เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ช่วงชิง

บทที่ 20 ช่วงชิง

บทที่ 20 ช่วงชิง


บทที่ 20 ช่วงชิง

หลังจากเชือดซอมบี้ในสนามทิศเหนือตัวสุดท้าย เย่จงหมิงก็เดินจากมา ที่นี่เขาได้รับผลึกวิเศษระดับ 1 มากกว่า 30 ชิ้น

แต่เย่จงหมิงรู้สึกว่ามันยังไม่เพียงพอ เขาต้องการหมุนเมจิกรูเล็ตสีอันนั้นสองครั้ง

โอกาสดีๆ เช่นนี้มาปรากฏต่อหน้า ไม่มีเหตุผลที่เขาจะใช้เวลาเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งป้ายอาชีพกับหนังแกะเพียงชุดเดียว มันต้องเป็นสอง เขาต้องการทั้งหมด

แต่มันก็มีปัญหา

ในมหาวิทยาลัยมีคนมากมายที่กลายร่างเป็นซอมบี้ เมื่อรวมกับคนที่ติดเชื้อแล้วกลายร่างตลอดหลายชั่วโมงที่ผ่านมา ทำให้จำนวนของพวกมันเพิ่มขึ้นไปจนถึงจุดที่น่ากลัว

แม้ว่าเย่จงหมิงจะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาวที่ทรงพลังมาก แต่เขาก็ไม่แน่ใจว่าจะจัดการกลุ่มซอมบี้จำนวนมากกว่ายี่สิบตัวได้หรือไม่ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเลือกสถานที่ ที่มีซอมบี้จำนวนน้อยๆ

สนามกีฬากลางแจ้งเป็นลานล่าสัตว์ชั้นยอด มีไม่กี่คนอยู่ที่นี่ตอนที่เกิดภัยพิบัติ ส่วนใหญ่จะเป็นซอมบี้ที่เดินหลงมาจากที่อื่น ดังนั้นพวกมันจึงมีจำนวนไม่มากนัก

อย่างไรก็ตามซอมบี้ที่เดินหลงมาจากที่อื่นมักจะปรากฏตัวเป็นกลุ่มก้อน แม้เย่จงหมิงจะแข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่กล้าเข้าไปปะทะด้วย

สิ่งนี้ทำให้เขาต้องคิดอยู่สักพัก จากนั้นก็ตัดสินใจกลับไปยังอาคารสอนที่เขาเพิ่งสังหารแขนเหล็ก ซอมบี้กลายพันธุ์ระดับ 2 เพื่อรวบรวมผลึกวิเศษ

ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว แต่การเข่นฆ่าตลอดทางจากสนามทิศเหนือ ทำให้เย่จงหมิงรู้สึกสูญเสียพลังงานไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงเดินหน้าต่อไปพร้อมกับกินช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ไปด้วย

เขากลับมาถึงอาคารสอน แต่ร่างกายก็มีสัญญาณของการอ่อนแรง

เขาสังหารซอมบี้มาตลอดทาง แน่นอนว่ามันเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่

ตั้งแต่ออกจากวิลล่าของมู่ซินเฟยจนถึงตอนนี้ เขารวบรวมผลึกวิเศษระดับ 1 ได้มากกว่าร้อยชิ้น กับผลึกวิเศษระดับสอง 1 ชิ้น

เริ่มต้นเพียงครึ่งวันนับตั้งแต่วันสิ้นโลก การเก็บเกี่ยวผลึกวิเศษได้มามากเกินกว่าจะจินตนาการ เย่จงหมิงใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง ได้ผลึกวิเศษมามากกว่าที่เขาเคยใช้เวลาเป็นปีในชีวิตก่อน

เย่จงหมิงหยุดนั่งพักใต้ต้นไม้ด้านหน้าอาคารสอน เพื่อรอฟื้นฟูพลังงาน ร่างกายของผู้วิวัฒนาการระดับ 1 ดาว จะได้รับการปรับปรุงทั่วทั้งร่าง ไม่เพียงแค่นั้น แต่ยังได้รับความสามารถในการฟื้นฟูอีกด้วย

ระดับ 1 ดาวนั้นค่อนข้างต่ำ ดังนั้นความสามารถในการฟื้นตัวจึงมีไม่มาก ต่อเมื่อระดับวิวัฒนาการสูงขึ้น การฟื้นตัวของพลังและความสามารถในการรักษาตัวเองจะเพิ่มสูงถึงระดับที่น่ากลัว เย่จงหมิงเคยเห็นอดีตหัวหน้าทีมของตนทำเช่นนั้นด้วยตาของตัวเอง หลังจากที่โดนยอดนักรบขั้น 8 ฟันเข้าที่กลางหลังลึกจนถึงกระดูก เขาใช้เวลาเพียงสามวันเท่านั้น ในการฟื้นตัวอย่างเต็มที่

5 นาทีต่อมา เย่จงหมิงรู้สึกดีขึ้นมาก เขาลอบเข้าไปในอาคารสอน เพื่อใช้มีดขุดผลึกวิเศษจากหน้าผากซอมบี้ที่ถูกเขาฆ่าตายไปก่อนหน้านี้ออกมา

แต่แล้วดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง เมื่อเห็นซากศพบนบันได

ผลึกวิเศษบนหน้าผากซอมบี้ถูกขุดออกไปแล้ว!

ใจของเย่จงหมิงเย็นวาบ มันจะเร็วเกินไปไหมสำหรับใครบางคนที่จะเข้าใจความลับของรูเล็ต? คนๆ นั้นเริ่มต้นวิวัฒนาการเช่นเดียวกับเขาแล้วหรือยัง?

ไม่ใช่ว่าเย่จงหมิงจะไม่อยากให้คนอื่นพัฒนา ตรงกันข้าม ในชีวิตนี้เขาหวังให้มีมนุษย์จำนวนมากทรงพลังมากขึ้น เพื่อย้อนกลับความเป็นจริงในชีวิตก่อนที่ว่า มนุษย์เป็นผู้อยู่ส่วนล่างสุดในพีระมิดแห่งวิวัฒนาการ

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมให้ใครบางคนขโมยผลงานและผลประโยชน์ของเขาไป การถูกคนอื่นฉกฉวยผลึกวิเศษไป ทำให้เย่จงหมิงค่อนข้างไม่พอใจ

อย่างไรก็ตามความไม่พอใจนี้กินเวลาเพียง 1 วินาทีก็ถูกเย่จงหมิงปัดทิ้งไป ในวันโลกาวินาศมีสิ่งที่แย่กว่านี้อีกเป็นพันเท่า ถ้าจะใช้มาตรฐานจริยธรรมเก่าๆ วัดพฤติกรรมในวันโลกาวินาศแล้วล่ะก็ ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาทำร้ายก็คงต้องโมโหจนตัวเองตายไปก่อนแล้ว

สิ่งที่เขาสนใจก็คือ จะเอาผลึกวิเศษเหล่านั้นกลับมาได้ยังไงต่างหาก

รูเล็ต 3 สีไม่ได้เป็นของเขา ใครก็ตามที่รู้วิธีแลกเปลี่ยนคนๆนั้นก็ได้รับรางวัลไป แต่ถ้าผลึกวิเศษถูกขโมยฉกฉวยเอาไป เขาจะพลาดโอกาสที่จะหมุนรูเล็ต ซึ่งมันจะทำให้เย่จงหมิงถึงขั้นใจสลายได้เลย

เขาก้มลงมองไปตามบันได ในเส้นทางที่เคยผ่านอีกครั้ง แล้วก็พบว่าซอมบี้ทั้งหมดถูกขุดผลึกวิเศษออกไปจากหน้าผากแล้วไม่มีเหลือ

เย่จงหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อย และค่อนข้างจะไม่พอใจ เขาเดินตรงไปยังห้องเรียน เพื่อดูว่าความจริงมันเป็นยังไงกันแน่

พอมาถึงกลางบันไดชั้นสี่ เขาก็ได้ยินเสียงจากตรงทางเดิน มันมีมากกว่าหนึ่งเสียง เขาหลบซ่อนตัวทันที เย่จงหมิงคิดว่าคนเหล่านี้คงเป็นคนที่ขุดเอาผลึกวิเศษของเขาไป

“ได้กี่ชิ้นแล้ว?”

