เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 จะให้กินไอ้นี่เหรอ?

บทที่ 34 จะให้กินไอ้นี่เหรอ?

บทที่ 34 จะให้กินไอ้นี่เหรอ?


บทที่ 34 จะให้กินไอ้นี่เหรอ?

เขารู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงราวกับหัวจะระเบิด ทรวงอกอึดอัดจนเลือดไหลซึมออกมาทางมุมปาก ในหูอื้ออึงราวกับมียานยนต์วิ่งผ่านนับไม่ถ้วน

พลังส่วนใหญ่ในร่างกายหายไปทันที ความอ่อนแอเข้าครอบงำความรู้สึกทั้งหมด

นี่คืออาการของการใช้พลังวิญญาณเกินกว่าที่ควรจะเป็น

ในชีวิตก่อนเย่จงหมิงไม่เคยใช้พลังวิญญาณเกินกว่าที่ควรจะเป็นมาก่อน และอาชีพทั้งสองอย่างที่เคยมีนั้นก็ใช้พลังวิญญาณน้อยมาก ดังนั้นถึงแม้จะใช้พลังวิญญาณเกินกว่าที่ควรจะเป็นไปบ้าง แต่ก็เป็นเพียงจำนวนที่น้อยมาก ไหนเลยจะอึดอัดทรมานเหมือนกำลังจะตายเช่นตอนนี้

แต่เย่จงหมิงตั้งสติมั่นและรู้ว่าเวลานี้จำเป็นต้องอดทน มือของเขาถือปืนไว้อย่างมั่นคง แล้วยิงปืนนัดที่สองไปยังกิ้งก่าลิ้นเลือดตัวที่ได้รับบาดเจ็บ

กระสุนนัดนี้พุ่งตรงเข้าไปยังดวงตาของมัน หัวรูปเพชร (สี่เหลี่ยมข้าวหลามตัด) พองตัวออกทันที เศษเนื้อ เลือดและสมองนับไม่ถ้วนพุ่งกระฉูดออกมาจากทางตา หู และปาก!

พลังของปืนใหม่นี้เทียบเท่าได้กับเดสเซิส อีเกิ้ล แล้วอะไรคือเดสเซิส อีเกิ้ลล่ะ? มันคือปืนที่ออกแบบมาเพื่อการล่าสัตว์ หากยิงในระยะประชิด พลังของมันมีประสิทธิภาพเพียงพอที่จะล้มช้างตัวโตได้

กิ้งก่าลิ้นเลือดเป็นสิ่งมีชีวิตที่ทรงพลังน่ากลัว เมื่อวิวัฒนาการไปจนถึงระดับที่ 2 ความเร็ว ความว่องไว ความคล่องตัว และพลังในการโจมตี หรือแม้แต่ผิวหนังที่เป็นเกราะคุ้มกัน จะอยู่ในระดับที่ทรงประ สิทธิภาพมาก แต่ถึงกระนั้นก็ใช่ว่าจะไม่มีจุดอ่อน ดวงตาของมันยังคงเป็นโครงสร้างอ่อนนุ่มที่ประกอบด้วยเลนส์ ภายใต้ผิวหนังแข็งๆและภาย ในหัวกะโหลก ยังคงเป็นเลือดเนื้อ ของเหลวและมันสมอง

ด้วยปืนนี้ เพียงพอที่จะฆ่ามันได้

แม้ว่าจะสามารถฆ่ากิ้งก่าลิ้นเลือดลงได้ แต่เย่จงหมิงก็ยังไม่มีร่องรอยของความสุข เพราะยังมีกิ้งก่าลิ้นเลือดอีกตัวที่ทรงพลังมากกว่าอยู่อีกด้าน กำลังจ้องมองเขาอยู่

อาจเป็นเพราะเห็นพวกเดียวกันถึงแก่ความตายเลยทำให้กิ้งก่าลิ้นเลือดตัวนั้นตระหนักได้ถึงอันตราย มันไม่ได้รีบเข้าโจมตีเหมือนที่เคยเป็น แต่วิ่งไปหลบอยู่ตรงมุมของสนามฝึกซ้อม จ้องมองศัตรู ครู่ต่อมา มันก็วิ่งหนีออกไปทางหน้าต่าง ที่ยังเปิดอยู่และหายไปในความมืด

เย่จงหมิงทิ้งตัวนั่งลงกับพื้นถอนใจเฮือกใหญ่ และรู้สึกดีใจเล็กน้อย

แม้เขาจะไม่ได้สูญเสียพลังทั้งหมด แต่ถ้าจะให้ต่อสู้กับกิ้งก่าลิ้นเลือดในสภาพนี้ก็คงเป็นเรื่องยาก ถึงแม้จะได้รับความช่วยเหลือจากโม่เย่กับตี้หวงหวันก็ตาม ผลลัพธ์สุดท้ายที่ได้ก็จะเป็นเพียงชัยชนะบนความหายนะเท่านั้น และเกรงว่ามันคงจะติดพันไปถึงแผนการขั้นต่อไปของเขา ซึ่งนั่นจะเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่

ประกายไฟจากปืนยังคงหลงเหลืออยู่บนเลนส์ตาของโม่เย่ เสียงถอนหายใจของเย่จงหมิงปลุกให้เธอได้สติขึ้นมา เธอรีบวิ่งเข้ามาพยุงร่างที่อ่อนแรงของเขา

“ไปขุดผลึกบนหน้าผากกิ้งก่าพวกนั้นมา ตัดลิ้นกับกรงเล็บพวกมันมาด้วย แล้วรีบออกไปกัน”

เย่จงหมิงพูดพึมพำอ่อนแรง บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ เขาแทบจะไม่มีแรงพูด

แม้โม่เย่จะไม่เข้าใจ แต่เธอก็ยังหยิบมีดของเย่จงหมิงเดินไปยังซากศพของกิ้งก่าลิ้นเลือด เริ่มเก็บผลึก ลิ้นและกรงเล็บตามคำสั่งของเย่จงหมิง

เมื่อเดินเข้าไปใกล้ๆ ซากศพและได้เห็นความน่าสะพรึงกลัวของมัน แม้ว่าโม่เย่จะเป็นตำรวจ ซึ่งกล้าหาญกว่าผู้หญิงทั่วไป ก็ยังรู้สึกหนังศีรษะชา

เจ้าสิ่งนี้ น่ากลัวมากจริงๆ มันมีกล้ามเนื้อใหญ่โตแข็งแรงจนน่าขนลุก

โม่เย่เป็นผู้หญิงที่ฉลาด เธอรู้ว่ามันต้องมีเหตุผลที่เขาสั่งให้ทำเช่นนี้ เธอเดาว่าพลังที่เขาเคยพูดอาจเกี่ยวข้องโดยตรงกับสิ่งของพวกนี้

หลังจากรวบรวมวัสดุเก็บใส่ถุงให้เย่จงหมิง โม่เย่ก็เข้าพยุงเย่จงหมิงโดยมีตี้หวงหวันเคียงข้าง แล้วคนสองคนกับสุนัขหนึ่งตัวก็เดินออกไปจากสนามเทนนิส

“นี่บ้านคุณเหรอ?”

สิบนาทีต่อมา เมื่อเห็นเย่จงหมิงหยิบกุญแจไขเปิดประตู โม่เย่จึงถามขึ้น

ตอนที่ 2 คนกับ 1 ตัวเดินออกจากสนามเทนนิส เย่จงหมิงก็ชี้ทางมายังห้องเช่าของเขาที่ห่างจากสนามเทนนิสไปเพียงหนึ่งถนน

มันเป็นเส้นทางที่ผ่านไปได้ไม่ง่ายนัก เพราะด้านหน้าของหญิงสาวที่ถือมีดกับตี้หวงหวันเต็มไปด้วยซอมบี้ที่ยังไม่ได้วิวัฒนาการ แต่พวก มันก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่สามารถคุกคามพวกเธอได้

หลังจากสังหารผ่านกองซากศพ พวกเธอก็มาถึงที่นี่

เย่จงหมิงดื่มน้ำเล็กน้อยแล้วเอนกายลงนอนหลับตาพักผ่อนบนเตียง ตอนนี้เขาต้องฟื้นฟูตัวเอง วิธีที่ดีที่สุดก็คือหลับตาพักผ่อนหรือนอนหลับไปเลย

“อืมม… ที่นี่ใกล้มหาวิทยาลัย”

โม่เย่มองดูเย่จงหมิงด้วยสายตาที่ดูซับซ้อน มันยากจะจินตนาการได้ว่าชายที่แข็งแกร่งคนนี้ยังเป็นนักศึกษาอยู่

ไม่ว่าจะเป็นเย่จงหมิงหรือโม่เย่ ก็ยังไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่วันสิ้นโลกเริ่มอุบัติขึ้น ตอนนี้เป็นตอนเช้ามืดไม่กี่ชั่วโมงก็รุ่งสาง พวกเขาเริ่มหิวกันแล้ว โม่เย่ค้นในครัวพบขนมปัง คนทั้งคู่จึงใช้มันกับน้ำร้อนที่ยังเหลืออยู่ในขวดเติมเต็มท้อง

การกินเป็นการเสริมพลังงานให้กับร่างกาย และเป็นการเร่งการฟื้นฟูพลังวิญญาณตามธรรมชาติ หลังจากกินขนมปังเย่จงหมิงก็รู้สึกดีขึ้น เขาบอกให้โม่เย่ตัดเก้าอี้ไม้ในบ้าน ก่อกองไฟ แล้วโยนลิ้นของกิ้งก่าลิ้นเลือดให้เธอนำไปย่าง

“จะให้กินไอ้นี่เหรอ?”

โม่เย่มองลิ้นของกิ้งก่าลิ้นเลือด และเกือบจะคายของเก่าออกมาเมื่อได้ยินเย่จงหมิงบอกให้เอามันไปย่างกิน

“ผมไม่ได้บอกหรือว่าจะสอนวิธีที่จะทำให้คุณสามารถอยู่รอดได้ในวันโลกาวินาศ?” เย่จงหมิงหลับตาขณะที่กล่าว “เริ่มต้นด้วยการกินสิ่งนี้”

“ไม่มีอาหารอื่นแล้วเหรอ? ฉันต้องกินมันจริงๆเหรอ?”

เห็นได้ชัดว่าโม่เย่ต่อต้านการกินมัน เธอยืนนิ่ง มีเพียงตี้หวงหวันเท่านั้นที่เข้าไปดมกลิ่นและเลียที่ลิ้นของกิ้งก่าลิ้นเลือดด้วยความอยากกิน แต่มันยังไม่ได้รับคำสั่งจากเจ้านาย มันจึงหมอบลงอย่างว่าง่าย ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความอยาก

เย่จงหมิงลืมตามอง ภายในห้องมืดๆ เห็นเพียงเงาร่างของหญิงสาวเท่านั้น “ฟังนะ ผมจะพูดให้ฟังเพียงครั้งเดียวเท่านั้น”

“นี่เป็นวันโลกาวินาศ ซอมบี้เหล่านั้นกลายร่างมาจากมนุษย์ ขั้นต้นพวกมันไวต่อกลิ่นและเสียง แต่ดวงตาเสื่อมสภาพการมองเห็นเทียบเท่าได้กับคนที่สายตาสั้นมากๆ”

“กิ้งก่าที่โจมตีพวกเรา น่าจะกลายพันธุ์มาจากกิ้งก่า(ตะกวด) เบงกอล พวกมันวิวัฒนาการมาแล้ว 2 ครั้ง ผลึกสีขาวคือหลักฐานยืนยัน”

“มนุษย์ที่รอดชีวิตสามารถวิวัฒนาการได้เช่นกัน ทางลัดของพลังนั้นผมสามารถมอบให้คุณได้ นอกเหนือจากนั้น การกินส่วนที่มีลักษณะโดดเด่นของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ยังสามารถเพิ่มพูนสมรรถภาพทางร่างกาย ทำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

“สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการอยู่รอดในวันโลกาวินาศ นอกจากนี้คุณจะต้องเรียนรู้ที่จะสังเกตและวิเคราะห์”

เย่จงหมิงหยุดพูดไปชั่วขณะ แม้ว่าเขาจะดีขึ้นมากแล้วก็ตาม แต่การพูดมากๆ ก็ยังทำให้รู้สึกเหนื่อย

“การสังเกต ผมคิดว่าคุณคงได้รับการฝึกมาเป็นพิเศษอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องง่ายๆ ที่จะเข้าใจ มันก็แค่การค้นหาและจดจำในสิ่งที่เห็นเท่านั้น”

โม่เย่อ้าปากและหุบปาก เหมือนกำลังอยากจะพูดอะไร แต่ก็ไม่ได้พูดออกมา

เย่จงหมิงยิ้ม “ผมรู้ว่าคุณไม่เชื่อ และรู้สึกว่าสิ่งที่ผมพูดออกมาเป็นเรื่องไร้สาระ งั้นผมขอถามอะไรหน่อย ถ้าคุณสามารถตอบได้ ผมก็จะไม่พูด ‘ไร้สาระ’ กับคุณอีก”

“ข้อแรก ทำไมเราถึงต้องออกจากสนามเทนนิสทันทีและเสี่ยงกลับมาที่นี่? ข้อ 2 กิ้งก่ายักษ์พวกนั้นมาจากไหน? ข้อ 3 เพื่อนทรยศของคุณตอนนี้อยู่ที่ไหน? ข้อ 4 คุณคิดว่าตอนนี้คุณปลอดภัยแล้วหรือยัง?”

จบบทที่ บทที่ 34 จะให้กินไอ้นี่เหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว