- หน้าแรก
- ฉันสามารถสร้างโชคของตัวเองได้
- บทที่ 28 ผู้วิวัฒนาการ
บทที่ 28 ผู้วิวัฒนาการ
บทที่ 28 ผู้วิวัฒนาการ
บทที่ 28 ผู้วิวัฒนาการ
"เปล่าครับ เราต่างกัน"
ฟ่านเสี่ยวตอบราวกับกำลังทำข้อสอบ "ผมเรียนรู้ทุกอย่างได้เร็ว ไม่ใช่แค่เรื่องความรู้ แต่รวมถึงทักษะต่างๆ ด้วย แถมยังครอบคลุมหลายด้าน"
"คุณรู้จัก วิธีจดจำแบบไม่รู้ตัว ใช่ไหมครับ มันคือการเปลี่ยน ความจำที่ไม่ได้ตั้งใจ กับ ความจำที่ตั้งใจ ให้สลับไปมาจนสามารถจำทุกอย่างได้เกือบทั้งหมดเพียงแค่ปราดมอง"
"ผมฝึกทักษะนี้จนชำนาญได้ทันทีที่เริ่มเรียน"
หมอเฉิง "..."
ฟ่านเสี่ยวกล่าวต่อ "นอกจากนี้..."
"เดี๋ยวก่อน!"
หมอเฉิงรีบขัดจังหวะเพื่อหยุดการโอ้อวดตนเองอย่างถ่อมตัวของอีกฝ่าย
ในขณะเดียวกัน คิ้วของเขาก็ขมวดมุ่น
สิ่งที่เขาต้องการถามไม่ใช่เรื่องสัพเพเหระที่ไร้สาระเหล่านี้
สิ่งที่เขาอยากรู้คืออีกฝ่ายเป็น ผู้วิวัฒนาการ หรือ ผู้เล่น กันแน่
หมอเฉิงเริ่มชี้นำคำถาม "ช่วงนี้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคุณมีความเปลี่ยนแปลงบ้างไหม อย่างเช่น ความอยากอาหารเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน?"
"ไม่ครับ"
"เคยมีความคิดอยากจะโจมตีสัตว์อย่างพวกสุนัขหรือแมวเพราะความหิวบ้างไหม?"
"ไม่ครับ"
"แล้วเรื่องพละกำลังล่ะ อยู่ดีๆ เพิ่มขึ้นบ้างหรือเปล่า?"
"ไม่ครับ"
เมื่อได้ยินคำตอบ หมอเฉิงก็ลอบถอนหายใจ
คราวนี้เขาโชคร้ายจริงๆ ที่เจอเข้ากับคนไข้โรคจิตธรรมดาคนหนึ่ง
นั่นสินะ ผู้วิวัฒนาการและผู้เล่นใช่ว่าจะหาตัวกันได้ง่ายๆ ทุกครั้งไป
หมอเฉิงเก็บซ่อนความผิดหวังไว้บนใบหน้าและรอคอยอย่างเงียบเชียบเพื่อให้ฤทธิ์ยาเจือจางลง
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ใช่เป้าหมาย เขาก็ทำได้เพียงดำเนินการตามขั้นตอนปกติเท่านั้น
ทว่าในตอนนั้นเอง ฟ่านเสี่ยวก็โพล่งขึ้นมาว่า "ต่างหูโลหิตจาง"
"...อะไรนะ?"
หมอเฉิงชะงักไป
วินาทีต่อมา แสงสีแดงฉานก็สว่างวาบขึ้นในครรลองสายตา มันพุ่งเข้าหาเขาด้วยเสียงหวีดหวิวและเฉียดผ่านแก้มไป
ไม่สิ มันไม่ได้แค่เฉียด
หลังจากแสงสีแดงนั้นกรีดผิวหนังและเส้นเลือดฝอยบนใบหน้าของเขาจนขาดสะบั้น มันก็หายวับไปโดยไร้ร่องรอย
ไอเทมเกม!
อีกฝ่ายคือผู้เล่นงั้นหรือ!?
หมอเฉิงลุกพรวดขึ้นด้วยความตกใจ เขาต้องการเรียกไอเทมออกมาเพื่อตอบโต้ในทันที
ทว่าน่าเสียดายที่ฟ่านเสี่ยวชิงลงมือก่อน จึงรวดเร็วกว่าเขาหนึ่งก้าว
วินาทีถัดมา หมอเฉิงรู้สึกเบาหวิวที่ศีรษะ ความมึนงงอย่างรุนแรงเข้าจู่โจมจนภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือน
เลือดในกายของเขากำลังถูกควบคุมโดยฟ่านเสี่ยว ทำให้ไม่สามารถส่งออกซิเจนไปเลี้ยงสมองได้ ความรู้สึกหน้ามืดถาโถมเข้าใส่ระลอกแล้วระลอกเล่า
หมอเฉิงทรุดลงกับพื้นโดยสิ้นแรงที่จะใช้ไอเทมใดๆ
ฟ่านเสี่ยวลุกขึ้นยืนอย่างใจเย็น เขากระชับถ้วยน้ำชาที่เหลืออยู่ เดินเข้าไปใกล้หมอเฉิง แล้วกรอกน้ำชาทั้งหมดลงไปในลำคอของหมอเฉิงที่กำลังมึนงง
"คุณหมอเฉิง คุณคือผู้เล่นใช่ไหมครับ?"
ฟ่านเสี่ยวลองหยั่งเชิง
"อึก..." ร่องรอยของการดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้าของหมอเฉิง
"พลังจิตของคุณค่อนข้างดีทีเดียว ดูเหมือนยาแค่นี้จะทำอะไรคุณไม่ได้"
ฟ่านเสี่ยวรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็หยิบขวด สัจจะเซรั่ม ระดับอี ที่ได้รับเป็นรางวัลจากดันเจี้ยนครั้งก่อนออกมาจากพื้นที่จัดเก็บของผู้เล่น
แล้วกรอกมันทั้งหมดลงในลำคอของอีกฝ่าย
ไม่นานนัก อาการขัดขืนบนใบหน้าของหมอเฉิงก็มลายหายไป
ฟ่านเสี่ยวหยุดควบคุมการไหลเวียนของเลือดชั่วคราว
เขาไม่กลัวว่าอีกฝ่ายจะแกล้งทำเพื่อหลอกล่อหาโอกาสใช้ ตั๋วมิติเวลา หลบหนีเข้าดันเจี้ยน
เพราะตั๋วมิติเวลาจะใช้งานได้ก็ต่อเมื่อหลุดพ้นจากสภาวะการต่อสู้แล้วเท่านั้น
ข้อมูลนี้ถูกประกาศไว้บนเว็บไซต์ทางการของสำนักกิจการพิเศษ ราวกับจะเตือนผู้เล่นทุกคนให้ประพฤติตัวดีๆ
"คุณหมอเฉิง คุณคือผู้เล่นใช่ไหมครับ?" ฟ่านเสี่ยวถามย้ำอีกครั้ง
หมอเฉิงตอบกลับโดยไร้การต่อต้าน "ใช่"
ฟ่านเสี่ยวถามต่อ "ระดับผู้เล่นของคุณคือระดับไหน?"
"ระดับอี"
"คุณกำลังตามหาผู้เล่นคนอื่นอยู่ใช่ไหม?"
"ใช่ นอกจากผู้เล่นแล้ว ผู้วิวัฒนาการก็เป็นเป้าหมายของเราด้วย"
หมอเฉิงให้ข้อมูลต่อเองว่า "ผู้วิวัฒนาการหลายคนมักจะกังวลกับการกลายพันธุ์ของตัวเองในช่วงแรก และเมื่อผลตรวจจากโรงพยาบาลหาสาเหตุไม่ได้ พวกเขาก็จะคิดว่าจิตใจของตัวเองผิดปกติ"
"ส่วนพวกผู้เล่นที่กลับมาจากดันเจี้ยน ก็มีโอกาสสูงที่จะเกิดสภาวะจิตใจบอบช้ำหลังเหตุการณ์รุนแรง ซึ่งต้องได้รับการบำบัดทางจิตเช่นกัน"
"ผมใช้ฐานะปัจจุบันค้นหาผู้วิวัฒนาการได้ 3 คน และผู้เล่นอีก 1 คน"
"การตกปลาสินะ..."
สีหน้าของฟ่านเสี่ยวเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาบ้าง
คำว่า "พวกเรา" หมายความว่าหมอเฉิงมีองค์กรหนุนหลังอยู่
และเมื่อดูจากสถานการณ์ปัจจุบัน องค์กรนี้น่าจะเป็นกลุ่มที่ผู้เล่นตั้งขึ้นเองอย่างไม่เป็นทางการ
องค์กรผู้เล่นเถื่อนที่คอยดักตกปลาผู้เล่นคนอื่น...
ฟ่านเสี่ยวตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้ เขาจึงเปิดโทรศัพท์เพื่อบันทึกเสียง เตรียมรวบรวมหลักฐานเพื่อรายงาน "เป้าหมายในการตามหาผู้วิวัฒนาการและผู้เล่นคืออะไร?"
"เพื่อเลี้ยงดูพวกเขาให้เหมือนสัตว์เลี้ยง เรามีไอเทมพิเศษที่สามารถควบคุมคนในครอบครัวของพวกเขาได้ และใช้สิ่งนี้เป็นข้อต่อรองเพื่อบังคับให้พวกเขาเข้าดันเจี้ยนอย่างต่อเนื่อง แล้วส่งมอบรางวัลทั้งหมดให้เรา"
"ไอเทมพิเศษ? ไอเทมอะไร?"
"มันคือไอเทมระดับดีที่บอสถือครองอยู่ สามารถประทับตราผ่านการสัมผัส แล้วบงการให้คนคนนั้นตายด้วยโรคบางอย่างจากระยะไกลได้ แต่มันใช้ได้ผลเฉพาะกับคนธรรมดาและผู้วิวัฒนาการที่มีอัตราการวิวัฒนาการต่ำเท่านั้น จะไม่มีผลกับผู้วิวัฒนาการที่มีอัตราเกินกว่า 7%"
"บอสของคุณมีไอเทมระดับดีงั้นหรือ? เขาเป็นผู้เล่นระดับดีใช่ไหม?"
"ใช่ บอสถูกดึงเข้าสู่ เกมวิวัฒนาการ ตั้งแต่ช่วงแรกสุด พอเกมปรากฏขึ้นได้เพียงเดือนเดียว เขาก็กลายเป็นผู้เล่นระดับดีแล้ว"
"แล้วผู้วิวัฒนาการ 3 คนกับผู้เล่นอีก 1 คนที่คุณเจอ เป็นอย่างไรบ้าง?"
"มี 2 จาก 4 คนที่ไม่ยอมเชื่อฟัง บอสเลยฆ่าพวกเขาทิ้งรวมถึงครอบครัวของด้วย"
หมอเฉิงตอบด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ "ส่วนอีก 2 คนที่เหลือ หลังจากเข้าดันเจี้ยนครั้งล่าสุดก็ไม่ได้กลับออกมาอีกเลย ผมเดาว่าคงตายอยู่ในนั้นแล้ว"
"ผมก็เดาว่างั้นเหมือนกัน"
ฟ่านเสี่ยวยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยขณะถามต่อ "นอกจากสวมรอยเป็นนักจิตวิทยาเพื่อตกปลาแล้ว พวกคุณยังมีวิธีอื่นในการตามหาผู้เล่นอีกไหม?"
"มี เรามักจะเจอผู้เล่นจากโลกเดียวกันในดันเจี้ยนระดับอี เราจะแสร้งทำเป็นคนดีเพื่อเข้าไปทำความรู้จักและขอข้อมูลติดต่อเอาไว้"
หมอเฉิงตอบ "ความจริงแล้ว วิธีการค้นหาของสมาชิกแต่ละคนจะแตกต่างกันไปและมีประสิทธิภาพต่ำมาก ประสิทธิภาพของผมถือว่าสูงที่สุดแล้ว"
"พวกคุณมีกันกี่คน?"
"เริ่มแรกมีสมาชิกอย่างเป็นทางการ 8 คน ต่อมาตายไป 2 คนเพราะความขัดแย้งภายใน หนึ่งในนั้นคือบอส ตอนนี้จึงเหลือแค่ 6 คน และปัจจุบันมีผู้วิวัฒนาการกับผู้เล่นรวม 12 คนที่ถูกพวกเราทั้ง 6 คนเลี้ยงไว้"
องค์กรผู้เล่นที่มีคนรวมถึง 18 คน... นี่คือข้อมูลที่น่าตกใจมาก
ฟ่านเสี่ยวไม่คิดเลยว่าเพียงแค่มาหานักจิตวิทยาจะทำให้เขาไปสะดุดเข้ากับเรื่องแบบนี้
แน่นอนว่าเขาก็แค่แปลกใจในความโชคร้ายของตัวเองเท่านั้น
ส่วนเรื่องการมีอยู่ของ องค์กรหยางจือ ไม่ได้ทำให้เขาประหลาดใจเลยสักนิด
มันก็แค่การสูบเลือดสูบเนื้อคนอื่นเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้ตัวเองไม่ใช่หรือ?
เรื่องพรรค์นี้เป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปในสังคมปัจจุบันอยู่แล้ว
ในเมื่อมันเกิดขึ้นในหมู่ผู้เล่นกลุ่มใหม่นี้ ก็ไม่มีอะไรต้องแปลกใจ
อันที่จริง วิธีการของผู้เล่นเหล่านี้ยังถือว่าค่อนข้างหยาบกระด้างเกินไป ยังไม่สามารถบรรลุชัยชนะได้โดยไม่ต้องหลั่งเลือด
บทที่ 37 เกินกว่าจะช่วย ได้แต่รอความตาย
หลังจากระบุข้อมูลตัวตนของสมาชิกทุกคนใน องค์กรหยางจือ จนชัดเจนแล้ว
ในขณะที่ฤทธิ์ของสัจจะเซรั่มยังไม่หมดไป ฟ่านเสี่ยวจึงถามหมอเฉิงว่าเขามีไอเทมอะไรอยู่ในครอบครองบ้าง
แน่นอนว่าก่อนจะถามคำถามนี้ เขาไม่ลืมที่จะปิดการบันทึกเสียงในโทรศัพท์ก่อน
เพราะการหักหลังแย่งชิงไม่ใช่เรื่องที่น่าเชิดชูนกย่อง จึงไม่มีความจำเป็นต้องบันทึกไว้
"ผมมีไอเทมระดับอี 3 ชิ้น"
หมอเฉิงกล่าว "ชิ้นแรก เครื่องช็อตไฟฟ้าสุดขั้ว เป็นกระบองไฟฟ้าความยาว 1 เมตร ขอเพียงสัมผัสถูกตัวเป้าหมาย ก็สามารถทำให้ผู้เล่นที่มีอัตราวิวัฒนาการต่ำกว่า 20% สลบได้ภายใน 3 วินาที"
"ชิ้นที่สอง พันธนาการกระดองเต่าพิศวาส เป็นเชือกความยาว 10 เมตร หนาเท่าหัวแม่มือ เมื่อปล่อยออกไป มันจะพุ่งเข้าหาเป้าหมายและรัดตัวเอาไว้โดยอัตโนมัติ"
"ชิ้นที่สาม ตุ๊กตาไล่ฝน เมื่อเปิดใช้งาน มันจะทำนายและประกาศสภาพอากาศในสัปดาห์หน้าให้ทราบโดยอัตโนมัติ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ฟ่านเสี่ยวจึงสั่งทันทีว่า "หยิบไอเทมออกมา สละสิทธิ์การครอบครอง แล้วมอบทั้งหมดมาให้ผม"
"..."
สิ่งที่ต่างจาก คำถาม คือ คำสั่ง ซึ่งมันทำให้ใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกของหมอเฉิงเริ่มแสดงอาการดิ้นรนขัดขืนอีกครั้ง
1 วินาที 2 วินาที...
เมื่อเวลาผ่านไป อาการขัดขืนของหมอเฉิงก็ยิ่งรุนแรงขึ้น
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็กลับมาโฟกัสได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นฟ่านเสี่ยวอยู่ใกล้เพียงเอื้อม เขาจึงตอบโต้ทันทีด้วยแววตาเย็นชาพลางหยิบไอเทมออกมาจากช่องเก็บของ
เชือกเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในมือของหมอเฉิง
ทว่าก่อนที่เขาจะได้ขานชื่อไอเทมเพื่อโจมตี ฟ่านเสี่ยวก็ดีดนิ้ว
เป๊าะ— ความมึนงงมหาศาลเข้าจู่โจมหมอเฉิงอีกคราว จนเขาล้มฟุบลงกับพื้น
ใบหน้าของฟ่านเสี่ยวยังคงเรียบเฉยไร้ซึ่งความวิตกกังวล
เลือดของหมอเฉิงได้สร้างสายสัมพันธ์กับ ต่างหูโลหิตจาง ไปเรียบร้อยแล้ว
ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้ หมอเฉิงไม่มีโอกาสจะขัดขืนเขาได้เลย
เว้นเสียแต่ว่าพรสวรรค์ของหมอเฉิงจะร้ายกาจเทียบเท่ากับเขา ที่สามารถสังหารคนได้เพียงแค่ความคิดโดยไม่ต้องขยับตัว
แต่นั่นมันเป็นไปไม่ได้
ผู้เล่นหน้าใหม่ที่สุ่มได้พรสวรรค์ระดับเอ ฟ่านเสี่ยวประเมินว่าในโลกนี้คงมีแค่เขาคนเดียวเท่านั้น
"ปฏิกิริยาแรกคือการใช้ไอเทม คุณเป็นผู้เล่นสายกินแรงคนอื่นงั้นหรือ? ไม่มีพรสวรรค์เลยใช่ไหม?"
ฟ่านเสี่ยวฉวยเชือกมาจากมือของหมอเฉิง พลิกดูครู่หนึ่งก่อนจะเตือนว่า "ขอบอกไว้ก่อนนะ ผมสามารถทำให้คุณ... ตู้ม... ระเบิดเป็นจลจลได้ในพริบตาเดียว เลือดของคุณจะกระเซ็นไปทั่ว และจะไม่เหลือแม้แต่ชิ้นส่วนศพที่สมบูรณ์ ถ้าเข้าใจแล้วก็อย่าได้คิดเล่นตลก"
ขณะพูด เขาผ่อนคลายการควบคุมเลือดลงเล็กน้อย เพื่อเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้สนทนา
"คุณมีไอเทมที่ทรงพลังขนาดนี้ได้ยังไง?" หมอเฉิงฝืนทนต่อความมึนงงและอาการคลื่นไส้อย่างรุนแรงพลางเอ่ยอย่างไม่ยินยอม "คุณเป็นผู้เล่นระดับดีงั้นหรือ?"
"ไม่ใช่เรื่องของคุณ"
ฟ่านเสี่ยวไม่มีความคิดที่จะเสียเวลาพูดไร้สาระ เขาเข้าประเด็นทันที "ตอนนี้ หยิบไอเทมที่เหลือออกมา แล้วสละสิทธิ์การครอบครองซะ"
ไอเทมเกมไม่ใช่สิ่งที่ใครได้ไปก็ใช้ได้เลย
ต้องมีสิทธิ์ในการครอบครองเท่านั้น จึงจะสามารถเปิดใช้งานเอฟเฟกต์พิเศษของไอเทมได้ด้วยการขานชื่อ
สิทธิ์ในการครอบครองจะไม่เปลี่ยนแปลงจนกว่าผู้เล่นจะสละสิทธิ์ด้วยตัวเอง ต่อให้ไอเทมชิ้นนั้นจะถูกแย่งชิงไปแล้วก็ตาม