เสียงนั้นค่อนข้างหยาบกระด้าง

“ที่ขุดได้ที่นี่มี 35 ชิ้น” อีกเสียงตอบ

“อืมมม” เสียงหยาบกระด้างก่อนหน้าส่งเสียงตอบรับ “อาจารย์หวัง ผลึกเหล่านี้อยู่ในมือของแก เพื่อทำการศึกษาวิจัยมาก็นานแล้ว แกพอจะบอกได้หรือยังว่าแกเห็นอะไร? รู้หรือยังว่ามันทำงานยังไง?”

คนที่ถูกเรียกว่าอาจารย์หวังไม่ได้ตอบในทันที แต่หยุดไปชั่วขณะก่อนจะพูดต่อว่า “มันควรจะเป็นแหล่งจ่ายพลังงาน สำหรับส่วนประกอบที่เฉพาะเจาะจงนั้น ต้องศึกษาและวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ แต่ผมคิดว่ามันต้องมีผลกระทบบางอย่างที่เราไม่รู้”

“แกนี่เป็นเหล่าเก้าที่น่าสงสารจริงๆ ด้วย (เหล่าเก้า-ตัวละครตัวหนึ่งในนิยายเกี่ยวกับการขุดสุสาน) พูดแต่เรื่องไร้สาระ” เสียงที่สามดังขึ้น น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยการดูถูก

“ดูเหมือนถ้าข้าต้องการคำตอบ คงต้องเริ่มต้นจากชายคนนั้น”

เสียงแรกกล่าว แต่ประโยคนั้นทำให้เย่จงหมิงที่ซ่อนตัวอยู่สะกิดใจ เขารู้ทันทีว่าชายคนนั้นที่คนพวกนั้นพูดถึงอยู่นั้น หมายถึงตนเอง

“มันไม่ง่ายแบบนั้น ชายคนนั้นน่ากลัวมาก พวกเราทั้งหมดไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา” อาจารย์หวังถอนหายใจเล็กน้อยอย่างไม่สบายใจ แต่แล้วก็เปลี่ยนน้ำเสียงทันที “ซึ่งนั่นก็หมายความว่า พลังที่ผิดมนุษย์ของเขาเกี่ยวข้องกับผลึกเหล่านี้”

คนที่ยืนอยู่ตรงทางเดินในตอนนี้ก็คือหวู่เกอหัวหน้าแก๊งในโรงอาหารของมหาวิทยาลัยกับลูกสมุนอีกสองคน คนที่เหลือก็คืออาจารย์ผู้ชายที่สายตาสั้นมากกับนักศึกษาอีก 4 - 5 คน

ตอนนี้นักศึกษาเหล่านั้นกำลังนั่งยองๆ อยู่กับพื้นขุดผลึกวิเศษออกมาจากหน้าผากซอมบี้ โดยมีหวู่เกอกับลูกสมุนและอาจารย์หวังยืนพูดคุยกันอยู่ข้างๆ

ในขณะที่หวู่เกออยากพูดอะไรต่อ จู่ๆ เขาก็เห็นเงาร่างบางอย่างอยู่ตรงบันได เขาร้องลั่นด้วยความตกใจทันที พร้อมกับชี้มือไปทางบันได

เสียงร้องนั่นทำให้เย่จงหมิงรู้ว่าเขาได้พลาดโอกาสที่ดีที่สุดในการเข้าใกล้คนเหล่านั้นไปแล้ว

แต่เย่จงหมิงเป็นผู้วิวัฒนาการ เขาเข้าจู่โจมอย่างฉับพลัน มีดในมือสับไปยังมือที่ถือถุงใส่ผลึกวิเศษของชายใส่แว่น

หากไม่สามารถจัดการคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด อย่างน้อยๆ ก็ต้องช่วงชิงผลึกวิเศษคืนมา!

