหลายครั้ง

-------------------------------------

แถมให้อีกตอนครับผม เนื่องจากห่างหายไปนาน (จริงๆเพราะตอนนี้มันสั้นด้วยแหละ)ตอนนี้ มาโกโตะเข้าด้านมืดแปลกๆ ดุดันมากครับแปลไปด้วยอินไปด้วย 55แต่ค่อนข้างจะมีส่วนที่แปลได้ยากอยู่หลายส่วนเลยครับ ถ้าผิดก็ขออภัยด้วยขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคอมเมนท์ และจากทุกๆคนที่ติดตามครับผม ^^

ที่มา:https://my.dek-d.com/hitomi-yuriko/writer/viewlongc.php?id=1474392&chapter=23

จบบทที่ ตอนที่ 20 อ่า~ นี่มันร้านอาหารที่อยู่ริมแม่น้ำสินะ ใช่ที่ไหนหล่ะ

คัดลอกลิงก์แล้ว