- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 402 ตอนหมู!
บทที่ 402 ตอนหมู!
บทที่ 402 ตอนหมู!
หมู่บ้านเสิ่นเจีย!
พระจันทร์ลับขอบฟ้า อีกาออกหากิน!
เสื้อผ้าเหม็นๆ ของเสิ่นม่านม่านถูกโยนทิ้งลงถังขยะหน้าบ้านไปแล้ว
แม่เสิ่นพาเธอเข้าไปในห้องน้ำ และเสิ่นถิงยังได้ยินเสียงดุของแม่อย่างชัดเจน:
"นังลูกตัวดี ว่างนักหรือไงถึงปีนเข้าไปในคอกหมู?
ข้างในเหม็นจะตาย..."
"หนูเห็นลูกหมูตัวขาวจั๊วะอ้วนปุ๊กน่ารักดีนี่นา!
แม่จ๋า อย่าโกรธนะ ครั้งหน้าหนูไม่เข้าไปแล้ว"
"เชอะ ถ้ากล้าทำอีก แม่จะให้พ่อเอ็งจัดการแน่
ถุยๆ เหม็นชะมัด ถูสบู่เยอะๆ!"
"ฮิฮิ คราวหน้าหนูจะให้พี่ชายเข้าไปจับลูกหมูมาให้เล่นแทน
แม่จ๋า หนูจะแอบบอกให้นะ!
พี่ชายบอกว่าเขาเองก็อยากลองความรู้สึกโดนพุงแม่หมูทับดูเหมือนกัน
เขาไม่อยากให้หนูบอกใครด้วยแหละ ฮิฮิ"
เสิ่นถิงกะจะรอดูเสิ่นม่านม่านโดนตีซะหน่อย ไม่นึกว่าตัวเองจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาซะงั้น:
"เสิ่นม่านม่าน อย่าพูดมั่วซั่วนะ อาบน้ำเสร็จเดี๋ยวพี่จะตีเราให้ก้นลายเลยคอยดู!"
"ฮิฮิ แม่ดูสิ พี่ชายไม่กล้ายอมรับด้วย"
...ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา เสิ่นถิงก็อาบน้ำเสร็จ พ่อเสิ่นกลับมาพอดี
พอได้ฟัง "วีรกรรมในตำนาน" ของเสิ่นม่านม่าน พ่อเสิ่นก็อึ้งไปเหมือนกัน
แกค่อนข้างเข้มงวด จึงดุเสิ่นม่านม่านไปยกใหญ่
เพราะพฤติกรรมของเธออันตรายมาก
โชคดีที่โดนส่วนนิ่มๆ ของพุงทับ ถ้าโดนส่วนอื่นทับ ด้วยน้ำหนักเกือบสามร้อยจิน (150 กก.) ของแม่หมู อาจทับคนตายได้เลย
เสิ่นม่านม่านสำนึกผิดอย่างจริงใจ เรื่องถึงจบลง
หลังจากกินอาหารทะเลเสร็จ ทั้งครอบครัวก็มารวมกันที่ห้องนอนใหญ่ ดูรายการแข่งไพ่แลนด์ลอร์ดในทีวีพลางคุยกัน
เสิ่นถิงเล่าเรื่องน่าสนใจที่เจอในช่วงเดือนที่ผ่านมาให้ฟังคร่าวๆ
เรื่องคดีโดยทั่วไปเปิดเผยไม่ได้ เขาจึงเลือกเรื่องที่เล่าได้มาคุย
พ่อเสิ่นกับแม่เสิ่นก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในหมู่บ้านช่วงนี้ให้ฟัง
ใครแต่งงาน บ้านไหนได้หลานชายหลานสาว เจตนาชัดเจนมาก
แต่เสิ่นถิงแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจ แล้วเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องตอนหมู:
"ผมเห็นลูกหมูยังไม่ได้ตอนเลย ให้ผมจัดการไหมครับ?"
"ห๊ะ? เอ็งทำเป็นเหรอ?"
"ตอนหมูไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะ!
