- หน้าแรก
- ราชาหุ่นเชิดผู้หยั่งรู้ใต้หล้า
- บทที่ 95 - สถาบันวิจัยที่หลุดการควบคุม
บทที่ 95 - สถาบันวิจัยที่หลุดการควบคุม
บทที่ 95 - สถาบันวิจัยที่หลุดการควบคุม
เสียงของโคเอนทำให้สาวๆ หลายคนถึงกับชะงักงัน นอกจากวินด์เซอร์แล้ว คนอื่นๆ ต่างพากันแสดงสีหน้าสงสัย
เสียงอันแผ่วเบาของเฟรยาเอ่ยถามขึ้น
"อะ ... อะไรคือ วารีอัปมงคล คะ?"
อาสึนะและคนอื่นๆ ก็มองมาด้วยสายตาใคร่รู้เช่นกัน
เอลฟ์สาวปรายตามองโคเอนอย่างคาดโทษ ก่อนจะตบหน้าอกอันอวบอิ่มเบาๆ ราวกับยังหวาดหวั่นไม่หาย แล้วอธิบายว่า
"วารีอัปมงคล คือน้ำตาของเทพีแห่งความโชคร้าย ... ตำนานเล่าว่าสามีของเทพีแห่งความโชคร้ายถูกหญิงสาวหน้าตางดงามล่อลวงจนทรยศต่อนาง เทพีแห่งความโชคร้ายจึงร้องไห้อยู่นานถึงสามวันสามคืนจนดวงตาบอดสนิท ภายหลังนางได้สาปแช่งน้ำตาของตนเอง ... หญิงสาวคนใดที่สัมผัสโดนน้ำตานี้จะกลายเป็นหญิงอัปลักษณ์ ยิ่งงดงามมากเท่าไหร่คำสาปก็จะยิ่งรุนแรงมากเท่านั้น"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายของวินด์เซอร์ เหล่าสมาชิกหญิงต่างพากันแสดงสีหน้าหวาดกลัว
ต่อให้เป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งเพียงใด ใบหน้าอันงดงามก็ยังคงเป็นสิ่งที่พวกนางหวงแหนที่สุดอยู่ดี
เนฟธิสบ่นอุบ
"นายท่านตั้งใจชัดๆ ท่านต้องรู้อยู่แล้วแน่ๆ ว่าลำธารนี่คือ วารีอัปมงคล ปลอมแปลงมา แต่กลับจงใจไม่บอกพวกเรา ... ทำให้พวกเราดีใจเก้อ"
โคเอนทำหน้าจนใจ
"ปฏิกิริยาของพวกเจ้าต่างหากที่แปลกประหลาด ทั้งที่เป็นผู้เหนือมนุษย์กันหมดแล้ว ยังจำเป็นต้องใช้น้ำสะอาดชำระล้างร่างกายอยู่อีกหรือ?"
ทันใดนั้นโคเอนก็สัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตนับไม่ถ้วนที่พุ่งตรงมาจากด้านหลัง
วินด์เซอร์จ้องมองลำธารเบื้องหน้าอยู่นานก่อนจะเอ่ยถาม
"นี่เป็นค่ายกลหรือ? ทำไมข้าถึงไม่รู้สึกถึงความผิดปกติใดๆ เลย? หรือว่าประสาทสัมผัสถูกกฎเกณฑ์ของที่นี่บิดเบือนไปแล้ว?"
