- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 117 ชีวิตเดียว (ฟรี)
บทที่ 117 ชีวิตเดียว (ฟรี)
บทที่ 117 ชีวิตเดียว (ฟรี)
หญิงวัยกลางคน “...”
เธอรีบคว้าแขนเด็กหญิงไว้แน่น “ไปกันเถอะ ฉันจะพาเธอไปเข้าห้องน้ำ”
ความไม่สบายใจค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นในใจของเธอ เหมือนทุกอย่างเพิ่งถูก รีเซ็ตอีกครั้ง และในบันทึกที่ถืออยู่ ก็มีข้อความใหม่ปรากฏขึ้น
บนหน้ากระดาษเขียนไว้ว่า
[สถานที่แห่งนี้อันตรายอย่างยิ่ง ออกจากที่นี่ทันที!]
และยังมีอีกบรรทัดหนึ่ง
[ชายที่ชื่อซูปู้เสียน เป็นคนเลวที่รังแกเด็ก เป็นโจรลักพาและนักต้มตุ๋น...แต่ดูเหมือนจะไว้ใจได้]
หญิงวัยกลางคนอ่านแล้วแทบจะอ้าปากค้าง คำบรรยายขัดแย้งขนาดนี้ จะอยู่ในคน ๆ เดียวกันได้ยังไง!?
ครั้งก่อนตอนรีเซ็ต มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
ทำไมก่อนหน้านี้ถึงเขียนไว้ว่าต้องระวังเขาไม่ใช่เหรอ!
เธอคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้มีสิ่งเดียวที่ชัดเจน
ต้องรีบพาเด็กหญิงหนีออกจากที่นี่ให้ได้
ซูฉีมองทั้งสองคน ก่อนพูดเสียงเรียบว่า
“คุยกันก่อนดีกว่า ไม่งั้นถ้าออกไปตอนนี้… พวกคุณจะตาย”
ทันทีที่เขาพูดจบ…
ดวงตาของหญิงวัยกลางคนก็เปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที เธอดึงเด็กหญิงไว้ข้างหลัง บรรยากาศเริ่มตึงเครียด “คุณหมายความว่ายังไง!”
ซูฉีไหวไหล่นิดหนึ่ง “อีกห้านาทีต่อจากนี้ สิ่งประหลาดจะทะลักเข้ามาเหมือนคลื่น ด้วยสภาพร่างกายของคุณตอนนี้ ยังคิดจะหนีไปไหนได้อีกล่ะ?”
หญิงวัยกลางคนชะงัก “คุณรู้ได้ยังไง!”
“ก็เพราะ.. .ผมเพิ่งผ่านการรีเซ็ตมาเอง” ซูฉียิ้ม พูดออกมาราวกับเรื่องนี้เป็นเรื่องเล็ก ๆ
แต่เพียงประโยคนั้นก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางหัว หญิงวัยกลางคนหน้าซีดเผือด มือกำเด็กหญิงแน่น ตั้งท่าจะพาเธอหนีในทันที!
ในสายตาเธอ สัตว์ประหลาดข้างนอกน่ากลัวก็จริง แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่านั้น ก็คือ มนุษย์ที่สามารถรักษาความทรงจำไว้หลังรีเซ็ตได้!
“จะหนีทำไม...” ซูฉีพึมพำเบา ๆ ก่อนจะปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทั้งคู่ “ถ้าวิ่งหนีโดยไม่ตั้งสติ มีแต่จะตายเร็วขึ้นเท่านั้น”
หญิงวัยกลางคนกัดฟันแน่น มองเขาด้วยความเกลียดชัง “คุณเป็นใครกันแน่! ถ้าเป็นศัตรู ฉันจะสู้ตายไปพร้อมกับคุณเดี๋ยวนี้!”
ซูฉีมองเธอด้วยสายตาเอือมระอา “ลองใช้สมองขนาดเท่าลูกวอลนัตของคุณคิดดูหน่อยสิ ถ้าผมเป็นศัตรูจริง ๆ ผมจะบอกข้อมูลพวกนี้ให้คุณทำไม?”
หญิงวัยกลางคนอ้าปากค้าง แต่พูดไม่ออก
เด็กหญิงกลับดึงชายเสื้อของเธอเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง “หนูว่าที่พี่ซูพูดดูมีเหตุผลนะ”
หญิงวัยกลางคน “...”
“แต่…”
“พอเถอะ ไม่ต้องแต่แล้ว ตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้ว”
ซูฉียกนิ้วดีดเป๊าะ “ไปหาที่เงียบ ๆ กันก่อน ผมจะเล่าให้ฟังเองว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนรีเซ็ตครั้งที่แล้ว”
เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งนาที
หญิงวัยกลางคนตาเบิกกว้าง “คุณบอกว่า...ตอนสุดท้าย คุณช่วยพวกเราไว้? แถมยังมี ‘ข้อตกลง’ อะไรบางอย่างอีก?”
