เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 266 จงสังหารพวกมันโดยไม่ต้องปรานี

บทที่ 266 จงสังหารพวกมันโดยไม่ต้องปรานี

บทที่ 266 จงสังหารพวกมันโดยไม่ต้องปรานี


สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ : แปลได้แล้ว

ตึง! ตึง! ตึง!

กองทัพทั้งแปดต่างแยกย้ายกันไปตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมาย แม่ทัพแต่ละนายที่เป็นผู้นำกองทัพต่างก็ได้รับมอบพระราชโองการจากองค์หญิงหลิงเสวี่ยและมุ่งหน้าไปยังหัวมุมต่างๆภายในเมือง

เจียงอี้ออกจากพระราชวังและมาประจำอยู่บนหลังของอินทรีมังกรเพื่อลาดตระเวนบนท้องฟ้าอีกครา อีกด้านหนึ่งเป็นรองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆที่อยู่บนหลังของนกยูงห้าสี ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญจากหอดาราสุ่วเยว่กำลังยืนอยู่บนหลังของจ้งหมิง[1]

เจียงอี้ยังคงรับฟังรายงานต่างๆโดยปราศจากความเกรงกลัว แม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่เขาบัญชาการกองทัพด้วยตัวเอง แต่หัวใจของเขาก็ยังคงสงบนิ่งและไม่ได้ถือว่าตนนั้นเป็นทูตตรวจการหรือแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่เลยแม้แต่น้อย

“รายงาน! ที่พำนักขององค์หญิงหลิงเยว่ถูกตรวจสอบเรียบร้อย ไม่มีสิ่งผิดปกติขอรับ!”

“รายงาน! ที่พำนักขององค์ชายหลิงเจี้ยนถูกตรวจสอบเรียบร้อย ไม่มีสิ่งผิดปกติขอรับ!”

“รายงาน…”

รายงานมากมายยังคงหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย โชคดีที่เชื้อพระวงศ์ส่วนมากไม่ต่อต้านคำสั่งและยอมให้ความร่วมมือแต่โดยดี พวกเขายอมให้กองทัพเข้ามาตรวจค้นและไม่แม้แต่จะสร้างความลำบากให้

“รายงาน! องค์ชายหลิงเฟยปฏิเสธไม่ให้กองทัพเข้าตรวจค้นและยังสั่งให้องครักษ์ส่วนตัวเข้าปิดล้อมตำหนักไว้ด้วยขอรับ!”

หลังจากการตรวจค้นผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดรายงานที่เจียงอี้เฝ้าคอยอยู่นานก็มาถึงเสียที ทันใดนั้นดวงตาของเขาก็เผยให้เห็นความเยือกเย็นขณะคำราม “มุ่งหน้าไปที่นั่น!”

“ชู่ชู่!”

“กรู้วว!”

“แกว๊ก!”

อินทรีมังกร, ยกนูงห้าสีและจ้งหมิงต่างก็กระพือปีกของพวกมันและมุ่งหน้าไปทางตะวันตกของเมืองก่อนที่จะไปถึงตำหนักอันหรูหราในเวลาไม่นาน

จากบนท้องฟ้า เจียงอี้สามารถองเห็นองครักษ์จำนวนมากที่ห้อมล้อมตำหนักไว้ เห็นได้ชัดว่าไม่ยินยอมให้ผู้ใดผ่านเข้าไปได้เลยแม้แต่คนเดียว

“ปิดล้อมที่นี่ไว้!”

เจียงอี้ยืนอยู่บนหลังของอินทรีมังกรด้วยความอหังการและตะโกนออกคำสั่ง

“พวกเจ้าทั้งหมดจงฟัง ผู้ใดที่กล้าต่อต้าน ให้ฆ่าได้เลยโดยไม่ต้องปรานี!”

“ฮือฮา!”

คำสั่งของเจียงอี้ทำให้กองทัพและผู้เชี่ยวชาญที่เฝ้าอยู่รอบตำหนักเกิดความแตกตื่น ต้องไม่ลืมว่าที่แห่งนี้เป็นถึงที่พำนักขององค์ชายหลิงเฟยผู้ซึ่งเป็นทายาทสายตรงของจักรพรรดิองค์ปัจจุบัน แต่เจียงอี้ก็ยังออกคำสั่งให้พวกเขาสามารถทำการเข่นฆ่าอย่างไร้ปรานี?!

เมื่อเห็นว่ากองทัพยังไม่มีการตอบสนอง คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากันและตวาดออกไปอีกครั้ง “แม่ทัพหลง ท่านไม่ได้ยินคำสั่งของผู้ตรวจการคนนี้หรือยังไง?”

“โจมตี!”

ผู้ที่ถูกเรียกว่าแม่ทัพหลงหมดทางเลือก เขากัดฟันแน่นและโบกมือส่งสัญญาณให้กองทัพลงมือทันที ทันใดนั้นทหารระดับผู้บัญชาการหลายคนก็รีบวิ่งตรงไปและทำการกระโดดข้ามกำแพงทันที

“พวกเจ้ากล้าดียังไง?!”

ในเวลาเดียวกัน น้ำเสียงอันเยาว์วัยก็ดังออกมาจากในกำแพง ผู้ที่ก้าวออกมานั้นเป็นชายหนุ่มผู้ซึ่งสวมชุดคลุมราชวงศ์และมีผู้เชี่ยวชาญกลุ่มหนึ่งเดินตามมาด้านหลัง

สีหน้าของชายผู้นี้เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวขณะที่กล่าว “ในเมื่อองค์ชายอย่างข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว ข้าอยากจะรู้นักว่าใครกันที่กล้าออกคำสั่งให้เข่นฆ่าคนของข้า? หากว่าเจ้าแน่จริงก็จงสังหารองค์ชายผู้นี้ไปด้วยเลยสิ!”

ฟึ่บ

บรรดาองครักษ์ที่เฝ้าอยู่หน้าประตูตำหนักต่างก็ถอยออกมาและมาล้อมรอบองค์ชายหลิงเฟยเป็นวงกลม ในเวลาเดียวกันพวกเขาก็จ้องมองเจียงอี้ที่ยืนอยู่กลางอากาศด้วยความเกลียดชังและโกรธแค้น

“องค์ชายหลิงเฟย?”

เจียงอี้สั่งให้อินทรีมังกรร่อนลงมาอยู่เหนือตำหนักแต่ก็ยังคงอยู่สูงกว่าตำแหน่งที่องค์ชายยืนอยู่

“ท่านควรที่จะวางตัวให้ชัดเจนกว่านี้ ไม่ใช่ว่าข้าอยากที่จะตรวจค้นตำหนักของท่านเสียเมื่อไหร่? แต่นี่เป็นคำสั่งจากพระขนิษฐาของท่าน”

“เรื่องในครั้งนี้เกี่ยวพันไปถึงการความอยู่รอดของจักรวรรดิและชีวิตของชาวเมืองเทียนชิงหลายล้านคน… เอาล่ะแม่ทัพหลง รีบลงมือซะ!”

“หากว่าคนขององค์ชายหลิงเฟยกล้าที่จะขัดขืน เช่นนั้นก็ลงมือสังหารพวกเขาได้เลย ผู้ตรวจการคนนี้จะรับผิดชอบผลที่ตามมาทั้งหมดเอง!”

“เจ้า…!!”

ร่างของหลิงเฟยสั่นสะท้ายด้วยความโกรธ นิ้วของเขายกขึ้นและชี้ไปที่หน้าของเจียงอี้พร้อมกับตวาดเสียงดัง

“เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกัน? ทูตตรวจการรึ? ในสายตาของข้า เจ้ามันก็ไม่ต่างอะไรไปจากหมารับใช้*&^%$#@”

เจียงอี้ยังคงยืนอย่างมั่นคงและหาได้สนใจคำสาปแช่งของหลิงเฟยไม่ ทหารใต้บังคับบัญชาของเขาลงมืออย่างรวดเร็วและเริ่มค้นหาทุกซอกทุกมุม

แม้ว่าองค์ชายหลิงเฟยจะยังคงก่นด่าไม่หยุดปาก แต่เขาก็ไม่ได้ให้คนของเขาเข้าขัดขวางการทำงานของกองทัพแต่อย่างใด

“รายงาน! ไม่พบสิ่งผิดปกติทางฝั่งตะวันตกขอรับ!”

“รายงาน! ไม่พบสิ่งผิดปกติทางฝั่งตะวันออกเช่นกันขอรับ!”

“รายงาน! ทางทิศใต้เองก็ปกติดีขอรับ!”

“รายงาน…”

ไม่นานเกินรอ เหล่าทหารก็กลับมารายงานและทำให้สีหน้าของแม่ทัพหลงย่ำแย่อย่างถึงที่สุด ในขณะเดียวกันใบหน้าของหลิงเฟยก็เผยให้เห็นความเย้ยหยันและกล่าว

“เป็นไงล่ะ เจอคนทรยศใต้ตำหนักขององค์ชายผู้นี้หรือไม่?”

“เหอะ ประเสริฐมากเจียงอี้! ตอนนี้เจ้าทำให้ข้าขุ่นเคืองแล้ว เจ้าเตรียมบอกลาตำแหน่งทูตตรวจการของเจ้าได้เลย! ข้าจะเข้าวังและบอกให้หลิงเสวี่ยออกพระราชโองการให้ตัดหัวเจ้าซะ!”

“รายงาน! พวกเราตรวจค้นตำหนักทั้งหลังแล้วแต่ไม่พบบุคคลน่าสงสัยเลยขอรับ!” เมื่อรายงานสุดท้ายถูกกล่าวขึ้น สีหน้าของหลิงเฟยก็ยิ่งเผยให้เห็นความหยิ่งผยองจนน่าหมั่นไส้

แต่การแสดงออกของเจียงอี้ก็ยังคงเฉยเมยและไม่แยแส จากนั้นเขาก็กล่าวออกมา

“ถอนกำลัง! อ่อ อีกอย่างนะองค์ชาย… ตัวข้าไม่เคยรู้สึกยินดีกับตำแหน่งทูตตรวจการนี่เลยแม้แต่นิดเดียวและถ้าท่านต้องการหัวของข้า เช่นนั้นก็ต้องมาดูก่อนว่าท่านมีความสามารถเพียงพอหรือไม่?”

“แต่ข้าขอเตือนไว้อย่างหนึ่ง หากต้องการที่จะฆ่าข้า เช่นนั้นก็จงเตรียมตัวที่จะเผชิญกับความโกรธเกรี้ยวของข้าให้ดี!”

“พวกเราไป!”

เจียงอี้สั่งให้อินทรีมังกรโผบินออกไปอย่างรวดเร็วโดยไม่เหลียวกลับมามองหลิงเฟยที่กำลังยืนกำหมัดแน่นด้วยความเคียดแค้นและอับอาย

อีกด้านหนึ่ง ทหารหลายนายก็เริ่มแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนเพราะพวกเขาเองก็เริ่มสงสัยแล้วว่าข้อสันนิษฐานของเจียงอี้นั้นถูกต้องหรือไม่

“รายงาน! องค์ชายหลิงปู้ปฏิเสธไม่ให้กองทัพเข้าตรวจค้นและยังสังหารคนของเราไปหลายสิบคนด้วยขอรับ!”

แต่หลังจากที่ออกมาจากตำหนักขององค์ชายหลิงเฟยได้ไม่นาน รายงานใหม่ก็ถูกส่งเข้ามาและทำให้ม่านตาของเจียงอี้หดแคบลง

“แม่ทัพหลง ท่านจงนำคนลงไปทางใต้ดินและปิดล้อมที่พักขององค์ชายหลิงปู้เอาไว้จากด้านล่าง หากมีคนคิดหนี เช่นนั้นก็สังหารพวกมันได้เลย!”

ฟึ่บ!

หลังจากที่ออกคำสั่ง เจียงอี้ก็สั่งให้อินทรีมังกรมุ่งหน้าไปทางที่พำนักขององค์ชายหลิงปู้ในทันที ไม่นานนักเขาก็มาถึงทางฝั่งตะวันออกของเมืองและพบกับเหตุการณ์ที่คล้ายคลึงกับก่อนหน้านี้

องค์ชายหลิงปู้สั่งให้คนของเขาปิดล้อมตำหนักทั้งหมดและไม่อนุญาตให้ผู้ใดก้าวเข้าไปได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว

“ผู้ตรวจการเจียง!”

เมื่อองครักษ์หลวงเห็นร่างของเจียงอี้ซึ่งกำลังลอยอยู่บนท้องฟ้า พวกเขาก็คุกเข่าลงทันที ในเวลาเดียวกันแม่ทัพผู้หนึ่งซึ่งดูแล้วมีอายุราวๆห้าสิบปีก็เดินออกมาและรายงาน

“รายงานท่านผู้ตรวจการ คนขององค์ชายหลิงปู้ปฏิเสธไม่ให้พวกเราเข้าตรวจค้นและยังสังหารคนของเราไปถึงสี่สิบแปดนาย พวกเราจะเอายังไงดีขอรับ?”

ทันใดนั้น ดวงตาของเจียงอี้ก็เผยให้เห็นร่องรอยจิตสังหาร จากนั้นเขาก็แสยะยิ้มออกมาและกล่าว

“เพียงแค่ทำตามหน้าที่ของพวกท่านก็พอ ผู้ที่กล้าขัดขวางก็เท่ากับว่าพวกมันกำลังท้าทายพระราชโองการ เช่นนั้นก็สังหารพวกมันให้หมด ผู้ตรวจการคนนี้จะเป็นคนรับผิดชอบเอง!”

“ทราบแล้วขอรับ!”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น แม่ทัพผู้นั้นก็ไม่กล้ารอช้าและออกคำสั่งทันที “โจมตี!”

ฟิ้ว! ฟิ้ว!

ตู้มมมม!

แต่ก่อนที่ขบวนทหารจะได้เคลื่อนพล จู่ๆคลื่นพลังจำนวนนับไม่ถ้วนก็ถูกยิงออกมาจากภายในตำหนัก ส่งผลให้ทหารธรรมดาหลายร้อยนายสิ้นชีพทันทีพร้อมกับเศษเลือดเนื้อที่กระจัดกระจายไปทั่ว

“ผู้ที่กล้าก้าวเข้ามาจะถูกสังหารทันทีโดยไม่มีการเตือน!”

น้ำเสียงอันเย็นชาดังออกมาจากในตำหนักพร้อมกับร่างของผู้เชี่ยวชาญจำนวนมากที่ทะยานออกมา พวกเขาทั้งหมดยืนอยู่บนหลังคาพร้อมกับอาวุธครบมือราวกับเตรียมพร้อมที่จะเข้าปะทะได้ทุกเมื่อ

“ฮึ่ม!”

เจียงอี้เค้นเสียงด้วยความเย็นชา ในเมื่ออีกฝ่ายมาไม้แข็งเช่นนี้ มีหรือที่เขาจะกลัว?

“บุกเข้าไป!”

ฟึ่บ! ฟึ่บ!

ขบวนทหารเคลื่อนพลเข้าไปในตำหนักและคอยหลบคลื่นพลังที่พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ข้ามกำแพงเข้าไปได้แล้ว การต่อสู้ก็บังเกิดขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่ง

นับตั้งแต่ที่เจียงอี้ประกาศว่าเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบสิ่งที่ตามมา บรรดาทหารทั้งหลายก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวโทษทัณฑ์อีกต่อไป

“สังหารพวกมันทุกคนยกเว้นองค์ชายหลิงปู้!”

เจียงอี้ออกคำสั่งอีกครั้ง เนื่องจากคนที่ตายไปทั้งหมดไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเขาแต่อย่างใด เขาจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บปวด นอกจากนี้เขายังไม่ใช่ส่วนหนึ่งของจักรวรรดิมังกรเวหา เขามาที่นี่เพื่อตามหาจิ้งจอกน้อยเท่านั้น

ปังง!

แต่ในขณะที่กำลังเกิดการปะทะอยู่นั้น จู่ๆผิวดินก็สั่นสะเทือนก่อนที่จะระเบิดออกมา ในเวลาเดียวกันผู้บัญชาการขอบเขตเสินโหยวผู้หนึ่งก็ทะยานขึ้นมาและรีบมองหาเจียงอี้ก่อนจะเข้าไปรายงาน

“รายงานท่านผู้ตรวจการ บุคคลลึกลับที่สวมชุดคลุมสีดำสามคนหนีรอดไปได้ทางใต้ดิน ความแข็งแกร่งของพวกมันอยู่ในขั้นที่แปดของขอบเขตเสินโหยวเป็นอย่างน้อย”

“ทหารของฝ่ายเราไม่อาจสกัดกั้นพวกมันไว้ได้และพวกมันก็หนีไปทางตะวันออกแล้วขอรับ ตอนนี้แม่ทัพหลงกำลังติดตามพวกมันอยู่”

“ดีมาก! ทหารทุกนายจงฟัง หลังจากที่สังหารพวกมันหมดแล้ว จงนำตัวคนทรยศหลิงปู้ให้ไปองค์หญิงหลิงเสวี่ยตัดสินโทษซะ!”

ดวงตาของเจียงอี้สาดประกายความเย็นชา จากนั้นเขาก็หันไปกล่าวกับรองเจ้าสำนักฉีและคนที่เหลือ “ไปกันเถอะ! เราจะไปไล่ล่าพวกมันและต้องช่วยจิ้งจอกน้อยก่อนที่กองทัพสัตว์อสูรจะมาถึงที่นี่!”

[1] จ้งหมิง – วิหคเพลิงชนิดหนึ่ง

จบบทที่ บทที่ 266 จงสังหารพวกมันโดยไม่ต้องปรานี

คัดลอกลิงก์แล้ว