เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 301 ข้ามศพข้าผู้นี้ไปก่อน

บทที่ 301 ข้ามศพข้าผู้นี้ไปก่อน

บทที่ 301 ข้ามศพข้าผู้นี้ไปก่อน


สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ : แปลได้แล้ว

“ฆ่า!”

ทหารตระกูลซูทั้งหมดได้กลายเป็นคนบ้าคลั่งและตกอยู่ในความสิ้นหวัง!

ใจของพวกเขาอัดแน่นไปด้วยความเกลียดชังและความโกรธแค้น  ตอนนี้ มีเพียงเลือดของศัตรูเท่านั้นที่จะทำให้พวกเขาพึงพอใจ ในเมื่อพวกเขากำลังจะตาย ทำไมไม่ตายไปอย่างนักรบผู้กล้าหาญ? ทำไมไม่ฆ่าพวกศัตรูอีกไม่กี่คนและล้างแค้นให้พวกพ้องของพวกเขา?

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

เมื่อผู้เชี่ยวชาญตระกูลซูเคลื่อนไหว กองทัพอาณาจักรต้าเซี่ยบนกำแพงเมืองก็เริ่มเคลื่อนไหวทั้งหมด ในเมืองนี้คงป้องกันเอาไว้ได้ไม่มากเท่าไหร่นัก กองทัพทหารสามแสนคนก็คงไม่สามารถต้านทานกองทัพล้านคนได้ ทำไมไม่เสี่ยงชีวิตบนสนามรบและรักษาเกียรติของอาณาจักรแทนล่ะ?!

“โจมตี!”

แม่ทัพหลงแห่งจักรวรรดิมังกรเวหาและเหล่าผู้นำจากทั้งห้าอาณาจักรต่างโบกมือและสั่งการทันที ทหารนับไม่ถ้วนเดินทัพไปทันทีพร้อมกับเสียงกลองสนามรบรัวและระเบิดกลิ่นอายสังหารออกมา

ปัง.....

ณ ขณะนั้น พื้นผิวดินที่อยู่ระหว่างทั้งสองกองทัพก็มีสัตว์ยักษ์สีเหลืองปะทุออกมาจากผิวดิน

สัตว์ยักษ์ตัวนั้นมีหนามแหลมออกมาและมีชายหนุ่มสวมเสื้อคลุมสีเขียวนั่งอยู่บนหนาม เขากวัดแกว่งดาบสีแดงเพลิง เสื้อผ้าของเขาหลุดลุ่ย เผ้าผมของเขายุ่งเหยิงและดวงตาของเขาก็แดงก่ำ เขาดูเหมือนคนที่เหนื่อยล้ามาก

ในที่สุดเจียงอี้ก็มาถึง!

เขาใช้ดวงตาที่แดงก่ำกวาดมองไปรอบๆและเมื่อเขาเห็นว่าซูรั่วเสวี่ยยังคงไม่ได้รับอันตรายใดๆอยู่บนกำแพงเมือง ร่างกายที่เกร็งของเขาก็ผ่อนคลายลงในทันทีและถอนหายใจออกมา

เมื่อเขาเห็นอาณาจักรต้าเซี่ยและฝ่ายกองทัพพันธมิตรกำลังพุ่งตรงเข้ามาทางเขา เขายืนอยู่ระหว่างการปะทะกันของสองกองทัพโดยไม่มีความเกรงกลัวหรือหวาดกลัวใดๆ เขาไม่แม้แต่จะพยายามหลบหนีแต่กลับเปล่งเสียงด้วยแก่นแท้พลังที่ดังกังวานแทน “พวกเจ้าทุกคน จงหยุดการกระทำของพวกเจ้าให้ผู้ตรวจการณ์ผู้นี้เสีย!”

“เจียงอี้!”

“ผู้ตรวจการเจียง!”

มีเสียงหลายเสียงที่อุทานออกมาในเวลาเดียวกัน แม่ทัพหลงแห่งจักรวรรดิมังกรเวหาโบกมือของเขาโดยสัญชาตญาณเพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนเลื่อนการโจมตีออกไปก่อน เสียงกลองศึกหยุดลงขณะที่กองทัพของจักรวรรดิมังกรเวหายืนนิ่งอยู่กับที่

“ทุกคน กลับมา!”

ในขณะนั้น ซูรั่วเสวี่ยเองก็ตะโกนออกมาในขณะที่ดวงตาที่สวยงามของนางเปล่งประกายราวกับดวงดาว คำสั่งของนางอาจไม่มีผลเท่าคำสั่งของซูตี๋หวังแต่ผู้เชี่ยวชาญตระกูลซูก็ยังคงหยุดเคลื่อนทัพอย่างรวดเร็วซึ่งนั่นก็ทำให้ทัพที่อยู่ข้างหลังหยุดลงเช่นกัน

แม่ทัพเฒ่าจากอาณาจักรเซิ่งหลิงขมวดคิ้วและผายมือส่งสัญญาณให้กองทัพหยุดเดินขบวนเช่นกัน เหล่าผู้นำทัพก็ออกคำบัญชาการแบบเดียวกันลงมา ส่วนเซี่ยอู๋หุ่ยก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องกัดฟันและสั่งให้กองทัพหยุดเข้าโจมตี

การหยุดการปะทะกันระหว่างสองกองทัพด้วยความแข็งแกร่งของบุคคลผู้เดียว!

ทหารหลายต่างก็แสดงท่าทางประหลาดใจออกมาและเมื่อพวกเขาเห็นเจียงอี้ที่กำลังขี่เถาอู้อยู่ มันก็ยิ่งน่าอัศจรรย์ยิ่งขึ้น พวกเขาได้ยินเสียงแม่ทัพอุทานชื่อของเจียงอี้ออกมา

ศิษย์อันดับหนึ่งแห่งสำนักจิตอสูร, ผู้คว้าชัยสงครามราชอาณาจักร , กบฏแห่งอาณาจักรเสินหวู่, ผู้ตรวจการแห่งจักรวรรดิมังกรเวหาและวีรบุรุษแห่งทวีป....

คงต้องยอมรับว่าเจียงอี้ค่อนข้างโด่งดังในทวีปนี้และชื่อเสียงของเขาก็ไม่ได้น้อยไปกว่าเจียงเปี๋ยหลี แน่นอนว่า.....เหตุผลหลักที่เจียงอี้สามารถหยุดการปะทะกันของกองทัพทั้งสองขั้วได้นั้นก็เป็นเพราะผู้ที่คอยหนุนหลังเขา จักรพรรดินีสัตว์อสูร!

ฝ่ามือของจักรพรรดินีสัตว์อสูรนั้นถือเป็นของขวัญที่ยอดเยี่ยมจากจักรพรรดินีสัตว์อสูรถึงเจียงอี้ สิ่งนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งระหว่างความสัมพันธ์ของเจียงอี้กับจักรพรรดินีสัตว์อสูร

อานุภาพของบุคคลนั้นในหุบเขาสามหมื่นลี้ได้ใส่ความหวาดกลัวเข้าไปถึงไส้ถึงพุง ด้วยการปรากฏตัวอย่างฉับพลันของเจียงอี้ พวกเขาจึงไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างประมาท

และแน่นอน.....

ทุกคนนั้นตะลึงงันไปเพียงช่วงสั้นๆและดึงสติกลับมาได้ในทันใด เจียงอี้อาจจะมีจักรพรรดินีสัตว์อสูรให้ท้ายอยู่และได้รับการยกย่องจากองค์หญิงหลิงเสวี่ยอย่างสูง แต่นี่เป็นสงครามระหว่างมนุษย์ ใช่ไหม? ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขากำลังโจมตีผู้บงการที่ลักพาตัวจิ้งจอกน้อย และแม้ว่าจักรพรรดินีสัตว์อสูรจะรู้เรื่องนี้ นางก็คงจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวใช่ไหม?

ส่วนด้านองค์หญิงหลิงเสวี่ย....จักรวรรดิมังกรเวหาต้องการใช้เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ฟื้นฟูชื่อเสียงของจักรวรรดิและแสดงความกล้าหาญในฐานะผู้ปกครองนคร ไม่ว่าหลิงเสวี่ยจะเคารพเจียงอี้มากเพียงใด นางจะไม่ยอมในเรื่องนี้แน่

“สวรรค์เปิดทางให้เจ้า และเจ้าก็ยังคงเดินไปยังเส้นทางแห่งนรก.....”

มีร่องรอยแห่งความแค้นและขมขื่นอยู่ในดวงตาของเซี่ยอู๋หุ่ยในขณะที่เขาเผยความเยือกเย็นออกมาที่มุมปากอย่างรวดเร็วและพูดว่า “เจียงอี้ เจ้าเตรียมที่จะช่วยอาณาจักรต้าเซี่ยต่อต้านกองทัพพันธมิตร? เจ้าจะอยู่ฝั่งผู้ทรยศ? หรือบางที....เจ้าอาจจะเป็นหนึ่งในผู้บงการเรื่องนี้ด้วยและทำเป็นช่วยเหลือจิ้งจอกน้อยด้วยตัวเอง? เป้าหมายของเจ้าคือการมีจักรพรรดินีให้ท้าย? มิฉะนั้น ทำไมเจ้าจึงโชคดีมากเช่นนี้? ทั่วทั้งทวีปไม่สามารถหาตัวจิ้งจอกน้อยพบ แต่กลับมีเพียงเจ้า?”

คำกล่าวของเซี่ยอู๋หุ่ยทำให้เกิดความโกลาหล เริ่มแรกนั้นทุกคนคิดว่ามันเป็นเรื่องขบขัน แต่เมื่อพิจารณาอย่างรอบคอบแล้วก็รู้สึกว่ามันสมเหตุสมผล ทุกคนมองไปที่เจียงอี้และรอคอยคำอธิบายของเขา

เจียงอี้ไม่แม้แต่จะมองเซี่ยอู๋หุ่ยและเมินเฉยเขาไปในทันที เขามองไปยังแม่ทัพหลงแห่งจักรวรรดิมังกรเวหาและอาณาจักรที่เหลือและพูดว่า “ข้าเคยได้ยินเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่รู้เรื่องราวอย่างแน่ชัด ไม่ว่าใครก็สามารถเป็นผู้บงการเหตุการณ์นี้ได้ นอกเหนือจากอาณาจักรต้าเซี่ยแล้ว ข้าแน่ใจว่าพวกเจ้าก็รู้เรื่องนี้ดี ใช่ไหม? อ้างความยุติธรรมแก่มนุษยชาติมาเพื่อที่จักรวรรดิมังกรเวหาและอีกห้าอาณาจักรจะได้ผลประโยชน์จากอาณาจักรที่อ่อนแอที่สุดจริงๆหรือ? พวกเจ้าทุกคนไม่มีความละอายใจกันบ้างเลยหรือ? หรือเจ้าจะบอกว่าพลเมืองของอาณาจักรเจ้าเป็นมนุษย์ แต่พลเมืองแห่งอาณาจักรต้าเซี่ยไม่ใช่?”

เมื่อสิ้นคำพูดเจียงอี้ซึ่งกึกก้องไปด้วยความแข็งแกร่งและเหมือนมีเวทย์มนตร์ที่สะท้อนอยู่ภายในใจของทุกคน

ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงนิ่งเงียบ การแสดงออกของแม่ทัพหลงเปลี่ยนไปอยู่หลายครั้งก่อนที่เขาจะกัดฟันและพูดออกมาว่า “ผู้ตรวจการเจียง นี่คือพระราชโองการที่ประกาศลงมาโดยราชสำนัก ท่านได้โปรดอย่าทำให้แม่ทัพผู้นี้ลำบากใจเลย แม่ทัพผู้นี้ก็เพียงแต่ทำตามบัญชา หากผู้ตรวจการยืนยันที่จะขัดขวาง เช่นนั้นข้าก็ไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องบาดหมางกับท่าน”

หลังจากเซี่ยอู๋หุ่ยออกจากภวังค์ เขาต้องการพูดอะไรบางอย่างและใช้ความชอบธรรมกัดดันเจียงอี้ มีประโยชน์อะไรกับเรื่องที่พูดออกมาทั้งหมดนี่? ประวัติศาสตร์นั้นถูกจารึกโดยผู้ชนะเสมอ ไม่ใช่ว่าทุกอย่างจะจบลงหลังจากที่เขาฆ่าเจียงอี้และสลายเมืองเซี่ยยวี่หรือ? เขาจึงตะโกนออกมาทันที “เจียงอี้ ไสหัวไปเดี๋ยวนี้ ไม่เช่นนั้นเจ้าจะถูกมองว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดและจะถูกสังหารอย่างไร้ความปราณี”

แม่ทัพเฒ่าจากอาณาจักรเซิ่งหลิงก็ชักดาบออกมาและถามว่า “เจียงอี้ เจ้าจะหลีกทางให้พวกเราหรือไม่? ตอบเรามา!”

“เจียงอี้!”

ซูรั่วเสวี่ยที่อยู่บนกำแพงเมืองตะโกนออกมา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความจริงใจและความรักอย่างลึกซึ้งขณะที่นางมองเจียงอี้จากที่ไกลด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างพอใจ

สำหรับการที่เจียงอี้ปรากฏตัวในช่วงเวลาสุดท้ายนี้และที่เขามีความตั้งใจต่อต้านกองทัพนับล้านเพื่อนาง นางก็สามารถตายได้อย่างไม่เสียใจ นางไม่ต้องการให้เจียงอี้ตายอย่างไร้ค่า นางจึงยิ้มแล้วพูดออกมาว่า “เจ้าควรไปได้แล้ว จะมีอะไรให้ต้องพูดกับกลุ่มผู้ลักพาตัวและเหล่าร้ายกลุ่มนี้อีก? หากเจ้ายังคงพอเข้าใจรั่วเสวี่ยอยู่บ้าง เช่นนั้นก็ออกจากที่นี่ไปเสีย มิฉะนั้นข้าคงไม่สามารถตายได้อย่างสงบ หากชาติหน้ามีจริง รั่วเสวี่ยจะไม่ทำให้เจ้าต้องผิดหวัง....”

“ชาติหน้า? หากชาตินี้ข้ายังไม่สามารถควบคุมได้ ทำไมข้าจึงต้องไปคิดถึงชาติหน้าด้วย?”

เจียงอี้สบสายตากับซูรั่วเสวี่ยจากระยะไกลและดวงตาของเขาก็เปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น เขาเม้มปากและหัวเราะออกมา “ซูรั่วเสวี่ย เจ้ายังจำสัญญาที่ข้าเคยให้ไว้ได้หรือไม่? ข้าจะรักษาสัญญานั้นเดี๋ยวนี้! ในเมื่อคนพวกนี้...ต้องการทำร้ายเจ้า พวกมันทุกคนก็คงต้องตาย!”

บุฟ!

เจียงอี้หมุนเวียนแก่นแท้พลังของเขาอย่างบ้าคลั่งในขณะที่เถาอู้ที่เขาขี่อยู่ถูกเก็บหายไป ในไม่ช้า ดาบมังกรเพลิงก็เรืองแสงสว่างไสวในขณะที่มังกรสองตัวกำลังว่ายเวียนอยู่ภายในดาบอย่างเงียบๆ

ดวงตาของเขาค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือดขณะที่กลิ่นอายสังหารนั้นทะลักออกมาจากร่างของเขาซึ่งกลืนกินพื้นที่ระหว่างกองทัพทั้งสองฝั่ง เขาคำรามขึ้นสู่ท้องฟ้า “ถ้างั้นก็เข้ามาเลย หากพวกเจ้าต้องการจะถล่มเมืองเซี่ยยวี่ เช่นนั้นพวกเจ้าก็คงต้องข้ามศพข้า เจียงอี้ ผู้นี้ไปก่อน!”

จบบทที่ บทที่ 301 ข้ามศพข้าผู้นี้ไปก่อน

คัดลอกลิงก์แล้ว