ซูฉีพยักหน้า ยิ้มอย่างจริงจัง “แน่นอนสิ...ผมคือสุดยอดมือสังหารที่พวกคุณจ้างมาด้วยค่าตัวสุดแพงยังไงล่ะ”
เรื่องที่เขาเล่าแทบไม่ต่างจากเรื่องจริง มีเพียงตอนท้ายเท่านั้นทั้ “แต่งเติม” ไปบ้างเล็กน้อย ยังไงฝ่ายนั้นก็จำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว เขาจะโม้หน่อยก็คงไม่เป็นไร
ยิ่งไปกว่านั้น ซูฉีก็ตัดสินใจแล้ว ว่าจะเลือกจัดการต้นกำเนิดของหมอกแทนการฆ่าเด็กผู้หญิง
จะให้เขาเลือกฝั่งนั้นได้ยังไง ในเมื่ออีกฝ่ายคือพี่ใหญ่เทพมาร!
หญิงวัยกลางคนยังมองเขาอย่างไม่ไว้ใจนัก แววตาเต็มไปด้วยความลังเล แต่เด็กหญิงกลับพยักหน้าช้า ๆ “หนูเชื่อว่าพี่ชายเป็นคนดี”
ในที่สุดบัตรคนดีที่รอมานานก็มาเสียที
ซูฉียิ้มกว้าง พยักหน้าชื่นชม “ไม่เลวเลย มีสายตาที่เฉียบแหลมมาก”
หญิงวัยกลางคนสูดหายใจลึก ก่อนพูดเสียงเบา “ก็ได้...ถ้าอย่างนั้น ฉันจะบอกความจริงบางอย่าง พวกมันกำลังหมายตาสมบัติล้ำค่าที่อยู่บนตัวฉันอยู่...”
ซูฉี “...อย่ามาแต่งเรื่องเลย”
ซูฉีชี้นิ้วไปทางเด็กหญิง “เธอเป็นจ้าวแห่งหายนะใช่ไหม? มีพลังรีเซ็ตทุกอย่าง ส่วนคุณ ก็เป็นผู้พิทักษ์ของเธอ กำลังหลบหนีจากพลังของต้นกำเนิดหมอกมลทิน และร่างนี้ของคุณก็ยัง...”
หญิงวัยกลางคนเบิกตากว้างขึ้นทุกคำที่เขาพูด แทบจะตะโกนออกมา
“นี่คุณ...รู้มากขนาดนั้นได้ยังไง!”
ซูฉียักไหล่ ยิ้มบาง “ผมบอกแล้วไง ความจริงใจคืออาวุธที่ดีที่สุด อย่าเสียเวลาโกหกหรือระแวงเลย บอกผมตรง ๆ ดีกว่า พี่ซูคนนี้ผ่านเรื่องหนักมานักต่อนักแล้ว”
หญิงวัยกลางคนสูดลมหายใจลึก ดวงตาฉายแววขุ่นเคือง “...มนุษย์อย่ามั่นหน้าเกินไปนัก จักวาลนี้กว้างใหญ่เกินกว่าที่คุณจะเข้าใจ”
“คนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคุณ คือสิ่งที่คุณไม่มีวันเข้าใจ คือจ้าวแห่งหายนะผู้ยิ่งใหญ่...”
เธอพูดได้เพียงเท่านั้นก็พูดต่อไม่ออก
เพราะภาพที่เห็นคือซูฉีกำลังบีบแก้มเด็กหญิงเล่นเบา ๆ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “แล้วจ้าวแห่งหายนะผู้ยิ่งใหญ่ ตอนนี้ทำไมถึงดูอ่อนแอจังล่ะ?”
เด็กหญิงไม่ได้หลบเหมือนครั้งก่อน เธอพูดเสียงเบา “หนูเองก็ไม่รู้… ซีหรานบอกว่าหนูเป็นเพียงร่างวิญญาณ พลังที่แท้จริงยังหลับใหลอยู่ที่ดินแดนโบราณแห่งหนึ่ง เธอจะพาหนูกลับไป เพื่อเริ่มต้นยุคสมัยใหม่อีกครั้ง”
หญิงวัยกลางคนตาเบิกกว้าง
ท่านเจ้าขา ถึงจะไม่มีความทรงจำ...แต่ช่วยอย่าพูดอะไรหมดเปลือกแบบนั้นได้ไหม!
