เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 27 ตี้หวงหวัน

บทที่ 27 ตี้หวงหวัน

บทที่ 27 ตี้หวงหวัน


บทที่ 27 ตี้หวงหวัน

ไม่ว่าจะเมืองไหนๆ ก็มีแมวและสุนัขจรจัด

นั่นไม่ใช่ความผิดของพวกมัน แต่เป็นความผิดของมนุษย์

หลายคนเบื่อหน่ายกับแมวและสุนัขจรจัดเหล่านี้ แต่พวกมันเกือบทั้งหมดเป็นชีวิตที่น่าสงสารที่ถูกเจ้าของทอดทิ้ง บางครั้งมนุษย์ก็รับรู้แต่เพียงความรู้สึกของตัวเองเท่านั้น

แต่มีสิ่งหนึ่งที่แน่นอน สำหรับพวกมันแล้ว เมื่อมีใครบางคนดูแลพวกมัน พวกมันจะเชื่อใจและให้ความใกล้ชิดด้วย

บางทีมันอาจเป็นเพียงสัญชาตญาณของชีวิต สำหรับการได้รับประโยชน์และหลีกเลี่ยงอันตราย แต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า พวกมันจดจำความเมตตาเหล่านั้นได้ดี

และในเมืองนี้ก็มีสัตว์เลี้ยงที่ถูกทอดทิ้งอยู่มากมายเช่นกัน

มีสุนัขจรจัดอยู่เป็นจำนวนมากบริเวณใกล้ๆที่พักของเย่จงหมิง ปกติเขากับไป๋ซือซือจะลงมาให้อาหารพวกมันทุกวัน

พวกเขาไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้ออาหารสำหรับสุนัขโดยเฉพาะ จึงได้แต่ใช้อาหารที่กินเหลือมาให้พวกมันแทน แต่พวกมันก็ไม่ได้รังเกียจ กินจนหมดเกลี้ยงทุกครั้ง แล้วส่ายหัวส่ายหางให้กับคู่รักที่ยืนจับมือกันมองดูพวกมันอยู่

มันจึงกลายเป็นว่าทุกๆ วันที่ทั้งคู่ลงจากห้องเช่าเพื่อไปเรียนที่มหาวิทยาลัยหรือกลับจากมหาวิทยาลัยมาที่ห้องเช่าก็มักจะมีเหล่าสุนัขจรจัดกระโดดดักหน้าดักหลังวิ่งตามคอยส่งพวกเขาไปเรียนและต้อนรับกลับบ้าน

หลังจากผ่านวันโลกาวินาศในชีวิตก่อนมาถึง 10 ปี ฉากเหล่านั้นกลายเป็นภาพเลือนรางสำหรับเย่จงหมิง

ตอนนี้เมื่อได้มาพบกับสุนัขดินที่คุ้นเคยอีกครั้ง เขาจำมันไม่ได้อยู่สักพัก เพราะสำหรับเขาแล้ว เรื่องเหล่านี้ผ่านไปได้สิบปีแล้ว เมื่อย้อนคืนมาอีกครั้งเขาก็เหมือนเป็นคนใหม่ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เลือนรางไปจากความทรงจำ

แต่เมื่อเจ้าสุนัขดินเข้ามาแสดงความใกล้ชิดและความดีใจ เย่จงหมิงจึงจำได้ว่ามันคือสุนัขจรจัดที่เขากับไป๋ซือซือเคยให้อาหารมันอยู่เป็นประจำ แล้วมันก็มักวิ่งตามพวกเขาเสมอๆ และเหตุผลที่เย่จงหมิงจำมันได้ก็คือ ในบางครั้งที่เขากลับมาถึงห้องเช่าดึกๆ ก็ยังพบมันนั่งรอการกลับมาของเขาอยู่ที่มุมตึก

“แกคือตี้หวงหวัน(ยาลูกกลอนสีเหลือง)จริงๆ เหรอเนี่ย?”

ชื่อนี้ไป๋ซือซือเป็นคนตั้งให้มัน เพราะมันมีขนสีเหลือง แถมยังคลุกดินอยู่ทั้งวันจนตัวเต็มไปด้วยฝุ่น

เย่จงหมิงย่อตัวลงใช้มือใหญ่ๆ ลูบหัวเจ้าสุนัขดิน และเผยให้เห็นรอยยิ้มจากใจเป็นครั้งแรกหลังจากเกิดใหม่

เห็นได้ชัดว่ามันมีความสุขมาก มันหลับตาพริ้มเพลิดเพลินไปกับสัมผัสของเย่จงหมิง แล้วมันก็ล้มตัวลงหงายท้องให้เย่จงหมิงเกาพุงมันเบาๆ เหมือนอย่างที่เคยทำเสมอมา

นี่เป็นการแสดงถึงความเชื่อใจและไว้วางใจของสุนัขที่มอบให้ เพราะท้องเป็นส่วนที่อ่อนนุ่มที่สุดบนตัวมัน

สถานการณ์นี้ทำให้สี่คนทางด้านหลังถึงกับอ้าปากค้าง มันควรจะเป็นการต่อสู้ไม่ใช่หรือ? แต่ทำไมถึงได้กลับกลายมาเป็นการพบหน้ากันระหว่างเจ้าของกับสัตว์เลี้ยงไปซะได้

จิตใต้สำนึกบอกให้ตำรวจหญิงยกปืนจ่อมาที่หลังของเย่จงหมิงที่กำลังนั่งย่อตัว (ย่อตัวนะไม่ใช่นั่งยองๆ ใครที่เคยเล่นกับหมาคงจะเข้าใจ) อยู่กับพื้น เธอกำลังสงสัยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสุนัขที่อยู่ตรงหน้า

ท่าทางเพลิดเพลินจากการเกาพุงของตี้หวงหวันเปลี่ยนไปทันที มันกระโดดลุกขึ้นส่งเสียงขู่คำรามใส่ตำรวจหญิง ถ้าประตูห้องอาบน้ำไม่ได้แคบเกินไปสำหรับมัน อีกทั้งยังถูกเย่จงหมิงนั่งขวางไว้แล้วล่ะก็ เกรงว่าเธอคงถูกมันกระโจนเข้าจู่โจมเพื่อปกป้องผู้มีพระคุณไปแล้ว

ท่าทางที่เปลี่ยนไปของมันทำให้เย่จงหมิงรู้สึกแปลกใจ เขาเหลือบไปมองตำรวจหญิงที่อยู่ทางด้านหลังแล้วพูดช้าๆ ว่า “ผมรู้จักหมาตัวนี้ ผมเคยให้อาหารมัน ไม่มีอันตรายหรอก คุณลดปืนลงเถอะ”

พูดจบ เขาก็หันไปมองตำรวจหญิง แล้วเดินไปทางมุมห้องอาบน้ำที่มีแสงสีเงินอยู่ เพราะนี่คือจุดประสงค์ที่เขามาที่นี่ในวันนี้

“รอเดี๋ยว!”

ชายจมูกโตก้าวออกมาข้างหน้าสองก้าวอย่างรวดเร็ว เหลืออีกเพียงนิดเดียวก็จะถึงประตูห้องอาบน้ำ แต่พอเห็นหน้าตาดุร้ายของตี้หวงหวันก็ชะงักกึก แล้วค่อยๆ ก้าวถอยหลังกลับไปอย่างกลัวๆ ขณะที่พูดว่า “คุณจะทำอะไร? สิ่งนั้นเราพบมันก่อน มันเป็นของเรา”

“ใช่ มันเป็นของพวกเราคุณกับเจ้าหมานั่นออกไปจากที่นี่ซะ”

พี่ชายของผู้ตายที่อยู่อีกด้าน เห็นได้ชัดว่ากำลังมองสิ่งเรืองแสงสีเงินนั้นด้วยความโลภ

ส่วนคนที่ชื่อหลินลี่ที่ยืนอยู่ข้างๆ ชายทั้งสองคนนั้นก็ดูเหมือนจะคิดแบบเดียวกับพวกเขา

มีเพียงตำรวจหญิงที่ทำหน้าบึ้งขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา

เย่จงหมิงหันกลับไปมองแล้วพูดขึ้นมาว่า “ถ้าผมไม่มาที่นี่ พวกคุณจะสามารถผ่านประตูนี้มาได้ง่ายๆ เหรอ? เป็นเพราะผมคุ้นเคยกับเจ้าสุนัขดินตัวนี้อันตรายถึงได้คลี่คลายไป มาตอนนี้จะบอกว่าผมไม่เกี่ยวข้องแล้ว?”

เย่จงหมิงถือมีดเดินป่ายืนจังก้าถาม ให้กลิ่นอายที่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นคาวเลือด ซึ่งทำให้ชายทั้งสามห่อเหี่ยวลงทันที

“เราสามารถจัดการกับเจ้าหมานี่ได้โดยไม่ต้องมีคุณ อย่าลืมสิว่าพวกเรามีปืน!”

ชายจมูกโตพูดพร้อมกับปรายคางไปทางตำรวจหญิง แล้วมองมาทางเย่จงหมิงสื่อความหมายถึงการคุกคาม คำว่าปืนเพียงพอจะข่มขู่ให้ผู้คนส่วนใหญ่เกรงกลัว

เย่จงหมิงหัวเราะแล้วพูดว่า “แล้วทำไมไม่ค้านตอนที่ผมเสนอตัวล่ะ? ถ้าไม่ต้องการให้ผมมายุ่งจริงๆ ทำไมถึงได้ไม่เข้ามาเอง?”