โคเอนชี้ไปที่เฟรยา ส่งสัญญาณให้เดินตามเขามา พร้อมกับอธิบายไปพลางๆ
"ไม่ได้ซับซ้อนขนาดนั้น กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนแปลงได้แค่สิ่งมีชีวิต ... นี่คือ กลไกมายา เท่านั้น แต่เทพีแห่งความโชคร้ายมีพลังอำนาจส่วนหนึ่งเกี่ยวกับภาพมายา วารีอัปมงคล ของนางจึงถูกพลังเทพมายาบดบังเอาไว้ ท่านทูตพิเศษดูไม่ออกก็เป็นเรื่องปกติ"
วินด์เซอร์เบะปากเล็กน้อย นางอยากจะถามสวนกลับไปเหลือเกินว่า แล้วเจ้าดูออกได้อย่างไร
แต่โคเอนไม่เปิดโอกาสให้นางถาม เขาพูดต่อทันที
"ส่วนข้า ... ข้าเคยอ่านบันทึกของนักผจญภัยคนหนึ่งที่เคยเข้ามาใน หุบเขาดาราร่วงหล่น จึงพอจะมีความเข้าใจสถานการณ์ที่นี่อยู่บ้าง"
โคเอนไม่ได้โกหก เพียงแต่นักผจญภัยคนนั้นคือผู้เล่นในชาติก่อนที่โพสต์บันทึกไว้ในเว็บบอร์ดเกม
โคเอนพาเฟรยามาหยุดอยู่ห่างจากลำธารห้าเมตร แล้วกล่าวกับเด็กสาวว่า
"ตัว กลไกมายา เองไม่ได้ซับซ้อนอะไร ขอแค่สัมผัสถึงแกนกลางของกลไกได้ ด้วยความสามารถของเจ้าในตอนนี้ก็สามารถทำลายมันได้อย่างง่ายดาย ... ที่ยากคือชั้น พลังเทพมายา ด้านนอกต่างหาก พลังเทพมายาไม่มีอันตราย แต่มันจะลวงตาและประสาทสัมผัสของเจ้า ดังนั้นตอนที่เจ้าจะทำลายค่ายกล ต้องบังคับตัวเองให้จินตนาการถึงสิ่งของสิ่งหนึ่งหรือคนคนหนึ่ง ... อย่าได้ถูกภาพมายาใดๆ หลอกล่อ ต่อให้มันจะดูสมจริงแค่ไหนก็ตาม!"
เฟรยาสงบจิตใจ ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ในหัวของนางปรากฏภาพของผู้เป็นพ่อ
แต่ทว่าไม่นานนัก ภาพนั้นก็ถูกแทนที่ด้วยใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่ม ... ฐานะกษัตริย์ ความแข็งแกร่ง และความรอบรู้ของเขา สร้างความประทับใจให้แก่แม่มดน้อยผู้นี้อย่างใหญ่หลวง
โคเอนเห็นเฟรยาใจลอยจึงโบกมือผ่านหน้าเรียกสติ
"อย่าเหม่อสิ เดี๋ยวเจ้าใช้พลังเหนือมนุษย์ที่ติดตัวมากับอาชีพ ช่างกลเวท กระตุ้นกลไกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ... เดินตรงเข้าไป เดินไปจนสุดทางก็จะพบแกนกลางของกลไก"
เฟรยาได้สติ ใบหน้าเล็กๆ แดงระเรื่อ ก่อนจะพยักหน้าอย่างหนักแน่น
"วางใจเถอะค่ะนายท่าน ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!"
โคเอนยิ้มกล่าว
"อย่ากดดันตัวเองนัก ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ ... จำไว้ว่าไม่ว่าข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ต่อให้เป็นเหวลึกหมื่นจ้างหรือภูเขามีดทะเลเพลิง ก็ต้องก้าวเดินต่อไป"
พูดจบ โคเอนก็ส่งสายตาให้เนฟธิสที่อยู่ไกลออกไปอย่างแนบเนียน
อีกฝ่ายเข้าใจความหมายทันที ไม่นานนักช่องทางสื่อสารทางจิตระหว่างโคเอนกับเฟรยาก็ถูกสร้างขึ้น
เสียงทุ้มต่ำของโคเอนดังขึ้นในหัวของเฟรยา
'อย่าแสดงท่าทีผิดปกติ หลังจากเจ้าทำลายแกนกลางกลไกแล้ว ข้างในอาจจะปรากฏเหรียญวงกลมสีดำทมิฬออกมา ... เจ้าเก็บมันไว้ อย่าบอกใคร ... จำไว้ว่านับตั้งแต่แกนกลางถูกทำลายจนเหรียญปรากฏขึ้น มีเวลาแค่สามวินาที ต้องคว้าโอกาสนี้ไว้ให้ได้'
ช่องทางสื่อสารทางจิตตัดขาดลง ใบหน้าของเนฟธิสซีดเผือดเล็กน้อย การสร้างช่องทางสื่อสารระยะไกลขนาดนี้สำหรับนางที่อยู่เพียงระดับสองนั้นค่อนข้างกินแรง
เฟรยากลับมาสงบนิ่งโดยสมบูรณ์ ใบหน้าจริงจัง สายตาจดจ้องไปยังลำธารเบื้องหน้า
นางสะบัดมือเล็กน้อย พลังเวทสีฟ้าจางๆ แผ่ออกมาจากร่างกาย ปลายนิ้วชี้ไปยังลำธาร แสงสีน้ำเงินเข้มพุ่งตรงออกไป
วิ้ง!
ลำธารที่เคยสงบนิ่งพลันเดือดพล่าน พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย คลื่นพลังเวทลึกลับกระจายตัวออกไปรอบทิศทางราวกับระลอกน้ำ
ทันใดนั้น ช่องทางแคบยาวสีดำมืดก็ปรากฏขึ้นเหนือลำธาร ราวกับความว่างเปล่าไร้ที่สิ้นสุดถูกฉีกกระชากจนเกิดรอยร้าว ความมืดมิดดุจน้ำหมึกเข้มข้นกลืนกินแสงสว่างจากดวงดาวสีแดงบนท้องฟ้าจนหมดสิ้น
โดยไม่รอให้โคเอนเอ่ยปาก เฟรยาสูดหายใจเข้าลึกๆ ก้าวเท้าเข้าสู่ช่องทางนั้นด้วยความมุ่งมั่น
โคเอนเผยสีหน้าประหลาดใจ เฟรยาแม้อายุยังน้อยแต่กลับสืบทอดความเด็ดเดี่ยวและแน่วแน่มาจากพ่อของนางได้อย่างสมบูรณ์ ... ตอนที่ ปีศาจแห่งความกลัว ลงมือเมื่อครู่ เขาก็ดูออกแล้วว่าจิตใจของเด็กสาวคนนี้ไม่ธรรมดา
เดิมทีเขาแค่ต้องการใช้แผนซื้อใจเพื่อดึงตัวอาร์โนลด์มาเป็นพวก ไม่คิดเลยว่าเฟรยาจะมอบความประหลาดใจให้เขาได้มากขนาดนี้
โคเอนหันไปมองอาร์โนลด์ที่ร่างกายเกร็งเครียด แล้วกระซิบเสียงเบา
"เจ้าปกป้องนางไปตลอดชีวิตไม่ได้หรอก ... วางใจเถอะ กลไกมายาไม่มีอันตรายถึงชีวิต อย่างมากถ้าล้มเหลวก็แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้น"
อาร์โนลด์พยักหน้าเงียบๆ สายตายังคงจับจ้องไปที่ช่องทางนั้นด้วยความกังวล
วินด์เซอร์ดูเหมือนจะสังเกตเห็นการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ระหว่างเนฟธิสกับโคเอนเมื่อครู่ นางเลิกคิ้วเล็กน้อย
"เราจำเป็นต้องทำลายกลไกนี้ถึงจะไปต่อได้หรือ?"
โคเอนตอบกลับด้วยท่าทีรู้สึกผิดเล็กน้อย
"ก็ไม่ถึงขนาดนั้น เพียงแต่สมาชิกของข้าเพิ่งเปลี่ยนอาชีพเป็น ช่างกลเวท ยังไม่มีประสบการณ์การต่อสู้จริง นานๆ จะเจอกลไกที่ไม่มีอันตรายสักที ... เลยอยากให้นางได้ลองฝึกมือดู ไม่เสียเวลาทุกคนนานหรอก"
อีฟีลโอเอ่ยเสริม
"ท่านหัวหน้าคณะกล่าวหนักไปแล้ว อันที่จริงข้าเองก็เพิ่งเคยเห็น ช่างกลเวท เป็นครั้งแรก การได้เห็นช่างกลเวททำลายกลไกด้วยตาตัวเองก็นับเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก"
ตอนนี้อีฟีลโอยอมศิโรราบต่อโคเอนโดยสมบูรณ์ เขาเริ่มวางแผนแล้วว่าจะทำอย่างไรหลังจบการเดินทางใน หุบเขาดาราร่วงหล่น เพื่อดึงคณะนักผจญภัยที่แข็งแกร่งกลุ่มนี้เข้าเป็นพวกของตระกูลตนเอง
ใช่แล้ว แข็งแกร่ง ... แม้โคเอนจะอยู่แค่ระดับสาม และคนที่เก่งที่สุดในทีมก็แค่ระดับสี่ แต่อีฟีลโอมั่นใจว่าชื่อเสียงของคณะนักผจญภัยกลุ่มนี้จะต้องสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทวีปในไม่ช้า แทนที่จะรอให้พวกเขาแข็งแกร่งจนเอื้อมไม่ถึง สู้รีบลงทุนตอนที่พวกเขายังไม่ผงาดขึ้นมาจะดีกว่า
พักเรื่องความในใจของอีฟีลโอไว้ก่อน ไม่นานช่องทางสีดำมืดที่ทุกคนจดจ้องอยู่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง ก่อนจะหายวับไปอย่างไร้ร่องรอย
เมื่อเห็นภาพนี้ สีหน้าของอาร์โนลด์พลันตื่นตระหนก แต่โคเอนกลับยิ้มกล่าว
"ไม่ต้องตกใจ เฟรยาทำสำเร็จแล้ว ... เป็นเด็กที่ยอดเยี่ยมจริงๆ!"
