เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 535 แบกรับไม่ไหว (ฟรี)

บทที่ 535 แบกรับไม่ไหว (ฟรี)

บทที่ 535 แบกรับไม่ไหว (ฟรี)


บทที่ 535 แบกรับไม่ไหว

เซี่ยจงซิ่นกล่าวว่า “อย่าไปโทษน้าสะใภ้ของแกเลย ผู้หญิงก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้นแหละ” เขาเอื้อมมือไปหยิบบุหรี่บนโต๊ะ เหยียนฟางหมิงรีบหยิบบุหรี่ของตัวเองออกมาจุดให้เขา

เซี่ยจงซิ่นสูบบุหรี่เข้าไปอึกหนึ่งแล้วกล่าวว่า “ฮั่นหยวน ฮอทสปริง ถูกกรมการท่องเที่ยวของมณฑลสั่งให้แก้ไขปรับปรุงแล้ว”

เหยียนฟางหมิงใจหายวาบ นึกถึงโทรศัพท์ของเฮ่อสิงเจี้ยนเมื่อครู่บนรถ ก็เชื่อมโยงเรื่องนี้เข้าด้วยกันได้ในทันที เรื่องที่ลุงพูดออกมากับปากย่อมไม่หลอกตัวเองแน่ ดูท่าแล้วเรื่องนี้จะร้ายแรงกว่าที่เขาคิดไว้มาก

เซี่ยจงซิ่นกล่าวว่า “ทางเมืองให้ฉันชี้แจงเรื่องที่แกเข้ารับตำแหน่งในกลุ่มบริษัทลงทุนสิ่งแวดล้อม มีคนร้องเรียนว่าฉันใช้ตำแหน่งหน้าที่เอื้อประโยชน์ให้ญาติ”

หัวใจของเหยียนฟางหมิงเต้นระรัว ในตอนนี้เขาตระหนักได้ว่าเรื่องราวบานปลายไปกันใหญ่แล้วจริงๆ

เซี่ยจงซิ่นถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “ฉันเคยบอกพวกแกแล้ว ว่าทำอะไรต้องรู้จักเก็บตัว อย่าคิดว่ามีเส้นสายอยู่บ้างแล้วจะทำตามอำเภอใจได้ เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน แกไม่เหมือนเฮ่อสิงเจี้ยน ถ้าเจอเรื่องใหญ่เข้าจริงๆ เขาจะผลักแกออกไปรับหน้าโดยไม่ลังเลเลย”

เหยียนฟางหมิงหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง จุดแล้วสูบขึ้นมาบ้าง ทั้งลุงและหลานนั่งสูบบุหรี่เผชิญหน้ากัน ต่างก็รู้ดีว่าสถานการณ์ของอีกฝ่ายไม่สู้ดีนัก

เหยียนฟางหมิงสูบบุหรี่ไปเกือบหมดมวนจึงเอ่ยขึ้นว่า “ลุงครับ เขาให้ผมลาออก”

เซี่ยจงซิ่นแค่นเสียงเย็นชา “นั่นก็คือให้แกแบกรับความรับผิดชอบทั้งหมด”

เหยียนฟางหมิงพยักหน้า

เซี่ยจงซิ่นกล่าวว่า “แกเคยคิดบ้างไหมว่าถ้าเป็นความรับผิดชอบของแก คนอื่นก็จะขุดคุ้ยเรื่องของแกต่อไป พวกเขาจะคิดว่าฉันเป็นคนอำนวยความสะดวกให้แก เป็นร่มคุ้มกะลาหัวให้แก”

เหยียนฟางหมิงขมวดคิ้วอย่างเจ็บปวด “ลุงครับ ผมไม่คิดจริงๆ ว่ารองนายกเทศมนตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งจะมีอิทธิพลมหาศาลขนาดนี้”

เซี่ยจงซิ่นกล่าวว่า “เฮ่อสิงเจี้ยนคิดว่ารองผู้อำนวยการเฉินเป็นพ่อตาของเขา เขาจะทำอะไรตามใจในเมืองตงโจวก็ได้ วิสัยทัศน์ยังคับแคบไป เหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน ต่อให้ในเมืองตงโจว คนที่เก่งกว่าพ่อตาของเขาก็มีอยู่ถมไป เมืองหูซานเป็นที่แบบไหนกัน? เขตพักตากอากาศระดับชาติ ตอนนี้มีสายตานับไม่ถ้วนจับจ้องอยู่ที่นั่น พวกแกอยากจะได้บ่อน้ำพร้อน ก็ควรจะทำตามนโยบาย ไม่ทำกันดันไปใช้วิธีสกปรก ยุยงให้คนงานก่อเรื่อง ตอนนี้เป็นไงล่ะ ยกหินทุ่มใส่เท้าตัวเอง”

เหยียนฟางหมิงกล่าวว่า “ลุงครับ ตอนนี้ผมจะทำยังไงดี?”

“เรื่องเล็กพอจะแบกรับได้ แต่เรื่องใหญ่ไม่ได้ แกแบกรับไม่ไหว ถึงตอนนั้นสิ่งที่ถูกทับจนแหลกจะไม่ใช่แค่กระดูกสันหลังของแกคนเดียว” ความหมายที่ซ่อนเร้นของเซี่ยจงซิ่นก็คือหากเขารับผิดชอบเรื่องนี้ ต่อไปก็จะลากตัวเองเข้าไปพัวพันด้วย

เหยียนฟางหมิงกล่าวว่า “สวี่ฉุนเหลียงคนนั้นมีเบื้องหลังอะไรกันแน่?”

เซี่ยจงซิ่นขยี้ก้นบุหรี่ลงในที่เขี่ยบุหรี่ “ฉันไปสืบมาแล้ว เขาค่อนข้างสนิทกับเลขาธิการโจว แต่ว่านะ ครั้งนี้กรมการท่องเที่ยวของมณฑลลงมาตรวจสอบฮั่นหยวน ฮอทสปริงโดยตรง นี่ก็พิสูจน์ได้ว่าเขามีคนอยู่ในมณฑล ไม่น่าจะใช่ฝีมือของเลขาธิการโจว”

เหยียนฟางหมิงกล่าวว่า “ผมได้ยินมาว่าแฟนของเขาคือเหมยรั่วเสวี่ย รองเลขาธิการเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง”

เซี่ยจงซิ่นกล่าวว่า “พวกแกนี่นะ ครั้งนี้ไปหาเรื่องเดือดร้อนครั้งใหญ่เข้าแล้ว”

##

เฮ่อสิงเจี้ยนถูกพ่อตาด่าสาดเสียเทเสีย พอออกมาจากบ้านพ่อตา สองสามีภรรยาก็ห่อเหี่ยวเหมือนมะเขือโดนน้ำค้างแข็ง เฉินอี้หรูกล่าวว่า “เหยียนฟางหมิงว่ายังไงบ้าง?”

เฮ่อสิงเจี้ยนกล่าวว่า “จะว่ายังไงได้อีกล่ะ? ที่เขามีวันนี้ได้ไม่ใช่เพราะฉันหนุนหลังเขาหรอกเหรอ ตอนนี้เจอเรื่องเดือดร้อน ก็ถึงเวลาที่เขาควรจะตอบแทนฉันแล้ว”

เฉินอี้หรูกล่าวว่า “สิงเจี้ยน โครงการบ่อน้ำพุร้อนที่เกาะเวยซาน คุณก็ยอมแพ้เถอะนะ”

เฮ่อสิงเจี้ยนถอนหายใจ “ตอนนี้ไม่ใช่ว่าฉันอยากจะปล่อยก็ปล่อยได้” ตั้งแต่ที่ฮั่นหยวน ฮอทสปริงถูกสั่งให้แก้ไขปรับปรุง เขาก็เริ่มเสียใจ การยุยงให้คนงานโรงเหล้าก่อเรื่องในครั้งนี้เป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดอย่างยิ่ง

คนที่คุ้นเคยกับการอาศัยเบื้องหลังในการทำสิ่งต่างๆ เมื่อตระหนักได้ว่าเบื้องหลังของคู่ต่อสู้แข็งแกร่งกว่าตน ก็จะกลายเป็นหวาดกลัวและวิตกกังวล

เฉินอี้หรูกล่าวว่า “ไม่อย่างนั้น คุณไปคุยกับสวี่ฉุนเหลียงดีๆ สักครั้งไหม”

เฮ่อสิงเจี้ยนกล่าวว่า “กับเขาน่ะเหรอ?” เขาโบกศีรษะ “ไม่ต้องห่วง เรื่องนี้จบลงที่เหยียนฟางหมิงนั่นแหละ จะไม่ลามมาถึงพวกเราหรอก”

วันนั้นเซวียเหม่ยเจินเดินทางไปยังเกาะเวยซานอย่างเร่งด่วน หนึ่งคือเพื่อเยี่ยมเยียนสมาชิกทีมข่าวภาคสนามของพวกเขา สมาชิกทุกคนถูกต่อต่อย แม้จะไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่สภาพของแต่ละคนก็น่าสังเวชอย่างยิ่ง

