เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 31 ฆ่ากิ้งก่า

บทที่ 31 ฆ่ากิ้งก่า

บทที่ 31 ฆ่ากิ้งก่า


บทที่ 31 ฆ่ากิ้งก่า

เย่จงหมิงกับโม่เย่ซ่อนตัวอยู่ตรงบันไดขึ้นสู่ชั้นสองของสนามเทนนิส รอโอกาสที่ดีที่สุด

โม่เย่รับปากให้ความร่วมมือกับเย่จงหมิง ตอนนี้ทั้งคู่ถือว่าเป็นพันธมิตรชั่วคราว

สิ่งที่โม่เย่ต้องทำในคืนนี้อันตรายมาก เธอต้องดึงดูดความสนใจของกิ้งก่ายักษ์สองตัวตามลำพัง โดยปล่อยตัวที่เหลือให้เย่จงหมิงฆ่าอย่างรวดเร็ว

ในฐานะตำรวจหญิงที่ได้รับการฝึกฝนอย่างมืออาชีพ โม่เย่รู้ถึงสิ่งที่เธอต้องเผชิญ เธอรู้จากปากคำของเย่จงหมิงว่ากิ้งก่ายักษ์เหล่านี้เป็นสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ระดับสอง และที่เธอรับปากเย่จงหมิงก็เพราะเธอสนใจในพลังที่เขาจะ“มอบให้”

เย่จงหมิงรับปากเธอว่า หากเธอช่วยเขาทำสองสิ่งได้เสร็จสิ้น เขาจะบอกถึงวิธีอยู่รอดในวันโลกาวินาศให้กับเธอ

โม่เย่ไม่อยากรู้วิธีอยู่รอด แต่เธออยากรู้ว่าสิ่งที่เรียกว่าวันโลกาวินาศมันคืออะไรกันแน่

โม่เย่กระชับไม้เบสบอลอลูมิเนียมอัลลอยในมือด้วยใจที่เต้นระทึกด้วยความกลัว

หากเธอไม่เห็นด้วยตา เธอคงไม่อยากเชื่อว่ามันคือไม้เบสบอล เพราะไม่มีไม้เบสบอลปกติที่ไหนจะส่องประกายแสงสีเทา!

แสงสีเทานี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถตรวจสอบได้!

เธอจำได้อย่างชัดเจนว่า ชายคนนั้นพบไม้เบสบอล 4-5 อันนี้ในล็อกเกอร์ห้องแต่งตัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ปกติมาก แต่เมื่อเขานำมันกลับมา ก็มีอันนึงที่เปล่งประกายรัศมีสีเทา

โม่เย่ไม่ได้รู้สึกดีกับสิ่งที่อยู่ในมือ เธอเคยใช้ปืนเกือบทุกประเภทบนโลกใบนี้ และสามารถขับรถได้เกือบทุกชนิด เธอเคยรับภารกิจที่ยากลำบากมาตั้งแต่อายุยังน้อย

แต่สำหรับไม้เบสบอลที่เธอกำลังถืออยู่ในมือ เธอไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ราวกับมันโผล่ออกมาจากหลุมดำ!

เธอมองเย่จงหมิงด้วยสายตาซับซ้อนอย่างยิ่ง ราวกับกำลังมองสัตว์ประหลาด

โม่เย่ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เรียกว่าพลังนั้น อาจจะมีหลายประเภท และชายคนนี้ก็มีมากกว่าหนึ่ง

ในใจของเธอเกิดความคิดที่ไม่สามารถอธิบายได้ เธอต้องการเข้าใจและมีพลังเหล่านี้

ตัวเธอเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ย่อมปรารถนาถึงพลังที่แตกต่างจากคนธรรมดาทั่วไป เมื่อเธอได้เห็นพลังเหล่านี้ โม่เย่จึงตัดสินใจได้เร็วขึ้น ราวกับกำลังเดินอยู่ในความมืดแล้วพบแสงสว่างที่น่าสนใจ

เมื่อเห็นสายตาของหญิงสาว เย่จงหมิงไม่ได้รู้สึกแปลกใจ ในวันโลกาวินาศของชีวิตก่อนหลายคนก็มีสายตาแบบนี้ มันคือสายตาแห่งความปรารถนา ปรารถนาต่อวิวัฒนาการ อุปกรณ์ อาวุธ ผู้หญิงสวยๆและ สุดท้ายก็คือความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอด

ไม้เบสบอลที่เย่จงหมิงให้กับเธอ เขาได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับมันถึง 4 ครั้งด้วยอาชีพช่างฝีมือผู้มีเกียรติของเขา และด้วยความปรารถนาของหญิงสาว เขาไม่กังวลเลยว่าเธอจะไม่ร่วมมือ

ในวันโลกาวินาศพลังของตัวบุคคลได้รับการยกย่องสูงสุด แต่ก็มีหลายเหตุผลที่บุคคลไม่สามารถบรรลุถึงมันได้ โดยเฉพาะในช่วงต้นและช่วงกลางของวันโลกาวินาศ ดังนั้นทีมจึงมีบทบาทมากกว่า

สำหรับแผนการของเย่จงหมิงในวันข้างหน้านั้น แค่ตำรวจหญิงคนเดียวยังไม่เพียงพอ เขาต้องนำมู่ซินเฟยและเน็ตไอดอลสาวมารวมตัวกัน เพื่อสร้างเป็น ทีมเล็กๆ

สำหรับไม้เบสบอล เขาได้ใช้ทักษะเสริมสร้างรวมเป็นหนึ่งกับมัน แต่เย่จงหมิงก็ไม่แน่ใจนักว่ามันจะใช้งานได้ดีหรือไม่ อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่เขาแน่ใจก็คือ มันแข็งทัดเทียมกับแท่งเหล็กชนิดที่ดีที่สุด และที่สำคัญที่สุดคือมันเบากว่าเหล็กมาก….

เมื่อมองดูโม่เย่ที่กำลังถือไม้เบสบอลที่เป็นวัตถุวิเศษ ในใจของเย่จงหมิง ก็เกิดความรู้สึกของความเหนือกว่า ถ้าหากเขามีวัสดุเหมาะๆอยู่ในมือ เขาจะเสริมสร้างไม้อันนี้อีกครั้ง เขาอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะตื่นเต้นอีกสักแค่ไหน?

“มานี่!”

เย่จงหมิงกระซิบเบาๆ สองคำ หนึ่งคนกับหนึ่งตัวก็ขยับมาใกล้ๆ เตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจม

ต้องขอบคุณโทรศัพท์มือถือที่ตกอยู่ในห้องอาบน้ำ เพราะตอนนี้แสงไฟฉายยังคงส่องสว่างอยู่ แสงสะท้อนที่ส่องผ่านประตูห้องอาบน้ำยังสะท้อนให้เห็นถึงเงาร่างของกิ้งก่ายักษ์ทั้งสามตัว

อาจเป็นไปได้ว่าความพยายามเปิดรูช่องขนาดใหญ่บนเพดานที่ถูกปิดไว้ด้วยแผ่นกระดานไม้และเศษไม้ของพวกมันไม่ประสบความสำเร็จ กิ้งก่ายักษ์ที่หงุดหงิดทั้งสามตัวจึงได้ขยับออกจากห้องอาบน้ำ มาอยู่ตรงประตูเข้าสู่พื้นที่พักผ่อน

แม้ว่าหญิงสาวจะเคยต่อสู้กับกิ้งก่ายักษ์ตัวที่ใหญ่ที่สุดในจำนวนสามตัวนั้นมาก่อน แต่พอได้มาเห็นพวกมันอีกครั้งก็ยังทำให้โม่เย่นึกกลัวและสงสัยว่าสัตว์ประหลาดพวกนี้มาจากไหน

เธออดไม่ได้ที่จะเหลือบมองไปยังสุนัขดินที่ชื่อว่าตี้หวงหวัน ซึ่งกำลังหมอบอยู่ข้างๆ เย่จงหมิง และได้เห็นคำตอบบางอย่างจากสุนัขตัวนี้ แต่ถึงกระนั้นโม่เย่ก็ยังไม่เข้าใจ ถ้าการเปลี่ยนแปลงแบบเดียวกับกิ้งก่ายักษ์ทั้งสามตัวเกิดกับตี้หวงหวัน แล้วทำไมบนหน้าผากของตี้หวงหวันถึงไม่มีผลึกวิเศษสีขาว หรือเป็นเพราะว่ามันไม่แข็งแกร่งเท่ากิ้งก่ายักษ์?

อย่างไรก็ตามสุนัขตัวนี้ก็ฉลาดมาก ดูจากที่มันกำลังหมอบอยู่

ตรงนั้น มันดูเหมือนกับสุนัขตำรวจที่ผ่านการฝึกมาอย่างดี

กิ้งก่ายักษ์ตัวที่ใหญ่ที่สุดกำลังจะออกมาจากประตู บางทีอาจเป็นเพราะนิสัยก่อนเกิดการกลายพันธุ์ ทำให้มันดูเหมือนขลาดกลัวและระวังตัวมาก ส่วนอีกสองตัวก็เดินตามมาติดๆ หนึ่งในนั้นยังมีแขนมนุษย์อยู่ในปาก! และกำลังเคี้ยวอยู่ไม่หยุดปาก

โม่เย่กระชับไม้เบสบอลในมือ ปลดปล่อยรังสีการเข่นฆ่าออกมาจากร่าง

แม้ว่าคนที่ตายในห้องอาบน้ำจะไม่ใช่คนดี อย่างไรก็ตามพวกเขาก็เป็นมนุษย์เช่นเดียวกับเธอ การต้องมาเห็นสัตว์ประหลาดกำลังใช้แขนขาของพวกเขาเป็นอาหาร มันจึงเป็นความโศกเศร้าของสุนัขจิ้งจอกต่อความตายกระต่าย

(กระต่ายและสุนัขจิ้งจอกก่อตัวเป็นพันธมิตรเพื่อต่อสู้กับนักล่า พอกระต่ายตายสุนัขจิ้งจอกจึงโศกเศร้าเพราะสูญเสียพันธมิตร – สุนัขจิ้งจอกเศร้า อธิบายถึงเรื่องน่าเศร้าสำหรับความตายหรือความโชคร้ายของพันธมิตร)

เย่จงหมิงรู้ดีว่า ชีวิตกลายพันธุ์เหล่านี้ไม่เหมือนมนุษย์ พวกมันไม่สามารถรับยาวิวัฒนาการจากรูเล็ต การวิวัฒนาการของพวกมันได้มาจากการฆ่า ฆ่ามนุษย์ ฆ่าพวกเดียวกัน ฆ่าพวกกลายพันธุ์ชนิดอื่น ยิ่งฆ่าได้มากหรือฆ่าพวกที่มีระดับสูงกว่าตัวเอง พวกมันก็จะวิวัฒนาการได้เร็วขึ้น

กิ้งก่ายักษ์เหล่านี้แค่ทำตามสัญชาตญาณจนสามารถพัฒนามาถึงระดับที่สอง กว่าจะถึงระดับนี้ก็ไม่รู้ว่าพวกมันฆ่าไปแล้วกี่ชีวิต

เย่จงหมิงให้สัญญาณมือ โม่เย่พยักหน้า จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตำรวจหญิงก็วิ่งออกไปยังโซนสนามฝึกซ้อม

การเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันนั้นดึงดูดความสนใจของกิ้งก่ายักษ์ทั้งสามตัวทันที ตัวหัวหน้าพอได้เห็นเหยื่อที่หนีออกไปปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง มันก็คำรามและไล่ตามทันที พื้นลั่นเอี๊ยดเมื่อขาทั้งสี่ของมันตบลงบนพื้น พื้นคุณภาพยอดเยี่ยมยังไม่อาจทนต่อกรงเล็บของมันได้

กิ้งก่ายักษ์ตัวนี้มีวิวัฒนาการมากที่สุด มันจึงมีความเร็วสูง ทันทีที่มันเริ่มวิ่งก็พุ่งออกมาได้มากกว่า 10 เมตร และตามโม่เย่เข้าไปในพื้นที่สนามฝึกซ้อม

กิ้งก่ายักษ์อีกสองตัว พอเห็นผู้นำวิ่ง พวกมันก็คิดจะวิ่งตาม

แต่เจ้าตัวหัวหน้ากิ้งก่ายักษ์วิ่งออกไปไกลแล้ว พวกมันถึงได้เริ่มต้นวิ่งติดตาม ตัวนึงวิ่งตามไปอย่างบ้าคลั่ง ในขณะที่อีกตัวที่กำลังเคี้ยวแขนมนุษย์ข้างหนึ่งอยู่ในปากเกิดความลังเลว่าจะกินให้เสร็จแล้วค่อยตามไปดี หรือตามไปทันทีดี

ช่วงเวลาที่มันลังเลจึงเป็นโอกาสของเย่จงหมิง เขากระโดดออกมาจากตรงบันได ตวัดมีดในมืออย่างแรง ไปตรงจุดที่อ่อนนุ่มที่สุดของกิ้งก่ายักษ์

ตามระดับวิวัฒนาการ เย่จงหมิงมีระดับวิวัฒนาการเพียง 1 ดาว เมื่อเทียบกับกิ้งก่ากลายพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการระดับสองแล้ว มันมีช่องว่างระหว่างความแข็งแกร่งขนาดใหญ่ แต่ตอนนี้เขามีอาวุธระดับทั่วไปสีขาวที่กำกับเวทย์มนต์เอาไว้ เขาจึงสามารถสร้างความแปลกใจขึ้นได้อีกครั้ง อีกทั้งสถานที่ บรรยากาศและเวลาล้วนเหมาะสม กิ้งก่ายักษ์ถูกจู่ โจมอย่างฉับพลันในขณะที่ปากของมันยังไม่ว่าง ทำให้ปากที่ทรงประสิทธิภาพที่สุดไม่สามารถใช้งานได้ เค้าลางแห่งความพ่ายแพ้เริ่มปรากฏ

ด้วยปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ ทำให้มันพุ่งตัวไปอีกข้างและคายแขนที่กำลังเคี้ยวอยู่ออกจากปาก

ขณะที่มันเริ่มจะขยับไปอีกทาง ก็มีแรงมหาศาลดึงหางมันจากทางด้านหลัง ทั้งร่างถูกดึงขึ้นจากพื้น

ความเป็นความตายห่างกันเล็กกว่าเส้นผม มันรู้สึกเย็นวาบเมื่อการหลบหนีล้มเหลว ประกายมีดสีขาวก็ตัดเข้าที่ลำคอของมัน!

จบบทที่ บทที่ 31 ฆ่ากิ้งก่า

คัดลอกลิงก์แล้ว