เมื่อได้ยินคำพูดของโคเอน ทุกคนก็ค่อยๆ วางใจลง
ลำธารที่เคยเดือดพล่านค่อยๆ สงบลงราวกับต้องมนตร์ ฟองคลื่นหายไป ผิวน้ำเรียบเนียนราวกับกระจก สะท้อนเงาดวงดาวสีแดงชาดบนท้องฟ้าอย่างชัดเจน
เมื่อเวลาผ่านไป ปริมาณน้ำในลำธารก็ค่อยๆ ลดน้อยลงราวกับถูกมือที่มองไม่เห็นสูบออกไป เสียงน้ำไหลรินแผ่วเบาลงจนเงียบสนิท
ลำธารแห้งขอด หินสีทองและเม็ดทรายปรากฏขึ้น ปกคลุมด้วยม่านหมอกสีเลือดบางๆ
ทันใดนั้น ร่างที่อาบไล้ด้วยแสงสีทองก็ปรากฏขึ้นกลางลำธารที่แห้งผาก แสงสว่างจางหายเผยให้เห็นเฟรยาที่กำลังหอบหายใจเล็กน้อย
เฟรยาเดินก้าวย่างอย่างแคล่วคล่องมาหาโคเอน แม้ใบหน้าจะฉายแววเหนื่อยล้า แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ นางกระโดดโลดเต้นอย่างร่าเริง
"นายท่าน ข้าทำสำเร็จแล้ว ... อื้ม สำเร็จแล้ว!"
โคเอนย่อมรู้ดีว่าการที่นางย้ำคำพูดนั้นหมายความว่านางหาเหรียญนั่นพบแล้ว
เขาหันไปทางอาร์โนลด์
"คุณคอนสแตนติน ลูกสาวของเจ้าสืบทอดความทรหดและกล้าหาญของเจ้ามาอย่างครบถ้วน ตอนนี้เจ้าวางใจได้แล้วกระมัง"
แววตาของอาร์โนลด์เปี่ยมไปด้วยความโล่งใจและตื้นตัน
หลังจากชื่นชมกันเสร็จ โคเอนก็นำทุกคนเดินลงไปในลำธารที่แห้งขอด เขาชี้ไปที่อัญมณีรูปหยดน้ำสีใสแวววาวที่ลอยอยู่กลางอากาศพลางกล่าวว่า
"ในนั้นบรรจุ วารีอัปมงคล เอาไว้ ใครสนใจก็เก็บไปได้ ... แต่จำไว้ว่าอย่าพกติดตัวไว้นาน เพราะมันมาจากเทพีแห่งความโชคร้าย ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะเปื้อนเปรอะพลังอัปมงคล พกไว้นานๆ อาจจะเจอเรื่องซวยได้"
พอได้ยินแบบนั้น อีฟีลโอที่ตอนแรกทำท่าอยากได้ก็รีบดับความคิดทันที
วินด์เซอร์กลับไม่เกรงใจ นางสะบัดมืองาม อัญมณีรูปหยดน้ำนั้นก็ลอยมาหานาง แสงสว่างวาบขึ้นแวบหนึ่ง ไม่รู้ว่านางเก็บมันไว้ที่ไหน
วินด์เซอร์ยิ้มบางๆ
"โชคของท่านทูตเช่นข้าดีมาตลอด ให้ข้าเก็บไว้เองเถอะ"
ทุกคนย่อมไม่มีข้อโต้แย้ง
เมื่อจัดการเรื่องตรงนี้เสร็จสิ้น โคเอนก็นำทุกคนเดินทางต่อ
...
