เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 261 ศัตรูจู่โจม? ไอพวกเศษสวะ!

บทที่ 261 ศัตรูจู่โจม? ไอพวกเศษสวะ!

บทที่ 261 ศัตรูจู่โจม? ไอพวกเศษสวะ!


สามารถติดตามข่าวสารได้ที่แฟนเพจ : แปลได้แล้ว

กลิ่นของจิ้งจอกวิญญาณสามหางนั้นง่ายต่อการจดจำ แม้ว่ามันจะไม่ได้ปลดปล่อยวิชาอสูรและกลิ่นรัญจวนของจิ้งจอก ร่างของมันก็ยังคงปล่อยกลิ่นหอมจางๆออกมาอยู่ดี มันค่อนข้างเป็นกลิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากเหมือนกลิ่นหอมของดอกไม้ที่เมื่อได้กลิ่นแล้วจะรู้สึกสดชื่นมาก

กลิ่นของมันฝ้าฟางเกินไป หากเจียงอี้ไม่ได้ใช้เม็ดยาที่จูเก๋อชิงหยุนเตรียมไว้ให้และใช้แก่นแท้พลังสีดำเสริมประสาทการดมกลิ่นของเขา เขาก็คงจะไม่ได้กลิ่นเป็นแน่

นงยูงห้าสีพุ่งไปยังทิศเหนือราวลูกธนูแหลมคมและเจียงอี้ก็ได้กลิ่นของจิ้งจอกน้อยเข้มข้นขึ้นในขณะที่ดวงตาของเขาสว่างขึ้น ตอนนี้เขาสามารถพูดออกมาอย่างมั่นใจ “มันคือจิ้งจอกน้อย! นี่เป็นกลิ่นของจิ้งจอกน้อยแน่นอน! ข้าจำมันได้ดี!”

“เอาล่ะ!”

รองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆเริ่มใจพองขึ้น ตราบใดที่พวกเขาเจอตัวจิ้งจอกน้อยและช่วยมันได้ กองทัพสัตว์อสูรก็จะถอนทัพกลับไป และพวกเขาก็จะเป็นเหล่าผู้ยอดเยี่ยมที่สามารถช่วยเหล่ามวลมนุษยชาติไว้ได้และถูกจารึกไว้ในประวัติศาสตร์

“กรู้ว! กรู้ว!”

นงยูงห้าสีกระพือปีกอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้เกิดกระแสลมรุนแรงและกลายเป็นเพียงภาพติดตา เมื่อพวกเขาข้ามภูเขาสูงลูกหนึ่งมาแล้ว เมืองมหึมาที่ตระหง่านอย่างสวยงามก็ปรากฏขึ้น จมูกของเจียงอี้กระตุกอีกครั้งขณะที่ตะโกนออกมา “กลิ่นโชยมาจากในเมือง ลงไปแล้วเข้าไปในเมืองกันเถอะ!”

“ฟึ่บ!”

นกยูงห้าสีเร่งความเร็วขึ้นด้วยความคิดที่รองเจ้าสำนักฉีสั่งภายในใจ

นกยูงห้าสีตัวนี้มีขนาดมหึมาและกลิ่นอายของมันก็ค่อนข้างหนาแน่นซึ่งมันได้แจ้งเตือนเหล่าองครักษ์บนกำแพงเมืองทันที ผู้เชี่ยวชาญนับไม่ถ้วนบุกเข้าไปหาพวกเขาและมองไปที่เจียงอี้และคนอื่นๆที่อยู่บนนกยูงห้าสี แม่ทัพที่สวมชุดเกราะสีน้ำเงินตะโกนออกมาว่า “พวกเจ้าคือใคร? เมืองกุ่ยเหยี่ยนได้ปิดเมืองไปแล้ว ไม่ว่าหน้าไหนก็ห้ามเข้าหรือออกไปเด็ดขาด! โปรดกลับไปเสียเถอะ! ไม่เช่นนั้นพวกเจ้าจะถูกตราหน้าว่าเป็นผู้บุกรุกและจะถูกโจมตีโดยไม่มีความปราณี!”

“เมืองกุ่ยเหยี่ยน? นี่เป็นหนึ่งในสิบเมืองหลักของอาณาจักรเซิ่งหลิง!”

รองเจ้าสำนักฉีควบคุมนงยูงห้าสีให้ลดความเร็วอย่างรวดเร็วและลอยอยู่เหนือเมือง ขณะที่นางกำลังจะอธิบาย จู่ๆเจียงอี้ก็พุ่งพรวดลงจากนกยูงห้าสีในขณะที่หันกลับมาหารองเจ้าสำนักฉีและตะโกนออกมา “รีบตามหาซะ! กลิ่นของจิ้งจอกน้อยกำลังจะจางหายไป ศัตรูรู้ตัวแล้วและมันพยายามจะหลบหนีไปพร้อมกับจิ้งจอกน้อย!”

“เจ้าคงเหนื่อยที่จะมีชีวิตอยู่แล้ว!”

ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวนับไม่ถ้วนต่างพากันโกรธเกรี้ยว กระบี่เล่มใหญ่ของแม่ทัพเปล่งประกายออกมาขณะที่เขาตะโกนออกมาว่า “ศัตรูจู่โจม เตรียมโจมตี!”

“ศัตรูจู่โจม? ไอพวกเศษสวะ!”

เมื่อเจียงอี้กำลังตกลงไป เขารู้สึกโกรธขึ้นมาเมื่อเห็นอาวุธมากมายที่ส่องแสงออกมาและกำลังจะปลดปล่อยแก่นแท้พลัง จากนั้นเขาก็คำรามว่า “ข้าคือเจียงอี้ ผู้ตรวจการของจักรพรรดิ พวกเจ้ากล้าแตะต้องข้า? ผู้ตรวจการผู้นี้กำลังปฏิบัติหน้าที่และหากพวกเจ้ากล้าขวางทางข้า หัวของพวกเจ้าคงไม่เพียงพอที่จะต้องถูกตัดออกด้วยซ้ำ พวกเจ้าทุกคน ไสหัวไปซะ!”

“เจียงอี้?”

ชื่อนี้ดูเหมือนจะมีพลังเวทย์มนตร์ที่ทำให้คนทุกคนด้านล่างพากันประหลาดใจ ชื่อของเจียงอี้เป็นหัวข้อการพูดถึงที่ร้อนแรงที่สุดไปทั่วทั้งทวีปและพลังของเขาก็ได้แผ่ขยายไปทั่วเมืองกุ่ยเหยี่ยน ในที่สุดดาวโชคร้ายก็มาปรากฏตัวขึ้นที่นี่?

“ทุกคน โปรดอย่าลงมือ พวกเราคือรองเจ้าสำนักจิตอสูรและไม่ได้มีเจตนาร้าย!”

รองเจ้าสำนักฉีก็ตะโกนออกมาเช่นกันและโยนป้ายตราไปที่แม่ทัพด้านล่าง “นี่คือป้ายตรารองเจ้าสำนักของพวกเรา!”

เมื่อแม่ทัพหยิบป้ายตรานั้นและมองดูมัน เขาก็โล่งใจขึ้นมาทันทีเนื่องจากป้ายตรานี้สลักคำว่า จูเก๋อ ซึ่งมีอำนาจลึกลับ มันทำให้เกิดความกลัวขึ้นในใจของพวกเขา แต่มันเป็นสัญลักษณ์ของจูเก๋อชิงหยุนอย่างแน่นอน! นอกจากนี้ รองเจ้าสำนักฉียังเป็นผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวขั้นสูงสุดและค่อนข้างเป็นที่เลื่องลือในหกอาณาจักร แม่ทัพผู้นี้จำนางได้ลางๆ เขาจึงไม่มีข้อสงสัยอีกต่อไป

“ฟึ่บ!”

เมื่อเจียงอี้ลงมาถึงพื้นแล้วเขาก็พุ่งตรงไปตามทิศทางที่เขาได้กลิ่นขณะที่รองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆไม่กล้าล่าช้า นางเก็บนงยูงห้าสีกลับไปและกระโดดลงมาพร้อมกับคนอื่นๆ

รองเจ้าสำนักฉีออกคำสั่งด้วยท่าทางให้คนอื่นๆตามเจียงอี้ไปในขณะที่นางส่งข้อความถึงแม่ทัพ “ท่านแม่ทัพ เราอยู่ระหว่างการทำภารกิจลับและไม่สามารถอธิบายรายละเอียดให้ฟังได้ ข้าสามารถปฏิญาณด้วยคำสัตย์สาบานของข้าว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเหล่ามวลมนุษยชาติ และยังเกี่ยวพันกับพลเมืองของอาณาจักรเซิ่งหลิงกว่าล้านชีวิต ข้าขอร้องท่านโปรดอย่าขวางทางพวกเรา”

รองเจ้าสำนักฉีไม่กล้าอธิบายว่าพวกเขามาที่นี่เพื่อตามหาจิ้งจอกน้อย เพราะทั่วทั้งทวีปกำลังตามหาตัวผู้ลักพาตัวจิ้งจอกน้อยไปแต่ไม่มีผู้ใดมีข้อมูลเลย รองเจ้าสำนักฉีนั้นสงสัยว่ามีผู้บงการที่มีอำนาจอยู่เบื้องหลังการกระทำนี้และพวกเขาต้องเก็บเรื่องที่เจียงอี้สามารถตามกลิ่นจิ้งจอกน้อยได้เป็นความลับ หากข้อมูลนี้รั่วไหลออกไปและศัตรูรู้เรื่องนี้ คงเกิดสิ่งต่างๆมากมายมากขึ้น

แม่ทัพของเมืองกุ่ยเหยี่ยนไม่ได้ถามอะไรต่อ เนื่องจากรองเจ้าสำนักฉีมีจูเก๋อชิงหยุนเป็นนายของนาง เขาจึงไม่มีข้อสงสัยใดๆ ยังไงเสียจูเก๋อชิงหยุนก็เป็นหนึ่งในสิบนักสู้ของทวีป ดวงตาของเขาสั่นไหวก่อนที่จะถามว่า “แม่นางฉี ท่านต้องการความช่วยเหลือของข้าหรือไม่?”

“ไม่จำเป็น เพียงการทำภารกิจของเราไม่ถูกขัดขวางก็พอ หากข้าต้องการความช่วยเหลือ ข้าจะขอความช่วยเหลือแน่นอน”

จากนั้นรองเจ้าสำนักฉีก็เหาะเหินไล่ไปตามทิศทางที่เจีบงอี้และคนอื่นๆไป แม่ทัพจึงรีบสั่งการลงมา “กุ่ยอู้ ส่งคนตามพวกเขาไป ตราบใดที่พวกนั้นไม่ได้ทำอะไรที่บ้าบิ่น อย่าเข้าไปยุ่งกับพวกเขา”

“ฟึ่บ!”

ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวนำคนประมาณร้อยคนติดตามพวกเจียงอี้ไปทันที รองเจ้าสำนักฉีและคนของนางแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาคงไม่สามารถวางใจได้หากไม่ตามไปเพื่อดูว่าพวกเขากำลังทำสิ่งใดกัน

“ทางนี้!”

ด้านในเมือง รองเจ้าสำนักฉีก็ตามเจียงอี้ทันแล้วและรองเจ้าสำนักหลิ่วกำลังอุ้มเจียงอี้ไปขณะที่พวกเขากำลังวิ่งไปทำให้ในเมืองเกิดความวุ่นวาย

เพียงไม่กี่อึดใจ....!

เจียงอี้และคนอื่นๆก็มาถึงด้านนอกโรงเตี๊ยมขนาดใหญ่ทางตอนเหนือของเมือง โรงเตี๊ยมนี้หรูหรามากและยามเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกหลายจุด เมื่อพวกเขาเห็นเจียงอี้และกลุ่มคนของเขากำลังจะพรวดพราดเข้าไป พวกเขากันทางเข้าด้วยอาวุธราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรู

“ไสหัวไป!”

ด้วยเสียงตวาดอันรุนแรง รองเจ้าสำนักหลิ่วได้ใช้ฝ่ามือของเขาส่งยามทั้งหมดปลิวกระเด็นออกไป พวกเขามุ่งตรงไปยังลานเล็กๆด้านในโรงเตี๊ยมภายใต้คำแนะนำของเจียงอี้ทันที

“ที่นี่แหละ!”

ดาบมังกรเพลิงปรากฏขึ้นในมือของเจียงอี้ขณะที่เขาผละตัวออกจากแขนของรองเจ้าสำนักหลิ่วและพุ่งตรงไปในตำหนัก รองเจ้าสำนักทุกคนพากันแผ่กระจายและวิ่งเข้าไปโดยใช้ดวงตาอันเฉียบแหลมสำรวจทุกซอกทุกมุม

“ไม่มีใครอยู่ที่นี่?”

ภายในนั้นเงียบสงัด เมื่อรองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆตามเข้ามา พวกเขาก็ไม่เจอคนแม้แต่คนเดียว!

“ตรงนี้!”

เจียงอี้เข้ามาในห้องและใช้มือเดียวกระแทกลงไปที่เตียงขนาดใหญ่!

“บูม!”

เตียงนั้นระเบิดและแตกออกเป็นเสี่ยงๆซึ่งใต้นั้นมีรูที่ถูกขุดหลุมไว้ จมูกของเจียงอี้กระตุกขึ้นขณะที่อุทานออกมาว่า “พวกมันหนีไปใต้ดิน นอกจากจิ้งจอกน้อยแล้ว ยังมีคนอีกประมาณเจ็ดถึงแปดคน ส่วนความแข็งแกร่ง....ไม่สามารถระบุได้!”

“ไปกันเถอะ!”

เนื่องจากพวกเขามาถึงนี่แล้ว  พวกเขาคงจะไม่ทิ้งสิ่งที่ยังทำไม่เสร็จ แม้ว่าทั้งเจ็ดหรือแปดคนนั้นจะอยู่ขั้นสูงสุดของขอบเขตเสินโหยว รองเจ้าสำนักหลิ่ว รองเจ้าสำนักฉี และคนอื่นๆนอกจากจะต้องกำจัดพวกนั้นให้สิ้นซาก

“เดี๋ยวก่อน!”

เจียงอี้ตะโกนออกมาขณะที่เครื่องรางสัตว์วิญญาณปรากฏขึ้นในมือของเขาและเปล่งแสงออกมา สัตว์อสูรขนาดมหึมาปรากฏออกมาซึ่งทำลายห้องทั้งห้อง เจียงอี้กระโดดขึ้นไปบนสัตว์อสูรและตะโกนว่า “พวกท่านทุกคนขึ้นมาเลย สัตว์วิญญาณตนนี้ว่องไวกว่าพวกท่านทั้งหมดเมื่อมันอยู่ใต้ดิน”

“สัตว์สายพันธุ์โบราณ เถาอู้!”

ดวงตาของรองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆเบิกกว้าง พวกเขาอาจขุดใต้ดินได้อย่างรวดเร็วโดยใช้สิ่งประดิษฐ์ระดับสวรรค์  อย่างไรก็ตามมันแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลยหากมีเถาอู้

เถาอู้นั้นมีขนาดที่ใหญ่มาก และการที่จะบรรทุกรองเจ้าสำนักฉีและคนอื่นๆไปด้วยนั้นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด พวกเขารีบกระโดดขึ้นไปบนเถาอู้แล้วเกาะหนามแหลมของมันขณะที่เจียงอี้ออกคำสั่ง “เจ้าเหลืองใหญ่ ตามพวกมันไป!”

“มอ มออ!”

เจ้าเหลืองใหญ่เปล่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะขยับเท้าและมุดลงไปใต้ดินในขณะที่เขาบนหัวของมันส่องแสงสีเหลือง

“บูม!”

พื้นผิวดินสั่นสะเทือนและห้องนั้นได้เสียหายไปหมดแล้วเพราะเจ้าเถาอู้ มันถล่มลงมาอย่างสมบูรณ์ เมื่อสมาชิกของเมืองกุ่ยเหยี่ยนตามมาถึงที่นั่นเพื่อคอยสังเกตการณ์ เจียงอี้ก็ได้หายไปใต้ดินโดยไม่เหลือร่องรอยแล้ว

จบบทที่ บทที่ 261 ศัตรูจู่โจม? ไอพวกเศษสวะ!

คัดลอกลิงก์แล้ว