เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 ขัดขวาง

บทที่ 15 ขัดขวาง

บทที่ 15 ขัดขวาง


ภาพฝันแตกสลายดังเพล้ง ลู่เฟิงสะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกับเหงื่อกาฬที่ไหลโซมแผ่นหลัง

ในตอนนี้ แสงรำไรภายนอกหน้าต่างเริ่มสว่างขึ้น ลู่เฟิงตื่นเต็มตา เขาปาดเหงื่อที่หน้าผาก พลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู วันที่ 9 มิถุนายน... เวลา 06.13 น. ภาพเหตุการณ์สยดสยองตอนติงจื้อหยวนชำแหละศพยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไป ลู่เฟิงรู้สึกคอแห้งผาก เขาจึงลุกขึ้นไปรินน้ำเย็นแก้วใหญ่ดื่มรวดเดียวจนหมด เพื่อช่วยให้ใจสงบลงบ้าง

นี่คือฝันที่น่ากลัวที่สุดตั้งแต่เขาได้รับพลังมา! มันแทบจะท้าทายขีดจำกัดทางสรีระของเขาเลยทีเดียว

ไม่สิ! มีบางอย่างไม่ถูกต้อง!

ลู่เฟิงบีบแก้วน้ำในมือแน่น สีหน้าเริ่มเคร่งเครียดขึ้น

เขาเพิ่งตระหนักได้ว่า ยิ่งระดับของความฝันสูงขึ้นเท่าไหร่ องค์ประกอบที่เป็นจินตนาการเพ้อฝันก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นสิ่งที่ปรากฏในฟองอากาศสีแดงลูกนี้ เป็นไปได้หรือไม่ว่ามันคือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงไปแล้ว เป็นความทรงจำที่ลบไม่ออกของติงจื้อหยวน?!

ลมหายใจของลู่เฟิงเริ่มถี่กระชั้น เพื่อยืนยันความคิดนี้ เขาเริ่มย้อนรอยภาพในฝันที่เพิ่งเห็นทีละนิด

โชคดีที่ตอนนี้ความจำของเขาเหนือชั้นกว่าคนปกติ ภาพทุกภาพสามารถกดหยุด ขยาย และวนซ้ำได้เหมือนโปรแกรมเล่นวิดีโอ

เมื่อเขาย้อนไปถึงฉากในห้องนั่งเล่น หลังจากที่ติงจื้อหยวนตบหน้าเมียเก่า มุมมองภาพบังเอิญเหลือบไปเห็นที่กำแพงห้อง ซึ่งมีนาฬิกาดิจิทัลแขวนอยู่

นาฬิกานั่นระบุเวลาวันที่ 8 มิถุนายน... 19.27 น. "เมื่อคืนนี้... เขาฆ่าเมียเก่าไปแล้วงั้นเหรอ!?"

ลู่เฟิงสูดหายใจเข้าลึก สัญชาตญาณสั่งให้เขาคว้าโทรศัพท์เพื่อแจ้งตำรวจ แต่เขาก็ชะงักมือไว้

เพราะเรื่องนี้มันอธิบายไม่ได้ เขาจะบอกตำรวจว่าฝันเห็นติงจื้อหยวนฆ่าคนงั้นเหรอ? มีหวังโดนจับข้อหาแจ้งความเท็จพอดี

ลู่เฟิงเดินกระวนกระวายไปมาในห้อง

สถานการณ์ของติงจื้อหยวนนั้นน่าสลดใจจริงๆ เขาถูกสวมเขามานานกว่าสิบปี ถ้าไม่ใช่เพราะลูกชายไปตรวจร่างกายแล้วบังเอิญพบว่ากรุ๊ปเลือดไม่ตรงกัน เขาก็คงไม่มีวันรู้เลยว่าลูกๆ ไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของเขา

เขาเลี้ยงลูกคนอื่นมาสิบกว่าปีด้วยความโง่เขลา

สิ่งที่ทำให้เขาเจ็บปวดที่สุดคือแม้แต่ตัวลูกชายเองก็รู้ความจริงเรื่องพ่อแท้ๆ ของตัวเอง มีเพียงเขาคนเดียวในบ้านที่ถูกปิดหูปิดตาเป็นคนโง่

หลังจากความแตก หมาเฟินผู้เป็นเมียไม่เพียงไม่สำนึกผิด แต่ยังหอบลูกหนีไปอยู่กับชู้หน้าตาเฉย แถมยังจะมาฟ้องเอาบ้านซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายไปครึ่งหนึ่งอีก

ติงจื้อหยวนน่าสงสารเกินไป เขามีสิทธิ์ที่จะโกรธแค้น ลู่เฟิงคงไม่ขวางหากเขาจะไปแก้แค้นส่วนตัว

แต่เขาไม่ควรเสียสติจนพาลไปลงกับคนอื่น และคิดจะฆ่าคนบริสุทธิ์ในโรงเรียนอย่างโหดเหี้ยมแบบนั้น

"เราควรช่วยไหม?" ลู่เฟิงสับสนอย่างหนัก

เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองเป็นซูเปอร์ฮีโร่ผู้ผดุงความยุติธรรม การไม่กลายเป็นปีศาจร้ายกระหายเลือดก็นับว่าเขาคุมตัวเองได้ดีที่สุดแล้ว

หน้าประตูสนามสอบเข้ามหาวิทยาลัยย่อมมีตำรวจคอยเฝ้าอยู่ แต่มันก็ยากจะหยุดยั้งการจู่โจมที่วางแผนมาอย่างดี

แม้ที่โรงเรียนเขาจะไม่ได้มีเพื่อนสนิทมากมาย แต่ทุกคนก็อยู่ร่วมกันได้ด้วยดี ลู่เฟิงรู้ตัวว่าเขาไม่สามารถแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง แล้วปล่อยให้เพื่อนร่วมชั้นที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ถูกฆ่าแกงต่อหน้าต่อตาได้

หลังจากนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่เฟิงก็ถอนหายใจออกมา ในอนาคตเขาอาจจะมองเรื่องพวกนี้อย่างเย็นชาและวางตัวเป็นกลางได้ แต่ในตอนนี้ เขายังตัดสินใจที่จะสอดมือเข้าไปยุ่ง ทว่าเงื่อนไขคือต้องไม่เปิดเผยพลังของตัวเอง เขาไม่อยากถูกจับไปผ่าพิสูจน์ตั้งแต่อายุยังน้อย

ท้องฟ้าข้างนอกสว่างขึ้นแล้ว ลู่เฟิงมองนาฬิกาอีกครั้ง มันเลยเจ็ดโมงเช้ามาแล้ว

เขาตบหน้าผากตัวเองฉาด เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเวลาสอบวันนี้ไม่ใช่เก้าโมงเช้า แต่เริ่มตั้งแต่แปดโมงครึ่ง

เขารีบใส่เสื้อผ้า คว้ากระเป๋าอุปกรณ์ แล้ววิ่งออกจากประตูไปทันที

เมื่อลงมาข้างล่าง ลู่เฟิงรีบสแกนจักรยานไฟฟ้าสาธารณะแล้วบึ่งออกไป

กระแสลมที่พัดปะทะใบหน้าทำให้สมองเขาหมุนเร็วขึ้น

จะเป็นไปได้ไหมถ้าจะใช้พลังบังคับเข้าฝันตอนที่ติงจื้อหยวนชักอาวุธออกมาเตรียมจะลงมือ?

แต่วินาทีถัดมาเขาก็ปัดความคิดนั้นทิ้ง เพราะพลังนี้มีข้อจำกัดด้านระยะทาง คือเป้าหมายต้องอยู่ในสายตา แต่หน้าประตูโรงเรียนคนเยอะมาก พอเกิดคดีฆาตกรรมขึ้นทุกคนจะวิ่งหนีเอาตัวรอด ถ้าเขาดันวูบเข้าฝันไปตอนนั้น อาจจะโดนฝูงชนเหยียบตายได้

มันไม่คุ้มเลยสักนิด

หรือจะไปบอกตำรวจกับผู้บริหารโรงเรียนตอนถึงที่นั่น? ก็ไม่มีหลักฐานอีก แถมเขาก็ไม่อยากเปิดเผยเรื่องพลังดักจับฝันด้วย

ดังนั้นทางเดียวคือต้องสร้าง "อุบัติเหตุ" ก่อนที่ติงจื้อหยวนจะทันได้ลงมือ!

แต่อุบัติเหตุแบบไหนถึงจะดูสมเหตุสมผลล่ะ?

จังหวะนั้นเอง สัญญาณไฟจราจรที่สี่แยกเปลี่ยนเป็นสีแดง ลู่เฟิงกำเบรกแต่ปรากฏว่าเบรกมันไม่อยู่ มันหลวมโครกจนเขาน่าใจหาย เขาต้องใช้เท้าไถพื้นจนรถหยุด

ในขณะที่เขากำลังจะด่าบริษัทรถที่พังแล้วไม่ซ่อม ประกายไอเดียก็วาบขึ้นในหัวทันที!

"คิดออกแล้ว! นี่ไง ทางออกที่เตรียมไว้ให้พร้อมสรรพ!"

...เมื่อใกล้ถึงโรงเรียน ฝูงชนก็เริ่มหนาตาขึ้นเรื่อยๆ ผู้ปกครองที่มาส่งบุตรหลานยืนรออยู่เต็มสองข้างทาง

ลานหน้าประตูโรงเรียนถูกกั้นด้วยรั้วเหล็กเพื่อสร้างช่องทางเดินสำหรับผู้เข้าสอบ พื้นที่ตรงนั้นจึงยังไม่แออัดนัก

จากระยะไกล ลู่เฟิงเห็นอาจารย์โจวเหวินเม่ยและคณะผู้บริหารโรงเรียนยืนปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าประตู พลางพูดคุยกับตำรวจที่อยู่ใกล้ๆ ในขณะที่พนักงานรักษาความปลอดภัยอย่างติงจื้อหยวนยืนอยู่นอกเขตรั้วกั้นด้วยสีหน้าถมึงทึง สายตากวาดมองฝูงชนที่เดินผ่านไปมาอย่างมีนัยสำคัญ

"ดีล่ะ ยังทันเวลา!"

สิ้นเสียงคำพูดของเขา ระฆังโรงเรียนก็ดังขึ้น เป็นสัญญาณว่าอนุญาตให้เข้าสนามสอบได้แล้ว!

เหล่านักเรียนท่ามกลางฝูงชนเริ่มทยอยกันออกมา ค่อยๆ เดินมุ่งหน้าสู่ประตูโรงเรียนภายใต้สายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหวังของผู้ปกครอง

เมื่อจำนวนเด็กนักเรียนที่เดินเข้ามาใกล้มีมากขึ้น แววตาของติงจื้อหยวนก็วาบประกายอาฆาต มือของเขาเริ่มเอื้อมไปที่ด้านหลังเครื่องแบบ

ถึงเวลาแล้ว!!

ลู่เฟิงไม่มีเวลาให้คิดช้า เขาบิดคันเร่งจักรยานไฟฟ้าจนสุด แรงส่งทำให้รถพุ่งทะยานออกไปทันที!

"ถอยไป! ถอยไปครับ! เบรกแตกแล้ววว!" เขาตะโกนลั่นพร้อมแสร้งทำเป็นหน้าตื่นตระหนกสุดขีด

เสียงตะโกนนั้นเรียกความสนใจจากทุกคนที่อยู่ตรงนั้นทันที ทุกคนหันมามองและเห็นนักเรียนคนหนึ่งขี่จักรยานไฟฟ้าพุ่งตรงมาด้วยความเร็วสูง แฮนด์รถส่ายไปมาดูควบคุมไม่อยู่

เหล่านักเรียนต่างพากันกระโดดหลบไปสองข้างทางด้วยความตกใจ

โชคดีที่ระฆังเพิ่งดังและนักเรียนยังเดินไปไม่ถึงประตูมากนัก ทำให้ลู่เฟิงพุ่งตรงไปยังติงจื้อหยวนได้โดยไม่มีอะไรขวางกั้น

ติงจื้อหยวนเพิ่งจะชักมีดเลาะกระดูกที่ซ่อนไว้ด้านหลังออกมาได้เพียงครึ่งเดียว ก็ถูกจักรยานไฟฟ้าพุ่งเข้าชนอย่างแรง

"ปัง!"

ล้อรถบังเอิญไปกระแทกเข้าที่ข้อเท้าด้านหลังของติงจื้อหยวนพอดี เขาตระโกนออกมาด้วยความเจ็บปวด เสียหลักล้มคว่ำหน้าลงกับพื้น โดยมีลู่เฟิงและจักรยานไฟฟ้าทับอยู่ด้านบน

"เคร้ง!"

มีดเลาะกระดูกหลุดกระเด็นออกจากมือแล้วกลิ้งไปตามพื้นหลายตลบ

ผู้ปกครองหลายคนที่อยู่ใกล้ๆ ตั้งท่าจะเข้าไปช่วยคนล้ม แต่พอเห็นมีดเล่มนั้นที่วาววับอยู่บนพื้น สีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

"กรี๊ดดด!!! มีด!!! เขามีมีด!!!"

เสียงหวีดร้องบาดลึกไปถึงท้องฟ้าดังระงมขึ้นทันที

จบบทที่ บทที่ 15 ขัดขวาง

คัดลอกลิงก์แล้ว