“ที่แท้ซีหรานก็คือชื่อของคุณสินะ” ซูฉีหันไปมองหญิงวัยกลางคน เขาเคยถามชื่อเด็กหญิงมาก่อน และเธอก็ตอบว่าซีหราน
หญิงวัยกลางคนพูดเสียงเย็น “พระนามแท้ของฝ่าบาทมิใช่สิ่งที่คุณจะเอ่ยถึงได้ ถึงบอกไปมนุษย์อย่างคุณก็ไม่อาจรับรู้ได้ด้วยซ้ำ”
ในที่สุดซูฉีก็เข้าใจทุกอย่างกระจ่าง
เขาเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาแล้ว ตอนอยู่ในดินแดนขอบเหวนั่นเอง ที่มหาปุโรหิตพยายามจะฟื้นคืนชีพ เช่นเดียวกับจ้าวแห่งหายนะในตอนนี้ เพียงแต่ครั้งนั้นผู้ถูกขัดขวางคือเทพมาร
“ต้นกำเนิดของหมอกนั้น...” หญิงวัยกลางคนพูดเสียงต่ำ “คือสิ่งมีชีวิตที่เคยมีระดับเทียบเท่าฝ่าบาท มันถูกผนึกไว้ในดินแดนเหวลึก แต่ก็ยังไม่ยอมให้ฝ่าบาทฟื้นคืนชีพ มันใช้พลังที่เล็ดลอดออกมาจากตราผนึก แผ่ซ่านเข้ามาในโลกนี้ ป้องกันไม่ให้เราหลบหนี และปล่อยฝูงสัตว์ประหลาดมาล่าเรา”
เธอเว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนมองซูฉีอย่างจริงจัง “เพราะฉะนั้น ถ้าคุณคิดจะช่วยเรา… คุณก็จะถูกลากเข้าไปในหายนะนี้เช่นเดียวกัน และอาจถูกร่างนั้นจ้องเล่นงานด้วย คุณยังกล้าช่วยอยู่อีกเหรอ?”
ซูฉี “...”
เฮอะ… เฮอะ…
อยากให้เขาควักลูกตาออกมาให้ดูไหม ว่าเขาจะกลัวสักแค่ไหน?
ถ้าอีกฝ่ายไม่ใช่พี่ใหญ่เทพมารนะ เขาอาจจะยังลังเลอยู่บ้าง!
ซูฉีพูดด้วยสีหน้ามั่นคง “ไหน ๆ ก็รับปากไว้แล้ว ก็ต้องทำให้สำเร็จสิ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าพวกคุณตายกันหมด ผมจะไปเก็บหนี้จากใครได้อีกล่ะ?”
“...”
คนอื่นเวลาให้คำมั่นอย่างน้อยก็พูดให้ดูดีบ้าง แต่หมอนี่...พูดออกมาตรง ๆ ไม่อายฟ้าอายดินเลยแม้แต่น้อย
หญิงวัยกลางคนมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจยาว “ก็ได้...แต่มีปัญหาอย่างหนึ่ง ทางออกที่เราจะใช้หนีนั้น ก็คือต้นกำเนิดของหมอกเอง ที่นั่นมีสัตว์ประหลาดมากมาก คุณแน่ใจหรือว่าจะช่วยพวกเราได้จริง ๆ?”
ซูฉียิ้มมุมปาก “ถึงเวลาต้องใช้สุดยอดวิชาแล้วล่ะ”
หญิงวัยกลางคนขมวดคิ้ว “อะไรอีกล่ะคราวนี้?”
เด็กหญิงพูดแทรกขึ้น ดวงตาเป็นประกาย “หนูรู้สิ! ตอนที่เล่นเกมเมื่อกี้ใน King of Fighters พี่ซูใช้วิชานี้ เขามีพลังไม่จำกัด ตีไม่ตาย แล้วตอนจบก็หยิบจรวดออกมายิง เขาบอกว่านี่คือ ‘วิชาลับแห่งการฝึกฝนที่ได้มาด้วยความพยายาม’ ของเขา!”
“...”
หญิงวัยกลางคนหันขวับไปมองซูฉี ก่อนตะโกนลั่น “นี่คุณไม่รู้จักคำว่า ‘อาย’ บ้างหรือไง!”
“ไม่สำคัญหรอก” ซูฉีตอบเรียบ ๆ “ยังไงซะ วิชานี้ก็ใช้ได้แค่ครั้งเดียว และพอรีเซ็ตแล้วก็ไม่สามารถใช้ได้อีก”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนยิ้มขึ้นอย่างจริงจัง ดวงตาวาววับดั่งเปลวไฟ
“เพราะงั้นต่อจากนี้...”
ซูฉีเงยหน้ามองทั้งสองคน พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เราจะผ่านด่านนี้… ภายในรอบเดียว!”