- หน้าแรก
- มหาแพทย์ไร้ขอบเขต
- บทที่ 485: อย่าหาเรื่องใส่ตัว (ฟรี)
บทที่ 485: อย่าหาเรื่องใส่ตัว (ฟรี)
บทที่ 485: อย่าหาเรื่องใส่ตัว (ฟรี)
บทที่ 485: อย่าหาเรื่องใส่ตัว
ในยุคของกู้โฮ่วอี้ เกิ่งเหวินซิ่วเคยถูกเขาส่งไปประจำที่โรงพยาบาลสาขาเกาะเวยซาน แน่นอนว่าเกิ่งเหวินซิ่วแกล้งทำเป็นป่วยขอลาพัก ด้วยความน้อยใจ แต่ไม่นานกู้โฮ่วอี้ก็ต้องลงจากตำแหน่งอย่างน่าเศร้า และจ้าวเฟยหยางก็ได้เรียกตัวเธอกลับมาใช้งานอีกครั้ง
เดิมทีจ้าวเฟยหยางไม่อยากใช้คนของฉางซิง แต่เมื่อพิจารณาดูแล้ว เกิ่งเหวินซิ่วในอดีตก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ท้ายที่สุดเธอก็เป็นน้องสาวของเลขาธิการเกิ่งเหวินจวิ้นแห่งเขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง และเหมยรั่วเสวี่ย แฟนสาวของสวี่ฉุนเหลียงก็เพิ่งจะไปรับตำแหน่งรองเลขาธิการที่เขตพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง หากให้เกิ่งเหวินซิ่วออกหน้า คิดว่าสวี่ฉุนเหลียงคงจะเกรงใจอยู่บ้าง
##
เมื่อสวี่ฉุนเหลียงมาถึงฟาร์มเสี่ยนหงก็เป็นเวลาสองทุ่มแล้ว หวังจินอู่ได้เตรียมเหล้าและกับแกล้มไว้พร้อม รอเพียงการมาถึงของเขา
เมื่อเห็นสวี่ฉุนเหลียง เขาก็อดบ่นไม่ได้: "นายกเทศมนตรีสวี่ทำงานวันแรกก็ลืมกินลืมนอนเลยนะครับ"
สวี่ฉุนเหลียงแก้ให้: "ทำงานล่วงเวลาต่างหากพี่จินอู่ เป็นอะไรไป บ่นเหมือนเมียขี้บ่นเลย"
หวังจินอู่กล่าว: "ถ้ามีเมียขี้บ่นรออยู่ที่นี่จริงๆ ป่านนี้นายคงรีบร้อนกลับมาแล้วล่ะ"
สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะ: "จิตแห่งเต๋าของผมมั่นคง เมียขี้บ่นธรรมดาๆ อย่าหวังว่าจะมายั่วยวนผมได้"
หวังจินอู่ตบไหล่เขา: "ขอให้นายมีอนาคตที่สดใส ก้าวหน้ายิ่งๆ ขึ้นไป!"
"โลกีย์สิ้นดี!"
สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะฮ่าๆ ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้อง คืนนี้หวังจินอู่เตรียมหม้อไฟปลาเป็นพิเศษ โดยใช้ปลาสดๆ ที่เพิ่งจับจากทะเลสาบเวยซาน ให้พ่อครัวจัดการแล่เนื้อไว้แล้ว รับประกันความสดใหม่แน่นอน
หลังจากดื่มด้วยกันไปสองจอก สวี่ฉุนเหลียงจึงเล่าเหตุผลที่ต้องมาก่อนเวลา
หวังจินอู่ก็ได้ยินเรื่องนั้นมาบ้างแล้ว เกาะเวยซานไม่ได้ใหญ่โตอะไร ข่าวคุณยายผูกคอตายได้แพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศแล้ว
หวังจินอู่กล่าว: "ฉันได้ยินมาว่าคุณยายคนนั้นซื้อบ้านที่เมืองสุขภาพบ่อน้ำพุร้อนต้าเหิง ว่ากันว่าโดนตาแก่ที่บ้านบ่น เลยคิดสั้นฆ่าตัวตาย"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว: "ก็ว่ากันอย่างนั้น ทางหัวเหนียนกรุ๊ปก็ร้องบอกว่าไม่เป็นธรรม ให้ผมเป็นผู้ตัดสินให้พวกเขา"
หวังจินอู่กล่าว: "นายต้องช่วยพวกเขาแน่ๆ ใช่ไหม?"
สวี่ฉุนเหลียงไม่พูดอะไร คีบเนื้อปลาสดชิ้นหนึ่งลงไปลวกในหม้อ จิ้มกับน้ำจิ้มรสเผ็ดหอม อร่อยเป็นเลิศ
หวังจินอู่จ้องมองเขาสักพัก: "เจ้าเด็กนี่คงไม่ได้คิดจะเชือดไก่ให้ลิงดูโดยใช้เจ้านายเก่าหรอกนะ? ไม่เบาเลยนี่นา วิธีการแข็งกร้าวเด็ดขาด ไม่เห็นแก่หน้าอินทร์หน้าพรหม"
สวี่ฉุนเหลียงหัวเราะ: "หัวเหนียนไม่ใช่ญาติผม ผมไม่ได้ไร้หัวใจขนาดนั้น แต่การเป็นข้าราชการจะใช้ความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้ ต้องว่ากันตามเหตุผล สืบสวนเรื่องราวให้ชัดเจน ใครต้องรับผิดชอบก็ต้องรับผิดชอบไป"
หวังจินอู่กล่าว: "แล้วทางต้าเหิงว่ายังไง?"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว: "เงียบเป็นเป่าสาก"
หวังจินอู่พยักหน้า: "ก็ใช่ เปลี่ยนเป็นใครก็คงไม่หาเรื่องเดือดร้อนใส่ตัวอยู่แล้ว คุณยายนี่ก็ไม่ได้ไปผูกคอที่ไซต์งานของต้าเหิงนี่นา สืบได้หรือยังว่าเธอตายด้วยสาเหตุอะไรกันแน่?"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว: "ผมเดาว่าสาเหตุก็น่าจะคล้ายๆ กับที่พี่พูดนั่นแหละ แต่คุณยายไม่ได้ทิ้งจดหมายลาตายไว้เลยสักฉบับ เพราะตายในไซต์งานของโรงพยาบาลสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ ครอบครัวของพวกเขาก็เลยพุ่งเป้าไปที่หัวเหนียน"
หวังจินอู่กล่าว: "ซวยจริงๆ แต่เรื่องนี้ก็ไม่น่าจะต้องชดใช้เยอะนะ ผมว่านะ คุณยายดีๆ ไม่ชอบ ดันไปผูกคอในไซต์งานของหัวเหนียน หัวเหนียนไม่ฟ้องเรียกค่าเสียหายจากครอบครัวเธอก็ดีถมไปแล้ว แต่คนตายไปแล้ว อีกทั้งยังเป็นช่วงปีใหม่ ให้เงินปลอบใจสักสามถึงห้าหมื่น อย่าให้เรื่องบานปลาย ไม่อย่างนั้นคนที่ซวยก็ยังเป็นหัวเหนียนอยู่ดี"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว: "รอให้พวกเขาเสนอเงื่อนไขมาก่อนเถอะ"
ในขณะนั้น ติงซื่อก็โทรเข้ามา แม้สวี่ฉุนเหลียงจะไม่ได้ให้เขามาที่เกาะเวยซาน แต่ก็ได้มอบหมายงานให้เขาไปแล้ว ให้ติงซื่อไปสืบสวนสถานะทางครอบครัวและความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้ตาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการจัดการเรื่องราวของเขาในอนาคต
ติงซื่อบอกสวี่ฉุนเหลียงว่า คุณยายคนนั้นแซ่เจียง สองสามีภรรยาเป็นพนักงานเกษียณจากโรงงานเหล็กตงโจว เงินบำนาญรวมกันยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยวน ส่วนลูกชายสองคนกลับประสบความสำเร็จในชีวิต แต่พี่น้องหลิวสี่หมิงกับหลิวสี่เลี่ยงกลับไม่ค่อยกตัญญูเท่าไหร่นัก
แม้ว่าฐานะทางบ้านจะดีทั้งคู่ แต่ก็น้อยครั้งที่จะไปเยี่ยมพ่อแม่ จนถึงตอนนี้สองตายายยังคงอาศัยอยู่ในอาคารเก่าของหอพักโรงงานเหล็ก เป็นห้องแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นขนาดเพียงสามสิบกว่าตารางเมตร ห้องอยู่ชั้นสี่ สองตายายก็แก่แล้วขาแข้งไม่ดี ทุกวันยังต้องปีนขึ้นปีนลง ลูกชายทั้งสองก็ไม่เคยคิดจะเปลี่ยนบ้านที่มีลิฟต์ให้พวกเขา
ยายเจียงเป็นคนใจดีมีเมตตา นิสัยก็ดี เพื่อนบ้านไม่มีใครไม่ชมเธอ แต่ผู้เฒ่าหลิวกลับอารมณ์ร้าย หน้าบึ้งตึงอยู่ทั้งวัน เหมือนใครๆ ก็ติดหนี้เขา
ตั้งแต่คุณยายตัดสินใจซื้อบ้านที่เมืองสุขภาพบ่อน้ำพุร้อนต้าเหิง สองตายายก็ทะเลาะกันสามวันดีสี่วันไข้ จากคำให้การของเพื่อนบ้าน วันตรุษจีนสองสามีภรรยาก็ทะเลาะกันอีกรอบ คุณยายโกรธจนหนีออกจากบ้าน ตาแก่คิดว่าเธอไปบ้านลูกชายก็เลยไม่ได้โทรตาม พอรู้ว่าหายไปทั้งคืนถึงได้โทรหาลูกชายทั้งสองเพื่อสอบถาม แต่คาดไม่ถึงว่าคุณยายจะหนีมาคิดสั้นที่เกาะเวยซาน
สวี่ฉุนเหลียงให้ติงซื่อสืบต่อไปว่าสองตายายยังมีญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูงคนไหนอีกบ้าง ก่อนที่คุณยายจะหนีออกจากบ้านได้ไปพบใครมาหรือไม่?
ติงซื่อรับปากว่าจะรีบไปสืบทันที เขายังบอกสวี่ฉุนเหลียงอีกว่า ทางฝ่ายสุขภาพของหัวเหนียนได้ติดต่อภรรยาของเขาแล้ว ขู่ว่าถ้าเขายังไม่ปรากฏตัว ก็อย่าหวังว่าจะได้เงินส่วนที่เหลือจากโครงการปรับปรุงโรงพยาบาลฉางซิงอีกต่อไป
สวี่ฉุนเหลียงบอกเขาว่าไม่ต้องรีบร้อน เมื่อถึงเวลาที่ต้องปรากฏตัว เขาจะให้ปรากฏตัวเอง
หลังจากวางสาย สวี่ฉุนเหลียงก็ยิ้มให้หวังจินอู่: "ขอโทษทีนะ"
"มีอะไรต้องขอโทษ นายกเทศมนตรีสวี่งานยุ่งนี่นา" หวังจินอู่ชนแก้วกับเขา: "จะว่าไปฉินเจิ้งหยางนี่ก็เลวจริงๆ นายเพิ่งมาถึงก็โยนเรื่องยุ่งยากแบบนี้มาให้ดูแล นี่มันจงใจสร้างปัญหาให้นายชัดๆ!"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว: "เป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วโรงพยาบาลสาขาก็เคยเป็นผมที่ดูแลมาตลอด"
หวังจินอู่กล่าว: "นั่นก็ใช่"
แต่ในใจสวี่ฉุนเหลียงไม่ได้คิดเช่นนั้น ฉินเจิ้งหยางกำลังข่มขวัญเขา ทำให้เขารู้ว่าในเมืองหูซานตอนนี้ใครคือผู้มีอำนาจที่แท้จริง ก่อนหน้านี้ทัศนคติของสวี่ฉุนเหลียงต่อฉินเจิ้งหยางก็ถือว่าไม่เลว ครั้งนี้เขาก็มาด้วยความคิดที่จะประนีประนอม แต่ในเมื่อเจ้าฉินเจิ้งหยางขุดหลุมวางกับดักข้า ก็อย่าหาว่าข้าแทงข้างหลังเลย ไม่ใช่ไม่ตอบโต้ แต่เวลายังมาไม่ถึง
ยังไม่ทันจะวางแก้วเหล้าลง โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นจางไห่เทาที่โทรมา จางไห่เทาบอกสวี่ฉุนเหลียงว่า ถานไห่เยี่ยนกำลังตรวจสอบสัญญาการก่อสร้างในตอนนั้น รายละเอียดข้อบังคับด้านความปลอดภัย และสถานการณ์การดำเนินการในขณะนั้นที่กองบัญชาการ เธอยังกำลังสืบสวนความสัมพันธ์ระหว่างสวี่ฉุนเหลียงกับติงซื่อ รวมถึงประวัติของหวังฟางเถียนด้วย
สวี่ฉุนเหลียงรู้ว่าจุดประสงค์ของถานไห่เยี่ยนน่าจะเป็นการตรวจสอบฝ่ายผู้รับเหมาก่อสร้าง แต่การที่เธอสืบมาถึงตัวเขาด้วยนี่มันออกจะเกินไปหน่อย จากความเข้าใจที่เขามีต่อถานไห่เยี่ยน เธอทั้งไม่มีสมองและไม่มีความกล้าพอที่จะทำเช่นนี้ เบื้องหลังน่าจะมีคนคอยบงการ ซึ่งคนคนนั้นมีแนวโน้มสูงที่จะเป็นเผยหลิน
สวี่ฉุนเหลียงไม่ต้องคิดก็เดาแผนรับมือของหัวเหนียนออก พวกเขาต้องโยนความผิดทั้งหมดให้เป็นความบกพร่องในการบริหารจัดการของฝ่ายผู้รับเหมาก่อสร้าง โบ้ยทุกอย่างไปให้ติงซื่อ
การที่ติงซื่อสามารถรับเหมางานที่นี่ได้เป็นเพราะการแนะนำของเขาจริง เนื่องจากตอนนั้นถังจิงหลุนต้องการใช้ประโยชน์จากเขา จึงยอมมอบโครงการให้ติงซื่อ และยังจ่ายเงินล่วงหน้าให้ถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
นี่คิดจะสืบสาวราวเรื่องย้อนกลับไปถึงต้นตอ แล้วลากตัวเองเข้าไปรับผิดชอบด้วยหรือ? สวี่ฉุนเหลียงรู้สึกขบขันอยู่บ้าง ปล่อยให้พวกเขาวุ่นวายกันไป เดี๋ยวก็ถึงเวลาที่พวกเขาต้องปวดหัวเอง
ทางด้านต้าเหิงทำทีเป็นไม่รู้ไม่ชี้ สวี่ฉุนเหลียงก็ไม่ยอมปล่อยให้พวกเขาสบายใจ เขาบอกหลี่เฉิงโปให้จัดคนไปสืบสวนสัญญาของยายเจียงที่ต้าเหิง
เจ้าฉินเจิ้งหยางขุดหลุมให้ข้า แสดงอำนาจกับข้า คิดว่าเรื่องแค่นี้จะทำให้ข้าลำบากได้หรือ? ข้าจะฉวยโอกาสนี้ทำให้เจ้าดูสักหน่อย อาศัยเรื่องนี้สั่งสอนพวกพ่อค้าไร้คุณธรรมให้หมดสิ้น ว่ากันว่าขุนนางใหม่เข้ารับตำแหน่งต้องจุดไฟสามกอง ข้าจะฉวยโอกาสช่วงปีใหม่นี้จุดรวดเดียวให้หมดเลย
แม้ว่าการฆ่าตัวตายของยายเจียงจะไม่ได้เกิดขึ้นที่ไซต์งานของต้าเหิง แต่ก็ทำให้ผู้จัดการโครงการเมืองสุขภาพบ่อน้ำพุร้อนต้าเหิงอย่างหลิวเจียฉีตกใจไม่น้อย เธอยังคิดว่าคุณยายคนนั้นไปผิดที่ เดิมทีน่าจะตั้งใจไปฆ่าตัวตายที่ไซต์งานของพวกเขา แต่สุดท้ายกลับผิดฝาผิดตัวไปที่ไซต์งานของโรงพยาบาลสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุของหัวเหนียนกรุ๊ป นอกจากจะโล่งอกแล้ว ในใจก็ยังรู้สึกไม่ค่อยดีนัก
เธอพอจะจำยายเจียงได้ คุณยายดูมีอาการทางประสาทเล็กน้อย ตอนแรกเธอยืนกรานจะขอคืนบ้าน แต่หลังจากต้าเหิงปรับราคา คุณยายก็รู้สึกว่าตัวเองได้กำไร เลยล้มเลิกความตั้งใจที่จะคืนบ้าน
