- หน้าแรก
- ก็ผมมีระบบพลิกชีวิต ผมจะเป็นมหาเศรษฐีกี่ล้านก็ได้
- บทที่ 14 - เปลี่ยนมุมมอง
บทที่ 14 - เปลี่ยนมุมมอง
บทที่ 14 - เปลี่ยนมุมมอง
บทที่ 14 - เปลี่ยนมุมมอง
◉◉◉◉◉
แสงแดดยามฤดูร้อนสาดส่องผ่านหน้าต่างกระจกบานใหญ่ลงบนร่างของเจียงหร่วน ทำให้เรือนผมยาวสลวยดกดำของเธอกลายเป็นสีทอง
สายตาของเธอจดจ่อ ร่างกายโน้มไปข้างหน้าเล็กน้อย
จากมุมมองของกู้เหิง เขาสามารถมองเห็นไหปลาร้าอันงดงามของเธอที่เผยให้เห็นอยู่รำไร
กู้เหิงจ้องมองเจียงหร่วนอย่างเงียบๆ แววตาฉายแววซับซ้อน
พูดตามตรง ถ้าไม่ใช่เพราะภารกิจท้าทายนี้ปรากฏขึ้นมาอย่างกะทันหัน
แม้ว่าเจียงหร่วนจะเป็นผู้หญิงในแบบที่เขาชอบมาก เขาก็อาจจะไม่ได้คิดจะทำอะไรเป็นพิเศษ
สามปีที่ผ่านมา พายุฝนและลมหนาวในสังคมแห่งความเป็นจริง
ได้เปลี่ยนเด็กหนุ่มที่เคยสดใสร่าเริงและมั่นใจ ให้กลายเป็นคนขี้ขลาด ไม่มั่นใจในตัวเอง และเงียบขรึม
ไม่เคยลำบากยากไร้ ไหนเลยจะเข้าใจหัวอกคน ไม่เคยผ่านร้อนผ่านหนาว ก็คงไร้เดียงสาอยู่วันยังค่ำ
ที่เรียกว่าวุฒิภาวะ ก็แค่เก่งซ่อนความรู้สึก ที่เรียกว่าผ่านโลกมามาก ก็แค่เจ็บปวดจนไม่มีน้ำตาจะไหล
ตอนนี้ แม้ว่ากู้เหิงจะพลิกชีวิตได้อย่างงดงามแล้ว แต่มุมมองความคิดของเขากลับยังปรับเปลี่ยนตามไม่ทัน
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่ชอบ แม้ว่าด้วยฐานะและความมั่งคั่งของเขาในตอนนี้ จะคู่ควรกับพวกเธอแปดร้อยรอบแถมยังมีทอน แต่เขาก็ยังคงมีความรู้สึกไม่คู่ควรติดอยู่ในใจโดยไม่รู้ตัว ทำให้เขาเลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับโดยสัญชาตญาณ
ผู้หญิงส่วนใหญ่มักจะชื่นชมคนที่แข็งแกร่งกว่า
บางที นี่อาจจะเป็นสัญชาตญาณที่ฝังลึกอยู่ในยีนของพวกเธอภายใต้กฎการคัดเลือกโดยธรรมชาติตั้งแต่โบราณกาล
ในสถานการณ์เช่นนี้ ผู้ชายที่ขี้ขลาดและไม่มั่นใจในตัวเอง อย่าว่าแต่จะพิชิตใจสาวงามระดับท็อปอย่างเจียงหร่วนเลย แม้แต่ผู้หญิงหน้าตาธรรมดาก็คงไม่ชายตาแล
มีเงินแล้วจะทำไม?
คนที่กลายเป็นไอ้ลูกแหง่, กลายเป็นตัวสำรอง, กลายเป็นตู้เอทีเอ็มเดินได้ มีให้เห็นถมไปไม่ใช่เหรอ?
ดังนั้น...
ทัศนคติจึงสำคัญมาก!
ความคิดมากมายแล่นผ่านเข้ามาในหัวของกู้เหิง เจียงหร่วนและลั่วซีเหวินที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขาไม่ทันได้สังเกตว่า บรรยากาศรอบตัวของกู้เหิงได้เปลี่ยนไปโดยไม่รู้ตัว
ในขณะเดียวกัน สายตาที่เขามองไปยังเจียงหร่วนก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปเล็กน้อย
เจียงหร่วนที่กำลังกรอกเอกสารทำเรื่องอยู่ ทันใดนั้นก็เหมือนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง เธอเงยหน้าขึ้นมองกู้เหิงโดยสัญชาตญาณ
หากเป็นเมื่อไม่กี่นาทีก่อน เมื่อต้องเผชิญกับสายตาของสาวงามระดับเจียงหร่วน เขาก็อาจจะหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว หรือแกล้งทำเป็นมองไปทางอื่นอย่างไม่ตั้งใจ
แต่ตอนนี้ กู้เหิงสบตากับเจียงหร่วนตรงๆ สายตาของเขาไม่หลบเลี่ยง
เมื่อสายตาทั้งสองประสานกัน กลับเป็นเจียงหร่วนที่ทนไม่ไหวเสียก่อน ใบหน้าแดงระเรื่อแล้วก้มหน้าลงอีกครั้ง
ผลลัพธ์เช่นนี้ เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ชโลมใจของกู้เหิง ทำให้ทัศนคติของเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น
‘ภารกิจท้าทายนี้...’
‘มาได้ถูกเวลาจริงๆ’
กู้เหิงถอนหายใจเบาๆ ในใจรู้สึกโล่งอกเล็กน้อย
ถ้าเขายังคงรักษาทัศนคติแบบเดิมๆ ไว้ สักวันหนึ่งเขาจะต้องเจ็บหนักเพราะผู้หญิงอย่างแน่นอน
แค่เจอพวกกรีนทีตัวแม่หรือพวกสาวนักขุดทองระดับสูง ก็สามารถปั่นหัวเขาเล่นเหมือนหมาได้แล้ว
‘พิชิตทั้งกายและใจ...’
‘กายนั้นได้มาง่าย แต่ใจนั้นยากแท้หยั่งถึง’
‘มิน่าล่ะรางวัลถึงได้มากมายขนาดนี้ ความยากของภารกิจท้าทายนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ’
กู้เหิงถอนหายใจในใจอย่างเงียบๆ
แต่ถึงแม้ภารกิจท้าทายนี้จะยาก เขาก็ต้องทำให้สำเร็จให้ได้ เพราะรางวัลสุดท้ายของภารกิจนี้เกี่ยวข้องกับฟังก์ชันใหม่ของพี่ระบบ
ขณะที่กู้เหิงกำลังครุ่นคิดถึงภารกิจท้าทายที่มาอย่างไม่คาดฝัน ในโลกแห่งความเป็นจริงเวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ประมาณครึ่งชั่วโมง เอกสารการซื้อรถทั้งหมดของกู้เหิงก็เสร็จเรียบร้อย แม้แต่เรื่องการจดทะเบียนก็มีคนจัดการให้เขาเรียบร้อยแล้ว
“คุณกู้คะ นี่คือเอกสารและหลักฐานการซื้อรถของคุณค่ะ”
เจียงหร่วนส่งคืนบัตรประชาชนและบัตรธนาคารของกู้เหิงให้เขาโดยเฉพาะ จากนั้นก็ยื่นซองเอกสารกระดาษสีน้ำตาลที่ใส่เอกสารการซื้อรถให้กู้เหิง
“ขอบคุณมากครับ”
กู้เหิงพยักหน้าเบาๆ แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เลิกคิ้วให้เจียงหร่วน “ขอวีแชทหน่อยได้ไหมครับ? ถ้าต่อไปผมมีปัญหาเรื่องการใช้รถ จะได้ติดต่อคุณได้ใช่ไหมครับ?”
“แน่นอนค่ะ”
“เดี๋ยวฉันสแกนของคุณเลยค่ะ”
เจียงหร่วนยิ้มกว้าง ข้อเสนอของกู้เหิงนี้ช่างเข้าทางเธอเสียจริง
“ได้ครับ”
กู้เหิงเปิดคิวอาร์โค้ดวีแชทของตัวเองให้เจียงหร่วนสแกน
รอบๆ ตัว ลั่วซีเหวินมองดูทั้งสองคนแลกวีแชทกัน สายตาของเธออดไม่ได้ที่จะจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าสวยงามเย็นชาของเจียงหร่วนเป็นเวลานาน
ในขณะเดียวกัน ในหัวของเธอก็ปรากฏภาพของพยาบาลสาวน้อยที่เธอเห็นตอนไปรับกู้เหิงที่หน้าโรงพยาบาลจี๋ต้าเก้าเมื่อตอนกลางวัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหญิงสาวทั้งสองคนนี้อ่อนกว่าเธอ
โดยเฉพาะพยาบาลสาวน้อยคนนั้น ใบหน้าเล็กๆ ของเธอนั้นดูอ่อนเยาว์จนแทบจะหยิกน้ำออกมาได้ บนใบหน้ายังมีขนอ่อนๆ ที่ยังไม่หลุดร่วงอยู่เลย
‘เป็นอย่างที่คิด...’
‘ในโลกของพวกอภิมหาเศรษฐีเหล่านี้ สาวสวยมีให้เห็นอยู่ทุกหนทุกแห่งจริงๆ’
‘แต่ฉันก็ใช่ว่าจะด้อยกว่าพวกเธอเสียหน่อย’
เมื่อลั่วซีเหวินคิดถึงตรงนี้ ในหัวของเธอก็ไม่รู้ว่านึกถึงอะไรขึ้นมา ใบหน้ารูปไข่ขาวผ่องของเธอก็ปรากฏรอยแดงจางๆ ขึ้นมาสองข้าง
หลังจากกู้เหิงแลกวีแชทกับเจียงหร่วนเสร็จแล้ว ก็ไม่ได้พูดอะไรต่ออีก พาเอาลั่วซีเหวินเดินออกไปนอกร้าน
ที่หน้าประตูรถมายบัค GLS600 ของเขาถูกเตรียมพร้อมไว้เรียบร้อยแล้ว ป้ายทะเบียนสีน้ำเงินทั้งสองใบก็ถูกติดตั้งเรียบร้อยแล้ว
“ผู้จัดการลั่ว เดี๋ยวมีเวลาไหมครับ?”
กู้เหิงเดินไปยังรถของเขา พร้อมกับถามลั่วซีเหวิน
“มีค่ะ”
ลั่วซีเหวินรีบตั้งสติกลับมา “คุณกู้มีอะไรให้รับใช้ สั่งได้เลยค่ะ”
“คืนนี้ผมมีงานเลี้ยงอาหารค่ำ ผมว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าสักสองสามชุดที่จัวจั่น”
กู้เหิงยืนอยู่หน้ารถ พูดกับลั่วซีเหวินว่า “ผมเห็นว่ารสนิยมการแต่งตัวของคุณดีมาก ถ้าเดี๋ยวว่าง ก็ไปเดินเป็นเพื่อนผมหน่อยสิครับ จะได้ช่วยแนะนำผมด้วย”
สำนักงานกฎหมายจวินเฉิง อย่างน้อยก็เป็นหนึ่งในสำนักงานกฎหมายชั้นนำของประเทศ เซี่ยเจิ้นจงก็เป็นถึงผู้อำนวยการของสำนักงานกฎหมายจวินเฉิง
แม้ว่าในความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย เขาจะเป็นฝ่าย ก และอีกฝ่ายจะเป็นฝ่าย ข
แต่ในการเลี้ยงรับรองอย่างเป็นทางการ การพบกันครั้งแรกแล้วเขาใส่แค่เสื้อยืดกางเกงขาสั้นไป ก็คงจะไม่ให้เกียรติกันเกินไปหน่อย
สำหรับเสื้อผ้าแนวธุรกิจ กู้เหิงไม่รู้เรื่อง แต่เขารู้ว่าลั่วซีเหวินต้องรู้แน่นอน ก่อนที่เธอจะเข้ามาทำงานในธนาคารส่วนตัว เธอย่อมต้องผ่านการอบรมที่เกี่ยวข้องมาแล้ว
มีคนกึ่งมืออาชีพอยู่ข้างๆ ย่อมดีกว่าเขาเดินด้อมๆ มองๆ คนเดียว
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
ลั่วซีเหวินได้ยินดังนั้น ก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล
“งั้นก็ขึ้นรถ”
กู้เหิงพูดจบ ก็เปิดประตูรถเข้าไปนั่งก่อน ส่วนลั่วซีเหวินก็รีบก้าวเข้าไปนั่งที่เบาะผู้โดยสารด้านหน้า
สุดท้าย ภายใต้การส่งสายตาของกัวจื่อหมิงและคนอื่นๆ รถมายบัค GLS600 คันนี้ก็ค่อยๆ กลืนหายเข้าไปในกระแสรถยนต์ และหายไปจากสายตาของพวกเขา
หลังจากส่งแขกคนสำคัญกลับไปแล้ว ทุกคนก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วหันหลังกลับเข้าไปในร้าน
เจียงหร่วนเหลือบมองกัวจื่อหมิงที่กำลังรายงานสถานการณ์ให้เจ้านายฟังอย่างกระตือรือร้น เธอหันหลังเดินไปยังห้องน้ำ
ขณะเดียวกัน เธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูวีแชทของกู้เหิงที่เพิ่งแอดมา นิ้วเรียวขาวก็กดเข้าไปดูโมเมนต์ของอีกฝ่ายทันที
กู้เหิงตั้งค่าโมเมนต์ให้เห็นได้แค่ครึ่งเดือน และในช่วงครึ่งเดือนนี้ กู้เหิงก็โพสต์โมเมนต์เพียงแค่โพสต์เดียว
โพสต์นี้ถูกโพสต์เมื่อสิบวันก่อน เนื้อหาในโมเมนต์เป็นรูปที่กู้เหิงยื่นแขนที่เปียกเหงื่อครึ่งหนึ่งออกมาทำท่าชูสองนิ้ว พร้อมแคปชันสี่คำ: รุ่งอรุณใกล้เข้ามาแล้ว!
ทันใดนั้น เจียงหร่วนก็หยุดเดิน
เธอมองดูเงาหลังในรูปนี้ ความรู้สึกคุ้นเคยที่มีต่อกู้เหิงซึ่งวนเวียนอยู่ในใจมาตลอด ในที่สุดก็มีคำตอบ
‘เป็นเขาเองเหรอ...’
◉◉◉◉◉
จบแล้ว