- หน้าแรก
- มหาแพทย์ไร้ขอบเขต
- บทที่ 62: เหตุฉุกเฉิน
บทที่ 62: เหตุฉุกเฉิน
บทที่ 62: เหตุฉุกเฉิน
สวี่ฉุนเหลียงตั้งใจจะแค่วางกระเช้าดอกไม้แล้วกลับ แต่ใครจะคิดว่าจะมาเจอจ้าวหย่งเซิ่ง หัวหน้าแผนกประสาทวิทยาเข้า เขาเองก็ไม่ได้รู้สึกประหลาดใจอะไรนัก เพราะจ้าวหย่งเซิ่งกับเผยหลินมีความสัมพันธ์ส่วนตัวที่ดีต่อกัน การที่เขาจะมาแสดงความยินดีด้วยก็ถือเป็นเรื่องปกติ
จ้าวหย่งเซิ่งสวมเสื้อยืดสีดำ กางเกงลำลองสีเทา และแว่นกันแดด แม้จะอยู่ในวัยกลางคนแล้ว แต่ก็ยังดูสง่างาม ในงานเขาไม่ค่อยรู้จักใครนัก พอเห็นสวี่ฉุนเหลียงเข้า ก็อดสงสัยไม่ได้ว่ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร เขายังคงคิดอยู่เสมอว่าสวี่ฉุนเหลียงรู้จักกับเผยหลินได้ก็เพราะเขาเป็นคนแนะนำให้ ไม่นึกเลยว่าทั้งสองคนจะสนิทสนมกันเป็นการส่วนตัวไปแล้ว
สวี่ฉุนเหลียงบอกเหตุผลให้เขาฟัง จ้าวหย่งเซิ่งถึงเพิ่งนึกได้ว่าหุยชุนถังเปิดอยู่ข้างๆ นี่เอง ในฐานะเพื่อนบ้าน การมาแสดงความยินดีก็เป็นเรื่องธรรมดา ที่แท้ก็เป็นเขาเองที่คิดมากไป
เผยหลินเห็นพวกเขาก็รีบเดินเข้ามาทักทาย "หัวหน้าจ้าว ลมอะไรหอบท่านมาถึงนี่ได้คะเนี่ย?"
จ้าวหย่งเซิ่งยิ้ม "คุณเปิดร้านใหม่ เพื่อนเก่าอย่างผมจะไม่มาได้ยังไง" สายตาของเขาเผลอไปจับจ้องอยู่ที่หน้าอกอวบอิ่มของเผยหลิน อดไม่ได้ที่จะหยุดมองผิวพรรณเนียนละเอียดดุจน้ำนมที่เผยให้เห็นตรงคอเสื้ออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะละสายตาออกไปอย่างอาลัยอาวรณ์
เผยหลินไม่ได้เชิญเขา ส่วนใหญ่แล้วความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเป็นเรื่องธุรกิจ ปกติมีแต่เผยหลินที่ต้องไปขอความช่วยเหลือจากเขา เลยไม่รู้ว่าเขาไปได้ยินข่าวมาจากไหน
เผยหลินกล่าว "ฉันไม่ใช่เจ้าของร้านหรอกค่ะ เป็นแค่ผู้ถือหุ้นรายย่อย" แล้วเธอก็หันไปยิ้มให้สวี่ฉุนเหลียง "ผู้อำนวยการสวี่ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ทำให้กิจการของหุยชุนถังต้องล่าช้า"
สวี่ฉุนเหลียงตอบ "ไม่เป็นไรครับ สายน้ำไม่แย่งชิงกันที่ความเร็ว แต่แข่งกันที่ความไม่ขาดสาย"
เผยหลินหันไปพูดกับจ้าวหย่งเซิ่ง "หัวหน้าจ้าว ฟังออกไหมคะว่าผู้อำนวยการสวี่กำลังโกรธฉันอยู่"
จ้าวหย่งเซิ่งไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ของคนทั้งสองพัฒนาไปถึงขั้นไหนแล้ว จึงได้แต่ยิ้มแล้วตอบไปว่า "เรื่องธุรกิจของพวกคุณ ผมไม่ขอยุ่งเกี่ยวด้วยหรอก"
สวี่ฉุนเหลียงไม่คิดจะอยู่นาน จึงอ้างว่ามีธุระอื่นและเตรียมจะขอตัวกลับ
แต่เผยหลินกลับรั้งไว้ "วันนี้วันเสาร์นะคะ ต่อให้ธุระใหญ่แค่ไหนก็ต้องอยู่ทานข้าวก่อนค่อยไป ฉันยังตั้งใจจะดื่มกับคุณสักสองสามจอกเพื่อขอบคุณที่พวกคุณเข้าใจและผ่อนปรนให้เรามาตลอดเลย"
จ้าวหย่งเซิ่งก็รั้งไว้เช่นกัน "อย่าเพิ่งไปสิ คุณไปแล้วผมจะหาคนดื่มเป็นเพื่อนไม่ได้เลยนะ"
เผยหลินยิ้ม "เดี๋ยวฉันแนะนำดาราใหญ่ให้รู้จักนะคะ"
ในตอนนั้นเอง กลุ่มคนที่อยู่ด้านหลังก็เกิดความวุ่นวายขึ้น สวี่ฉุนเหลียงมองไปก็เห็นว่าในงานเกิดความโกลาหล ที่แท้ก็เป็นช่วงที่กิจกรรมเปิดร้านดำเนินมาถึงขั้นตอนการแจกของสมนาคุณ โดยมีเจ้าของร้านอย่างเผยอวี้และลิซ่า ดาราระดับปลายแถวจากฮ่องกงที่เชิญมาเป็นผู้แจก
ของสมนาคุณก็เป็นเพียงตัวอย่างครีมเสริมหน้าอก ไม่มีค่าอะไรมากนัก จุดประสงค์หลักคือต้องการใช้กิจกรรมนี้โปรโมตผลิตภัณฑ์ของพวกเขา แต่คาดไม่ถึงว่าฝูงชนที่มุงดูอยู่จะกรูกันเข้าไป จากที่ตั้งใจจะแจกก็กลายเป็นการรุมแย่งชิงกัน
เผยอวี้และดาราสาวถูกฝูงชนล้อมไว้ตรงกลาง เผยอวี้ตะโกนจนสุดเสียง "ทุกคนไม่ต้องแย่งกันค่ะ เราเตรียมของตัวอย่างมาเยอะมาก รับรองว่าทุกคนที่มาวันนี้ได้... โอ๊ย... คุณมาจับฉันทำไม? ไอ้บ้ากาม..."
เผยหลินหันหลังกลับและกำลังจะพุ่งเข้าไป แต่ถูกจ้าวหย่งเซิ่งคว้าแขนไว้ เขาก็หวังดี ในเมื่อสถานการณ์วุ่นวายขนาดนี้ ต่อให้เผยหลินพุ่งเข้าไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ แถมยังมีความเป็นไปได้สูงที่จะต้องเจอกับชะตากรรมเดียวกับเผยอวี้และคนอื่นๆ ในงานมีพวกมือปลาหมึกอยู่ไม่น้อยเลย
สวี่ฉุนเหลียงเห็นภาพตรงหน้าแล้วถึงกับพูดไม่ออก ชาติก่อนข้าเคยเห็นคนแย่งข้าวแย่งน้ำ แต่เพิ่งเคยเห็นคนแย่งครีมเสริมหน้าอกเป็นครั้งแรก พวกหญิงชราแย่งก็ว่าไปอย่าง แต่นี่มีตาแก่หลายคนเข้ามาร่วมวงด้วย จะแย่งก็แย่งไปสิ แต่ไปลูบคลำพวกนางทำไมกัน? หรือคิดจะทดลองประสิทธิภาพกันกลางวันแสกๆ เลยรึไง?
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เกินจะควบคุม เผยหลินจึงได้แต่หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแจ้งตำรวจ
สวี่ฉุนเหลียงช่วยตะโกนเตือนพวกที่กำลังรุมแย่งครีมเสริมหน้าอก "หยุดเดี๋ยวนี้นะ เราแจ้งตำรวจแล้ว!" แม้เสียงของเขาจะดังมาก แต่ในสถานการณ์นั้นไม่มีใครฟังเขาสักคน ไม่ใช่แค่แย่งครีมเสริมหน้าอก แต่ยังมีคนแย่งกระเช้าดอกไม้ แย่งลูกโป่งอีกด้วย
เผยอวี้และดาราสาวถูกฝูงชนล้อมจนแน่น ทั้งสองคนตกใจจนต้องเอามือปิดหน้าแล้วยองๆ ลงกับพื้น พยายามป้องกันหน้าอกของตัวเองอย่างสุดความสามารถ ข้างหน้าป้องกันได้ แต่ข้างหลังกลับโดนดี ไม่รู้ว่าเป็นมือใครที่ยื่นไปลูบก้นของดาราสาวเข้าทีหนึ่ง ดาราสาวกรีดร้องออกมา เอามือกุมหน้าอกพลางพูดว่า "ฉัน... ฉันหายใจไม่ออก... หายใจ..." ลมหายใจของเธอกระชั้นชิดขึ้นเรื่อยๆ
ดาราสาวลิซ่ามีใบหน้าเขียวคล้ำเพราะหายใจลำบาก สีหน้าดูน่ากลัวอย่างยิ่ง อากาศที่สูดเข้าไปต้องเบียดผ่านหลอดลมที่ตีบแคบจนเกิดเสียงดังเหมือนเสียงนกหวีด
เผยอวี้สังเกตเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว จึงตะโกนลั่น "ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!"
ชาวบ้านที่รุมแย่งอยู่รอบๆ ก็เริ่มเห็นท่าไม่ดี แม้เมื่อครู่จะแย่งชิงกันอย่างสนุกสนาน แต่ถ้าเกิดมีคนตายขึ้นมาจริงๆ คงไม่มีใครรับผิดชอบไหว เมื่อกี้ยังไม่คิดชีวิตพุ่งไปข้างหน้า ตอนนี้กลับแย่งกันวิ่งหนีไปรอบทิศทาง เพราะกลัวว่าถ้าช้าไปก้าวเดียวความรับผิดชอบจะตกมาอยู่ที่ตัวเอง
เสียงไซเรนตำรวจดังมาจากไกลๆ ตำรวจมาถึงที่เกิดเหตุทันทีที่ได้รับแจ้ง
พอได้ยินว่าดาราสาวป่วยกะทันหัน สวี่ฉุนเหลียงและจ้าวหย่งเซิ่งก็รีบเข้าไปดูทันที จ้าวหย่งเซิ่งวินิจฉัยจากอาการของดาราสาวว่าเธอน่าจะมีอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน โดยปกติคนที่มีประวัติเป็นโรคหอบหืดจะพกยาพ่นสำหรับฉุกเฉินติดตัวไว้เสมอ แต่เมื่อถามผู้ช่วยของดาราสาว กลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอเป็นโรคหอบหืด เมื่อตรวจดูในกระเป๋าถือของเธอก็ไม่พบยาสำหรับปฐมพยาบาลใดๆ เลย
เผยหลินรีบโทรเรียกรถพยาบาล เดิมทีงานเปิดร้านเป็นเรื่องน่ายินดี ใครจะคิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ไปได้
โรคหอบหืดเกิดจากการหดเกร็งของหลอดลมอย่างเฉียบพลันทำให้หายใจลำบาก จ้าวหย่งเซิ่งวินิจฉัยได้ถูกต้อง และรู้วิธีการรักษาด้วย
ในช่วงที่อาการกำเริบ ขั้นแรกต้องให้ออกซิเจน หากผู้ป่วยมีอาการกล้ามเนื้อหายใจอ่อนแรง สามารถใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดไม่ใส่ท่อเพื่อช่วยให้หายใจได้ จากนั้นให้การรักษาด้วยคอร์ติโคสเตียรอยด์ โดยทั่วไปจะใช้เดกซาเมทาโซนหรือเมทิลเพรดนิโซโลนเพื่อต้านการอักเสบและลดอาการแพ้ พร้อมกันนั้นก็ให้ยาขยายหลอดลม ที่ใช้บ่อยคืออะมิโนฟิลลีน
แต่แผนการรักษาที่ดีเลิศแค่ไหนก็ต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสม ซึ่งในที่เกิดเหตุไม่มีเงื่อนไขเช่นนั้นเลย
สิ่งที่ทำให้จ้าวหย่งเซิ่งเครียดก็คือ อาการของดาราสาวทรุดลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็เกิดอาการกล่องเสียงอุดกั้น เบื้องต้นคาดว่าน่าจะถึงระดับสี่แล้ว หากไม่สามารถเปิดทางเดินหายใจได้ทันท่วงที เกรงว่าก่อนที่รถพยาบาลจะมาถึง เธอคงจะเสียชีวิตเพราะขาดอากาศหายใจไปเสียก่อน
จ้าวหย่งเซิ่งตัดสินใจอย่างรวดเร็วว่าจะต้องเจาะคอเธอทันที ช้ากว่านี้ไม่ทันแน่ เขาหันไปถามเผยหลิน "มีชุดเจาะคอไหม?" เผยหลินที่ปกติจะเยือกเย็นตลอดเวลา ตอนนี้กลับทำอะไรไม่ถูก แม้ลิซ่าจะเป็นเพียงดาราระดับปลายแถว แต่ถ้าเธอมาตายในงานเปิดตัว สถาบันถิ่งเหม่ยเฟิงซงก็คงต้องปิดตัวลงในวันแรกที่เปิดทำการนั่นแหละ
ชุดเจาะคอ? จ้าวหย่งเซิ่งคิดอะไรอยู่? ที่นี่เป็นสถาบันเสริมหน้าอก ไม่ใช่โรงพยาบาล จะไปมีชุดเจาะคอได้ยังไง?
"มีดผ่าตัดกับอุปกรณ์ฆ่าเชื้อ หรือท่อยางก็ได้!" จ้าวหย่งเซิ่งตะคอก
เผยหลินหันหลังวิ่งเข้าไปในร้านอย่างลนลาน ฝูงชนหลายร้อยคนที่มุงดูก่อนหน้านี้ได้หนีไปจนหมดสิ้นแล้ว ทุกคนรู้ว่าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้น มีแต่คนโง่เท่านั้นที่จะยังอยู่รอรับเคราะห์
ดวงตาของลิซ่าเบิกโพลง ปากอ้าออกกว้างอย่างสุดกำลัง ท่าทางเหมือนปลาใกล้ตายเต็มที
เธอพยายามสูดอากาศเข้าไป แต่ลำคอของเธอกลับแข็งทื่อราวกับกลายเป็นหิน ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว เธอคิดถึงความตาย
จู่ๆ จ้าวหย่งเซิ่งก็นึกถึงหุยชุนถังขึ้นมา แม้หุยชุนถังจะเป็นคลินิกแพทย์แผนจีน แต่ก็น่าจะมีเครื่องมือแพทย์พื้นฐานอยู่บ้างสิ? แต่เขากลับพบว่าในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ สวี่ฉุนเหลียงกลับหายตัวไปไหนก็ไม่รู้ กำลังรู้สึกแปลกใจอยู่พอดี
เสียงของสวี่ฉุนเหลียงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง "ให้ผมจัดการเอง!"
สวี่ฉุนเหลียงเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับกล่องเข็ม เขาบอกให้เผยอวี้ช่วยพยุงลิซ่าขึ้น
จ้าวหย่งเซิ่งรีบท้วง "เธอมีอาการหอบหืดกำเริบเฉียบพลัน ขยับตัวมั่วซั่วไม่ได้นะ"
"จะให้มองดูเธอขาดอากาศหายใจตายไปต่อหน้าต่อตารึไง!"
น้ำเสียงของสวี่ฉุนเหลียงเปี่ยมไปด้วยอำนาจที่ไม่อาจปฏิเสธได้