- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 106 โจมตี
บทที่ 106 โจมตี
บทที่ 106 โจมตี
บทที่ 106 โจมตี
ตราประทับอยู่ได้เพียงชั่วคราว
กล่าวอีกนัยก็คือ ต้องผนึกตราประทับลงบนดาบทุกครั้งก่อนใช้งาน เพราะเมื่อใช้พลังของตราประทับไปแล้ว พลังของมันจะหายไป ยิ่งกว่านั้นผนึกตราประทับมีอายุสั้นมากเพียงไม่กี่วินาที หากไม่ใช้ ผนึกตราประทับจะหายไป
เย่จงหมิงหวังไว้มาก ว่าผนึกตราประทับจะอยู่ตลอดไป เพื่อที่จะได้ประหยัดพลังวิญญาณ เมื่อต้องใช้ทักษะอาชีพครั้งต่อไป… นอกจากนี้ยังสามารถประหยัดเวลาไม่ปล่อยให้คู่ต่อสู้มีโอกาสป้องกัน…
ข้อบกพร่องนี้คือข้อเสีย ทำให้เขาไม่สามารถซ่อนพลังของทักษะนี้ได้ เย่จงหมิงที่เคยพอใจ ไม่พอใจอีกแล้ว
อย่างไรก็ตามหากอาชีพนี้เกิดหลังจากนี้ไม่กี่ปี ถ้าไม่มียาวิวัฒนาการระดับ 4 ดาว 10 ขวด คงไม่สามารถซื้อได้
ดังนั้นวันนี้ เขาเก็บตกของดีมาได้
เขาจัดการซอมบี้ 2-3 ตัว ที่ถูกยั่วยุจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขุดผลึกวิเศษ ข้ามรั้ว และวิ่งกลับไปหาเพื่อนๆ เพียงวิ่งเข้าใกล้ เย่จงหมิงก็ได้ยินเสียงคำรามเกรี้ยวกราดของตี้หวงหวัน
ใครก็ตามที่เคยเห็นแมวหมาตีกันจะรู้ดีว่าเสียงของสัตว์พวกนี้เวลาต่อสู้แตกต่างอย่างไรกับเสียงร้องปกติ เสียงร้องของตี้หวงหวันในตอนนี้ เห็นได้ชัดว่ากำลังต่อสู้กับคนอื่นอยู่!
เพิ่งให้ตี้หวงหวันกลับมา คิดไม่ถึงว่าจะไปตีกับคนอื่น แล้วคนอื่นๆ ล่ะ?…
เย่จงหมิงเร่งความเร็วขึ้นทันที เขารู้ว่าทีมกำลังตกอยู่ในอันตราย กล้ามาต่อสู้กับทีมที่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวทุกคนแถมยังมีสัตว์เลี้ยงกลายพันธุ์ เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นเรื่องดี!
……
‘โล่อากาศ’ แตกละเอียด โม่เย่ฮัมในลำคอมีเลือดไหลจากปาก ตัวงอ รีบถอยอย่างรวดเร็ว
ด้านหลังของโม่เย่ ผูซิ่วหยิงหน้าซีดขาวพร้อมกับการแตกสลายของโล่อากาศ เธอกัดฟัน ยกมือขึ้นสร้างโล่อากาศ และรักษาโม่เย่อีกครั้ง
“ฮ่า ฮ่า ทักษะไม่เลว เธอรักษาหล่อนได้อีกครั้ง สร้างไปแล้วโล่หกอัน ฉันอยากเห็นจริงๆว่าเธอจะทำแบบนี้ได้อีกกี่ครั้ง! !”
หวังติงผอมลงกว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน เครื่องแบบทหารหายไป แทนที่ด้วยชุดสีเทาที่ค่อนข้างพิเศษ สามารถมองเห็นรัศมีสีเดียวกับชุดเคลือบอยู่บนนั้น เห็นได้ชัดว่าชุดนี้ไม่ธรรมดา
การใช้เวลากับเย่จงหมิงมานาน ทำให้โม่เย่กับคนอื่นๆรู้ว่า มันคืออุปกรณ์ระดับสีเทา ซึ่งดีกว่าชุดทั่วไปมาก
พอไม่มีเครื่องแบบก็ดูเหมือนหวังติงได้ละทิ้งจิตวิญญาณของความถูกต้องไปหมดแล้ว ตอนนี้เขาเต็มไปด้วยกลิ่นอายของคนเห็นแก่ได้ เช่นเดียวกับใบหน้าที่มักมีรอยยิ้มชวนอึดอัดประดับอยู่ ยิ่งทำให้ดูน่ารังเกียจมากขึ้น
“ดาบดี น่าเสียดายที่เธออ่อนแอเกินไป ไม่สามารถแสดงพลังของมัน หลังจากวันนี้มันจะเป็นของฉัน”
“ผายลมมารดาแกสิ!”
โม่เย่ไม่ได้พูดอะไร แต่เสี่ยวหู่ที่ถูกหวังติงซัดจนล้มกองอยู่บนพื้นถ่มน้ำลายสบถด่าด้วยใบหน้าที่น่ากลัว
หวังติงเหลือบมองเสี่ยวหู่เล็กน้อย ฮัมเสียงเย็น แต่ไม่ได้พูดอะไร
ตอนที่หวังติงกับพรรคพวกปรากฏตัว เสี่ยวหู่เป็นคนแรกที่วิ่งออกไปต่อสู้ ผลที่ได้คือถูกซัดกลับมา เขาเพิ่งเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว เมื่อมาเผชิญหน้ากับหวังติงซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 2 ดาวมาหลายวันแล้ว ทั้งคู่ย่อมไม่ได้อยู่ในรุ่นเดียวกัน เสี่ยวหู่จึงได้รับบาดเจ็บสาหัสสูญเสียความสามารถในการต่อสู้ไป
ส่วนอีกด้าน หัวหน้าเย่กำลังปะทะกับเหลียงชูหยิน ทั้งคู่เป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวเหมือนกัน แต่เหลียงชูหยินเป็นผู้มีอาชีพและมีโล่อากาศทรงเพชรป้องกันตัว เธอจึงได้เปรียบกว่า แต่หัวหน้าเย่ไม่ง่ายที่จะจัดการ นอกจากนี้เน็ตไอดอลสาวยังต้องคอยปกป้องผูซิ่วหยิงที่อยู่ข้างๆไม่ให้ใครเข้ามาทำร้ายเธอได้ ทำให้สถานการณ์ของเธออยู่ในสถานะคอยป้องกันเท่านั้น
ทางด้านตี้หวงหวันที่กำลังเผชิญหน้ากับ 3 ผู้วิวัฒนาการ เจ้าหมาใหญ่ได้รับบาดเจ็บอยู่ก่อนแล้ว ทักษะเฉพาะตัวก็เพิ่งถูกใช้ไป ทำให้มันรับมือกับ 3 ผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวได้ลำบาก ต้องประสบปัญหาหลายต่อหลายครั้ง หากมันไม่ใช่สัตว์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่ง ป่านนี้คงลุกไม่ขึ้นไปนานแล้ว
โม่เย่ ตี้หวงหวัน เหลียงชูหยิน แยกย้ายกันปกป้องผูซิ่วหยินจากสามทิศ ส่วนเซี่ยเล่ยถือปืนอยู่ข้างๆ ผูซิ่วหยิน ทางหนึ่งคอยป้องกันไม่ให้ใครวิ่งเข้ามา อีกทางก็ใช้ปืนยับยั้งศัตรู
อย่างไรก็ตามการป้องกันแบบนี้เป็นเพียงการปกป้องตัวเองเท่านั้น เพราะนอกจากหวังติง หัวหน้าเย่ กับสามผู้วิวัฒนาการแล้ว ยังมีคนอีกหลายสิบกระจายตัวกันอยู่ในความมืด ซึ่งทุกคนมีอาวุธปืนและกำลังจับจ้องมาที่นี่
อาวุธปืนยังคงทรงพลังมากในช่วงต้นของวันโลกาวินาศ แม้ว่ามันจะเป็นภัยคุกคามต่อซอมบี้ ชีวิตกลายพันธุ์และชีวิตวิวัฒนาการ แต่คนที่ครอบครองก็ใช้มันอย่างระมัดระวัง ถ้าไม่ถึงเวลาคับขัน ก็จะไม่ยิงเป็นอันขาด
นั่นเป็นเพราะเสียงปืนดังเกินไป ซึ่งไม่รู้ว่าจะดึงดูดอะไรมาบ้าง ถ้าโชคดีก็อาจเป็นซอมบี้ที่อยู่กระจัดกระจายไม่กี่ตัว หากโชคร้ายก็อาจเป็นฝูงสัตว์กลายพันธุ์
วันโลกาวินาศได้เริ่มมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ผู้คนที่ครอบครองปืนอยู่ต่างก็มีประสบการณ์ในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย ดังนั้นหวังติงกับพรรคพวกจึงไม่เลือกยิงปืน แต่เลือกที่จะโจมตีตรงๆ
ต่างจากทีมผู้รอดชีวิตอื่น โม่เย่กับคนอื่นๆไม่ได้คิดมากแบบนั้น เพราะคนในทีมทั้งหมดต่างก็เป็นผู้วิวัฒนาการ และมีสองอาชีพที่แข็งแกร่งมาก
แต่ผู้เข้าโจมตีกลับเป็นหวังติง ซึ่งเป็นผู้วิวัฒนาการที่แข็งแกร่งกว่าทุกคนในทีม อีกทั้งยังมีชุดต่อสู้ระดับสีเทา การโจมตีทั่วไปไม่มีผล แม้เหลียงชูหยินจะใช้เงาพรายสี่ทิศ ก็ยังทำอะไรหวังติงไม่ได้ ทำได้เพียงสร้างริ้วรอยเล็กน้อยไม่กี่รอยบนชุดต่อสู้ระดับสีเทาเท่านั้น
เมื่อบวกกับหัวหน้าเย่กับสามผู้วิวัฒนาการ ทำให้โม่เย่กับคนอื่นๆ ติดอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ไปเรื่อยๆ
หวังติงกระชับมีดคู่ระดับสีเทาทั้งสองมือเข้าโจมตีอีกครั้ง และเป็นไปไม่ได้ที่โม่เย่จะทันความเร็ว เธอได้แต่เพียงอาศัยประโยชน์จากความกลัวดาบส่องจันทร์ของหวังติง ในการขัดขวางเขา
ด้วยสถานการณ์ที่ได้แต่ป้องกันตัวไปเรื่อยๆเช่นนี้ ในที่สุดหวังติงก็สบโอกาส ใช้มีดแทงเข้าที่สีข้างของโม่เย่
โล่อากาศหยุดมีดได้ทันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่มันจะเกิดแสงวาบ และ ‘แตก’ สลายไป โล่อากาศถูกทำลายอีกครั้ง
“เอาอีก มาเลย!”
หวังติงร้องตะโกนโดยไม่หยุดโจมตี มีดในมือแทงอีกครั้งในมุมที่ต่างออกไป
ผูซิ่วหยิงกัดฟันสร้างโล่อากาศให้โม่เย่ใหม่อีกอัน
ตอนนี้เธอทำได้เพียงอดทนต้านรับ รอจนกว่าเย่จงหมิงจะกลับมา หรือไม่หวังติงก็ฆ่าพวกเธอทั้งหมด ผูซิ่วหยิงเข้าใจดี เธอใช้ทักษะน้ำทิพย์รักษาโม่เย่ไปแล้ว 1 ครั้ง และก่อนหน้านั้นก็ใช้รักษาตี้หวงหวันตอนที่มันเพิ่งกลับมา สร้างโล่อากาศให้โม่เย่ 5 อัน ให้เหลียงชูหยิน 1 อัน ตี้หวงหวันอีก 1 อัน พลังวิญญาณของเธอกำลังจะหมด เธอไม่สามารถแม้แต่จะรักษาตี้หวงหวันกับเสี่ยวหู่ที่ได้รับบาดเจ็บ ทำได้เพียงคอยป้องกันให้โม่เย่เท่านั้น
อย่างไรก็ตามอาจารย์ผูก็ไม่รู้ว่า เธอจะทำได้อีกนานแค่ไหน บางทีครั้งหน้า เธออาจสร้างโล่อากาศไม่ได้อีก
เย่จงหมิง ทำไมถึงยังไม่กลับมาอีก?