สองคือเพื่อดับไฟจากปฏิบัติการสัมภาษณ์ครั้งนี้ ผู้อำนวยการสถานีซุนเซิงจวี่ได้ตำหนิเธออย่างรุนแรงแล้ว หากเธอไม่สามารถยุติความวุ่นวายครั้งนี้โดยเร็วที่สุด เกรงว่าจะรักษำแหน่งผู้อำนวยการศูนย์ข่าวไว้ไม่ได้

ก่อนที่เซวียเหม่ยเจินจะมาที่นี่ เธอได้สอบถามมาเป็นพิเศษแล้วว่าผู้ที่รับผิดชอบด้านการประชาสัมพันธ์ของเมืองหูซานในปัจจุบันคือรองเลขาธิการเหอฉี่เหวิน แต่เธอรู้ดีว่าคนที่มีบทบาทสำคัญคือสวี่ฉุนเหลียง เธอและสวี่ฉุนเหลียงไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว หากไปหาสวี่ฉุนเหลียงโดยตรงจะถือว่าเสียมารยาทเกินไป เซวียเหม่ยเจินก็ไม่ใช่คนธรรมดา เธอติดต่อจ้าวเสี่ยวฮุ่ยแบบอ้อมๆ เพื่อให้จ้าวเสี่ยวฮุ่ยช่วยเกริ่นกับสวี่ฉุนเหลียงให้ก่อน

สวี่ฉุนเหลียงไม่ได้ติดต่อกับจ้าวเสี่ยวฮุ่ยมานานมากแล้ว รู้แค่ว่าเธอไปคลอดลูกที่ต่างประเทศ ตอนนี้น่าจะถึงเวลาคลอดแล้ว หากจ้าวเสี่ยวฮุ่ยไม่ติดต่อมา เขาอาจจะไม่ไปรบกวนชีวิตของจ้าวเสี่ยวฮุ่ยเลย

หลังจากจ้าวเสี่ยวฮุ่ยทักทายเขาสั้นๆ ก็บอกจุดประสงค์ที่ติดต่อมาในครั้งนี้ เธอค่อนข้างเข้าใจสวี่ฉุนเหลียงดีว่าเขาเป็นคนไม่ชอบพูดจาอ้อมค้อม เธอจะไม่บังคับให้สวี่ฉุนเหลียงทำอะไร เพียงแค่บอกเรื่องที่เซวียเหม่ยเจินตั้งใจจะทำความรู้จักกับเขา เท่ากับเป็นการช่วยแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกัน

สวี่ฉุนเหลียงกับเซวียเหม่ยเจินไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กันมาก่อน ครั้งนี้เป็นสถานีโทรทัศน์ตงโจวที่ล้ำเส้น แต่เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อกดดันสถานีโทรทัศน์ตงโจว ด้วยเส้นสายของเขาในปัจจุบันยังทำไม่ได้ แม้ว่าเหมยรั่วเสวี่ยจะมีความสามารถนี้ แต่เหมยรั่วเสวี่ยรู้ว่าเขาไม่ชอบให้คนอื่นเข้ามายุ่ง ดังนั้นตราบใดที่เขาไม่เอ่ยปาก เหมยรั่วเสวี่ยก็จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับงานของเขาโดยพลการ คาดว่าเรื่องนี้น่าจะเป็นฝีมือของโม่หาน

อันที่จริง ต่อให้จ้าวเสี่ยวฮุ่ยไม่ช่วยเกริ่นให้ สวี่ฉุนเหลียงก็ไม่ได้รังเกียจที่จะพบกับเซวียเหม่ยเจิน

เซวียเหม่ยเจินใช้เวลาทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวตนของสวี่ฉุนเหลียง จริงๆ แล้วเธอรู้จักสวี่ฉุนเหลียงมานานแล้ว เพียงแต่ไม่ได้เชื่อมโยงสวี่ฉุนเหลียงในข่าวเมื่อก่อนกับรองนายกเทศมนตรีเมืองหูซานเข้าด้วยกัน

ข่าวเรื่องฮั่นหยวน ฮอทสปริงถูกสั่งให้ปรับปรุงแพร่สะพัดไปทั่ว สวี่ฉุนเหลียงคิดว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญอย่างแน่นอน จึงจงใจส่งลิงก์ไปให้โม่หาน

