- หน้าแรก
- รูเล็ตวันโลกาวินาศ
- บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น
บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น
บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น
บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น
นี่เป็นสัตว์ประหลาดที่เย่จงหมิงไม่เคยเห็นมาก่อน
หรือว่ามันจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ถูกอัญเชิญมา เพราะไม่มีผลึกวิเศษอยู่บนร่างของมัน
เย่จงหมิงกระโจนม้วนตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง เพื่ออยู่ให้ห่างจากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืน กระชับดาบส่องจันทร์ และตรวจสอบสถานการณ์
ดูเหมือนว่าข้อมูลของเด็กประหลาดที่ได้รับมาในชีวิตก่อนจะไม่สมบูรณ์ แม้เจ้าตัวน้อยจะไม่มีทักษะการต่อสู้ แต่นอกเหนือจากการใช้เสียงแตรเรียกสัตว์ประหลาดนักฆ่าแล้วก็เห็นได้ชัดว่ามันมีความสามารถในการป้องกันตัวอื่นๆอีก อย่างเช่นการอัญเชิญอันน่าทึ่งนี้
เย่จงหมิงขยับแขนขวาและรู้สึกว่าดีขึ้นมาก เขาได้รับพลังวิญญาณจากการเรียนรู้ทักษะอัญเชิญขั้นต้น ซึ่งช่วยทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอจะช่วยให้ใช้ดาบส่องจันทร์ได้โดยไม่มีอุปสรรค
เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เย่จงหมิงก็นำโล่แขนมาใส่ไว้ที่แขนขวา
เด็กประหลาดดูภูมิอกภูมิใจที่อัญเชิญสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวตัวสูง 2 เมตรออกมาได้ มันเดินบิดตูดน้อยๆ ให้เย่จงหมิงดูขณะไปหยิบไก่ย่างครึ่งตัวที่ตกอยู่กลับมากินต่อ มันปัดฝุ่นและสิ่งสกปรกบนตัวไก่ออก กัดกินไก่ย่างอย่างมูมมาม จากนั้นก็ปากระดูกไก่ใส่เย่จงหมิงอย่างเย่อหยิ่ง
เย่จงหมิงใช้ดาบส่องจันทร์ปัดกระดูกไก่ ก้าวถอยหลังไปอีกก้าว
สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวราวกับถูกสร้างขึ้นจากไฟนรก ก้าวออกมาจากหลุมตรงเข้าหาเย่จงหมิง
เนื่องจากมันไม่มีผลึกวิเศษ จึงไม่อาจตัดสินพลังของสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้แน่ชัดได้ ดูเหมือนร่างกายของมันจะไม่มีส่วนที่เป็นของแข็งอื่นใด เย่จงหมิงไม่กล้าวิ่งไปใช้ดาบส่องจันทร์ฟาดฟันกับมันตรงๆ เพราะเกรงว่าดาบส่องจันทร์จะถูกทำลาย
ในระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้น สัตว์ประหลาดก็ได้วิ่งเข้ามาใกล้ ใกล้มากจนเย่จงหมิงได้กลิ่นกำมะถัน พร้อมกับระเบิดกำปั้นใหญ่พุ่งเข้าใส่
เขารีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงร่างกายจะสัมผัสถูกไฟนรก
เมื่อเห็นคนที่บังคับให้มันต้องทิ้งสมบัติอย่างน่าอับอายต้องถอยร่นออกไป เด็กประหลาดก็หัวเราะร่าจนตัวสั่น
เพราะไม่กล้าฟันด้วยดาบและสัมผัสถูกตัว เย่จงหมิงได้แต่ก้าวถอยหลัง พลางหยิบผลึกวิเศษที่เก็บไว้ออกมาบีบทำลายทีละชิ้น ทีละชิ้น เพิ่มเติมพลังวิญญาณที่สูญเสียไป
สถานการณ์ดูเหมือนจะถูกบังคับให้ถอยร่นอย่างไม่อาจสู้กลับ
ในระยะไม่ไกลมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างดุเดือด การสู้รบได้เข้าสู่จุดเดือดแล้ว เย่จงหมิงมองเห็นแนวไฟจากกระสุนที่สาดเข้าใส่นักโทษตรวนเหล็ก
มีเสียงระเบิดขนาดใหญ่จากกระสุนเจาะเกราะและ RPG
แสงไฟพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อาคารบางแห่งถูกทำลายลงภายใต้อำนาจของอาวุธปืนทันสมัย แสงไฟจากการสู้รบส่องสว่างไปทั่วทะเลสาบไข่มุก เวลานี้เย่จงหมิงพบว่า ดวงอาทิตย์ได้ลับฟ้าไปแล้ว คืนที่สองของวันโลกาวินาศได้มาถึงอย่างเป็นทางการ
พลังวิญญาณฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใต้การกระตุ้นของผลึกวิเศษ เย่จงหมิงใช้แม้กระทั่งผลึกวิเศษระดับ 2 ที่ได้มาจากแกะสยองขวัญ!