เย่จงหมิงอาจจะปรากฏตัวออกไปตรงๆ ได้ เพราะด้วยพลังของเขา มันเกินพอที่จะจัดการกับคนธรรมดาที่ยังไม่วิวัฒนาการ

แต่ในระหว่างที่แอบดูอยู่ เขาพบว่าในหมู่คนเหล่านั้นมีสามคนที่ถือปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติ!

แม้ว่าเขาจะแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่ไม่ต้องสนใจกับลูกกระสุนปืน มันทำให้เขาเกือบมีความคิดที่จะละทิ้งผลึกวิเศษ 30 กว่าชิ้นนี้ไป

แต่การต้องเผชิญหน้ากับการล่อลวงของรูเล็ตและอาชีพ ทำให้เย่จงหมิงตัดสินใจจะใช้ความมืดเป็นประโยชน์ในการต่อสู้ แต่โชคร้ายเพียงแค่ออกไปก็ถูกจับได้ซะแล้ว

การปรากฏตัวขึ้นอย่างฉับพลันของเย่จงหมิง ทำให้อาจารย์หวังตกใจ ยิ่งพอเห็นมีดแห่งความตายกำลังโบกเข้าหาตนเองจากแสงไฟฉายด้วยแล้ว แข้งขาของเขาก็ถึงกับอ่อนราวกับเส้นก๋วยเตี๋ยวขึ้นมาทันที

ด้วยความบังเอิญที่ว่า แข้งขาของเขาอ่อนแรง ทำให้สูญเสียการทรงตัวและล้มลง ทำให้เขาหลบคมมีดไปได้อย่างหวุดหวิด

แม้เย่จงหมิงจะพลาด แต่ก็ไม่หยุดการฟัน เขาเปลี่ยนทิศทางเข้าจู่โจมอาจารย์หวังอีกครั้ง

ผู้คนที่ตกอยู่ในช่วงเวลาวิกฤต จะเกิดปัญญาแก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว สำหรับอาจารย์หวังที่ตกอยู่ในความหวาดกลัว เขาเข้าใจทันทีว่ากุญแจสำคัญของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือ -- ผลึกในมือของเขานั่นเอง

เขาร้องลั่นแล้วโยนถุงใส่ผลึกวิเศษให้เย่จงหมิง

การกระทำนี้ได้ช่วยชีวิตเขาเอาไว้ เย่จงหมิงหยุดมีดแล้วคว้าถุงใส่ผลึกวิเศษ หลังจากได้รับของแล้วก็ได้เวลาถอย

ถึงจุดนี้ ในที่สุดเสียงปืนก็ดังขึ้น

กระบวนการตั้งแต่เย่จงหมิงถูกพบตัวไปจนถึงช่วงชิงผลึกกลับไปกินเวลาเพียงไม่กี่วินาที มันเป็นระยะเวลาที่สั้นมาก แต่หากเป็นมือปืนที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดีแล้วล่ะก็ ระยะเวลาแค่นี้เพียงพอที่จะลั่นไกได้อีกหลายครั้ง

อย่างไรก็ตามไม่ว่าจะเป็นหวู่เกอหรือลูกสมุนทั้งสองของเขา ต่างก็สัมผัสปืนเป็นครั้งแรก ยังดีที่ยังรู้จักวิธีโหลดกระสุนกับปลดเซฟ แต่ก็เป็นที่ชัดเจนว่า ถ้าพวกเขาต้องการจะเหนี่ยวไกยิงศัตรูทันทีที่พบตัว พวกเขาคงต้องศึกษาเรื่องปืนให้มากกว่านี้อีกหน่อย

