- หน้าแรก
- ดินแดนเหวลึกไม่เลี้ยงคนเกียจคร้าน
- บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)
บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)
บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)
“โหมดใหม่งั้นเหรอ? แถมยังมีคูลดาวน์อีก?”
ซูฉีอ่านข้อความระบบอย่างละเอียด แต่เนื้อหามีเพียงเท่าที่เห็น ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพภายในโหมดนั้นเลย
เขาไม่ได้รีบร้อนจะเข้าไปทันที แต่เลือกจะจัดสรรแต้มค่าสถานะที่ได้จากเมื่อวานก่อนแทน
ทั้งหมด 57 แต้ม เขาจัดลง 27 แต้มให้กับพลังกาย และลงพละกำลังกับความเร็วอย่างละ 15 แต้ม แม้ค่าพื้นฐานเหล่านี้อาจดูเพิ่มขึ้นช้า แต่หลังการเปลี่ยนอาชีพ มันจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่สร้างความแตกต่างระหว่างผู้เล่น
“ปัญหาคือ… เรายังไม่รู้ทิศทางของหัวใจเทพโบราณเลย จะสายพลัง ความเร็ว หรือเป็นนักสู้เอนกประสงค์ดี? ไหนจะคุณสมบัติ กับวัตถุเลื่อนขั้นอีก...”
เอาเป็นว่า
แม้ระบบเปลี่ยนอาชีพยังไม่เปิด แต่ซูฉีก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นนักสู้เอนกประสงค์ไปก่อน อย่างน้อยก็ไม่ต้องยุ่งกับค่าพลังจิตแบบคนอื่น ๆ แถมยังทิ้งระยะห่างได้อีกด้วย จะมีเหตุผลอะไรให้ลังเลอีก?
ผู้นำลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน… ต้องมีวิสัยทัศน์เช่นนี้แหละ
ซูฉีเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเอง
[ID: ซูปู้เสียน]
[เลเวล: 20]
[ชีวิต: 100%]
[พลังกาย: 1100]
[พละกำลัง: 67]
[ความเร็ว: 58]
[ความทนทาน: 110]
[พลังจิต: 625]
[เหรียญเกม: 49,213]
หลังอัปแต้มเสร็จ ค่าพื้นฐานของเขาก็เริ่มเข้ารูปแล้ว อย่างน้อยจนกว่าจะเปลี่ยนอาชีพ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก
ทันใดนั้น
จั่วโช่วได้ส่งข้อความเสียงมา เขาเพิ่งกดยืนยันคำขอเป็นเพื่อนเมื่อวาน เช่นเดียวกับชิงหลางและหยุนจั่นเทียนที่เพิ่มมาด้วย
“พี่ซูลงไหม? ไปไต่เลเวลกัน!”
ซูฉีตอบกลับอย่างขี้เล่น “ลองดูช่องข้อมูลของผมสิ ตัวเลขนั่นดูเหมือนอะไร?”
“???”
จั่วโช่วอุทานเสียงดัง “เดี๋ยว ๆ นายเลเวล 20 แล้วเหรอ!? เมื่อวานตอนเข้าไปในดันเจี้ยนยังแค่ 17 เองนะ!”
ซูฉีตอบนิ่ง ๆ “เลื่อนสามเลเวลจากดันเจี้ยน ไม่ปกติหรือไง?”
“ปกติบ้านนายสิ!” จั่วโช่วถึงกับงง “งั้นตอนนี้นายจะเข้าโหมดใหม่เหรอ?”
“คุณก็รู้เรื่องนี้ด้วย?”
“แน่นอนสิ! ชมรมหลงเสินของเราก็มีคนถึงเลเวล 20 แล้ว แถมยังมีข้อมูลลับของโหมดนี้เยอะมาก ถ้านายอยากได้ ฉันให้ฟรีเลยก็ได้”
หลงเสิน?
ผู้แปล: หลงเสิน แปลว่า เทพมังกร หรือ มังกรศักดิ์สิทธิ์
เห็นไหม ว่าแล้วต้องมีมังกรอยู่จริง ๆ
ซูฉีฟังน้ำเสียงชวนอย่างนุ่มนวลของอีกฝ่าย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม
“ทำไมฟังดูเหมือนพวกคุณกำลังพยายามจีบผมเข้าสังกัดเลยนะ?”
“...”
จั่วโช่วกระแอมเบา ๆ “ก็...มีส่วนบ้างแหละ แต่หลัก ๆ ก็เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเป็นมิตรดกับชมรมใหญ่ ๆ ทั้งหลาย นี่เป็นนโยบายหลักของชมรมเราเลย”
“แต่ว่านะ...” น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ซูปู้เสียน นายมีวัตถุเปลี่ยนอาชีพลับอยู่ไม่ใช่เหรอ? การทดสอบมันอาจจะยากมาก แต่ชมรมเราช่วยได้ ทั้งเรื่องวัตถุเลื่อนขั้น ทรัพยากร หรือการสนับสนุน ไม่มีวันยอมให้นายเสียเปรียบแน่นอน”
ซูฉียิ้ม “ข้อเสนอชวนฝันจริง ๆ แต่ผมว่ามีวิธีที่ดีกว่านะ”
“หืม? วิธีอะไร?”
“พวกคุณส่งทรัพยากรกับข้อมูลทั้งหมดมาให้ก่อน แล้ว...”
“แล้วอะไร?”
“พวกคุณจะได้รับสิ่งล้ำค่า...ที่เรียกว่ามิตรภาพ’”
“ไอ้บ้า! นี่นายอยากได้ของฟรีใช่ไหม!?” จั่วโช่วตะโกนแทบสำลัก “พูดมาแบบนี้แปลว่าปฏิเสธใช่ไหมเนี่ย!”
เขาถอนหายใจ “เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่เถียงด้วยแล้ว เดี๋ยวฉันส่งข้อมูลของโหมดใหม่เข้าอีเมลให้นายแทนก็แล้วกัน”
พูดจบ เขาก็ตัดสายไป เพื่อกลับไปปั่นเลเวลให้ถึง 20
สองนาทีต่อมา
ซูฉีเปิดอีเมลอ่าน ข้อมูลเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่พูดถึงมลทินกับการพังทลายหลายครั้ง
“ดูเหมือนโหมดนี้จะมีอะไรบางอย่าง ดูถ้าระบบจะเตรียมผู้เล่นทุกคนให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”
เขาปิดอีเมล แล้วเปิดสิทธิ์การสุ่มรางวัลที่ยังค้างจากเมื่อวาน ผลคือกล่องสุ่มในธีมดินแดนขอบเหวเริ่มสั่นไหว ก่อนจะเปิดออกมา เผยให้เห็นวัตถุสีดำสะท้อนแสงขนาดเท่านิ้วมือ
[ชื่อ: จักรวาลปลายนิ้ว รุ่นชำรุด]
[ประเภท: อุปกรณ์พลังวิญญาณ]
[คุณภาพ: ต่ำ]
[คุณสมบัติ: หมุนลูกข่าง ก่อนการหมุนจะสิ้นสุด สามารถดึงเป้าหมายหนึ่งคนเข้าสู่ภาพลวงตาได้ และเมื่อการหมุนสิ้นสุดลง จะสร้างความเสียหายทางจิต ตามค่าพลังจิตของตนเองและสภาพจิตของเป้าหมายในตอนนั้น]
[การใช้: แต้มพลังวิญญาณ 100 แต้ม]
[เงื่อนไขการใช้งาน: อาชีพถึงระดับลำดับที่ 9 และพลังจิต 98 ขึ้นไป]
[วัตถุนี้มีคุณสมบัติในการเติบโต: รวบรวมวัตถุปนเปื้อนระดับ D จำนวน 5 ชิ้น เพื่อทำการอัปเกรดได้]
[หมายเหตุ: เคยได้ยินชื่อ Inception ไหม?]
ซูฉีพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ในที่สุดก็ได้อุปกรณ์ที่สร้างความเสียหายทางจิตได้สักที”
“แต่...ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้”
ต้องรอจนกว่าจะเปลี่ยนอาชีพก่อน ตามประกาศของดินแดนเหวลึกแล้ว ด้วยความเร็วในการปั่นเลเวลของเหล่าผู้เล่นทั่วโลก คงใกล้จะถึงเวลาเต็มทีแล้ว
ซูฉีเปิดหน้าต่างจับคู่
[ต้องการเข้าสู่โหมดการสังหารไร้สิ้นสุดหรือไม่?]
[โปรดทราบ: โหมดนี้ไม่แยกเดี่ยวหรือทีม จำนวนผู้เล่นจะสุ่มและไม่จำกัด]
[จับคู่สำเร็จ]
[คุณกำลังจะเข้าสู่ดันเจี้ยน]
ขณะที่ข้อความแจ้งเตือนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซูฉีก็รู้สึกว่าตัวเองถูกกลืนลงไปในคลื่นน้ำที่เชี่ยวกราก เสียงในหูเขาในครั้งนี้ไม่ใช่เสียงกระซิบหลอน ๆ เหมือนก่อนครั้งก่อน ๆ แต่เป็นเสียงระบบที่ตัดต่อด้วยโทนกลไก ฟังดูเหมือนสัญญาณติดขัด
“ยินดีต้อนรับ...เข้าสู่ห้วง...”
ยังไม่ทันจบ เสียงนั้นก็ขาดหายไปกลางประโยค ร่างของซูฉีพลันถูกดึงจมหายไปในความมืดราวกับตกลงสู่ใต้น้ำ
….
ซูฉีค่อย ๆ ลืมตา
พบว่าตัวเองพิงอยู่ข้างในห้องเก็บของของโกดังแห่งหนึ่ง อากาศเย็นจัดจนไอหมอกซึมเข้ามาจากช่องหน้าต่างด้านบน เขามองลอดออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแต่ภาพขาวโพลนคล้ายถูกห่อหุ้มด้วยหมอกหนา
“ที่นี่...ซูเปอร์มาร์เก็ต?”
ซูฉีกวาดตามองไปรอบ ๆ พบว่ามีสินค้ากองเต็มไปหมด ทั้งของใช้ ของกิน และของอุปโภคบริโภคต่าง ๆ
นานแล้วที่ไม่ได้เริ่มต้นดี ๆ แบบนี้
เขาอดยิ้มไม่ได้ ปกติเปิดดันเจี้ยนมาทีไร มีแต่กลิ่นคาวเลือด ศพ หรือไม่ก็สถานการณ์เป็นตายทั้งนั้น แต่นี่กลับมีของกินพร้อมเสร็จ แถมยังสามารถชงบะหมี่กินได้อีกต่างหาก?
แต่…
เขาคิดผิด
ปัง!
เสียงกระแทกดังสนั่นมาจากนอกห้องเก็บของ พร้อมเสียงกรีดร้องโกลาหลของผู้คน
ซูฉีรีบเปิดประตูออกไปทันที
สิ่งที่เห็นคือ...ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีคนอยู่กลุ่มใหญ่ และทางด้านนอกกระจกใสขนาดใหญ่ของร้าน มีเงาดำมหึมาเคลื่อนไหวอยู่ในหมอกหนา มันกำลังพุ่งชนกระจกอย่างบ้าคลั่ง!
แกร๊ก...แกร๊ก…
รอยร้าวบนกระจกเริ่มขยายออกอย่างรวดเร็ว
ผู้คนในร้านต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้น
“ทำยังไงดี!?”
“เราตายแน่!”
“ช่วยด้วย!!”
ซูฉีมองภาพนั้นอย่างสงบ แล้วพึมพำเบา ๆ “สถานการณ์คุ้น ๆ แฮะ ดูท่า...ต้องให้เราช่วยสินะ”
เขาหยิบถุงมันฝรั่งทอดออกมาหนึ่งซอง ฉีกซองด้วยท่าทีสบาย ๆ แล้วนั่งพิงชั้นวางของ เคี้ยวกรุบกรอบอย่างใจเย็น
เขาสังเกตเห็นว่าสิ่งนั้นแม้จะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เขาจัดการได้ ทว่าซูฉีเลือกที่จะรอดูก่อน เพราะเขารู้สึกถึงบางอย่าง เหมือนมีใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา
เพล้ง!
กระจกแตกกระจาย เสียงหวีดร้องดังระงม
และในวินาทีนั้น
ฟิ้ว!
หอกโลหะพุ่งออกมาจากกลางหมอก ทะลวงร่างของมัน
ปักมันลงกับพื้น!
มันดิ้นรนกรีดร้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างเงาหนึ่งจะพุ่งตามออกมาจากหมอก ใช้ดาบฟันศีรษะของมันขาดสะบั้นในพริบตา
ชายคนนั้นถือวิทยุสื่อสารอยู่ในมือ กวาดตามองทั่วซูเปอร์มาร์เก็ต และเมื่อสายตาเขาหยุดที่ซูฉี เขาก็ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ
เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว มีเพียงชายคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่เฉย ๆ กินมันฝรั่งทอดอย่างสบายอารมณ์
“...”
เขากดวิทยุ พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“รายงานจากเขตเก้า พบผู้รอดชีวิตมากกว่าสิบคนที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ ตอนนี้จะพาพวกเขาไปยังเขตปลอดภัยที่ใกล้ที่สุดเพื่อหลบภัย”