ถ้าฝีมือไม่ดี ลูกหมูติดเชื้อตายได้เลย
หมอตอนหมูที่เราจ้างประจำช่วงนี้งานยุ่งมาก ไม่รู้จะมาได้เมื่อไหร่"
"งั้นให้ผมจัดการเถอะ
พรุ่งนี้เช้าพ่อไปอนามัย ซื้อยาฆ่าเชื้อ แอลกอฮอล์ มีดผ่าตัดมา แล้วรอดูฝีมือผม"
เสิ่นถิงมั่นใจเต็มเปี่ยม
ในบรรดาของขวัญจากผู้ตายที่เขาได้รับก่อนหน้านี้ บังเอิญมีทักษะการตอนหมูรวมอยู่ด้วย
ผู้ตายคนนั้นรับผิดชอบการตอนหมูในฟาร์มขนาดใหญ่
ลูกหมูตัวผู้นับหมื่นตัวกลายเป็นขันทีด้วยมือเธอมาแล้ว
เธอคือเครื่องจักรผลิตขันทีตัวจริง!
ฝีมือระดับนี้ไม่มีปัญหาแน่นอน!
"เอ่อ ก็ได้!"
"งั้นพรุ่งนี้เอ็งลองดูนะ?"
พ่อเสิ่นแม่เสิ่นยอมตกลงอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก
คืนนั้นผ่านไปอย่างราบรื่น!
เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เสิ่นถิงตื่นแต่เช้ามาเตรียมตัวสำหรับภารกิจตอนหมูอันยิ่งใหญ่
พอไปถึงหน้าคอกหมู พ่อเสิ่นเตรียมมีด ยาฆ่าเชื้อ ผงยาปฏิชีวนะ ไว้พร้อมแล้ว
คราวนี้เสิ่นม่านม่านทำตัวดี เธอเกล้าผมจุก นั่งบนเก้าอี้ซักผ้าห่างจากคอกหมู 2 เมตร ตาโตจ้องมองด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ประสบการณ์เมื่อวานดูเหมือนจะไม่อันตราย แต่คงสร้างบาดแผลในใจให้เธอพอสมควร
"มีดผ่าตัดแบบมืออาชีพหาซื้อยาก
ใช้มีดโกนพวกนี้ได้ไหม?"
"ได้ครับ!"
มีดที่พ่อเสิ่นถืออยู่คือใบมีดโกนแบบโบราณ คมกริบ
เมื่อ 20-30 ปีก่อน ใบมีดพวกนี้เคยได้รับการขนานนามว่าเป็นอาวุธที่เล็กที่สุด ซ่อนง่ายที่สุด ราคาถูกที่สุด และคมที่สุดที่คนทั่วไปหาได้
ดังนั้น การบาดเจ็บหรือแม้แต่อาวุธสังหารในคดีอาชญากรรมหลายคดี ก็มาจากใบมีดเล็กๆ นี่แหละ
เคยมีผู้โดยสารจี้คนขับแท็กซี่จากด้านหลัง โดยใช้ใบมีดโกนจ่อคอหอย
ระหว่างที่คนขับขัดขืน ใบมีดก็เฉือนเส้นเลือดใหญ่ขาดสะบั้น...
ณ เวลานี้!
เสิ่นถิงล้างมือด้วยน้ำสบู่ แล้วฆ่าเชื้อด้วยยาฆ่าเชื้อ
จากนั้นจุดไฟแอลกอฮอล์ลนใบมีดเพื่อฆ่าเชื้อ
พร้อมทบทวนขั้นตอนการตอนหมูในหัว
พ่อเสิ่นจับลูกหมูตัวหนึ่งส่งให้
เสิ่นถิงยกลูกหมูขึ้น วางตะแคงซ้ายบนโต๊ะที่ปูผ้าสะอาด
ให้แม่เสิ่นช่วยจับหางและข้อเท้าขาหลังขวาของลูกหมู
หน้าท้องและลูกอัณฑะของลูกหมูเปิดโล่ง
เสิ่นถิงทายาฆ่าเชื้อที่ถุงอัณฑะ แล้วหยิบมีดคมกริบขึ้นมา
ลูกหมูเหมือนจะรู้ชะตากรรม เริ่มดิ้นและร้องเสียงหลง
"ทำไมรู้สึกตื่นเต้นกว่าตอนสะกดรอยตามฆาตกรต่อเนื่องอีกเนี่ย?"
เสิ่นถิงสูดหายใจลึกๆ
มือซ้ายจับลูกอัณฑะ มือขวาตวัดมีด กรีดแผลอย่างแม่นยำ แล้วบีบลูกอัณฑะซ้ายออกมาอย่างลื่นไหล
แม่เสิ่นตาเป็นประกายเมื่อเห็นทักษะอันเนียนกริบของเสิ่นถิง
พร้อมกับเอาชามมารองรับไว้ทันที
เสิ่นม่านม่านที่อยู่ไกลออกไปกลัวจนเอามือปิดตา
แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแอบดูผ่านง่ามนิ้ว
"อาถิง ฝีมือเอ็งใช้ได้นี่หว่า!
ทำไมพ่อรู้สึกว่าเอ็งทำคล่องกว่าหมอตอนหมูที่เราจ้างประจำอีก?"
พ่อเสิ่นตาเป็นประกาย เอ่ยปากชม
เสิ่นถิงฉีกท่อนำอสุจิ ขูดและนวดท่อ แล้วกรีดอีกข้าง บีบลูกอัณฑะอีกฟองออกมา
แม่เสิ่นรับไว้ทันและชมเปาะ:
"มืออาชีพจริงๆ!
แม่เคยได้ยินเขาบอกว่าทางที่ดีควรกรีดสองแผลแล้วบีบออกทีละข้าง
ไม่งั้นหนองจะระบายยาก แผลอาจติดเชื้อ
แต่หมอตอนหมูส่วนใหญ่ชอบมักง่าย กรีดแผลเดียว
อาถิง เอ็งทำได้มืออาชีพขนาดนี้ ไปเรียนมาจากไหน?"
พ่อเสิ่นถามด้วยความสงสัย: "นั่นสิ!
ไม่ใช่เอ็งไปสืบคดีเหรอ?
ทำไมกลับมาพร้อมวิชาตอนหมูล่ะเนี่ย?"
"อะแฮ่ม คดีที่ผมไปสืบมันเกี่ยวกับฟาร์มหมูน่ะครับ เลยได้เรียนรู้นิดหน่อย"
เสิ่นถิงแต่งเรื่องมั่วๆ
หลังจากฆ่าเชื้อและใส่ยาแก้อักเสบเสร็จ เขาก็วางลูกหมูลงในตะกร้าสะอาดที่เตรียมไว้
พ่อเสิ่นส่งลูกหมูตัวที่สองให้ เสิ่นถิงทำซ้ำขั้นตอนเดิม
หลังจากผ่านไปหลายตัว เสิ่นม่านม่านก็หายกลัว เธขยับเก้าอี้เข้ามาใกล้โต๊ะ ช่วยจับหางลูกหมูที่สะบัดไปมา
เธอหัวเราะคิกคัก ヾ(●´∇`●)ノ:
"ว้าว พี่จ๋าเก่งจัง!
สอนหนูตัดไข่หมูบ้างสิ?
โตขึ้นหนูอยากเป็นหมอผ่าตัดลูกหมูเหมือนกัน"
...ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมา ลูกหมูตัวผู้ทั้ง 8 ตัวก็ผ่านการผ่าตัด กลายเป็นขันทีน้อยเรียบร้อย
พ่อเสิ่นถือชามใบใหญ่ที่ใส่ 'ของดี' ไว้ ขยิบตาให้เสิ่นถิง:
"นี่ของดีนะ!
พ่อเห็นเอ็งผอมลง!
เดี๋ยวพ่อจัดการล้างให้สะอาด เที่ยงนี้จะผัดให้กินจานนึง แล้วก็ต้มซุปใส่เต้าหู้บ้านเรา บำรุงกำลังเอ็งหน่อย"
เสิ่นถิงทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก
เขาไม่ค่อยชอบกินของคาวๆ แบบนี้เท่าไหร่
พ่อเก็บไว้กินเองเถอะ!
หลังจากล้างไม้ล้างมือและจัดการลูกหมูเสร็จ ทั้งสี่คนก็เดินกลับบ้าน
แต่ยังไม่ทันถึงประตูใหญ่ ก็เห็นเพื่อนบ้านวัยประมาณ 50 ปี ทั้งชายและหญิงหลายคน เดินจ้ำอ้าวไปตามถนนคอนกรีตมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ
ดูท่าทางรีบร้อนมาก!
เห็นดังนั้น พ่อเสิ่นจึงทักถามคนรู้จักด้วยความสงสัย:
"หมิงถิง เกิดอะไรขึ้น?
รีบร้อนกันจัง จะไปไหนกัน?"
เสิ่นหมิงถิง ญาติห่างๆ ของเสิ่นถิง ตอบด้วยความรีบร้อนระคนอยากรู้อยากเห็น:
"อ้าว? ยังไม่รู้เหรอ?
เกิดเรื่องที่บ้านผู้ใหญ่บ้านน่ะสิ"
"เกิดเรื่องอะไร?
เอิกเกริกขนาดนี้เชียว?
เมื่อวานเพิ่งเปิดบ่อกุ้งไม่ใช่เหรอ ได้ยินว่าขายได้เงินเยอะเลยนี่นา!"
พ่อเสิ่นยิ่งสงสัยหนัก
เสิ่นหมิงถิงทำท่าลับลมคมใน กระซิบว่า:
"ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะ
ได้ยินว่ามีคนตาย ตำรวจมากันเต็มเลย
แต่ยังไม่คอนเฟิร์มนะ
พวกเราจะไปดูความครึกครื้นกัน ไปด้วยกันไหม?"
"ไปสิ ไปด้วย!"
พ่อเสิ่นชอบเรื่องไทยมุงอยู่แล้ว
ยิ่งเกิดเรื่องที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน ยิ่งเป็นเรื่องใหญ่ของหมู่บ้าน
ยังไงก็ต้องไปดูให้เห็นกับตา
หลังจากจัดการธุระเสร็จ ครอบครัวเสิ่นถิงก็มุ่งหน้าไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน
บ้านผู้ใหญ่บ้านตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายเล็กๆ ที่แห้งขอด
ทางเข้ามีต้นป็อปลาร์เก่าแก่หลายต้น ลำต้นหนาจนผู้ใหญ่โอบแทบไม่รอบ
พ่อเสิ่นแม่เสิ่นเล่าว่า สมัยหนุ่มสาว แม่น้ำสายนี้เคยน้ำใสไหลเย็นและมีน้ำเยอะมาก
ถือเป็นทำเลทองที่สุดในหมู่บ้านเลยทีเดียว
ตอนนี้มองจากไกลๆ เห็นคนมุงอยู่หน้าบ้านผู้ใหญ่บ้านเต็มไปหมด
ทุกคนถูกกันอยู่นอกแถบกั้นเขต โดยมีตำรวจคอยรักษาความสงบเรียบร้อย
บ้านผู้ใหญ่บ้านเป็นตึกสไตล์ฝรั่งสองชั้นที่เพิ่งสร้างเมื่อไม่กี่ปีมานี้
ได้ยินเสียงร้องไห้แว่วมาจากชั้นล่าง
แต่เพราะกำแพงบัง เลยมองไม่เห็นสถานการณ์ข้างในชัดเจน
ส่วนชั้นสอง มองเห็นชัดเจนว่ามีตำรวจเดินเข้าออกห้องหนึ่ง
ในจำนวนนั้นมี หมอนิติเวช สวมชุดกาวน์ขาวถือกล่องเครื่องมือด้วย
เสิ่นถิงรู้สึกคุ้นหน้าตำรวจวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าประตู แต่ก็นึกไม่ออกทันทีว่าเป็นใคร
ตอนนี้ตำรวจคนนั้นกำลังสูบบุหรี่ รอยย่นรูปตัว 'ชวน' (川) บนหน้าผากลึกจนเหมือนถูกแกะสลักไว้
เห็นชัดเจนมาก!
แถมบนใบหน้ายังมีความกังวลฉายชัด
เสิ่นถิงคุ้นเคยกับสีหน้านี้ดี
ในที่เกิดเหตุฆาตกรรม ตำรวจผู้รับผิดชอบมักจะมีสีหน้าแบบนี้
ตำรวจวัยกลางคนปรายตามองกลุ่มไทยมุง แล้วขมวดคิ้ว:
"ไล่คนดูออกไป!
กำลังจะขนย้ายศพไปชันสูตร"
"ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้!"
ตำรวจวัยกลางคนอัดบุหรี่เข้าปอด สายตากำลังจะละจากฝูงชน แต่หางตากลับไปสะดุดกับคนคนหนึ่ง
ราวกับคนคนนั้นมีแม่เหล็กพลังสูงที่ดึงดูดความสนใจของผู้คน
เขาสะดุ้งโหยง รีบหันขวับไปมอง
พอยืนยันตัวตนอีกฝ่ายได้ เขาก็ทำหน้าเหมือนได้รับการอภัยโทษ สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ
แล้วก็นึกขึ้นได้ว่าที่นี่คือหมู่บ้านเสิ่นเจีย ใบหน้าก็ฉายแววเข้าใจแจ่มแจ้ง
ตำรวจวัยกลางคนรีบดับบุหรี่ในมือ พร้อมตะโกนบอกลูกน้องในบ้าน:
"อย่าเพิ่งเคลื่อนย้ายศพ!
รักษาสภาพที่เกิดเหตุไว้ให้เหมือนเดิมที่สุด!"
ท่ามกลางสายตางุนงงของลูกน้อง ตำรวจวัยกลางคนวิ่งตึงตังลงบันไดด้วยความเร็วสูงสุด
ราวกับกลัวว่าคนคนนั้นจะหนีไป...