เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 8 ตอนที่ 64 ลู่เฟิง!(ฟรี)

บทที่ 8 ตอนที่ 64 ลู่เฟิง!(ฟรี)

บทที่ 8 ตอนที่ 64 ลู่เฟิง!(ฟรี)


บทที่ 8 ตอนที่ 64 ลู่เฟิง!

"หนึ่งร้อยตำลึง?!!"

ได้ยินราคานี้ พวกเสี่ยวฝูทั้งสี่คนสูดหายใจเฮือก

โม่ชีหน้าดำคร่ำเครียด "หนึ่งร้อยตำลึง?"

"พวกเราสนิทกันขนาดนี้ สิบตำลึงได้ไหม?"

หลิวกวงยิ้มเยาะ "สิบตำลึง?"

"เหล่าโม่ ลูกน้องข้าก็ต้องกินต้องใช้นะ"

"ข่าวบางข่าวต้องเอาชีวิตไปเสี่ยงสืบมา"

"อีกอย่าง..."

หลิวกวงเปลี่ยนน้ำเสียง พูดจาเหน็บแนม "เหล่าโม่ ตอนนี้เจ้าเป็นถึงหัวหน้ามือปราบชุดทองหกประตู เงินเดือนห้าสิบตำลึง แทนที่จะเอาเงินไปให้แม่นางในหอนางโลม สู้เอามาให้พี่น้องดีกว่า"

พวกเสี่ยวฝูทั้งสี่คนตาโต แอบชำเลืองมองโม่ชีอย่างระมัดระวัง

โอ้โห?

ไม่นึกว่าหัวหน้ามือปราบโม่จะเป็นเสือผู้หญิง

"ข้าวอาจจะกินมั่วได้ แต่คำพูดพูดมั่วไม่ได้นะ ข้าโม่เคยไปหอนางโลมตอนไหน?" โม่ชีหน้าดำปิ๊ดปี๋ภายใต้หน้ากาก

หลิวกวงส่ายหน้า กางมืออ้วนสั้นออก ยิ้มเยาะ "งั้นข้าหลิวกวงก็ไม่รู้แล้วล่ะ"

"ยื่นหมูยื่นแมว"

โม่ชีถอนหายใจ "ต่อรองไม่ได้จริงๆ หรือ?"

หลิวกวงยืนกราน "ไม่ได้"

ได้ยินดังนั้น โม่ชีเผยสีหน้าปวดใจ

เขาจำใจล้วงผ้าเช็ดหน้าสีเขียวอ่อนออกมาจากอกเสื้อ ผ้าพับไว้อย่างเรียบร้อย

เห็นผ้าเช็ดหน้านี้ แววตาหลิวกวงฉายแววตกตะลึง มองโม่ชีอย่างมีความนัย

เปิดผ้าเช็ดหน้าออก ข้างในมีตั๋วเงินใบละร้อยตำลึงพับไว้อย่างดีสิบกว่าใบ

นี่คือทรัพย์สินทั้งหมดที่โม่ชีเก็บหอมรอมริบมาจากการทำงานหนักในเปี้ยนเหลียงหลายปี

เขากลั้นใจดึงออกมาใบหนึ่ง งอนิ้ว

"ฟุ่บ!" เสียงแหวกอากาศ

ตั๋วเงินกลายเป็นอาวุธลับ พุ่งใส่หลิวกวง

เห็นเพียงนิ้วมืออ้วนสั้นของหลิวกวงขยับวูบ ทุกคนยังมองไม่ทันชัด ตั๋วเงินก็เข้าไปอยู่ในมือเขาแล้ว

"ฮิฮิ ขอบคุณหัวหน้ามือปราบโม่!"

หลิวกวงเก็บตั๋วเงิน ประสานมือ "ภายในครึ่งชั่วยาม ข้าจะบอกข่าวเจ้า"

พูดจบ

หลิวกวงดีดตัว ร่างพุ่งวูบดุจสายฟ้าเข้าไปในเรือนหลัก

"ปัง!"

ประตูปิดสนิท ข้างในไร้ความเคลื่อนไหว

เสี่ยวฝูและพรรคพวกยืนอยู่ในลานที่สะอาดสะอ้าน มองหน้ากันเลิ่กลั่ก

"เราจะทำไงต่อ?" เซี่ยฮุยถาม

เย่เจินเลิกคิ้ว ยิ้มร่า "ก็รอสิ"

พูดจบ เขามองไปรอบๆ ยกม้านั่งยาวมาสองตัว

ทุกคนนั่งลง รออย่างเงียบๆ

ตอนนั้นเอง

"ฟุดฟิด..."

"ฟุดฟิด..."

ได้ยินเสียงสูดจมูกข้างตัว เสี่ยวฝูตกใจ รีบหันไปมองข้างๆ เห็นซ่งหูขมวดคิ้ว จมูกขยับไม่หยุด เหมือนกำลังดมกลิ่นนาง

"เจ้า...เจ้าทำอะไร!!"

เสี่ยวฝูหน้าแดงก่ำ ลุกพรวดจากที่นั่ง เท้าซ้ายก้าวไปข้างหน้า เหยียบลงบนม้านั่ง

"ชิ้ง!" ดาบจันทร์หนาวออกจากฝักสามนิ้ว

แสงดาบเย็นเยียบวาบผ่าน

ทุกคนในที่นั้นรู้สึกหนาวสะท้าน ขนลุกซู่

เห็นเสี่ยวฝูชักดาบ ซ่งหูตกใจ

เขารีบโบกมือ "ไม่ใช่ ข้าไม่ได้ดมเจ้า"

"ในลานนี้มีกลิ่นแป้งหอมจางๆ กลิ่นหอมลึกลับ พวกเจ้าลองดมดู"

"กลิ่นแป้งหอม?" เย่เจินเลิกคิ้ว ทำตามซ่งหู สูดจมูกสองสามที

เซี่ยฮุย โม่ชี ก็สูดจมูกตาม

"ไม่เห็นมีเลย..." เซี่ยฮุยทำหน้างง มองซ่งหู

เย่เจินยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่ซ่ง แอบดมเสี่ยวฝูก็อย่าทำเสียงดังสิ"

เสี่ยวฝูได้ยินดังนั้น ก็มองซ่งหูด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แก้มแดงปลั่ง สีแดงระเรื่อลามจากคอขาวผ่องไปถึงใบหู

ซ่งหูทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ "ไม่ใช่จริงๆ นะ มีกลิ่นแป้งหอมจริงๆ"

"กลิ่นนี้จางมาก มาจากร้าน 'อวิ๋นเซียงไจ' ในเปี้ยนเหลียง ชื่อว่า 'ตั้นอวี้เหลียน' กลิ่นเบาบางมาก ต้องเข้าใกล้ตัวคนถึงจะได้กลิ่น"

"ข้าจมูกไวแต่เกิด ได้กลิ่นที่คนทั่วไปไม่ได้กลิ่น"

เย่เจินได้ยินก็หลุดขำ "พี่ซ่ง ข้าล้อเล่น ข้ารู้ว่าเจ้าไม่ใช่คนแบบนั้น"

"แต่ว่า...คำอธิบายของเจอมันแปลกๆ อยู่นะ"

เสี่ยวฝูมองซ่งหูอย่างระแวง

เซี่ยฮุยกระพริบตา พูดว่า "อวิ๋นเซียงไจ?"

"ใช่ร้านเครื่องประทินโฉมที่ใหญ่ที่สุดในเปี้ยนเหลียงหรือเปล่า?"

"ได้ยินว่าแป้งผัดหน้าที่ถูกที่สุดในนั้นตลับละตั้งยี่สิบตำลึง"

ยี่สิบตำลึง?!