ชายจมูกโตสั่นหน้าด้วยท่าทางที่ดูงี่เง่ามาก “ก็ใครจะรู้ว่าคุณกับเจ้าหมานั่นเป็นพวกเดียวกันล่ะ? พวกเราตามมาเพื่อฆ่าเจ้าหมานั่น!”

“ใช่ คุณตำรวจ จับเขาเลย เขาเป็นฆาตกร”

พี่ชายของผู้ตายกล่าวหาเย่จงหมิงอย่างรุนแรง แต่สายตากลับจับจ้องไปที่แสงสีเงิน

“ฆ่าเจ้าหมานั่นก่อน!” หลินลี่ชี้มือไปที่ตี้หวงหวัน เขาต้องการให้ตำรวจหญิงยิงมัน

เย่จงหมิงยิ้มอย่างเย็นชา ความโลภที่แสดงออกมาทางท่าทางและน้ำเสียงของคนเหล่านี้พบเห็นได้บ่อยมากเหลือเกินในช่วงเวลาแห่งวันโลกาวินาศในชีวิตก่อน แต่ตอนนี้มันยังไม่แย่ถึงขนาดนั้น นั่นเพราะเวลานี้ เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของจุดจบเท่านั้น รอจนคนเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้น ความโลภจะไม่แค่แสดงออกทางท่าทางและน้ำเสียงเท่านั้น แต่มันจะแสดงออกทางกำปั้นและอาวุธด้วย

“แต่… ไม่มีหลักฐานว่าเขาเกี่ยวข้องกับมัน” ตำรวจหญิงขมวดคิ้ว ยึดมั่นในจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ซึ่งให้ความรู้สึกดีๆ บางอย่างแก่เย่จงหมิง

แต่สำหรับกุญแจลับของพื้นที่ลับที่สำคัญที่สุดอันนี้ เย่จงหมิงไม่ได้ฝากความหวังไว้กับความโปรดปรานของตำรวจหญิงที่เขาไม่เคยรู้จัก เขาค่อยๆ เอื้อมมือ แล้วกระโจนไปปิดประตูห้องอาบน้ำ จากนั้นก็แนบร่างชิดผนังกำแพงด้านหน้า หลีกเลี่ยงมุมมองการยิงของตำรวจหญิง

ค่อนข้างน่าแปลกใจที่ตี้หวงหวันก็ทำแบบเดียวกับเย่จงหมิง มันเข้าไปซ่อนอยู่อีกด้าน สิ่งนี้ยืนยันข้อสงสัยของเขาที่ว่าสุนัขดินตัวนี้กำลังจะกลายพันธุ์

คนที่อยู่ด้านนอกไม่ได้เตรียมตัวสำหรับการเคลื่อนไหวอย่างฉับพลันของเย่จงหมิง พวกเขาคิดว่าด้วยปืนที่มีอยู่จะสามารถข่มขู่เย่จงหมิงได้ ไม่มีใครคาดคิดว่าต่อหน้าปลายกระบอกปืนจะเผชิญกับการต่อต้าน

เย่จงหมิงหมอบต่ำระวังตัว พอไม่ได้ยินเสียงปืน เขาก็กระโจนม้วนตัวไปข้างหน้าคว้าวัตถุแถบยาวภายใต้กลุ่มแสงสีเงินอย่างรวดเร็ว แล้วผิวปากเรียกตี้หวงหวัน จากนั้นก็งอขาขวา และส่งสัญญาณให้มัน โดยมองไปที่เพดานตรงเหนือขาของเขา

ตรงนั้นมีช่องขนาดใหญ่ที่เกิดจากการตกลงมาของกุญแจลับ

ตี้หวงหวันเข้าใจทันที สี่ขาแข็งแรงกระโจนออกไป สองขาหลังเหยียบลงบนเข่าของเย่จงหมิง สองขาหน้าตะกุยลงบนขอบของช่องขนาดใหญ่นั้นและใช้กรงเล็บจับไว้แน่น

เย่จงหมิงส่งเสียงกู่เบาๆ กระโดดขึ้นไปเกาะบนหลังของตี้หวงหวัน แล้วทั้งคู่ก็ขึ้นไปหลบอยู่บนเพดาน สุนัขดินตัวนี้ได้รับการสนับสนุนจากการกลายพันธุ์อย่างรวดเร็ว ทำให้ฉลาดขึ้นมาก

เสียงดังปัง ประตูห้องอาบน้ำถูกเปิดออกอย่างแรง ตำรวจหญิงวิ่งเข้ามาพร้อมกับชายทั้งสามคน แล้วเงาดำก็พุ่งลงมาตบลงบนปืนในมือของตำรวจหญิง ผู้ซึ่งเป็นภัยคุกคามที่สุดในคนทั้งสี่ จนปืนกระเด็นหลุดมือ

จบบทที่ บทที่ 27 ตี้หวงหวัน

คัดลอกลิงก์แล้ว