ไม่นานโม่หานก็ตอบกลับมาสองคำ - - ฉันเอง! เธอยังคงเป็นเหมือนเดิม กล้าทำก็กล้ารับ บ่อน้ำพุร้อนของโรงเหล้าเกาะเวยซานเดิมทีเธอไม่ได้สนใจ แต่เมื่อมีคนกล้ามาลูบคมเธอ เธอก็จะไม่เกรงใจ

ตอนที่เซวียเหม่ยเจินเดินเข้ามาในห้องทำงานของสวี่ฉุนเหลียง เขากำลังสั่งงานผ่านโทรศัพท์อยู่ เขาชี้ไปที่โซฟา เป็นเชิงให้เซวียเหม่ยเจินนั่งก่อน

วางสายโทรศัพท์แล้วลุกขึ้นกล่าวว่า “ผู้อำนวยการเซวียใช่ไหมครับ? ขอโทษด้วยนะครับ เมื่อครู่ผมกำลังสั่งงานอยู่ เสียมารยาทแล้ว”

เซวียเหม่ยเจินลุกขึ้นยื่นมือไปหาเขา “ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ รบกวนการทำงานของนายกเทศมนตรีสวี่แล้ว”

สวี่ฉุนเหลียงจับมือกับเซวียเหม่ยเจิน พลางมองสำรวจเธอ อายุราวสามสิบต้นๆ ฟังจ้าวเสี่ยวฮุ่ยบอกว่าพวกเธอสองคนเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน สมัยที่เธอทำงานอยู่ที่สถานีโทรทัศน์ตงโจว เซวียเหม่ยเจินก็คอยดูแลเธอเป็นอย่างดี รายการเสี่ยวฮุ่ยช่วยถามในยุคแรกก็เป็นผลงานที่พวกเธอสองคนร่วมมือกันทำขึ้นมา

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “พี่เสี่ยวฮุ่ยเคยพูดถึงคุณบ่อยๆ ไม่คิดว่าผู้อำนวยการเซวียจะยังสาวขนาดนี้”

เซวียเหม่ยเจินยิ้ม “ฉันอายุสามสิบสามแล้ว เทียบกับคุณแล้วไม่นับว่าสาวหรอกค่ะ”

สวี่ฉุนเหลียงรินชาให้เธอถ้วยหนึ่ง “ผู้อำนวยการเซวียมาหาผมวันนี้ มีอะไรจะชี้แนะหรือครับ?”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “อย่างแรกเลยคือมาเพื่อแสดงความขอบคุณค่ะ ฉันฟังจากทีมข่าวภาคสนามแล้ว ครั้งนี้ต้องขอบคุณนายกเทศมนตรีสวี่ที่ยื่นมือเข้าช่วย ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะบาดเจ็บหนักกว่านี้”

สวี่ฉุนเหลียงยิ้ม “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรครับ อาจจะเป็นเพราะต่อแถวนั้นไม่คุ้นหน้าคนแปลก อีกทั้งสถานการณ์ในที่เกิดเหตุก็วุ่นวายมาก มีแต่นักข่าวของพวกคุณที่ถือไมโครโฟนกับกล้อง แล้วดันไปยืนอยู่ใต้รังต่อพอดี พวกเราวิเคราะห์กันทีหลังว่า เก้าในสิบส่วนน่าจะเป็นเพราะต่อคิดว่าพวกเขารื้อรังของมัน ก็เลยพากันรุมโจมตี”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “น่าจะเป็นสาเหตุนี้แหละค่ะ นักข่าวของเราไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ในพื้นที่”

สวี่ฉุนเหลียงพยักหน้าแล้วกล่าวว่า “คนโบราณกล่าวไว้ว่า ผู้มีคุณธรรมย่อมไม่ยืนอยู่ใต้กำแพงที่ใกล้จะถล่ม ถ้าเป็นคนมีไหวพริบสักหน่อย ใครจะไปยืนอยู่ใต้รังต่อล่ะครับ คุณว่าจริงไหม?”