ไม่รู้ว่าเดินมานานเท่าไหร่ จู่ๆ ท้องฟ้าก็มืดครึ้มลง ทุกคนเงยหน้ามอง พบว่าดวงดาวสีแดงที่คอยชี้ทิศทางถูกกลุ่มหมอกบดบังไปแล้ว
โคเอนหยุดฝีเท้า น้ำเสียงทุ้มต่ำจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ทุกท่าน โปรดเตรียมใจให้พร้อม ... เรากำลังจะเผชิญหน้ากับสิ่งที่อันตรายที่สุดก่อนเข้าสู่ซากปรักหักพังจักรวรรดิอาร์เคน ... หมอกฝันร้าย!"
คำพูดของโคเอนทำให้บรรยากาศที่เริ่มผ่อนคลายกลับมาตึงเครียดทันที การที่คนสุขุมอย่างโคเอนเอ่ยเตือนด้วยความเคร่งเครียดขนาดนี้ แสดงว่าห้ามประมาทเด็ดขาด
อีฟีลโอเบิกตาโพลง กล้ามเนื้อทั่วร่างเกร็งเขม็งราวกับเผชิญศัตรูตัวฉกาจ
ขบวนเงียบกริบจนน่ากลัว ได้ยินแม้กระทั่งเสียงลมหายของกันและกัน
แม้แต่วินด์เซอร์ วินด์รันเนอร์ เอลฟ์ปีกระดับเจ็ดขั้นสูงสุดผู้แข็งแกร่งที่สุดในที่นี้ก็ยังมีสีหน้าเคร่งเครียด นางเคยได้ยินตำนานความน่ากลัวของ หมอกฝันร้าย มาบ้าง หากถูกสิ่งนี้เล่นงาน ต่อให้มีพลังแข็งแกร่งแค่ไหนก็ยากจะหลุดพ้น
ราวกับจะยืนยันคำพูดของโคเอน ... สิ้นเสียงเขา หมอกสีเทาประหลาดก็ปรากฏขึ้นบนเส้นทางข้างหน้า ราวกับม่านลึกลับที่ค่อยๆ คลี่คลุมผืนฟ้าและแผ่นดิน นำมาซึ่งความกดดันที่ยากจะบรรยาย
หมอกนั้นราวกับมีชีวิต มันเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบ เปลี่ยนรูปร่างไปมาไม่หยุดหย่อน และกำลังคืบคลานเข้ามาหาพวกเขา
ในความมัวหมองสีเทานั้น ราวกับมีดวงตาที่มองไม่เห็นนับคู่กำลังจ้องมองผู้บุกรุกที่กำลังจะย่างกรายเข้าสู่อาณาเขตของมัน
กลิ่นอายประหลาดพิสดารอบอวลไปทั่วอากาศ หัวใจของทุกคนเต้นรัวเร็ว ความหวาดระแวงและความกลัวที่จับจิตจับใจแทบจะทำให้คนเป็นบ้า
จนกระทั่งเสียงสวรรค์มาโปรดดังขึ้นดึงสติพวกเขาขึ้นมาจากหุบเหวแห่งความสิ้นหวัง
"หมอกฝันร้ายจะขยายความกลัวในจิตใจของพวกเจ้า เดี๋ยวพอหมอกปกคลุมเข้ามา พวกเจ้าจะเจอเรื่องราวประหลาดพิสดารต่างๆ นานา ... ความรู้สึกเหมือนกำลังฝันร้าย ... แต่อย่ากลัว ขอแค่กัดฟันทนให้ได้สามสิบนาที หมอกฝันร้ายก็จะหายไปเอง คำแนะนำเดียวที่ข้าให้ได้คือ ... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น จงตั้งสติให้มั่น ประคองจิตใจอย่าให้แตกสลาย ... และถ้าไม่จำเป็น ห้ามใช้พลังเหนือมนุษย์เด็ดขาด!"
สิ้นเสียง หมอกสีเทานั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสัตว์ร้ายแยกเขี้ยวกางเล็บ พุ่งเข้าใส่คนทั้งเก้าคนทันที!
...
เมื่อวินด์เซอร์ลืมตาขึ้นอีกครั้ง นางพบว่าตนเองสวมชุดคลุมสีขาวคล้ายกับชุดป้องกันในห้องทดลอง บนใบหน้าสวมหน้ากากป้องกันหนาเตอะ วัสดุของหน้ากากนั้นแปลกประหลาด ราวกับสามารถป้องกันการแทรกซึมของพลังเวทได้
นางเงยหน้ามอง ภาพตรงหน้าทำให้เอลฟ์สาวตกตะลึง
สิ่งปลูกสร้างขนาดมหึมาราวกับสัตว์ยักษ์ ตั้งตระหง่านเสียดฟ้าบดบังดวงตะวันอยู่เบื้องหน้า
รูปลักษณ์ภายนอกของมันคล้ายกับแถบโมบิอุสที่บิดเกลียวอย่างประหลาด ซ้ายขวาสมมาตรกันอย่างสมบูรณ์แบบ ผนังกระจกขนาดใหญ่สะท้อนแสงแดดเป็นประกายเย็นชา
สองข้างประตูทางเข้ามีป้ายขนาดใหญ่แขวนอยู่
'สถาบันวิจัยการสืบทอดวัฒนธรรมเอลฟ์โบราณแห่งจักรวรรดิอาร์เคน'
'ศูนย์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมพันธมิตรอาร์เคน-เอลฟ์'
ภายในอาคาร แสงไฟสว่างไสวส่องทั่วทุกมุมห้อง เต็มไปด้วยอุปกรณ์เวทมนตร์รูปร่างประหลาดที่มีพื้นผิวโลหะแวววาว ดูเหมือนเป็นผลงานชิ้นเอกของสายเล่นแร่แปรธาตุ
ผ่านกระจกเข้าไป นางเห็นผู้คนแต่งกายเหมือนนางสาละวนอยู่หน้าอุปกรณ์เวทมนตร์เหล่านั้น
นางถึงกับมองเห็นรายละเอียดชัดเจนว่า นักวิจัยหญิงคนหนึ่งทำกาแฟหกใส่ชายร่างเตี้ยอ้วน ... ชายสวมเครื่องแบบสีม่วงท่าทางเหมือนหัวหน้ากลุ่มหนึ่งกำลังจับกลุ่มคุยกันที่ริมหน้าต่าง ... และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสวมชุดสีเหลืองจำนวนมากกำลังทยอยไปรวมตัวกันที่ห้องโถงกลาง
วินด์เซอร์ส่ายหน้าเล็กน้อย เลื่อนสายตาลงมา แล้วฉากที่น่าตกใจที่สุดก็ปรากฏขึ้น
โดยปราศจากคลื่นพลังเวทหรือวงเวทใดๆ ... สถาบันวิจัยทั้งหลังกลับลอยตัวอยู่กลางอากาศ!
พลังอะไรกันที่ทำให้สิ่งปลูกสร้างมโหฬารขนาดนี้ลอยอยู่ได้?
จังหวะนั้นเอง นักวิจัยชายสวมชุดขาวคนหนึ่งเดินมาที่ใต้ตึกยักษ์ ล้วงบัตรสีขาวออกจากกระเป๋าซ้ายแล้วโบกไปในอากาศเบาๆ
ทันใดนั้นวงแสงสีขาวก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ชายคนนั้นก้าวเข้าไป แล้วร่างก็หายวับไปทันที
ไม่นานวินด์เซอร์ก็เห็นร่างของเขาปรากฏขึ้นภายในตัวสถาบันวิจัย
ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติ!
ตอนนั้นเอง เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นข้างหู
"หินลอยฟ้า ... สถาบันวิจัยแห่งนี้ถูกแกะสลักขึ้นจากหินลอยฟ้าขนาดยักษ์ทั้งก้อน ... แถมยังมีค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติที่สาบสูญไปนับพันปี ... ระดับพลังเหนือมนุษย์และเทคโนโลยีของจักรวรรดิอาร์เคนช่างน่าทึ่งจริงๆ!"
วินด์เซอร์สะดุ้งโหยง หันขวับไปมอง
ชายหนุ่มสวมชุดกาวน์สีขาวและหน้ากากป้องกันหนาเตอะเหมือนกับนางยืนอยู่ด้านหลังตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้
จากแววตาที่สงบนิ่งและน้ำเสียงที่คุ้นเคย วินด์เซอร์ระบุตัวตนอีกฝ่ายได้ทันที
"เจ้าคือหัวหน้าคณะ คมดาบไร้สิ้นสุด?"
โคเอนพยักหน้า
"ที่นี่น่าจะเป็นฉากของสถาบันวิจัยจักรวรรดิอาร์เคนเมื่อพันปีก่อน ไม่นึกว่าหมอกฝันร้ายจะพาเรามาที่นี่"
เป็นครั้งแรกที่โคเอนรู้สึกว่าเรื่องราวเริ่มเหนือการควบคุม
แปลกมาก ... ทำไม หมอกฝันร้าย ถึงดึงเขากับวินด์เซอร์มาด้วยกัน? ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าหมอกฝันร้ายจะเล่นงานคนพร้อมกันสองคน!
และที่ดูไม่สมเหตุสมผลที่สุดคือ ทำไมพวกเขาถึงมาโผล่ที่นี่ ... สถาบันวิจัยจักรวรรดิอาร์เคนเมื่อพันปีก่อน!
ฉากนี้มีปรากฏแค่ในตัวอย่างโปรโมทเกมในชาติที่แล้ว ในเนื้อเรื่องเกมจริงๆ ไม่เคยมีฉากนี้! ตอนที่โหลดเข้าเกม สถานที่แห่งนี้ก็พังพินาศไปนับพันปีแล้ว!
โคเอนเพ่งสายตา สังเกตสถานการณ์ภายในผ่านกระจกเหมือนกับวินด์เซอร์
เจ้าหน้าที่สวมเครื่องแบบสีต่างๆ เดินขวักไขว่ไปมา แบ่งระดับตามสี ขาว เหลือง ม่วง และดำ โดยชุดขาวมีจำนวนมากที่สุด
ที่น่าแปลกคือทั้งตึกไม่มีบันไดเลยแม้แต่ขั้นเดียว แต่เกือบทุกสุดทางเดินจะมีวงแสงสีขาวขนาดต่างๆ เจ้าหน้าที่ที่เดินผ่านวงแสงจะไปโผล่ยังจุดอื่นของสถาบันวิจัยได้ในพริบตา
วินด์เซอร์เอ่ยถาม
"ภายในสถาบันวิจัยมีแต่ค่ายกลเคลื่อนย้ายมิติเต็มไปหมดเลยหรือ?"
โคเอนละสายตากลับมา ตอบว่า
"พูดให้ถูกคือ สถาบันวิจัยทั้งหลังถูกครอบคลุมด้วยค่ายกลมิติขนาดยักษ์ ... จุดวาร์ปต่างๆ ข้างในนั้นก็คือจุดเชื่อมต่อมิติของค่ายกลนั่นเอง"
แววตาของวินด์เซอร์ฉายแววตื่นตะลึง สิ่งปลูกสร้างใหญ่โตขนาดนี้กลับถูกค่ายกลหนึ่งเดียวครอบคลุมไว้ เป็นฝีมือที่ยิ่งใหญ่เพียงใดกัน
โคเอนเลื่อนสายตาต่อ เขาเห็นจอแสดงผลขนาดยักษ์บนผนังห้องโถงทางเข้า บนนั้นแสดงวันและเวลา
เมื่อเห็นวันเวลาบนหน้าจอ โคเอนถึงกับตัวสั่นสะท้าน แววตาฉายแววตกตะลึง
วินด์เซอร์มองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง
"เจ้าบอกว่าหมอกฝันร้ายจะนำมาซึ่งเรื่องราวน่ากลัวพิลึกพิลั่นไม่ใช่หรือ? ดูๆ ไปแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรเกิดขึ้น หรือเราแค่ต้องรออยู่ที่นี่ให้ครบสามสิบนาที?"
โคเอนละสายตากลับมา ถอนหายใจยาว ปรับสีหน้าให้สงบนิ่ง น้ำเสียงแฝงแววประหลาด
"เจ้ารู้ได้อย่างไร ... ว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น!"
สิ้นเสียง เสียงกรีดร้องโหยหวนก็ดังมาจากใต้ผืนปฐพี เสียงนั้นแหลมคมราวกับใบมีดเสียดแทงแก้วหู ตามมาด้วยเสียงระเบิดกึกก้องกัมปนาทข้างหู
จากนั้น สถาบันวิจัยลอยฟ้าที่บดบังดวงตะวันก็พุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าด้วยความเร็วสูงราวกับถูกพลังลึกลับควบคุม!
มองดูสถาบันวิจัยที่ถอนตัวขึ้นจากพื้นดิน แววตาของโคเอนลุกโชนไปด้วยความเร่าร้อน!
ถ้าเขาคาดเดาไม่ผิด ของสิ่งนั้นน่าจะยังคงสภาพสมบูรณ์อยู่ข้างใน!
[จบตอน]