เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น

บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น

บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น


บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น

นี่เป็นสัตว์ประหลาดที่เย่จงหมิงไม่เคยเห็นมาก่อน

หรือว่ามันจะเป็นสัตว์ประหลาดที่ถูกอัญเชิญมา เพราะไม่มีผลึกวิเศษอยู่บนร่างของมัน

เย่จงหมิงกระโจนม้วนตัวไปข้างหน้าอีกครั้ง เพื่ออยู่ให้ห่างจากเจ้าสัตว์ประหลาดตัวนั้นก่อนที่จะลุกขึ้นยืน กระชับดาบส่องจันทร์ และตรวจสอบสถานการณ์

ดูเหมือนว่าข้อมูลของเด็กประหลาดที่ได้รับมาในชีวิตก่อนจะไม่สมบูรณ์ แม้เจ้าตัวน้อยจะไม่มีทักษะการต่อสู้ แต่นอกเหนือจากการใช้เสียงแตรเรียกสัตว์ประหลาดนักฆ่าแล้วก็เห็นได้ชัดว่ามันมีความสามารถในการป้องกันตัวอื่นๆอีก อย่างเช่นการอัญเชิญอันน่าทึ่งนี้

เย่จงหมิงขยับแขนขวาและรู้สึกว่าดีขึ้นมาก เขาได้รับพลังวิญญาณจากการเรียนรู้ทักษะอัญเชิญขั้นต้น ซึ่งช่วยทำให้ร่างกายได้รับการซ่อมแซมส่วนที่เสียหายขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่มากพอจะช่วยให้ใช้ดาบส่องจันทร์ได้โดยไม่มีอุปสรรค

เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เย่จงหมิงก็นำโล่แขนมาใส่ไว้ที่แขนขวา

เด็กประหลาดดูภูมิอกภูมิใจที่อัญเชิญสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวตัวสูง 2 เมตรออกมาได้ มันเดินบิดตูดน้อยๆ ให้เย่จงหมิงดูขณะไปหยิบไก่ย่างครึ่งตัวที่ตกอยู่กลับมากินต่อ มันปัดฝุ่นและสิ่งสกปรกบนตัวไก่ออก กัดกินไก่ย่างอย่างมูมมาม จากนั้นก็ปากระดูกไก่ใส่เย่จงหมิงอย่างเย่อหยิ่ง

เย่จงหมิงใช้ดาบส่องจันทร์ปัดกระดูกไก่ ก้าวถอยหลังไปอีกก้าว

สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวราวกับถูกสร้างขึ้นจากไฟนรก ก้าวออกมาจากหลุมตรงเข้าหาเย่จงหมิง

เนื่องจากมันไม่มีผลึกวิเศษ จึงไม่อาจตัดสินพลังของสัตว์ประหลาดตัวนี้ให้แน่ชัดได้ ดูเหมือนร่างกายของมันจะไม่มีส่วนที่เป็นของแข็งอื่นใด เย่จงหมิงไม่กล้าวิ่งไปใช้ดาบส่องจันทร์ฟาดฟันกับมันตรงๆ เพราะเกรงว่าดาบส่องจันทร์จะถูกทำลาย

ในระหว่างที่กำลังลังเลอยู่นั้น สัตว์ประหลาดก็ได้วิ่งเข้ามาใกล้ ใกล้มากจนเย่จงหมิงได้กลิ่นกำมะถัน พร้อมกับระเบิดกำปั้นใหญ่พุ่งเข้าใส่

เขารีบถอยหลังอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงร่างกายจะสัมผัสถูกไฟนรก

เมื่อเห็นคนที่บังคับให้มันต้องทิ้งสมบัติอย่างน่าอับอายต้องถอยร่นออกไป เด็กประหลาดก็หัวเราะร่าจนตัวสั่น

เพราะไม่กล้าฟันด้วยดาบและสัมผัสถูกตัว เย่จงหมิงได้แต่ก้าวถอยหลัง พลางหยิบผลึกวิเศษที่เก็บไว้ออกมาบีบทำลายทีละชิ้น ทีละชิ้น เพิ่มเติมพลังวิญญาณที่สูญเสียไป

สถานการณ์ดูเหมือนจะถูกบังคับให้ถอยร่นอย่างไม่อาจสู้กลับ

ในระยะไม่ไกลมีเสียงปืนดังขึ้นอย่างดุเดือด การสู้รบได้เข้าสู่จุดเดือดแล้ว เย่จงหมิงมองเห็นแนวไฟจากกระสุนที่สาดเข้าใส่นักโทษตรวนเหล็ก

มีเสียงระเบิดขนาดใหญ่จากกระสุนเจาะเกราะและ RPG

แสงไฟพวยพุ่งสู่ท้องฟ้า อาคารบางแห่งถูกทำลายลงภายใต้อำนาจของอาวุธปืนทันสมัย แสงไฟจากการสู้รบส่องสว่างไปทั่วทะเลสาบไข่มุก เวลานี้เย่จงหมิงพบว่า ดวงอาทิตย์ได้ลับฟ้าไปแล้ว คืนที่สองของวันโลกาวินาศได้มาถึงอย่างเป็นทางการ

พลังวิญญาณฟื้นตัวอย่างรวดเร็วภายใต้การกระตุ้นของผลึกวิเศษ เย่จงหมิงใช้แม้กระทั่งผลึกวิเศษระดับ 2 ที่ได้มาจากแกะสยองขวัญ!

แต่ราคาที่จ่ายออกไปไม่ใช่เพื่อการหนี เย่จงหมิงมาหยุดยืนอยู่ข้างสระน้ำพุเล็กๆ บนจัตุรัสริมทะเลสาบไข่มุก ไม่ถอยอีกต่อไป

สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวไล่ตามมาจนทัน เท้าใหญ่ยกขึ้นหมายกระทืบใส่เย่จงหมิง

มีรอยเท้าสีดำทิ้งไว้บนพื้นตลอดทาง แสดงให้เห็นว่าสารสีเขียวเรืองแสงมีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงมากขนาดไหน

“ลองชิมนี่ดู!”

ทันใดนั้น เย่จงหมิงก็ชี้มือข้างหนึ่งไปที่สระน้ำพุ น้ำที่อยู่ภายในเดือดพล่านราวถูกต้ม วินาทีต่อมาน้ำก็รวมตัวเป็นรูปร่างเหมือนมนุษย์ มนุษย์น้ำลุกขึ้นยืน อ้าปากกว้างพ่นน้ำใส่สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวทันที

เสียงดังฉ่า ควันพวยพุ่งจากร่างของสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียว ทำให้สัตว์ประหลาดที่ทรงพลังเหนือกว่าตัวนั้น ต้องถอนใจอย่างเงียบงัน

มนุษย์น้ำเดินออกจากสระน้ำพุ ร่างโปร่งใสดูนุ่มนิ่ม เชื่องช้า แต่ทรงพลัง มันใช้อ้อมแขนรัดร่างของสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวเอาไว้ สิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์ทั้งสองกอดรัดกันกลม

นี่คือทักษะที่เย่จงหมิงเพิ่งเรียนรู้ --- การอัญเชิญขั้นต้น

ทักษะนี้เป็นทักษะอัญเชิญที่แตกต่างจากการอัญเชิญแบบดั้งเดิม

ทักษะอัญเชิญแบบดั้งเดิมคือการอัญเชิญ อันเดส, นักรบโครงกระดูกหรือบิ๊กบอสต่างๆ, สิ่งมีชีวิตวิเศษ และอื่นๆ อย่างที่เย่จงหมิงคุ้นเคย ซึ่งการอัญเชิญเหล่านี้จะต้องใช้พลังวิญญาณในการอัญเชิญ และจะอัญเชิญอะไรออกมานั้นก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้ ผู้ที่สามารถอัญเชิญอันเดสเรียกว่าผู้อัญเชิญวิญญาณ ผู้ที่สามารถอัญเชิญนักรบโครงกระดูกหรือบิ๊กบอสต่างๆเรียกว่าผู้อัญเชิญความตาย ผู้ที่สามารถอัญเชิญสิ่งมีชีวิตวิเศษ เรียกว่าผู้อัญเชิญเวทย์ เป็นต้น

การอัญเชิญเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องใช้พาหะ เพียงแค่ใช้พลังวิญญาณเท่านั้น

แต่การอัญเชิญของเย่จงหมิงต่างไป การใช้ทักษะนี้ต้องการพาหะองค์ประกอบหรือที่เรียกกันว่าธาตุ ซึ่งพาหะเป็นสิ่งที่สำคัญมาก คุณภาพของพาหะ จะเป็นตัวกำหนดคุณภาพของสิ่งที่อัญเชิญได้และลักษณะของการอัญเชิญ

อาทิ พาหะอัญเชิญโลหะก็จะอัญเชิญมนุษย์โลหะ พาหะอัญเชิญศิลา ก็จะอัญเชิญมนุษย์หิน เมื่อครู่เย่จงหมิงใช้พาหะอัญเชิญวารี มนุษย์น้ำจึงปรากฏตัวขึ้น

นอกจากนี้ สิ่งที่มีอิทธิพลต่อพลังของสิ่งที่อัญเชิญออกมาก็คือพลังวิญญาณ ยิ่งจ่ายพลังวิญญาณออกไปมากขึ้นเท่าไร สิ่งที่อัญเชิญออกมาก็จะแข็งแกร่งมากขึ้นเท่านั้น   ในทางกลับกันถ้าจ่ายพลังวิญญาณออกไปน้อยลงเท่าไร สิ่งที่อัญเชิญออกมาก็ยิ่งอ่อนแอมากขึ้นเท่านั้น