ได้ยินราคานี้ เสี่ยวฝูกับเย่เจินตกใจ

"แพงขนาดนั้น?" ความสนใจของเสี่ยวฝูถูกเบี่ยงเบน ปากจู๋ ตาโต

ก่อนหน้านี้นางซื้อชาและขนมให้ท่านพ่อ เดินผ่านอวิ๋นเซียงไจ ยังคิดว่าไว้มีเงินจะไปซื้อมาใช้บ้าง

ผู้หญิงใครบ้างไม่รักสวยรักงาม

พอได้ยินราคาเริ่มต้นยี่สิบตำลึง ความคิดของเสี่ยวฝูก็ดับวูบ

เย่เจินจับจุดสำคัญอีกจุดได้ ยิ้มเจ้าเล่ห์ "พี่ซ่ง เจ้าบอกเองว่า ตั้นอวี้เหลียน นี่ต้องเข้าใกล้ตัวถึงจะได้กลิ่น"

"แป้งหอมอวิ๋นเซียงไจราคาแพงระยับ ต่อให้เจ้าจมูกไวแค่ไหน แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไงกัน?"

คำพูดนี้ออกมา

รวมถึงโม่ชี ทุกคนมองซ่งหู แววตาแฝงความหยอกล้อและขบขัน

ได้ยินดังนั้น ซ่งหูหน้าแดง นึกถึงอะไรบางอย่างได้

เขาอธิบายตะกุกตะกัก "ข้า...ข้าไปเป็นเพื่อนคนคนหนึ่งซื้อแป้งชาด ก็เลยรู้มา"

เย่เจินนั่งลงข้างซ่งหู ตบไหล่เขา พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ "เล่าเรื่องที่เราไม่รู้มาหน่อยสิ"

ซ่งหูหน้าเปลี่ยนสี แดงก่ำ "พวก...พวกเจ้ารู้ได้ไง?"

เย่เจินไม่พูด แค่ยักคิ้ว

เสี่ยวฝูหรี่ตา มองซ่งหูด้วยสายตารังเกียจขึ้นมานิดๆ

เซี่ยฮุยรำพึง "ข้าเคยได้ยินว่าฮูหยินตราตั้งในเปี้ยนเหลียงหลายคนชอบเลี้ยงเด็กหนุ่มหน้าขาว"

"ไม่นึกว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดกับคนใกล้ตัว"

เซี่ยฮุยประสานมือ แววตาร้อนแรง "พี่ซ่ง มีลู่ทางแนะนำไหม? ข้าร่างกายแข็งแรงมาแต่เด็ก..."

ซ่งหูฟังแล้วรู้ว่าโดนเข้าใจผิด รีบลุกขึ้นพูด "ไม่ใช่แบบที่พวกเจ้าคิดนะ"

ตอนนั้นเอง ภายใต้หน้ากากเหล็ก โม่ชีก็รำพึงเสียงเบา "เป็นหนุ่มเป็นสาวนี่ดีจังนะ..."

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า..."

เย่เจินและเซี่ยฮุยหัวเราะลั่นพร้อมกัน

เสี่ยวฝูเก็บดาบเข้าฝัก มองซ่งหูด้วยความรังเกียจเพิ่มขึ้น

ซ่งหูหน้าแดงเหมือนตูดลิง ได้แต่พูดแก้ตัว "แป้งหอมชื่อตั้นอวี้เหลียนนี้กลิ่นมันลึกลับ นอกจากคนใช้แล้วต้องเข้าไปใกล้ๆ ถึงจะได้กลิ่น ยอดขายไม่ค่อยดี ไม่ค่อยมีคนใช้"

"แต่ว่ามีญาติขุนนางชั้นสูงบางคนชอบใช้แป้งนี้ อวิ๋นเซียงไจถึงไม่เลิกผลิต"

ได้ยินดังนั้น เย่เจินกับเซี่ยฮุยสบตากัน ยักคิ้วหลิ่วตาไม่หยุด

ซ่งหูไม่สนใจสองคนนั้น เดินวนในลานสองสามรอบ ดมกลิ่นแป้งหอมจางๆ นี้

ดมไปรอบหนึ่ง เขาหันไปมองประตูเรือนหลัก แววตาฉายแววสงสัย

แปลกๆ แฮะ

"พอเถอะพี่ซ่ง เลิกดมได้แล้ว อยากดมก็กลับไปกอดดมในผ้าห่มโน่น ว่างๆ มาเดินหมากกันดีกว่า"

เย่เจินหยอกล้อซ่งหูยิ้มๆ พลางล้วงหมากรุกออกมาจากอกเสื้อ

ตอนอยู่บนรถม้า เขา ซ่งหู และเซี่ยฮุย ก็ประลองหมากฆ่าเวลากันมาตลอด

ซ่งหูหน้าแดง ถลึงตามองเย่เจิน "หนอย เจ้าบ้านี่ ครั้งนี้ข้าจะกินเจ้าไม่ให้เหลือซากเลย!"

ทั้งสองนั่งลงกับพื้น กางกระดานหมาก เริ่มประลอง

เซี่ยฮuยนั่งดูอยู่ข้างๆ

เสี่ยวฝูไม่มีอะไรทำ นั่งขัดสมาธิ โคจรลมปราณเงียบๆ ไม่ปล่อยให้โอกาสพัฒนาตัวเองหลุดลอยไป

เวลาค่อยๆ ผ่านไป

ผ่านไปประมาณสามเค่อ

"แอ๊ด..." เสียงเบาๆ

ประตูเรือนหลักถูกหลิวกวงผลักเปิด

ในมือเขาถือถุงแพร ดีดนิ้วส่งให้โม่ชี

"นี่คือข่าวที่พวกเจ้าอยากได้ ต้องรีบหน่อยนะ ถ้ามันหนีไปแล้ว ไม่เกี่ยวกับข้า"

โม่ชีรับถุงแพร ประสานมือ "ขอบคุณ"

หลิวกวงแค่นเสียงเย็น เหลือบมองโม่ชี แล้วถอยกลับเข้าห้อง

"ปัง!"

ประตูปิดสนิท ไม่ต้อนรับแขก

...

ระหว่างทางออกจากตรอก

โม่ชีเปิดถุงแพร ข้างในมีกระดาษแผ่นหนึ่ง

"หมู่บ้านตงหู เมืองสวี่ชาง บ้านแม่ม่ายชุย?"

โม่ชีมองข้อความบนกระดาษ ขมวดคิ้ว

"แม่ม่ายชุย?"

เซี่ยฮุยเลิกคิ้ว เข้ามามุงดู พูดว่า "แม่ม่ายชุยจริงๆ ด้วย ได้ยินว่ามือปราบลู่มีกิ๊กอยู่ที่สวี่ชาง ดูเหมือนจะแซ่ชุย"

โม่ชีมองเซี่ยฮุย "มีเรื่องนี้ด้วย?"

เซี่ยฮุยพยักหน้า "ก่อนหน้านี้มือปราบหลินเห็นมือปราบลู่เขียนจดหมายทางบ้าน มองผ่านๆ เห็นข้างในเขียนคำหวานเลี่ยน ด้านบนสุดเขียนว่าชุยอะไรสักอย่าง เขายังดูไม่ชัดก็โดนมือปราบลู่จับได้ สองคนตีกันในลาน พอตีเสร็จก็กอดคอกันไปกินเหล้า"

ฟังจบ โม่ชีทำท่าครุ่นคิด จ้องกระดาษ ขมวดคิ้วไม่พูด

เย่เจินเข้ามา พูดกับเซี่ยฮุย "ไม่เบานะสหาย หูตากว้างไกลนี่?"

เซี่ยฮุยยิ้มแฉ่ง ตบหน้าอกยักคิ้ว "บอกเลยนะ ข่าวสารในเปี้ยนเหลียง ไม่ว่าจะในวังหรือตามตรอกซอกซอย ไม่มีเรื่องไหนที่ข้าไม่รู้"

เย่เจินตาเป็นประกาย กอดคอเซี่ยฮุย "มีข่าวอะไรอีก เล่าให้ฟังหน่อย พอกลับไปข้าเลี้ยงเหล้า"

"ได้สิ" เซี่ยฮุยลดเสียงลง ยิ้มตาหยี "ข้าจะบอกข่าวใหญ่อีกข่าวให้"

"ลือกันว่าเมื่อหลายวันก่อน มีคนเห็นหัวหน้ามือปราบหงเดินตลาดกับชายหนุ่มคนหนึ่ง"

"ซู้ด! ข่าวกรองแน่นะ?!"

เย่เจินสูดปาก

ซ่งหูที่เดินอยู่ข้างๆ สะดุดกึก เกือบสะดุดก้อนหินล้ม

โชคดีเสี่ยวฝูมือไว ดึงเขาไว้ทัน "พี่หู เป็นอะไรไป?"

เซี่ยฮุย เย่เจิน หันขวับมามองซ่งหูพร้อมกัน

ซ่งหูหน้าแดงก่ำ ถูกเสี่ยวฝูดึงแขนไว้ เห็นทุกคนมองมา ก็พูดตะกุกตะกัก "มะ...ไม่เป็นไร"

"พี่ซ่ง คราวหน้าเก็บแรงไว้หน่อย เรายังต้องทำคดีนะ" เย่เจินแซวซ่งหู

เซี่ยฮุยทำหน้าจริงจัง "เป็นหนุ่มเป็นแน่นต้องถนอมร่างกายนะ"

"ไม่ใช่!" ซ่งหูแย้ง "ไม่ใช่แบบที่พวกเจ้าคิด"

"พวกเราเข้าใจ" เย่เจินหันไปยิ้มกับเซี่ยฮุย คุยเรื่องซุบซิบต่อ "ดูไม่ออกเลยนะ หัวหน้ามือปราบหงก็เดินตลาดกับหนุ่มๆ เป็นด้วย?!"

"จุ๊ๆ เจ้าไม่รู้อะไร หัวหน้ามือปราบหงปีนี้ยี่สิบเจ็ดแล้ว ถึงจะอายุเยอะไปหน่อย แต่พี่สาวรุ่นใหญ่ก็คือพี่สาวนะ..."

เซี่ยฮุยยังพูดไม่ทันจบ เสี่ยวฝูที่อยู่ข้างหลังก็เตะเข้าที่ก้นเขา เกือบกระเด็น

"ห้ามพวกเจ้าพูดจาให้ร้ายศิษย์พี่ข้านะ!" เสี่ยวฝูหน้าถมึงทึง จ้องเขม็งใส่เซี่ยฮุยและเย่เจิน

ทั้งสองรีบขอขมา เสี่ยวฝูถึงยอมปล่อยไป

"เอาล่ะ ได้เวลาทำงานจริงแล้ว ไป!"

โม่ชีจำแผนที่คร่าวๆ ด้านหลังกระดาษได้แล้ว ขัดจังหวะการสนทนา

ทุกคนสีหน้าจริงจัง มุ่งหน้าสู่หมู่บ้านตงหู

...

"ตาเฒ่าเย่ เจ้าว่าในโลกนี้ จะมีผู้หญิงที่สมบูรณ์แบบขนาดนี้จริงๆ หรือ?"

"ตาเฒ่าเซี่ย เจ้าพูดแบบนี้ไม่ถูก มาตรฐานคำว่าสมบูรณ์แบบของแต่ละคนไม่เหมือนกัน"

"แล้วเจ้าคิดว่านางเป็นไง?"

"ปกติข้าไม่ค่อยวิจารณ์ใครง่ายๆ แต่สำหรับนาง...ข้าขอพูดแค่สี่คำ"

"สี่คำไหน?"

"โคตร-จะ-สมบูรณ์-แบบ" ทางเข้าหมู่บ้านตงหู ใต้ต้นหวายใหญ่

เซี่ยฮุยและเย่เจินยืนอยู่ใต้ต้นไม้ ตาเป็นประกายมองไปที่หญิงงามที่กำลังหาบน้ำอยู่ไม่ไกล

ข้างบ่อน้ำทางเข้าหมู่บ้าน มีหญิงนางหนึ่งยืนอยู่

นางสวมเสื้อผ้าฝ้ายเนื้อหยาบธรรมดาที่สุด ผิวขาวราวน้ำนม ใบหน้ารูปไข่กลมมน เครื่องหน้าประณีต

นางออกแรงหมุนแกนรอกตักน้ำ เชือกบนแกนหมุนค่อยๆ ตึงเขม็ง ผมม้าเปียกเหงื่อแนบกับหน้าผากเกลี้ยงเกลา

รูปร่างของนางอวบอัดสมส่วน ที่สะดุดตาที่สุดคือหน้าอกที่อวบอูมผิดปกติ

บุคลิกของนางอ่อนโยนอย่างยิ่ง ให้ความรู้สึกอบอุ่นเหมือนแม่

เห็นหญิงคนนี้ ในหัวของเซี่ยฮุยและเย่เจินเหลือเพียงคำเดียว

"จุ๊ๆ ลู่เฟิงนี่วาสนาเรื่องผู้หญิงไม่เบาเลยแฮะ"

แม้แต่โม่ชีก็อดเดาะลิ้นไม่ได้

เสี่ยวฝูขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะไม่พอใจปฏิกิริยาของทั้งสามคน

นางเหลือบมองซ่งหูข้างกาย

เห็นซ่งหูสีหน้าปกติ ไม่ได้มองหญิงคนนั้นด้วยสายตาลามกเหมือนเย่เจินกับเซี่ยฮุย

เซี่ยฮุยกับเย่เจินก็สังเกตเห็นความผิดปกติของซ่งหู

ทั้งสองหันมามองซ่งหู

เซี่ยฮุยถามอย่างลังเล "เจ้า...เจ้าทำไมไม่มอง?"

ซ่งหูเกาหัว "ทำไมข้าต้องมอง?"

เย่เจินสงสัย "นางไม่สมบูรณ์แบบรึ?"

ซ่งหูมองหญิงที่กำลังตักน้ำ พยักหน้า "ก็งั้นๆ"

"ก็งั้นๆ?!"

เซี่ยฮุยกับเย่เจินอุทานพร้อมกัน

ซ่งหูหน้าแดงเล็กน้อย "ข้าไม่ค่อยชอบแนวนี้ ข้าชอบคนที่ดูเป็นผู้ใหญ่กว่านี้หน่อย"

เซี่ยฮุยกับเย่เจินสบตากัน พูดสรุปสั้นๆ "เขาชอบแนวหัวหน้ามือปราบหง"

ได้ยินคำนี้ ซ่งหูสะดุ้ง "ข้าเปล่านะ!"

เย่เจินพยักหน้า "เจ้าใช่"

"จุ๊ๆ..."

เซี่ยฮุยกับเย่เจินเดาะลิ้น แล้วหันกลับไปมองแม่ม่ายชุยต่อ

ผู้หญิงที่ตักน้ำอยู่ริมบ่อคือเป้าหมายของพวกเขาในครั้งนี้ —— "กิ๊กของลู่เฟิง" แม่ม่ายชุย

แม่ม่ายชุยหาบน้ำขึ้นมา สองมือประคองถัง เดินโซเซกลับไปทางบ้าน

"ตามไป!" โม่ชีโบกมือเบาๆ

ทุกคนสะกดรอยตามไปห่างๆ

บ้านแม่ม่ายชุยอยู่กลางหมู่บ้านตงหู

เดินอยู่นานกว่าจะหาบน้ำกลับถึงบ้าน

ตลอดทาง ชายหนุ่มชายแก่ในหมู่บ้านต่างจ้องมองรูปร่างของแม่ม่ายชุย ลอบกลืนน้ำลาย

ขณะที่แม่ม่ายชุยกำลังจะถึงบ้าน

"ปัง!" เสียงดังสนั่น

ประตูบ้านของนางถูกพังจากข้างใน ร่างหนึ่งพุ่งกระเด็นออกมา

คนผู้นั้นเพิ่งวิ่งออกมา

"ฟุ่บ!"

แสงดาบขาววาววับสว่างวาบ ทะลวงหัวใจของคนผู้นั้นจากด้านหลัง

"อึก!"

คนที่วิ่งออกมาเป็นคนแรกเข่าอ่อน ล้มลงกับพื้น เลือดชุ่มเสื้อท่อนบน

เสี่ยวฝูและพรรคพวกเพ่งมอง อุทานออกมาโดยสัญชาตญาณ "ลู่เฟิง?!"

***

จบบทที่ บทที่ 8 ตอนที่ 64 ลู่เฟิง!(ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว