เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)

บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)

บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)


“โหมดใหม่งั้นเหรอ? แถมยังมีคูลดาวน์อีก?”

ซูฉีอ่านข้อความระบบอย่างละเอียด แต่เนื้อหามีเพียงเท่าที่เห็น ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาพภายในโหมดนั้นเลย

เขาไม่ได้รีบร้อนจะเข้าไปทันที แต่เลือกจะจัดสรรแต้มค่าสถานะที่ได้จากเมื่อวานก่อนแทน

ทั้งหมด 57 แต้ม เขาจัดลง 27 แต้มให้กับพลังกาย และลงพละกำลังกับความเร็วอย่างละ 15 แต้ม แม้ค่าพื้นฐานเหล่านี้อาจดูเพิ่มขึ้นช้า แต่หลังการเปลี่ยนอาชีพ มันจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญที่สุดที่สร้างความแตกต่างระหว่างผู้เล่น

“ปัญหาคือ… เรายังไม่รู้ทิศทางของหัวใจเทพโบราณเลย  จะสายพลัง ความเร็ว หรือเป็นนักสู้เอนกประสงค์ดี? ไหนจะคุณสมบัติ กับวัตถุเลื่อนขั้นอีก...”

เอาเป็นว่า

แม้ระบบเปลี่ยนอาชีพยังไม่เปิด แต่ซูฉีก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเป็นนักสู้เอนกประสงค์ไปก่อน อย่างน้อยก็ไม่ต้องยุ่งกับค่าพลังจิตแบบคนอื่น ๆ แถมยังทิ้งระยะห่างได้อีกด้วย จะมีเหตุผลอะไรให้ลังเลอีก?

ผู้นำลัทธิของเหล่าคนไม่เกียจคร้าน… ต้องมีวิสัยทัศน์เช่นนี้แหละ

ซูฉีเปิดหน้าต่างสถานะของตัวเอง

[ID: ซูปู้เสียน]

[เลเวล: 20]

[ชีวิต: 100%]

[พลังกาย: 1100]

[พละกำลัง: 67]

[ความเร็ว: 58]

[ความทนทาน: 110]

[พลังจิต: 625]

[เหรียญเกม: 49,213]

หลังอัปแต้มเสร็จ ค่าพื้นฐานของเขาก็เริ่มเข้ารูปแล้ว อย่างน้อยจนกว่าจะเปลี่ยนอาชีพ ก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากนัก

ทันใดนั้น

จั่วโช่วได้ส่งข้อความเสียงมา เขาเพิ่งกดยืนยันคำขอเป็นเพื่อนเมื่อวาน เช่นเดียวกับชิงหลางและหยุนจั่นเทียนที่เพิ่มมาด้วย

“พี่ซูลงไหม? ไปไต่เลเวลกัน!”

ซูฉีตอบกลับอย่างขี้เล่น “ลองดูช่องข้อมูลของผมสิ ตัวเลขนั่นดูเหมือนอะไร?”

“???”

จั่วโช่วอุทานเสียงดัง “เดี๋ยว ๆ นายเลเวล 20 แล้วเหรอ!? เมื่อวานตอนเข้าไปในดันเจี้ยนยังแค่ 17 เองนะ!”

ซูฉีตอบนิ่ง ๆ “เลื่อนสามเลเวลจากดันเจี้ยน ไม่ปกติหรือไง?”

“ปกติบ้านนายสิ!” จั่วโช่วถึงกับงง “งั้นตอนนี้นายจะเข้าโหมดใหม่เหรอ?”

“คุณก็รู้เรื่องนี้ด้วย?”

“แน่นอนสิ! ชมรมหลงเสินของเราก็มีคนถึงเลเวล 20 แล้ว แถมยังมีข้อมูลลับของโหมดนี้เยอะมาก ถ้านายอยากได้ ฉันให้ฟรีเลยก็ได้”

หลงเสิน?

ผู้แปล: หลงเสิน แปลว่า เทพมังกร หรือ มังกรศักดิ์สิทธิ์

เห็นไหม ว่าแล้วต้องมีมังกรอยู่จริง ๆ

ซูฉีฟังน้ำเสียงชวนอย่างนุ่มนวลของอีกฝ่าย ก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้ม

“ทำไมฟังดูเหมือนพวกคุณกำลังพยายามจีบผมเข้าสังกัดเลยนะ?”

“...”

จั่วโช่วกระแอมเบา ๆ “ก็...มีส่วนบ้างแหละ แต่หลัก ๆ ก็เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างเป็นมิตรดกับชมรมใหญ่ ๆ ทั้งหลาย นี่เป็นนโยบายหลักของชมรมเราเลย”

“แต่ว่านะ...” น้ำเสียงจริงจังขึ้น “ซูปู้เสียน นายมีวัตถุเปลี่ยนอาชีพลับอยู่ไม่ใช่เหรอ? การทดสอบมันอาจจะยากมาก แต่ชมรมเราช่วยได้ ทั้งเรื่องวัตถุเลื่อนขั้น ทรัพยากร หรือการสนับสนุน ไม่มีวันยอมให้นายเสียเปรียบแน่นอน”

ซูฉียิ้ม “ข้อเสนอชวนฝันจริง ๆ แต่ผมว่ามีวิธีที่ดีกว่านะ”

“หืม? วิธีอะไร?”

“พวกคุณส่งทรัพยากรกับข้อมูลทั้งหมดมาให้ก่อน แล้ว...”

“แล้วอะไร?”

“พวกคุณจะได้รับสิ่งล้ำค่า...ที่เรียกว่ามิตรภาพ’”

“ไอ้บ้า! นี่นายอยากได้ของฟรีใช่ไหม!?” จั่วโช่วตะโกนแทบสำลัก “พูดมาแบบนี้แปลว่าปฏิเสธใช่ไหมเนี่ย!”

เขาถอนหายใจ “เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่เถียงด้วยแล้ว เดี๋ยวฉันส่งข้อมูลของโหมดใหม่เข้าอีเมลให้นายแทนก็แล้วกัน”

พูดจบ เขาก็ตัดสายไป เพื่อกลับไปปั่นเลเวลให้ถึง 20

สองนาทีต่อมา

ซูฉีเปิดอีเมลอ่าน ข้อมูลเยอะพอสมควร ส่วนใหญ่พูดถึงมลทินกับการพังทลายหลายครั้ง

“ดูเหมือนโหมดนี้จะมีอะไรบางอย่าง ดูถ้าระบบจะเตรียมผู้เล่นทุกคนให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด”

เขาปิดอีเมล แล้วเปิดสิทธิ์การสุ่มรางวัลที่ยังค้างจากเมื่อวาน ผลคือกล่องสุ่มในธีมดินแดนขอบเหวเริ่มสั่นไหว ก่อนจะเปิดออกมา เผยให้เห็นวัตถุสีดำสะท้อนแสงขนาดเท่านิ้วมือ

[ชื่อ: จักรวาลปลายนิ้ว รุ่นชำรุด]

[ประเภท: อุปกรณ์พลังวิญญาณ]

[คุณภาพ: ต่ำ]

[คุณสมบัติ: หมุนลูกข่าง ก่อนการหมุนจะสิ้นสุด สามารถดึงเป้าหมายหนึ่งคนเข้าสู่ภาพลวงตาได้ และเมื่อการหมุนสิ้นสุดลง จะสร้างความเสียหายทางจิต ตามค่าพลังจิตของตนเองและสภาพจิตของเป้าหมายในตอนนั้น]

[การใช้: แต้มพลังวิญญาณ 100 แต้ม]

[เงื่อนไขการใช้งาน: อาชีพถึงระดับลำดับที่ 9 และพลังจิต 98 ขึ้นไป]

[วัตถุนี้มีคุณสมบัติในการเติบโต: รวบรวมวัตถุปนเปื้อนระดับ D จำนวน 5 ชิ้น เพื่อทำการอัปเกรดได้]

[หมายเหตุ: เคยได้ยินชื่อ Inception ไหม?]

ซูฉีพูดด้วยน้ำเสียงซาบซึ้ง “ในที่สุดก็ได้อุปกรณ์ที่สร้างความเสียหายทางจิตได้สักที”

“แต่...ตอนนี้ยังใช้ไม่ได้”

ต้องรอจนกว่าจะเปลี่ยนอาชีพก่อน ตามประกาศของดินแดนเหวลึกแล้ว ด้วยความเร็วในการปั่นเลเวลของเหล่าผู้เล่นทั่วโลก คงใกล้จะถึงเวลาเต็มทีแล้ว

ซูฉีเปิดหน้าต่างจับคู่

[ต้องการเข้าสู่โหมดการสังหารไร้สิ้นสุดหรือไม่?]

[โปรดทราบ: โหมดนี้ไม่แยกเดี่ยวหรือทีม จำนวนผู้เล่นจะสุ่มและไม่จำกัด]

[จับคู่สำเร็จ]

[คุณกำลังจะเข้าสู่ดันเจี้ยน]

ขณะที่ข้อความแจ้งเตือนค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ซูฉีก็รู้สึกว่าตัวเองถูกกลืนลงไปในคลื่นน้ำที่เชี่ยวกราก เสียงในหูเขาในครั้งนี้ไม่ใช่เสียงกระซิบหลอน ๆ เหมือนก่อนครั้งก่อน ๆ แต่เป็นเสียงระบบที่ตัดต่อด้วยโทนกลไก ฟังดูเหมือนสัญญาณติดขัด

“ยินดีต้อนรับ...เข้าสู่ห้วง...”

ยังไม่ทันจบ เสียงนั้นก็ขาดหายไปกลางประโยค ร่างของซูฉีพลันถูกดึงจมหายไปในความมืดราวกับตกลงสู่ใต้น้ำ

….

ซูฉีค่อย ๆ ลืมตา

พบว่าตัวเองพิงอยู่ข้างในห้องเก็บของของโกดังแห่งหนึ่ง อากาศเย็นจัดจนไอหมอกซึมเข้ามาจากช่องหน้าต่างด้านบน เขามองลอดออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแต่ภาพขาวโพลนคล้ายถูกห่อหุ้มด้วยหมอกหนา

“ที่นี่...ซูเปอร์มาร์เก็ต?”

ซูฉีกวาดตามองไปรอบ ๆ พบว่ามีสินค้ากองเต็มไปหมด ทั้งของใช้ ของกิน และของอุปโภคบริโภคต่าง ๆ

นานแล้วที่ไม่ได้เริ่มต้นดี ๆ แบบนี้

เขาอดยิ้มไม่ได้ ปกติเปิดดันเจี้ยนมาทีไร มีแต่กลิ่นคาวเลือด ศพ หรือไม่ก็สถานการณ์เป็นตายทั้งนั้น แต่นี่กลับมีของกินพร้อมเสร็จ แถมยังสามารถชงบะหมี่กินได้อีกต่างหาก?

แต่…

เขาคิดผิด

ปัง!

เสียงกระแทกดังสนั่นมาจากนอกห้องเก็บของ พร้อมเสียงกรีดร้องโกลาหลของผู้คน

ซูฉีรีบเปิดประตูออกไปทันที

สิ่งที่เห็นคือ...ภายในซูเปอร์มาร์เก็ตมีคนอยู่กลุ่มใหญ่ และทางด้านนอกกระจกใสขนาดใหญ่ของร้าน มีเงาดำมหึมาเคลื่อนไหวอยู่ในหมอกหนา มันกำลังพุ่งชนกระจกอย่างบ้าคลั่ง!

แกร๊ก...แกร๊ก…

รอยร้าวบนกระจกเริ่มขยายออกอย่างรวดเร็ว

ผู้คนในร้านต่างตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว บางคนถึงกับทรุดลงกับพื้น

“ทำยังไงดี!?”

“เราตายแน่!”

“ช่วยด้วย!!”

ซูฉีมองภาพนั้นอย่างสงบ แล้วพึมพำเบา ๆ “สถานการณ์คุ้น ๆ แฮะ ดูท่า...ต้องให้เราช่วยสินะ”

เขาหยิบถุงมันฝรั่งทอดออกมาหนึ่งซอง ฉีกซองด้วยท่าทีสบาย ๆ แล้วนั่งพิงชั้นวางของ เคี้ยวกรุบกรอบอย่างใจเย็น

เขาสังเกตเห็นว่าสิ่งนั้นแม้จะแข็งแกร่งกว่ามนุษย์ทั่วไป แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เขาจัดการได้ ทว่าซูฉีเลือกที่จะรอดูก่อน เพราะเขารู้สึกถึงบางอย่าง เหมือนมีใครบางคนกำลังใกล้เข้ามา

เพล้ง!

กระจกแตกกระจาย เสียงหวีดร้องดังระงม

และในวินาทีนั้น

ฟิ้ว!

หอกโลหะพุ่งออกมาจากกลางหมอก ทะลวงร่างของมัน

ปักมันลงกับพื้น!

มันดิ้นรนกรีดร้องอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่ร่างเงาหนึ่งจะพุ่งตามออกมาจากหมอก ใช้ดาบฟันศีรษะของมันขาดสะบั้นในพริบตา

ชายคนนั้นถือวิทยุสื่อสารอยู่ในมือ กวาดตามองทั่วซูเปอร์มาร์เก็ต และเมื่อสายตาเขาหยุดที่ซูฉี เขาก็ถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ

เพราะในขณะที่ทุกคนกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว มีเพียงชายคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงนั่งอยู่เฉย ๆ กินมันฝรั่งทอดอย่างสบายอารมณ์

“...”

เขากดวิทยุ พูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ

“รายงานจากเขตเก้า พบผู้รอดชีวิตมากกว่าสิบคนที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ ตอนนี้จะพาพวกเขาไปยังเขตปลอดภัยที่ใกล้ที่สุดเพื่อหลบภัย”

จบบทที่ บทที่ 110 เข้าสู่โหมดใหม่ (ฟรี)

คัดลอกลิงก์แล้ว