“ความทนทาน 30/30 ต่อ 1 นาที”

นี่คือหมายเหตุที่เย่จงหมิงได้รับหลังจากใช้ทักษะอัญเชิญวารี มันแสดงถึงความแข็งแกร่งของร่างอัญเชิญและเวลาที่สามารถเรียกใช้

เพียงครู่เดียวหมายเหตุในหัวของเย่จงหมิงได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา มันสูญเสียความทนทานไปแล้วมากกว่า 10 แต้ม ตอนนี้ร่างอัญเชิญเหลือความทนทานเพียง 18 แต้ม จากความทนทานทั้งหมด 30 แต้มที่เคยมี!

มนุษย์น้ำกับสัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวกอดรัดกันกลมอย่างแยกไม่ออก แต่เห็นได้ชัดว่าสัตว์ประหลาดตัวนี้เป็นปฏิปักษ์กับธาตุน้ำ ในเวลานี้สสารที่เป็นสารสำคัญของมันกำลังเสื่อมสภาพ อย่างไรก็ตามความทนทานของมนุษย์น้ำก็ลดลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน เพียงระยะเวลาสั้นๆ ความทนทานของมนุษย์น้ำก็ลดลงไปแล้วกว่าครึ่ง

เมื่อเห็นว่ามนุษย์น้ำที่อัญเชิญออกมาจะอยู่ได้อีกไม่นาน เย่จงหมิงจึงหันกลับไปสนใจกับเด็กประหลาด

เจ้าตัวน้อยมองเย่จงหมิงอย่างไม่อยากเชื่ออีกครั้ง มันมองเขาสลับไปมากับร่างอัญเชิญทั้งสอง จากนั้นก็หันรีหันขวางแล้วออกวิ่ง ตอนนี้ตัวมันกับเย่จงหมิงอยู่ค่อนข้างห่างกัน เจ้าตัวน้อยรู้สึกว่าคราวนี้มันคงสามารถหนีพ้น

หลังจากวิ่งได้สองสามก้าว เย่จงหมิงก็เกือบตามทันแล้ว แต่ที่ด้านหลังของมันกับเย่จงหมิงกลับปรากฏเงาร่างหลายร่าง นั่นคือเหล่าคนที่ไล่ล่าเด็กประหลาดมาจากร้านขนม

หลี่ชูจิ้นมองดูเหตุการณ์ ขบฟันยิ้มหยัน “ของๆข้าก็ต้องเป็นของๆข้า! ฆ่าพวกมันซะ!”

พูดไม่ทันสิ้นเสียง หลี่ชูจิ้นและเหล่าลูกน้องก็เริ่มยิง สาดกระสุนเข้าใส่เด็กประหลาดกับเย่จงหมิงที่ถือดาบ มีบางคนยิงใส่สัตว์ประหลาดเรืองแสงสีเขียวกับมนุษย์น้ำที่กำลังต่อสู้ด้วย

เย่จงหมิงหลบหลีกอย่างคล่องแคล่ว ไปซ่อนตัวหลังประติมากรรมน้ำพุ เขาอารมณ์เสียมาก

จัดการเรื่องต่างๆ ช้าเพียงนิดเดียว คนเหล่านี้ก็ตามมาทันเสียแล้ว ตอนนี้ร่างกายของเขายังไม่มีภูมิคุ้มกันต่ออาวุธปืน หากไม่มีที่กำบัง คนเหล่านี้ก็เป็นภัยคุกคามใหญ่หลวง

เขาต้องทนเห็นคนเหล่านี้ฆ่าเด็กประหลาดแล้วชิงถุงทองไปงั้นหรือ?

แล้วเขาต่อสู้ไม่คิดชีวิตไปเพื่ออะไร?

เย่จงหมิงแสดงสีหน้าโหดเหี้ยม เขานำปืนที่ได้มาจากร้านขนมออกมา สองเท้าเหยียบพื้นถีบร่างกระโจนตัวลอยออกมาจากหลังประติมากรรมน้ำพุ ยิงปืนออกไปสองนัดเข้าใส่คนที่กำลังระดมยิงเขาอยู่ล้มคว่ำไป

สองร่างล้มกลิ้ง คนอื่นๆ ที่เหลือหวาดกลัวพากันกระโจนหาบังเกอร์ ไม่สามารถโจมตีต่อไป

เย่จงหมิงลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาวิ่งพลางยิงพลางตรงไปหาเด็กประหลาด แล้วคว้าตัวมัน!

จบบทที่ บทที่ 73 การอัญเชิญขั้นต้น

คัดลอกลิงก์แล้ว