เซวียเหม่ยเจินมีหรือจะฟังไม่ออกว่าเขากำลังตักเตือนเธอซึ่งๆ หน้า ในใจรู้สึกกระอักกระอ่วนเล็กน้อย แต่เมื่อตกอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบก็จำต้องนอบน้อม เธอประเมินสถานการณ์ได้แล้วว่ากุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาอยู่ที่สวี่ฉุนเหลียง

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “นายกเทศมนตรีสวี่ เรื่องในครั้งนี้สร้างความเดือดร้อนให้พวกคุณแล้ว”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “สื่อเป็นดาบสองคมนะครับ ผมเข้าใจเรื่องนี้ดีเลย ผู้อำนวยการเซวีย ในเมื่อคุณเป็นเพื่อนของพี่เสี่ยวฮุ่ย ผมก็จะพูดตรงๆ นะครับ การสัมภาษณ์ของพวกคุณมีการเตรียมการมาอย่างดี ผมสงสัยว่าพวกคุณได้รับข่าวมาก่อนที่คนงานโรงเหล้าจะก่อเรื่องเสียอีก”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “สถานีโทรทัศน์ตงโจวมีสายด่วนข่าวสารอยู่ค่ะ ก่อนที่คนงานเหล่านี้จะก่อเรื่อง พวกเขาก็โทรเข้ามาที่สายด่วนแล้ว ทีมข่าวของเราถึงได้ไปถึงที่เกิดเหตุได้ทันเวลา”

สวี่ฉุนเหลียงยิ้ม “ผู้อำนวยการเซวีย พวกเราต่างก็เป็นคนฉลาด เหตุผลแบบนี้อย่าพูดเลยดีกว่าครับ ในแต่ละวันมีคนโทรเข้าสายด่วนไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ทำไมพวกคุณถึงได้เลือกโรงเหล้าเกาะเวยซานโดยเฉพาะล่ะครับ?”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “เรื่องนี้ฉันก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เรื่องรายละเอียดก็ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของฉัน แต่ว่านะคะ ต่อไปฉันรับรองได้ว่าพวกเขาจะไม่สร้างความเดือดร้อนให้เมืองหูซานอีก”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผมมาจากตระกูลหมอ การแก้ปัญหาก็เหมือนกับการรักษาโรค อยากจะถอนรากถอนโคนโรคก็ต้องรักษาทั้งต้นเหตุและปลายเหตุ ต้องหาต้นตอให้เจอถึงจะรักษาให้หายขาดได้ ผู้อำนวยการเซวีย คุณบอกผมได้ไหมครับว่าใครเป็นคนให้เบาะแสข่าวกับพวกคุณ?”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “ฉันไม่ทราบจริงๆ ค่ะ นายกเทศมนตรีสวี่อย่าลำบากใจฉันเลยนะคะ”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผมก็นึกว่าเพื่อนของพี่เสี่ยวฮุ่ยจะมาเป็นเพื่อนของผมได้ด้วยเสียอีก ดูท่าแล้วจะเป็นผมที่มิอาจเอื้อมสินะครับ”

เซวียเหม่ยเจินพบว่าชายหนุ่มคนนี้เก่งกาจจริงๆ หากเธอไม่บอกเขาว่าใครอยู่เบื้องหลัง เกรงว่าเขาคงไม่ยอมเลิกราง่ายๆ หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก็กล่าวว่า “ด้วยสติปัญญาของนายกเทศมนตรีสวี่ก็น่าจะเดาออกนะคะ”

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผมแค่อยากจะยืนยันให้แน่ใจว่าผู้อำนวยการเซวียเต็มใจที่จะคบผมเป็นเพื่อนหรือเปล่า”

ในที่สุดเซวียเหม่ยเจินก็ตัดสินใจได้ เธอลดเสียงลงแล้วกล่าวว่า “คุณมีเรื่องขัดแย้งอะไรกับเฮ่อสิงเจี้ยนจากกลุ่มบริษัทลงทุนสิ่งแวดล้อมหรือเปล่าคะ?”

สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะออกมา ในที่สุดเซวียเหม่ยเจินก็ยอมรับ ผู้ที่ชักใยอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้คือเฮ่อสิงเจี้ยนจริงๆ

สวี่ฉุนเหลียงกล่าวว่า “ผู้อำนวยการเซวีย ไม่กระทบกระทั่งกันก็ไม่สนิทกัน ต่อไปเรื่องการประชาสัมพันธ์ ผมคงต้องขอความช่วยเหลือจากคุณแล้วล่ะครับ”

เซวียเหม่ยเจินกล่าวว่า “ไม่มีปัญหาแน่นอนค่ะ” ในใจของเธอยังคงกระสับกระส่าย ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะสามารถแก้ไขได้อย่างราบรื่นหรือไม่ หากผลกระทบขยายวงกว้างออกไปอีก เกรงว่าตำแหน่งของเธอคงจะรักษาไว้ไม่ได้แล้ว

(จบตอน)

จบบทที่ บทที่ 535 แบกรับไม่ไหว (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว