- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 471 ทางเลือกสุดท้าย
บทที่ 471 ทางเลือกสุดท้าย
บทที่ 471 ทางเลือกสุดท้าย
บทที่ 471 ทางเลือกสุดท้าย
เย่จงหมิงละทิ้งการต่อสู้กับโฉ่วจื่อซ่ง รีบวิ่งไปที่รูที่ไส้เดือนยักษ์ขุดด้วยความเร็วสูง และมองเข้าไปข้างใน แต่ก็พบว่ามันมืดสนิทมองไม่เห็นอะไรเลย เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว
เพราะหลายคนกำลังเร่งรีบมาที่นี่
พวกเขาไม่ปรารถนาที่จะถูกกักขังไว้ในสนามแข่งขันรูเล็ตมรณะแห่งนี้ ถ้าหากมีทางหนีไปได้ แน่นอนว่าพวกเขาต้องรีบไปอย่างรวดเร็ว แม้ความหวังจะมีเพียงเล็กน้อยก็ตาม
เพื่อแย่งชิงสถานที่ๆซึ่งอาจเป็นเส้นทางหลบหนี การต่อสู้ที่ดุเดือดและนองเลือดที่สุดระหว่างกองกำลังต่างๆนับตั้งแต่สงครามได้เริ่มต้นก็ปะทุขึ้น เลือดและแขนขาที่ถูกตัดขาดเกลื่อนกลาดไปทั่วทั้งบริเวณนั้น
แม้เย่จงหมิงจะถอยกลับออกมาแล้ว แต่คิ้วของเขาก็ยังขมวดอยู่ไม่คลาย
เขาพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะเล่นเกมนี้ เพื่อกำจัดกองกำลังเหล่านี้ และได้รับรางวัลสูงสุด
เขาไม่เคยคิดว่าจะมีใครใช้อุปกรณ์วิเศษเพื่อหลบหนีไปจากที่นี่ได้ แม้ว่ารางวัลที่ได้รับจากสัตว์ประหลาดสมบัติของรูเล็ต อาจมีอุปกรณ์วิเศษบางอย่างปรากฏขึ้น ซึ่งเย่จงหมิงไม่สามารถคาดเดาได้อย่างเต็มที่
อย่างไรก็ตาม มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครสามารถใช้อุปกรณ์ประเภทนี้ เพื่อหลบหนีไปจากที่นี่ได้
และเย่จงหมิงก็ไม่คิดว่าจะมีใครโชคดีได้รับอุปกรณ์ประเภทนี้ไปและใช้มันเพื่อหลบหนีไปจากพื้นที่มิติแห่งนี้ และเพื่อให้มีภูมิคุ้มกันต่อความตาย
แล้วความจริงก็ทำให้เขาประหลาดใจ ที่ดร.เหอหาทางออกไปจากที่นี่ได้จริงๆ
แต่เย่จงหมิงก็ยอมรับความจริงนี้ได้ ถ้าดร.เหอสามารถเปิดเส้นทางหลบหนีได้จริงๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่เขาต้องการเห็น
“พวกเขาหนีไม่พ้นหรอก ไส้เดือนยักษ์เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้มันมีความสามารถด้านพื้นที่มิติก็จริง แต่มันก็อ่อนแอมาก อย่างไรก็ตาม มันก็ยังสามารถออกไปได้ แต่พวกเขา…ทำไม่ได้”
ตอนนี้การต่อสู้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ได้ยุติลงแล้ว เพราะคนเหล่านั้นรีบไปยังรูที่ไส้เดือนยักษ์ขุดขึ้น และผู้คนของอวิ๋นติ่งได้เข้ามารวมตัวกันที่เย่จงหมิงอีกครั้ง
เด็กหนอนสมองได้เข้ามาบอกบางอย่างที่มันสัมผัสได้ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกับเย่จงหมิง
ได้ยินดังนั้น เย่จงหมิงก็ผ่อนคลายลง มิฉะนั้นเขาก็ต้องการสั่งให้เริ่มเข้าโจมตีจริงๆ
ในที่สุดก็มีคนกระโดดลงไปในรูอย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นก็มีคนกระโดดตามกันเข้าไปเหมือนแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
แน่นอนว่ายังมีคนที่สงบนิ่ง อย่างเช่นเจ้าหน้าที่อาวุโสของกองทัพเหยา กับหอการค้าหลิง ที่ไม่ได้รีบร้อนตามเข้าไป เพราะไม่ว่าอย่างไรวิธีการของดร.เหอก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์ ทำให้การเข้าไปในรูมีความเสี่ยงสูง
ครู่ต่อมาก็มีเสียงกรีดร้องดังออกมาจากในรูโดยไม่หยุด
บางคนที่กระโดดเข้าไปในรูได้รีบวิ่งออกมาข้างนอกราวกับมีบางอย่างไล่ตามหลัง หลังจากนั้นไม่นาน คนอื่นๆก็เห็นว่า รูนั้นกำลัง ‘รักษา’ ตัวเองด้วยความเร็วที่มองเห็นด้วยตาเปล่า คนที่วิ่งหนีออกมาไม่ทันทั้งหมดได้ถูกกลบฝังอยู่ภายในนั้น
เมื่อเห็นรูนั้นได้รับการบูรณะอย่างสมบูรณ์ ทั้งขั้นบันไดก็เงียบสนิทราวกับยามค่ำคืนที่มืดมิด
ติ๊ก ติ๊ก!
ในสถานการณ์ที่ความหวังได้แตกสลาย และความเงียบเข้าห่อหุ้มความสิ้นหวัง ทันใดนั้นสถานการณ์นี้ก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงคล้ายน้ำหยด ทุกคนหันหน้ามองตามเสียงไป ก็พบว่าเสียงนั้นมาจากนาฬิกาจับเวลานับถอยหลังที่อยู่ข้างๆม่านแสงจอคะแนน
มันยังเหลือเวลาอีกมากกว่า 40 นาทีก่อนที่เวลาแข่งขันจะสิ้นสุด!
ปัจจุบันคะแนนของอวิ๋นติ่งวิลล่ายังครองอันดับหนึ่งอยู่ โดยมีกองทัพเหยาติดตามมาอย่างใกล้ชิด และหอการค้าหลิงล้าหลังไปเล็กน้อย
พื้นที่มืดลงเล็กน้อย และผู้พิทักษ์แห่งราศีกุมภ์ที่คอยปกป้องผู้คนของอวิ๋นติ่งวิลล่าอยู่ก็หายไปเช่นกัน ราวกับพื้นที่กำลังดูดซับพลังงานทดแทนพลังงานที่เสียไปจากการปิดผนึกรูที่ถูกเปิดออก ซึ่งทำให้พื้นที่ดูดซับพลังงานจากอัญมณีธรรมชาติธาตุน้ำที่ใช้สร้างผู้พิทักษ์เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน และทำให้ผู้คนของอวิ๋นติ่งวิลล่าสูญเสียการคุ้มครองไป
เฉิงเทียนจี้กับโฉ่วจื่อซ่งมองหน้ากัน ทุกคนต่างกระตือรือร้นที่จะลอง
สถานการณ์ในตอนนี้คือ ผู้คนของกองกำลังอิสระราชาเขาเดี่ยวได้ถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว และหลังจากดร.เหอได้หนีไปสมาชิกทั้งหมดของเสินถังก็ทรุดลงโดยสมบูรณ์ เพราะพวกเขาอยู่ใกล้กับรูนั้นมากที่สุด ทำให้จำนวนคนที่เข้าไปในรูมีมากที่สุดด้วย และส่วนใหญ่ก็ถูกฝังทั้งเป็น ดังนั้นตอนนี้จึงเหลืออยู่ไม่มากแล้ว ซึ่งทำให้ถูกตัดสิทธิ์ในการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง และทำได้เพียงรอความตายเท่านั้น
สถานการณ์ปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่สามฝ่าย แม้ว่าหอการค้าหลิงยังอยู่ในสภาพที่ดีมาก แต่ถ้ายังเป็นเช่นนี้ต่อไป มันก็จะเป็นทางตัน
“รองประธานโฉ่ว เรามาทำลายอวิ๋นติ่งกันก่อนดีไหม? แล้วค่อยมาดูกันว่าใครจะอยู่รอดเป็นคนสุดท้าย”
เฉิงเทียนจี้เสนอ สำหรับกองทัพเหยา สิ่งเดียวที่จะทำตอนนี้คือ ดึงอวิ๋นติงลงมา หลังจากนั้นก็ถอยออกมาคอยป้องกัน
นอกจากนี้อวิ๋นติ่งวิลล่าก็เป็นเป้าหมายที่แข็งแกร่ง การร่วมมือกับหอการค้าหลิงจึงเป็นการดีที่สุด
แม้เฉิงเทียนจี้จะคิดเช่นนั้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหอการค้าหลิงจะคิดแบบเดียวกัน สิ่งที่พวกเขาต้องทำคือ ทำคะแนนไล่ตามให้ได้ อย่างไรก็ตาม หลังจากสูญเสียญาติทางสายเลือดที่ผิดปกติ และบัลลังก์ศักดิ์สิทธิ์เป้ยจื่อ กำลังของพวกเขาก็ลดลง ไม่สามารถต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับอวิ๋นติ่งวิลล่าได้อีกต่อไป
ในกรณีนี้ พวกเขาเป็นฝ่ายที่หาทางเลือกได้ยากที่สุด
ตรงกันข้ามกับอวิ๋นติ่งวิลล่าที่ผ่อนคลายที่สุดในเวลานี้ พวกเขาครอบครองอันดับหนึ่ง และสามารถโจมตีใครก็ได้
โฉ่วจื่อซ่งก้มหน้าลง ไม่มีใครสังเกตเห็นสีหน้าของเขา ผ่านไปชั่วครู่รองประธานคนงามก็หัวเราะขึ้นเบาๆ
“หอการค้าหลิงขอถอนตัว วันนี้พวกเรามาตายที่นี่ด้วยกันเถอะ” พูดจบ เขาก็พาผู้คนไปที่มุมหนึ่งจริงๆ
เฉิงเทียนจี้กับเย่จงหมิงต่างตกใจ แล้วทั้งคู่ก็เข้าใจ
เจตนาของโฉ่วจื่อซ่งก็คือ ปล่อยให้อวิ๋นติ่งวิลล่ากับกองทัพเหยาต่อสู้กันเอง พอได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย โอกาสของเขาก็จะมาถึง
“รองประธานโฉ่ว การตัดสินใจของคุณฉลาดมาก” เฉิงเทียนจี้ ยังคงรักษาสถานะของเอลฟ์เพลิงอยู่ ดูเหมือนว่าสายเลือดนี้จะอยู่ในสถานะเปิดใช้ได้เป็นเวลานาน
“แต่…”
การหักมุมอย่างกะทันหันนี้ ทำให้โฉ่วจื่อซ่งเงยหน้าขึ้นทันที
“ดูเหมือนฉลาด แต่โง่มาก!”
พูดจบเฉิงเทียงจี้ก็หันไปพูดกับเย่จงหมิง
“บอสเย่ เนื่องจากมีบางคนต้องการนั่งเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ เรามาแก้ปัญหานี้ด้วยกันเถอะ แล้วค่อยมาสู้ตายกันทีหลัง”
เย่จงหมิงยิ้ม “เรามีคะแนนเป็นอันดับหนึ่ง ทำไมเราต้องช่วยคุณต่อสู้ด้วย?”
“ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็จะไม่ขยับ สุดท้ายเมื่อถึงเวลา ก็มาลุ้นกัน”
ตอนนี้คะแนนของกองทัพเหยาและอวิ๋นติ่งวิลล่าเกือบจะเท่ากัน ถ้าเป็นอย่างที่เฉิงเทียนจี้พูด สงครามที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีสุดท้าย ก็จะเป็นเรื่องที่ยากมากในการบอกว่าใครจะเป็นอันดับหนึ่ง
เย่จงหมิงลังเลอยู่ชั่วครู่แล้วตัดสินใจร่วมมือ
เขาไม่ต้องการใช้ชะตากรรมของอวิ๋นติ่งวิลล่าไปกับการเดิมพัน เพราะหากการต่อสู้ถูกลากไปจนถึงนาทีสุดท้าย มันมีตัวแปรอยู่มากเกินไปจริงๆ
“ตกลง ผมหนึ่ง คุณหนึ่ง แบ่งกันครึ่งๆ”
“ตกลง ได้เลย!”
เย่จงหมิงกับเฉิงเทียนจี้มองตากันอย่างจริงจัง ราวกับยืนยันความจริงใจของกันและกัน จากนั้นก็ยกมือขึ้นพร้อมกัน แล้วผู้คนของอวิ๋นติ่งวิลล่าและกองทัพเหยาก็พากันผลักดันไปหาผู้คนของหอการค้าหลิง