ก่อนวันหยุดเทศกาล คุณยายมาหาอีกครั้ง บอกว่าตาแก่ที่บ้านบ่นเรื่องนี้ไม่หยุด เธอจึงอยากจะขอคืนบ้านอีกครั้ง แต่เธอคิดว่าตอนนี้ราคาบ้านขึ้นแล้ว ต้าเหิงควรจะคืนเงินให้เธอตามราคาปัจจุบัน
แน่นอนว่าฝ่ายขายไม่ยอม บอกคุณยายว่าคืนบ้านได้ แต่ต้องคืนตามราคาในสัญญา ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นเธอต้องรับผิดชอบเอง เรื่องนี้ทำให้คุณยายถึงกับร้องไห้ที่สำนักงานขาย
ตอนนั้นหลิวเจียฉีเห็นเธอร้องไห้ กลัวว่าจะส่งผลกระทบไม่ดี จึงเข้าไปปลอบเป็นการส่วนตัว ยายเจียงบอกเธอว่าเงินที่ซื้อบ้านเป็นเงินเก็บไว้ใช้ยามแก่ของเธอกับสามี พวกเขาเกษียณจากรัฐวิสาหกิจ บำนาญก็น้อย เงินก้อนนี้เก็บหอมรอมริบมาอย่างยากลำบาก ลูกๆ ก็พึ่งพาไม่ได้ สรุปง่ายๆ คืออยากให้ต้าเหิงคืนเงินให้เธอ และต้าเหิงก็ใช้เงินค่าบ้านของเธอนานขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะให้ค่าชดเชยบ้าง
หลิวเจียฉีให้เธอกลับไปก่อน สัญญาว่าหลังวันหยุดจะให้คำตอบ แต่ไม่คาดคิดว่ายังไม่ทันจะหมดวันหยุด คุณยายก็ฆ่าตัวตายเสียแล้ว
สถานีตำรวจขอให้พวกเขาแสดงบันทึกการซื้อบ้าน รวมถึงบันทึกการมาเยือนของยายเจียง หลังจากหลิวเจียฉีได้รับแจ้งก็รู้สึกว่าเรื่องชักจะไม่ดี นี่หมายความว่าพวกเขาจะสืบสวนให้ถึงที่สุด
ช่วงนี้ข่าวเสียๆ หายๆ ของต้าเหิงกรุ๊ปก็มีไม่น้อย พวกเขาใช้มาตรการต่างๆ มากมายกว่าจะทำให้ราคาหุ้นคงที่ได้ ช่วงปีใหม่นี้เดิมทีคิดว่าจะได้พักผ่อนปรับตัวเสียหน่อย แต่ขนาดหยุดก็ยังไม่สงบสุข
หลังจากได้รับแจ้งจากสถานีตำรวจ หลิวเจียฉีก็รีบรายงานเรื่องนี้ให้ผู้จัดการเขตจางเหิงหยางทราบทันที
ปฏิกิริยาของจางเหิงหยางต่อเรื่องนี้กลับเย็นชามาก ในสายตาเขา หลิวเจียฉีกังวลเกินเหตุ คุณยายซื้อบ้านที่นี่ก็จริง แต่ใครจะพิสูจน์ได้ว่าการฆ่าตัวตายของคุณยายเกี่ยวข้องกับต้าเหิง? คนตายในไซต์งานของหัวเหนียนกรุ๊ป แน่นอนว่าต้องเป็นความรับผิดชอบของหัวเหนียน
ในฐานะที่เป็นเจ้าของบ้านในเมืองสุขภาพบ่อน้ำพุร้อนต้าเหิง ด้วยหลักมนุษยธรรมก็ควรจะส่งพวงหรีดและเงินช่วยงานศพไป ส่วนเรื่องบ้าน หากครอบครัวของเธอต้องการขอคืน ก็สามารถอลุ่มอล่วยให้ความร่วมมือได้
จางเหิงหยางคิดว่าการทำเช่นนี้ของตนก็ถือว่าทำดีที่สุดแล้ว พวกเขาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ไม่ได้เปิดมูลนิธิการกุศล มีเรื่องก็ไม่กลัวเรื่อง แต่ถ้าไม่มีเรื่องก็อย่าหาเรื่องใส่ตัว