ดังนั้นผลที่ได้ก็คือ จนกระทั่งเย่จงหมิงถอยกลับไปถึงบันไดแล้ว พวกเขาถึงได้สาดกระสุนออกมาอย่างรีบร้อน

ลูกกระสุนถูกวาดเป็นเส้นแสงบนทางเดิน บินว่อนไปทั่วพื้นที่แคบๆ แต่มันไม่ได้ถูกเย่จงหมิงเลยแม้แต่นัดเดียว เพราะนี่เป็นการยิงปืนครั้งแรกของพวกเขา ไม่เพียงแต่จะลังเลที่จะเหนี่ยวไก แม้แต่ความแม่น ยำซักนิดก็ไม่มี

ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่ยืนมองชายหนุ่มเดินหลบซ้าย หลบขวาลงจากทางเดินและหายไปทางบันได

หวู่เกอหน้าเขียว เขาคาดไม่ถึงว่า ฝ่ายตนที่มีคนตั้งมากมายและมีปืนอยู่ถึง 3 กระบอก ยังปล่อยให้ใครบางคนเข้ามาคว้าสิ่งที่ต้องการ แล้วเดินจากไปได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

แดงเถือก! ยับเยิน! ! ตบหน้าเขาจนแดงเถือกยับเยิน!

“ไอ้พวกเศษสวะ ยังไม่รีบตามมันไปอีก!”

เมื่อเห็นชายคนนั้นเสี่ยงชีวิตช่วงชิงผลึกกลับไป หวู่เกอก็ตระหนักได้ถึงความสำคัญของมัน พอมีปืนอยู่ในมือ เขาก็มีความกล้าพอ ที่จะสั่งให้เหล่าลูกสมุนตามเขาออกไปหาตัวชายคนนั้น

ในใจของหวู่เกอรู้สึกว่าวันสิ้นโลกมีมาเพื่อเขา ไม่เพียงช่วยให้เขาได้ลิ้มรสนักศึกษาสาวใหม่สดที่ไม่เคยลิ้มรสมาก่อน แล้วยังได้พบอาวุธปืนในอาคารสำนักงานของโรงเรียนฝึกทหาร และถ้าคิดวิธีใช้งานผลึกนั่นออก เขาจะกลายเป็นคนที่ทรงพลังและแข็งแกร่งกว่าชายคนนั้น! ถึงตอนนั้น เขาจะสามารถทำทุกอย่างที่ต้องการได้ในเมืองนี้!

แต่เขาลืมประเมินความสามารถของตนเองกับลูกสมุนไป เมื่อพวกเขาวิ่งออกมานอกอาคารสอน พวกเขาก็ได้สูญเสียเงาร่างของชายคนนั้นไปแล้ว แต่สิ่งที่เข้ามาทักทายพวกเขาก็คือ ฝูงซอมบี้ที่ถูกดึงดูดมาโดยเสียงปืน

………

พอเย่จงหมิงกลับมาถึงห้องกระจายเสียงที่สนามทิศเหนือได้ เขาก็โล่งอก

เขาเพิ่งประเมินสถานการณ์ผิดพลาด โดยไม่ทันคิดว่าคนเหล่านั้นจะมีปืน ถ้าผลึกวิเศษไม่ดึงดูดใจเกินไปแล้วล่ะก็ เขาคงยอมแพ้ไปแล้ว

แต่ไม่เป็นไร เพราะในที่สุดก็ได้ผลึกวิเศษคืนมา

การเกิดขึ้นของสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์ และการปรับตัวอย่างรวด เร็วของมนุษย์ในวันโลกาวินาศ ทำให้มีร่องรอยของความรีบเร่งเกิดขึ้นในใจ เขารู้ว่า เขาต้องรีบแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วยิ่งกว่านี้

เขาหยิบผลึกวิเศษที่เสี่ยงชีวิตช่วงชิงกลับมา โยนเข้าไปใน ช่องเพชรของรูเล็ต 3 สี

จบบทที่ บทที่ 20 ช่วงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว