- หน้าแรก
- มหาแพทย์ไร้ขอบเขต
- บทที่ 118: เชือดใจ
บทที่ 118: เชือดใจ
บทที่ 118: เชือดใจ
บทที่ 118: เชือดใจ
ก่อนเข้าทำงานในช่วงบ่ายวันนั้น พนักงานทั้งหมดของโรงพยาบาลสาขาเกาะเวยซานก็ได้รับเงินเดือนของเดือนสิงหาคม เงินจำนวนนี้ช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้มั่นคงขึ้นได้ไม่มากก็น้อย
รองผู้อำนวยการเหยียนหุยอี้ถอนหายใจอย่างโล่งอก ในที่สุดก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปได้
ในขณะเดียวกัน พวกเขาก็ได้รับคำสั่งแต่งตั้งล่าสุดของสวี่ฉุนเหลียงจากโรงพยาบาลใหญ่ สวี่ฉุนเหลียงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยพิเศษของผู้อำนวยการ
การแต่งตั้งนี้น่าสนใจมาก ที่ผ่านมาเคยได้ยินแต่ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ซึ่งโดยทั่วไปเทียบเท่ากับตำแหน่งหัวหน้าแผนก มีหน้าที่ช่วยเหลือผู้อำนวยการจัดการเรื่องต่างๆ ทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาล ในสมัยของกู้โฮ่วอี้ไม่เคยมีตำแหน่งนี้
การที่จ้าวเฟยหยางเติมคำว่า "พิเศษ" เข้าไปข้างหน้าตำแหน่งผู้ช่วย ทำให้ตำแหน่งนี้มีความหมายพิเศษขึ้นมา อาจเข้าใจได้ว่าเป็นการแต่งตั้งผู้ช่วยขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาของโรงพยาบาลสาขาเกาะเวยซานโดยเฉพาะ หรืออาจเข้าใจได้ว่าเป็นการเลื่อนตำแหน่งแบบก้าวกระโดด เพราะอย่างไรเสียสวี่ฉุนเหลียงก็เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการธรรมดาคนหนึ่ง ในการแต่งตั้งเขา จ้าวเฟยหยางจำเป็นต้องรอบคอบ
เมื่อนึกถึงเรื่องที่สวี่ฉุนเหลียงไปจัดการปัญหาพนักงานสาขาก่อเรื่องที่ที่ว่าการเมืองด้วยตนเอง เหยียนหุยอี้ก็ตระหนักได้ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้มาพร้อมภารกิจ จ้าวเฟยหยางเล่นตุกติกกับตนเอง ตอนแรกบอกว่าจะจ่ายเงินเดือน แต่แล้วก็กลับคำ ทำให้เขากลายเป็นคนไม่ดีทั้งขึ้นทั้งล่อง
สุดท้ายกลับเป็นสวี่ฉุนเหลียงที่ช่วยไปทวงเงินเดือนมาให้ได้หนึ่งเดือน เหยียนหุยอี้เชื่อว่าทั้งหมดเป็นแผนการของจ้าวเฟยหยาง เขาทำเช่นนี้เพื่อสร้างบารมีให้สวี่ฉุนเหลียง ทำให้สวี่ฉุนเหลียงได้หน้าไปเต็มๆ
เหยียนหุยอี้รู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่เมื่อคิดว่าตนเองกำลังจะจากฉางซิงไปแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องเอาเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้มาทำลายอารมณ์ สวี่ฉุนเหลียงเป็นคนของจ้าวเฟยหยางอยู่แล้ว ไม่ว่าจุดยืนของเขาจะเป็นอย่างไร แต่ความสามารถส่วนตัวก็น่าชื่นชม อีกทั้งอาการสะอึกของตนก็ยังได้เขาช่วยรักษาให้หาย
เมื่อปัญหาเรื่องค้างจ่ายเงินเดือนคลี่คลายลงชั่วคราว เหยียนหุยอี้จึงตัดสินใจเป็นประธานจัดประชุมควบคุมคุณภาพ เพื่อแจ้งเอกสารจากเบื้องบน และได้แจ้งสวี่ฉุนเหลียงเป็นพิเศษว่าต้องเข้าร่วมประชุมให้ได้
ตอนที่สวี่ฉุนเหลียงรับโทรศัพท์ เขากำลังเดินสำรวจอยู่รอบๆ หน้าร้านของโรงพยาบาลสาขา
ขณะที่เดินผ่านร้านฮาร์ดแวร์ต้าผิง จู่ๆ ก็มีน้ำสาดออกมาจากร้านอย่างไม่ทันตั้งตัว หากไม่ใช่เพราะสวี่ฉุนเหลียงไหวตัวทัน น้ำถังนั้นคงสาดโดนตัวเขาเต็มๆ
สวี่ฉุนเหลียงเงยหน้าขึ้นไปก็เห็นสวีต้าผิง สวีต้าผิงมองเขาด้วยสายตาดูแคลน การที่สวีต้าชิ่งน้องชายของเธอถูกควบคุมตัวล้วนเป็นฝีมือของสวี่ฉุนเหลียง แน่นอนว่าเธอย่อมไม่พอใจเขา น้ำสกปรกถังนี้ก็ตั้งใจสาดใส่ แต่ไม่สำเร็จ
สวี่ฉุนเหลียงวางสายแล้วเดินเข้าไปในร้านฮาร์ดแวร์ ร้านนี้กินพื้นที่สองห้อง รวมกันแล้วกว่าร้อยตารางเมตร
เขาเคยสอบถามราคาแล้ว หน้าร้านแบบนี้ในเมืองค่าเช่ารายปีน่าจะอยู่ที่ประมาณสามหมื่นหยวน นั่นหมายความว่าสวีต้าผิงน่าจะค้างค่าเช่าโรงพยาบาลอยู่ประมาณเก้าหมื่นหยวน
นี่เป็นเพียงร้านเดียว ปัจจุบันมีร้านที่เปิดทำการอยู่ทั้งหมดสิบสามร้าน นับตั้งแต่ฉางซิงเข้ามาบริหาร ก็ยังไม่เคยเก็บค่าเช่าได้แม้แต่เฟินเดียว
สวีต้าผิงเห็นเขาเดินเข้ามา ก็พูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ "มาทำอะไร?"
สวี่ฉุนเหลียงยิ้ม "ที่ของโรงพยาบาลเรา ผมจะมาไม่ได้หรือครับ?"
สวีต้าผิงกล่าว "ฉันเช่าแล้ว"
"แล้วค่าเช่าล่ะ?"
"หมาเห่าใบตองแห้ง ยุ่งไม่เข้าเรื่อง"
สวี่ฉุนเหลียงไม่คิดจะถือสาหาความกับหญิงแก่คนนี้ เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาแล้ว จึงเดินไปที่โรงพยาบาลเพื่อเข้าประชุม
ห้องประชุมของโรงพยาบาลมีสภาพทรุดโทรม สมาชิกส่วนใหญ่ของทีมควบคุมคุณภาพมาถึงแล้ว แต่ไม่เห็นจินหย่งฮ่าว ได้ยินว่าเขามีเรื่องด่วนจึงขอลา สองวันนี้ริดสีดวงของเขากำเริบ ได้ข่าวว่าที่หมู่บ้านฉือเหลียงมีหมอแผนจีนแซ่หลิ่วมีสูตรยาเด็ดในด้านนี้ จึงไปหาดู
รองผู้อำนวยการจางไห่ปินมาถึงเป็นคนสุดท้าย นับตั้งแต่ทีมควบคุมคุณภาพมาถึง ท่าทีของชายคนนี้ก็ดูเฉื่อยชามาโดยตลอด
เมื่อคนมาครบแล้ว เหยียนหุยอี้ก็ประกาศเริ่มการประชุม เขาเริ่มกล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลสาขาในช่วงสองวันที่ผ่านมา เนื่องจากเงินเดือนของเดือนสิงหาคมเข้าบัญชีแล้ว อารมณ์ของทุกคนก็สงบลงอย่างเห็นได้ชัด
จากนั้น เขาก็ส่งต่อให้ถังหมิงเม่ยเป็นผู้กล่าว โดยให้ถังหมิงเม่ยอ่านระเบียบข้อบังคับและเอกสารที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพของฉางซิงในครั้งนี้
จางไห่ปินหยิบบุหรี่ออกมาตามความเคยชิน แต่ยังไม่ทันได้จุด ก็ถูกสวี่ฉุนเหลียงห้ามไว้ "รองผู้อำนวยการจางครับ ตอนประชุมห้ามสูบบุหรี่"
จางไห่ปินไม่สนใจเขาราวกับไม่มีตัวตน แล้วจุดบุหรี่ขึ้นมาพลางยิ้ม "ผมชินแล้ว ไม่สูบแล้วมันหงุดหงิด" เขาอัดควันเข้าปอดอย่างแรง *เด็กเมื่อวานซืน ขนยังไม่ขึ้นเต็มตัว กล้ามาท้าทายข้าต่อหน้าธารกำนัล เรื่องของสวีต้าชิ่งข้ายังไม่ได้คิดบัญชีกับเจ้าเลยนะ*
ทันใดนั้น มีมือหนึ่งยื่นออกมาจากด้านข้าง ฉวยบุหรี่จากปากของเขาไปโยนลงพื้นแล้วขยี้จนดับ
ทุกคนต่างตกตะลึง จางไห่ปินถึงกับงงงวย เจ้าหมอนี่มันจะหยิ่งยโสเกินไปแล้ว!
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "คุณไม่ได้ยินหรือไงครับ? หัวหน้าพยาบาลถังเพิ่งจะประกาศเอกสารไปเมื่อครู่ ระหว่างการตรวจสอบคุณภาพ พนักงานทุกคนห้ามสูบบุหรี่ในพื้นที่ทำงาน ในฐานะรองผู้อำนวยการ คุณควรจะทำตัวเป็นแบบอย่างไม่ใช่หรือ?"
จางไห่ปินโกรธจนหน้าเขียว "นี่มันพื้นที่ทำงานที่ไหน?"
สวี่ฉุนเหลียงมองไปที่เหยียนหุยอี้ เหยียนหุยอี้คิดในใจว่าเจ้าเด็กนี่จงใจจะลากตนลงน้ำไปด้วยชัดๆ เขาไอหนึ่งครั้งแล้วกล่าว "สหายไห่ปิน ช่วยรักษาระเบียบวินัยด้วย"
จางไห่ปินเดือดขึ้นมา "ผมว่าเรามาทำอะไรที่มันจับต้องได้หน่อยดีไหม? อะไร 6ส 5ส? ทำเรื่องไร้สาระพวกนั้นไปเพื่ออะไร? ที่นี่คือเกาะเวยซาน ไม่ใช่เมืองตงโจว สภาพการณ์ของสองที่ไม่เหมือนกัน จะเอามาตรฐานของที่นั่นมาวัดที่นี่ไม่ได้"
เหยียนหุยอี้รู้ว่าเจ้าหมอนี่กำลังยืมเรื่องบังหน้าเพื่อระบายความแค้น ที่ผ่านมาเขาก็เก็บความไม่พอใจไว้ในใจมาตลอด ปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้นในโรงพยาบาลสาขาก็เกี่ยวข้องกับเขาทั้งนั้น
เหยียนหุยอี้กล่าว "โรงพยาบาลเกาะเวยซานเป็นของฉางซิงหรือไม่? พวกคุณเป็นส่วนหนึ่งของฉางซิงหรือไม่? ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของฉางซิง ก็ต้องปฏิบัติตาม...ตามระเบียบวินัยของฉางซิง"
จางไห่ปินกล่าว "ผอ.เหยียน พวกคุณก็ออกไปฟังเสียงของชาวบ้านดูบ้าง มีเวลามาตรวจสอบคุณภาพ สู้เอาเวลาไปคิดหาวิธีจ่ายเงินเดือนที่ค้างอยู่ให้เร็วที่สุดจะดีกว่า"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "รองผู้อำนวยการจาง คุณไม่พอใจฉางซิงมากสินะ"
จางไห่ปินส่ายหน้า "ไม่มีอะไร ผมแค่พูดความจริง"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ในเมื่อคุณชอบพูดความจริงนัก งั้นผมขอถามหน่อยว่า ค่าเช่าหน้าร้านรอบๆ โรงพยาบาลตลอดหลายปีที่ผ่านมาหายไปไหนหมด?"
จางไห่ปินกล่าว "พวกเขาไม่จ่ายนี่ ผมเก็บไม่ได้ ผู้อำนวยการจินก็เก็บไม่ได้ ผมจะทำอะไรได้? ถ้าเก่งจริงคุณก็ไปทวงสิ!"
"แล้วสัญญาเช่าล่ะ?"
