- หน้าแรก
- ไรเดอร์ยอดนักสืบ ส่งอาหารอยู่ดีๆ ก็ต้องมาไขคดีซะงั้น
- บทที่ 18 โจรลักพาตัวผู้ใจดี!
บทที่ 18 โจรลักพาตัวผู้ใจดี!
บทที่ 18 โจรลักพาตัวผู้ใจดี!
“ไม่เพียงแค่ตัดหู แต่ยังทำให้สุก?
แถมยังกิน... กัดกินไปครึ่งหนึ่ง?”
ยิ่งเสิ่นถิงอ่านแฟ้มคดี เขาก็ยิ่งรู้สึกหนังหัวชาวาบ พลางเอื้อมมือไปคลำหูตัวเอง
ก่อนหน้านี้สยงเป้ยเป้ยกับสวีซินอี๋บอกว่าโจรลักพาตัวในคดีนี้โหดเหี้ยมมาก ตอนนี้เขาเข้าใจซึ้งแล้ว
หลังจากหลิวฟูเหรินถูกลักพาตัวในปีนั้น หูข้างหนึ่งของเขาก็ถูกตัดส่งมาพร้อมจดหมายเรียกค่าไถ่ทันที
และจดหมายฉบับนี้ไม่ได้ส่งไปที่ตระกูลหลิว หรือส่งให้ตำรวจ
แต่ส่งตรงไปที่สำนักงานใหญ่หนังสือพิมพ์ ซินจิงเป้า ในเมืองต้าจิง!
ไม่นาน!
ข่าวการลักพาตัวหลิวฟูเหรินก็พาดหัวใหญ่ในหน้าหนังสือพิมพ์และสื่อออนไลน์ของซินจิงเป้า
พวกเขาลงเนื้อหาในจดหมายเรียกค่าไถ่และรูปถ่ายใบหูครึ่งซีก
สื่อเจ้าอื่นรีบเล่นข่าวตามทันที สร้างความฮือฮาและตื่นตระหนกไปทั่วประเทศ!
หลังจากนั้น ตำรวจได้รับใบหูครึ่งซีกนั้นมา!
นิติเวชระบุว่า รอยกัดบนหูเป็นรอยฟันมนุษย์
ยิ่งไปกว่านั้น ใบหูมีร่องรอยการถูกความร้อนด้วยอุณหภูมิสูง โดยเริ่มจากส่วนล่างที่ขาดหายไป
เพราะส่วนที่มีรอยกัดเหลืออยู่ค่อนข้างสุก
ส่วนด้านบนที่สมบูรณ์ยังดิบอยู่
นอกจากนี้!
เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานยังตรวจพบสารบิวเทนจำนวนเล็กน้อยบนใบหู
ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงไฟแช็ก!
จากหลักฐานนี้ สันนิษฐานได้ว่า!
หลังจากโจรลักพาตัวตัดหูเศรษฐีหลิวฟูเหรินแล้ว พวกมันใช้ไฟแช็กลนหูส่วนล่างจนสุก
จากนั้นก็กัดส่วนที่สุกกินเข้าไป
ส่วนที่เหลือก็ส่งไปที่สำนักพิมพ์
ใน กรุ๊ปแชทไขคดี:
ฮันนิบาล: “น่าเสียดาย! ของดีแท้ๆ ดันทำเสียของหมด!”
สมาชิกคนอื่นงง แต่เสิ่นถิงเข้าใจแจ่มแจ้ง
ฮันนิบาลกำลังเสียดายที่โจรทำลายวัตถุดิบชั้นเลิศ
ก็สูตรอาหารที่เขาเพิ่งได้รับไป มันคือเมนู ‘หู’ นี่นา!
เสิ่นถิงพลิกดูแฟ้มคดีต่อ ไม่นานก็เจอรูปถ่ายจดหมายเรียกค่าไถ่:
“หลิวฟูเหรินอยู่ในมือพวกเรา เตรียมเงินสดหนึ่งพันล้าน ไม่รับธนบัตร ให้เปลี่ยนเป็นพันธบัตรทองคำชนิดผู้ถือทั้งหมด ห้ามแจ้งตำรวจ แต่ก็ช่างเถอะ ถ้าพวกเราโดนจับ พวกแกจะไม่ได้เห็นหน้าหลิวฟูเหรินอีก เตรียมค่าไถ่ให้เร็วที่สุดแล้วรอการติดต่อกลับ อ้อ แถมเรือให้คนขับเรือด้วยลำนึง”
อ่านจดหมายจบ เสิ่นถิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วอ่านรายละเอียดคดีส่วนที่เหลืออย่างรวดเร็ว
ข้อเท็จจริงพื้นฐานของคดี เรียบง่ายมาก!
เมื่อ 12 ปีก่อน ปี 2012 เช้าวันที่ 22 เมษายน!
หลิวฟูเหรินพกเงินสดหลายสิบล้าน ออกเดินทางจากเฉาหยาง เมืองต้าจิง เพื่อกลับไปร่วมงานกุศลแก้จนที่บ้านเกิดในตำบลหนิงหยวน มณฑลข้างเคียง
ระหว่างทางผ่านเมืองลั่วหยาง เขาขับรถขึ้นไปบนแพขนานยนต์เอกชน
กลุ่มคนร้ายดักซุ่มอยู่บนแพ บุกเข้าควบคุมตัวหลิวฟูเหริน บอดี้การ์ดสองคน และคนขับรถ
จากนั้นคนร้ายบังคับแพไปจอดในร่องน้ำเปลี่ยว ราดน้ำมันจุดไฟเผาแพวอดวาย
แล้วขับรถพาตัวประกันหนีไป!
แปดโมงเช้า ชายเร่ร่อนนำจดหมายเรียกค่าไถ่พร้อมหูครึ่งซีกไปส่งที่หนังสือพิมพ์ซินจิงเป้า
ข่าวระเบิดตูม!
คนทั้งประเทศจับตามอง!
แต่ที่แปลกคือ หลังจากนั้นโจรลักพาตัวก็เงียบหายไป ไร้ร่องรอย
แม้แต่พันธบัตรทองคำหนึ่งพันล้านที่ตระกูลหลิวเตรียมไว้ ก็ไม่มีใครมารับ
“ถ้าเป็นนักธุรกิจทั่วไปถูกลักพาตัว คงไม่เป็นข่าวใหญ่ขนาดนี้”
หลังจากดูข้อมูลของหลิวฟูเหริน เสิ่นถิงก็เข้าใจแล้วว่าทำไมสวีซินอี๋ถึงบอกว่าเขาน่าจะรู้จักหลิวฟูเหริน
เพราะเขาดังมาก ดังระดับที่ไม่มีใครไม่รู้จัก
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ หลิวฟูเหรินเป็นมหาเศรษฐีใจบุญที่ใจป้ำสุดๆ
เขาหาเงินเก่ง แต่ไม่โลภ
เขารักลูกน้องมาก มักหาข้ออ้างแจกเงินให้พนักงานเสมอ
งานเลี้ยงประจำปีบริษัททุกปี เขาจะเอาเงินกองโตมาเทบนโต๊ะ ให้พนักงานนับเล่นๆ สิบห้านาที ใครนับได้เท่าไหร่ก็เอาไปเลย
เขายังชอบแจกเงินสดหลักร้อยหยวนให้คนจนในบ้านเกิดอยู่บ่อยๆ!
บอดี้การ์ดสองคนของเขาจะถือกระเป๋าเงินใบใหญ่สองใบ หลิวฟูเหรินจะควักเงินออกมาแจกทุกคนที่เจอหน้า
ภาพเหตุการณ์แบบนี้ปรากฏบนหน้าหนังสือพิมพ์และทีวีบ่อยครั้ง
ทำตัวเด่นดังมาก!
บ้างก็ชื่นชม!
บ้างก็ว่าสร้างภาพ หิวแสง
หลิวฟูเหรินก็ไม่สน ตอบกลับตรงๆ ว่า การแจกเงินด้วยตัวเองเพื่อให้แน่ใจว่าถึงมือคนเดือดร้อนจริงๆ ไม่โดนหักหัวคิว ไม่เข้ากระเป๋าใคร
อีกอย่าง เขาชอบเป็นจุดสนใจ ชอบให้ชาวบ้านมาจับมือ ร้องไห้ขอบคุณ แล้วจะทำไม?
เงินของเขา เขาจะแจกยังไง ใครจะห้ามได้?
ส่วนพวกที่ด่าว่าสร้างภาพ ถ้าแน่จริงก็อย่ามารับเงินสิ!
แม้จะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ แต่ธุรกิจของหลิวฟูเหรินก็ยิ่งใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆ
เงินทองไหลมาเทมา!
กลายเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศ!
มีคนคำนวณว่า ดอกเบี้ยที่หลิวฟูเหรินได้รับต่อวัน ก็เพียงพอให้เขาแจกเงินเล่นได้ไม่อั้นแล้ว
อิทธิพลทางสังคมของเขาก็สูงขึ้นตามตัว
เขาได้รับเชิญไปออกรายการช่อง CCTV หลายครั้ง ผู้กำกับรายการถึงกับให้แอร์ไทม์เขาเป็นพิเศษ
“มองในมุมนี้ การลักพาตัวหลิวฟูเหรินในตอนนั้น ต้องเป็นข่าวสะเทือนขวัญระดับชาติแน่นอน!”
เอกสารการสืบสวนในมือเสิ่นถิงยืนยันเรื่องนี้ได้เป็นอย่างดี
กรมตำรวจเฉาหยางให้ความสำคัญกับคดีนี้สูงสุด
ส่งกองปราบสามกองลงมาทำคดีร่วมกัน
พอยังปิดไม่ได้ ก็ระดมกำลังพลเพิ่มไม่อั้น!
แม้แต่กรมตำรวจต้าจิงยังส่งทีมผู้เชี่ยวชาญพิเศษลงมาที่เฉาหยางเพื่อบัญชาการสืบสวน
แต่ก็คว้าน้ำเหลวทุกครั้ง!
หลังจากนั้น ทุกๆ สองสามปี จะมีการตั้งทีมเฉพาะกิจรื้อฟื้นคดีขึ้นมาทำใหม่
แต่ผลลัพธ์ก็ริบหรี่!
อย่าว่าแต่จับคนร้ายหรือช่วยหลิวฟูเหรินเลย แม้แต่คนขับรถ บอดี้การ์ด หรือรถฮัมเมอร์ที่เขาใช้ในวันนั้น ยังหาไม่เจอ
ปัจจุบันเชื่อกันว่า หลิวฟูเหรินและผู้ติดตามอีกสามคน น่าจะเสียชีวิตไปแล้ว
สวีซินอี๋เห็นเสิ่นถิงวางเอกสารลง นึกว่าเขาถอดใจแล้ว จึงยิ้ม:
“เป็นไงล่ะ ฉันบอกแล้วว่าคดีนี้มันแปลกๆ ใช่ไหม!”
ข้อมูลเยอะขนาดนี้ สยงเป้ยเป้ยกระวนกระวายมานานแล้ว เกาหัวแกรกๆ:
“เปลี่ยนคดีเถอะ หรือไปสืบคดีอื่นดีกว่า!
ผู้เชี่ยวชาญระดับท็อปดูคดีนี้มาหมดแล้ว ยังแก้ไม่ได้
แถมคดีผ่านมาสิบสองปี หลักฐานในที่เกิดเหตุหายไปหมดแล้ว
สืบยากเกินไป!
สู้ไปทำคดีที่เพิ่งเกิดไม่กี่ปีมานี้ไม่ดีกว่าเหรอ?”
เสิ่นถิงครุ่นคิด ชั่งใจว่าจะลุยต่อดีไหม
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบก็ดังขึ้น:
【ภารกิจ: ไขคดีลักพาตัวลั่วหยาง ภายใน 5 วัน!
รางวัลพื้นฐาน: 10 แต้มสกิล!】
มีภารกิจด้วย?
เสิ่นถิงเลิกคิ้ว
ในเมื่อมีภารกิจ แสดงว่าคดีนี้ยังมีหวังปิดได้สินะ?
“เวลา 5 วัน เยอะกว่าคดีกะโหลกปริศนาตั้งเท่าตัว!
ระบบเองก็คงมองว่าคดีนี้ยากกว่าคดีนั้นเยอะสินะ?”
เสิ่นถิงหันไปมองทั้งสองคน: “ผมอยากไปดูที่เกิดเหตุครับ!”
สยงเป้ยเป้ยและสวีซินอี๋หันมองหน้ากันด้วยความตกใจ
สยงเป้ยเป้ย: “นายจะทำคดีนี้จริงๆ เหรอ?”
สวีซินอี๋: “ถ้าจะลงพื้นที่ ต้องแจ้งหัวหน้าเจิ้งขอกำลังเสริมไหม?
หรือจะให้ตั้งทีมรื้อคดีใหม่เลย?”
“ไม่ต้อง!”
เสิ่นถิงปฏิเสธเสียงแข็ง:
“แค่พวกเราสามคนก็พอ สืบเงียบๆ อย่าให้ใครรู้
ถ้าเจอเบาะแสใหม่ค่อยว่ากัน
ถ้าไม่เจอ ก็ถือว่าเราไม่เคยสืบ!”
“เอ่อ... โอเค!”
“เข้าท่า มีเหตุผล!”
สยงเป้ยเป้ยและสวีซินอี๋ยิ้มออกมา
ทั้งสามคนพาเสิ่นมั่นมั่นที่กำลังกินมันฝรั่งทอดอย่างเอร็ดอร่อยออกจากห้องเก็บเอกสาร
ระหว่างทางไปลานจอดรถ เสิ่นถิงสังเกตเห็นว่าตำรวจหลายคนที่เดินสวนมา ทักทายสยงเป้ยเป้ยและสวีซินอี๋อย่างเป็นกันเอง
แต่พอมองมาที่เขา สายตากลับเต็มไปด้วยความสงสัยและจับผิด
บางคนถึงกับมีแววตาไม่เป็นมิตรอย่างชัดเจน
“เกิดอะไรขึ้น?” เสิ่นถิงสงสัย
สวีซินอี๋ทำท่าอึกอัก
แต่สยงเป้ยเป้ยพูดตรงๆ: “เสิ่นถิง นายอาจจะไม่รู้
ตำแหน่งที่ปรึกษาของนาย หัวหน้าเจิ้งแกไฟท์กับคนอื่นแทบตายกว่าจะได้มา
ตำแหน่งนี้มันเนื้อหอม ใครๆ ก็อยากได้!”
สวีซินอี๋พยักหน้า: “ใช่!
กรมตำรวจเฉาหยางเรามีกองกำกับการสืบสวนสอบสวน
ข้างใต้มีกองปราบอีกสี่กอง!
หัวหน้าเจิ้งเป็นแค่หัวหน้ากองหนึ่ง
และโควตาที่ปรึกษามีแค่ไม่กี่ที่ต่อปี นับนิ้วได้เลย
ถึงจะไม่ใช่ข้าราชการเต็มตัว แต่ไม่ต้องสอบเข้า มีเงินเดือน มีโบนัส มีช่องทางเลื่อนขั้น ถือว่าเป็นกึ่งข้าราชการ
หลายคนอยากใช้ตำแหน่งนี้ฝากคนของตัวเองเข้าทำงาน!
บางคนต่อคิวรอมาตั้งนาน
แต่หัวหน้าเจิ้งเอาความดีความชอบจากคดีกะโหลกปริศนา ไปบีบให้ผู้กำกับมอบตำแหน่งนี้ให้นาย
นายก็รู้ นายยังเด็ก ไม่ได้จบตรงสาย แถมยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน!
หลายคนเลยกังขาในความสามารถนาย และยังสงสัยว่านายเป็น... อะแฮ่ม ของหัวหน้าเจิ้ง!”
“ญาติ?” เสิ่นถิงเดายิ้มๆ
สยงเป้ยเป้ยส่ายหน้า: “ลูกนอกสมรส!”
พรืดดด~~
เสิ่นถิงแทบสำลัก
จินตนาการล้ำเลิศกันจริง!
อยู่ดีๆ ก็มีพ่อเพิ่มขึ้นมาซะงั้น?
เห็นเสิ่นถิงดูไม่ถือสา สวีซินอี๋ก็ยิ้มออก:
“เอาเป็นว่า ตอนนี้คนทั้งกรมจับตามองนายอยู่
ถ้านายพลาด พวกเขาพร้อมจะเหยียบซ้ำแล้วหาคนมาเสียบแทนทันที
ต่อให้ไม่พลาด แต่ถ้าผลงานเสมอตัว พวกเขาก็คงไม่ยอมรับ และหัวหน้าเจิ้งก็จะพลอยโดนนินทาไปด้วย!”
ที่ไหนมีคน ที่นั่นมีดราม่าจริงๆ!
เสิ่นถิงคิดในใจ แล้วช่วยพาเสิ่นมั่นมั่นขึ้นรถตำรวจ ออกเดินทางทันที!
เขาเปิด กรุ๊ปแชทไขคดี ซึ่งตอนนี้เริ่มมีการถกเถียงกันแล้ว
สมาชิกใหม่สามคนดูจะปรับตัวได้เร็ว
และคอมเมนต์แรกของ คิระ โยชิคาเกะ ก็ทำเอาเสิ่นถิงพูดไม่ออก:
“หึหึ น่าสนใจ!
โจรลักพาตัวคนนี้ ใจดี ไม่เบาเลยแฮะ...”