แต่ราคาที่จ่ายออกไปไม่ใช่เพื่อการหนี เย่จงหมิงมาหยุดยืนอยู่ข้างสระน้ำพุเล็กๆ บนจัตุรัสริมทะเลสาบไข่มุก ไม่ถอยอีกต่อไป
สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวไล่ตามมาจนทัน เท้าใหญ่ยกขึ้นหมายกระทืบใส่เย่จงหมิง
มีรอยเท้าสีดำทิ้งไว้บนพื้นตลอดทาง แสดงให้เห็นว่าสารสีเขียวเรืองแสงมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมากขนาดไหน
“ลองชิมนี่ดู!”
ทันใดนั้น เย่จงหมิงก็ชี้มือข้างหนึ่งไปที่สระน้ำพุ น้ำที่อยู่ภายในเดือดพล่านราวถูกต้ม วินาทีต่อมาน้ำก็รวมตัวเป็นรูปร่างเหมือนมนุษย์ มนุษย์น้ำลุกขึ้นยืน อ้าปากกว้างพ่นน้ำใส่สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวทันที
เสียงดังฉ่า ควันพวยพุ่งจากร่างของสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียว ทำให้สัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหนือกว่าตัวนั้น ต้องถอนใจอย่างเงียบงัน
มนุษย์น้ำเดินออกจากสระน้ำพุ ร่างโปร่งใสดูนุ่มนิ่ม เชื่องช้า แต่ทรงพลัง มันใช้อ้อมแขนรัดร่างของสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวเอาไว้ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ทั้งสองกอดรัดกันกลม
นี่คือทักษะที่เย่จงหมิงเพิ่งเรียนรู้ --- การอัญเชิญขั้นต้น
ทักษะนี้เป็นทักษะอัญเชิญที่แตกต่างจากการอัญเชิญแบบดั้งเดิม
ทักษะอัญเชิญแบบดั้งเดิมคือการอัญเชิญ อันเดส, นักรบโครงกระดูกหรือบิ๊กบอสต่างๆ, สิ่งมีชีวิตวิเศษ และอื่นๆ อย่างที่เย่จงหมิงคุ้นเคย ซึ่งการอัญเชิญเหล่านี้จะต้องใช้พลังวิญญาณในการอัญเชิญ และจะอัญเชิญอะไรออกมานั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้ ผู้ที่สามารถอัญเชิญอันเดสเรียกว่าผู้อัญเชิญวิญญาณ ผู้ที่สามารถอัญเชิญนักรบโครงกระดูกหรือบิ๊กบอสต่างๆเรียกว่าผู้อัญเชิญความตาย ผู้ที่สามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตวิเศษ เรียกว่าผู้อัญเชิญเวทย์ เป็นต้น
การอัญเชิญเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้พาหะ เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณเท่านั้น
แต่การอัญเชิญของเย่จงหมิงต่างไป การใช้ทักษะนี้ต้องการพาหะองค์ประกอบหรือที่เรียกกันว่าธาตุ ซึ่งพาหะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณภาพของพาหะ จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของสิ่งที่อัญเชิญได้และลักษณะของการอัญเชิญ
อาทิ พาหะอัญเชิญโลหะก็จะอัญเชิญมนุษย์โลหะ พาหะอัญเชิญศิลา ก็จะอัญเชิญมนุษย์หิน เมื่อครู่เย่จงหมิงใช้พาหะอัญเชิญวารี มนุษย์น้ำจึงปรากฏตัวขึ้น
นอกจากนี้ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อพลังของสิ่งที่อัญเชิญออกมาก็คือพลังวิญญาณ ยิ่งจ่ายพลังวิญญาณออกไปมากขึ้นเท่าไร สิ่งที่อัญเชิญออกมาก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น ในทางกลับกันถ้าจ่ายพลังวิญญาณออกไปน้อยลงเท่าไร สิ่งที่อัญเชิญออกมาก็ยิ่งอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้น
“ความทนทาน 30/30 ต่อ 1 นาที”
นี่คือหมายเหตุที่เย่จงหมิงได้รับหลังจากใช้ทักษะอัญเชิญวารี มันแสดงถึงความแข็งแกร่งของร่างอัญเชิญและเวลาที่สามารถเรียกใช้
เพียงครู่เดียวหมายเหตุในหัวของเย่จงหมิงได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มันสูญเสียความทนทานไปแล้วมากกว่า 10 แต้ม ตอนนี้ร่างอัญเชิญเหลือความทนทานเพียง 18 แต้ม จากความทนทานทั้งหมด 30 แต้มที่เคยมี!
มนุษย์น้ำกับสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวกอดรัดกันกลมอย่างแยกไม่ออก แต่เห็นได้ชัดว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็นปฏิปักษ์กับธาตุน้ำ ในเวลานี้สสารที่เป็นสารสำคัญของมันกำลังเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามความทนทานของมนุษย์น้ำก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพียงระยะเวลาสั้นๆ ความทนทานของมนุษย์น้ำก็ลดลงไปแล้วกว่าครึ่ง
เมื่อเห็นว่ามนุษย์น้ำที่อัญเชิญออกมาจะอยู่ได้อีกไม่นาน เย่จงหมิงจึงหันกลับไปสนใจกับเด็กประหลาด
เจ้าตัวน้อยมองเย่จงหมิงอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้ง มันมองเขาสลับไปมากับร่างอัญเชิญทั้งสอง จากนั้นก็หันรีหันขวางแล้วออกวิ่ง ตอนนี้ตัวมันกับเย่จงหมิงอยู่ค่อนข้างห่างกัน เจ้าตัวน้อยรู้สึกว่าคราวนี้มันคงสามารถหนีพ้น
หลังจากวิ่งได้สองสามก้าว เย่จงหมิงก็เกือบตามทันแล้ว แต่ที่ด้านหลังของมันกับเย่จงหมิงกลับปรากฏเงาร่างหลายร่าง นั่นคือเหล่าคนที่ไล่ล่าเด็กประหลาดมาจากร้านขนม
หลี่ชูจิ้นมองดูเหตุการณ์ ขบฟันยิ้มหยัน “ของๆข้าก็ต้องเป็นของๆข้า! ฆ่าพวกมันซะ!”
พูดไม่ทันสิ้นเสียง หลี่ชูจิ้นและเหล่าลูกน้องก็เริ่มยิง สาดกระสุนเข้าใส่เด็กประหลาดกับเย่จงหมิงที่ถือดาบ มีบางคนยิงใส่สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวกับมนุษย์น้ำที่กำลังต่อสู้ด้วย
เย่จงหมิงหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว ไปซ่อนตัวหลังประติมากรรมน้ำพุ เขาอารมณ์เสียมาก
จัดการเรื่องต่างๆ ช้าเพียงนิดเดียว คนเหล่านี้ก็ตามมาทันเสียแล้ว ตอนนี้ร่างกายของเขายังไม่มีภูมิคุ้มกันต่ออาวุธปืน หากไม่มีที่กำบัง คนเหล่านี้ก็เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง
เขาต้องทนเห็นคนเหล่านี้ฆ่าเด็กประหลาดแล้วชิงถุงทองไปงั้นหรือ?
แล้วเขาต่อสู้ไม่คิดชีวิตไปเพื่ออะไร?
เย่จงหมิงแสดงสีหน้าโหดเหี้ยม เขานำปืนที่ได้มาจากร้านขนมออกมา สองเท้าเหยียบพื้นถีบร่างกระโจนตัวลอยออกมาจากหลังประติมากรรมน้ำพุ ยิงปืนออกไปสองนัดเข้าใส่คนที่กำลังระดมยิงเขาอยู่ล้มคว่ำไป
สองร่างล้มกลิ้ง คนอื่นๆ ที่เหลือหวาดกลัวพากันกระโจนหาบังเกอร์ ไม่สามารถโจมตีต่อไป
เย่จงหมิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งพลางยิงพลางตรงไปหาเด็กประหลาด แล้วคว้าตัวมัน!