จางไห่ปินแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ยกถ้วยชาขึ้นจิบ
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "เท่าที่ผมทราบ หน้าร้านเหล่านั้นล้วนเป็นคุณที่ปล่อยเช่า มีสัญญาเช่าหรือไม่? ถ้าไม่มี ผมจะรายงานเรื่องนี้ให้ฝ่ายตรวจสอบวินัย"
"ก็ต้องมีสิ!" จางไห่ปินเดือดดาล จ้องสวี่ฉุนเหลียงเขม็ง "คุณหมายความว่ายังไง? เจาะจงเล่นงานผมใช่ไหม?"
เหยียนหุยอี้รีบเข้ามาไกล่เกลี่ย "ทุกคนอย่าเพิ่งโมโหเลยน่า ทั้งหมดก็เพื่อผลประโยชน์ของโรงพยาบาล ค่อยๆ คุยกันอย่างสันติ"
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "สหายจางไห่ปิน ผมในฐานะตัวแทนของฉางซิง ขอให้คุณนำสัญญาเช่าของผู้เช่าโดยรอบมาแสดงทันที"
จางไห่ปินหัวเราะเหอะๆ "เสี่ยวสวี่ ถึงแม้ฉางซิงจะเข้ามาบริหารโรงพยาบาลเกาะเวยซานแล้ว แต่ปัจจุบันเรายังอยู่ในสถานะเช่า ฉางซิงยังไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในโรงพยาบาลแห่งนี้ คุณไม่มีสิทธิ์มาขอสัญญาเช่าจากผม"
"คุณจะไม่ให้ก็ได้ และผมก็หวังว่าคุณจะไม่ให้มันตลอดไป"
"ดูเหมือนว่าผมไม่มีความจำเป็นต้องเข้าร่วมประชุมนี้แล้ว ท่าทีของฉางซิงที่มีต่อพวกเรามีแต่การกีดกันและระแวงสงสัยมาโดยตลอด" จางไห่ปินลุกออกจากที่ประชุมอย่างฉุนเฉียว
เหยียนหุยอี้เห็นเรื่องบานปลายมาถึงขนาดนี้ จึงได้แต่ประกาศเลิกประชุม หลังประชุมเขาไปพบสวี่ฉุนเหลียง ตำหนิว่าเขาผลีผลามเกินไป อย่างน้อยก็ควรจะบอกกล่าวเขาก่อน
สวี่ฉุนเหลียงบอกเหยียนหุยอี้ว่า เรื่องนี้มีเงื่อนงำอยู่เบื้องหลัง จางไห่ปินคนนี้คือแกะดำ คนอย่างสวีต้าชิ่งและจางไห่เทาต่างก็ยกให้เขาเป็นหัวหน้า หากต้องการให้งานตรวจสอบคุณภาพดำเนินไปอย่างราบรื่น ก็ต้องกำจัดตัวปัญหาอย่างจางไห่ปินออกไปเสียก่อน
เหยียนหุยอี้เพียงแค่อยากจะประคองตัวให้ผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปอย่างสงบสุข เมื่อกลับไปตงโจว คำสั่งย้ายของเขาก็น่าจะออกมาแล้ว และจะได้จากฉางซิงไปตลอดกาล เขาไม่อยากจะสร้างเรื่องวุ่นวายเพิ่ม
ตอนนี้เขาเริ่มเสียใจที่ดึงสวี่ฉุนเหลียงมาที่นี่ด้วยตัวเอง เจ้าหมอนี่เป็นตัวป่วน ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็มีแต่เรื่องวุ่นวายตามมา ผู้ช่วยของจ้าวเฟยหยางคนนี้ช่าง "พิเศษ" จริงๆ
จางไห่เทากำลังล้างรถอยู่ที่สวนหลังบ้าน ทันใดนั้นน้ำถังหนึ่งก็สาดลงมาบนหัวเขาจนเปียกโชกไปทั้งตัว ที่สำคัญคือน้ำถังนั้นเป็นน้ำสกปรกที่เขาใช้เช็ดรถ
จางไห่เทาพลางเช็ดน้ำสกปรกบนใบหน้า พลางตะโกน "ใครวะ..."
บั้นท้ายของเขาก็ถูกเตะเข้าอย่างจัง จางไห่เทาถูกเตะจนเซไปข้างหน้า หน้าผากกระแทกเข้ากับกระจกรถ จากเงาสะท้อนบนกระจก เขาเห็นสวี่ฉุนเหลียงอยู่ข้างหลัง
สวี่ฉุนเหลียงกระชากผมของเขาแล้วกดใบหน้าแนบกับกระจกรถ กล้ามเนื้อบนใบหน้าของจางไห่เทาถูกบีบจนแบน "ปล่อย...นะ..." เพราะปากแนบอยู่กับกระจก ทำให้พูดจาไม่ชัดเจน
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ฉันเคยบอกแกแล้วไม่ใช่เหรอ? ว่าจะมาหาแกแน่"
จางไห่เทาพยายามดิ้นรนสุดชีวิต แต่น่าเสียดายที่ต่อหน้าเขา ชายหนุ่มไม่มีแรงแม้แต่จะตอบโต้
สวี่ฉุนเหลียงปล่อยมือ จางไห่เทาหันกลับมาพุ่งเข้าใส่เขา แต่กลับถูกสวี่ฉุนเหลียงเตะเข้าที่ท้องน้อย จนต้องกุมท้องทรุดลงไปคุกเข่า "สวี่ฉุนเหลียง...แก...แกรอ...รอไว้เลย..."
สวี่ฉุนเหลียงยิ้ม "คนเราโง่ไม่น่ากลัว ที่น่ากลัวคือโง่แล้วไม่เจียมตัว แค่ฉันแจ้งเรื่องเมื่อคืนให้สถานีตำรวจ พวกแกสามคนก็ต้องเข้าไปนอนในห้องขังกันหมด"
"ฉันไม่กลัวแก!" แม้ปากจะแข็ง แต่ในใจของจางไห่เทาก็เริ่มหวาดหวั่นแล้ว
สวี่ฉุนเหลียงเปิดโทรศัพท์ขึ้นมา เล่นเสียงบันทึกของเมื่อคืน แล้วมองจางไห่เทาจากมุมสูง "ยังไม่ยอมรับอีกเหรอ? อยากให้ฉันลากอีกสองคนนั่นออกมาเผชิญหน้ากับแกไหม?"
จางไห่เทากัดฟัน "อย่างมากก็แค่โดนกักตัวไม่กี่วัน ถ้าแกกล้าแจ้งตำรวจ ฉันจะทำให้แกกลับตงโจวไม่ได้..."
เพียะ!
สวี่ฉุนเหลียงตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ตบจนจางไห่เทาตาลายดาวขึ้น เขากุมใบหน้าไว้ แต่กลับไม่กล้าตอบโต้ ในใจเขาขี้ขลาดไปนานแล้ว พอโดนตบเข้าไปอีกที สภาพจิตใจก็ถูกสวี่ฉุนเหลียงข่มจนอยู่หมัด
"สันดานอย่างแกเนี่ยนะ? ไม่มีปัญญาก็อย่ามาปากดี แกคิดว่าแค่โดนกักตัวไม่กี่วันงั้นเหรอ? สวีต้าชิ่งโดนไล่ออกไปแล้ว แกก็เหมือนกัน ดูยังหนุ่มยังแน่นทำไมถึงไม่มีสมองขนาดนี้ จางไห่ปินสั่งให้ทำอะไรก็ทำ? ถ้าเขาสั่งให้แกกินขี้ แกจะไปกินไหม?"
จางไห่เทาไม่พูดอะไร
สวี่ฉุนเหลียงกล่าว "ฉันจะบอกให้ก็ได้นะ จางไห่ปินกำลังเดือดร้อน โรงพยาบาลกำลังตรวจสอบเขาอยู่ สมัยที่เขาเป็นผู้อำนวยการเคยรับสินบน พัวพันกับการกระทำผิดกฎหมายและวินัยหลายกระทง มีโอกาสสูงมากที่จะต้องติดคุก ถ้าแกพอจะมีสมองอยู่บ้าง ก็รีบตัดขาดความสัมพันธ์กับเขาซะ"
จางไห่เทาเป็นพวกหัวทึบแต่มีกำลัง สมองอันน้อยนิดของเขาจะไปตามสวี่ฉุนเหลียงทันได้อย่างไร เขากุมใบหน้าพลางพูด "คุณอย่ามาหลอกผมเลย"