เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 206 มนุษย์เพลิง

บทที่ 206 มนุษย์เพลิง

บทที่ 206 มนุษย์เพลิง


“หยุนเฮ่อกับสุ่ยเชียนโหรวมาแล้ว!”

ภายในอุโมงค์ใต้ดิน เจียงอี้และหยุนเฟยพร้อมทั้งจ้านอู๋ซวงกำลังรวมตัวพูดคุยกัน หยุนเฟยใช้ญาณของนางในการตรวจสอบโลกภายนอกก่อนที่จะเอ่ย

“ดูเหมือนว่าสุ่ยเชียนโหรวจะใช้สิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์ของนางแล้ว พวกเราจะเอายังไงดี?”

เจียงอี้ครุ่นคิดในใจและถอนหายใจออกมาเบาๆ “ยังเหลือเวลาอีกหนึ่งชั่วโมง พวกเราจะต้องยื้อเวลาไว้จนถึงเที่ยงคืน เมื่อถึงตอนนั้น พวกมันจะสูญเสียการป้องกันทางวิญญาณและกลายเป็นบ้า จากนั้นก็ค่อยเก็บกวาดพวกมัน”

“หนึ่งชั่วโมงเลยรึ? จะทำยังไงถึงจะถ่วงเวลาได้นานขนาดนั้น?”

หยุนเฟยส่ายหัวพลางกล่าว “อิทธิฤทธิ์ของสร้อยเงินดับโลกานั้นน่าตกตะลึงเกินไป มันไม่ใช่อะไรที่ต้นไม้เหล่านี้จะต้านทานได้และดูเหมือนว่าใกล้จะถึงขีดจำกัดเต็มที...”

“ข้าเกรงว่าเมื่อต้นไม้เหล่านี้เสียหายมากเกินไป การก่อตัวของรูปแบบตามธรรมชาติก็คงจะถูกทำลายและแม้แต่พวกเราเองก็คงจะหนีไม่พ้น!”

“นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ข้าต้องออกไป… อู๋ซวง เจ้ากับหยุนเฟยรวมมือกันและก่อกวนพวกมันให้ได้มากที่สุด พวกเราจำเป็นต้องถ่วงเวลาพวกมันไว้จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน”

“แล้วก็จำไว้ว่า… พวกเราจะต้องมารวมตัวกันก่อนเที่ยงคืน มิฉะนั้น หยุนเฟยก็อาจจะกลายเป็นบ้าเช่นกัน!”

หลังจากที่ตกลงกันได้แล้ว เจียงอี้ก็ตะโกน “หมาป่าจันทราสีเงิน!”

ตู้มมมม!

แต่ทันใดนั้นเอง เสียงระเบิดมหึมาก็ดังมาจากด้านนอก แรงสั่นสะเทือนทำให้ร่างของทั้งสามคนล้มลงกับพื้น เจียงอี้และหยุนเฟยถูกคลื่นสะท้อนทำให้กระอักเลือดออกมา

“มีต้นไม้สามต้นพังทลาย! พวกเราต้องเร่งมือแล้ว!”

องค์หญิงหยุนเฟยร่ายคาถาเพื่อสั่งการรากไม้ จ้านอู๋ซวงก็ไม่กล้ารอช้า เขาพานางวิ่งไปอีกทางหนึ่งในขณะเดียวกันเจียงอี้ที่อยู่บนหลังของหมาป่าจันทราสีเงินก็วิ่งไปอีกทาง

“คิดหนี?”

แมลงพิษเขียวไล่ตามเจียงอี้ราวกับเงาตามตัว ตราบเท่าที่เขาเคลื่อนไหว หยุนเฮ่อก็จะรู้ตัวทันที ดวงตาของเขาเหลือบมองสุ่ยเชียนโหรวที่อยู่ด้านข้างและเอ่ย

“ทำลายอุโมงค์เหล่านี้ต่อไป! จากนั้นพวกเราก็จะไล่ล่ามัน ข้าอยากรู้นักว่าเศษสวะอย่างมันจะหนีไปไหนได้?”

“อือ!”

สุ่ยเชียนโหรวกำลังตื่นเต้น นางมั่นใจว่าเจียงอี้อยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้เท่าไหร่นัก ด้วยความหวังที่จะได้แก้แค้น นางรีดเค้นพลังและทำใช้สร้อยเงินดับโลกาทำลายรากไม้ครั้งแล้วครั้งเล่า

จากนั้นด้วยคำสั่งของหยุนเฮ่อ ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวนับโหลและนักสู้ขอบเขตจื่อฝู่อีกหลายร้อยชีวิตก็พุ่งลงไปในอุโมงค์เพื่อไล่ล่าเจียงอี้

“ไป! ไอ้สารเลวเจียงอี้อยู่ทางนั้น!”

หยุนเฮ่อคำรามและบังคับให้ลิงยักษ์วิ่งตรงไป สุ่ยเชียนโหรวกระโดดกลับขึ้นมาบนไหล่ของมัน ในขณะเดียวกันนางก็ออกคำสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญของหอดาราสุ่ยเยว่ขนาบข้างเพื่อป้องกันไม่ให้เจียงอี้ลงมือลอบทำร้าย

ปังงง!

อีกด้านหนึ่ง พื้นดินระเบิดออกพร้อมกับร่างของเจียงอี้ที่ทะยานขึ้นมา โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาจุดเพลิงโลกาและแผดเผาศัตรูนับสิบจนกลายเป็นเถ้าถ่านในพริบตา

คราวนี้เขาไม่ได้ดำดิ่งกลับลงไปในดินเหมือนเช่นเคย แต่ควบหมาป่าจันทราสีเงินมุ่งตรงไปข้างหน้าโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง

“เจียงอี้—มันคือเจียงอี้!”

สุ่ยเชียนโหรวไม่ได้อยู่หางเกินไปนัก เมื่อเห็นร่างของชายหนุ่มที่อยู่บนหลังจากปีศาจหมาป่า นางก็จดจำเขาได้ทันที

“ส่งคำสั่งออกไป จัดตั้งค่ายกล ลอมจับเจียงอี้!”

หยุนเฮ่อเผยรอยยิ้มราวกับปีศาจ ตราบเท่าที่เจียงอี้ยอมเผยตัวออกมา แม้ว่าเขาจะเป็นเทพเทวดา แต่ก็ไม่มีทางหนีรอดจากกลุ่มคนนับพันไปได้

“บู้ววววว!”

หน่วยสอดแนมรับผิดชอบในการส่งผ่านคำสั่งทำการเป่าแตรซึ่งทำให้กองกำลังทั้งสามเปลี่ยนรูปแบบ พวกมันไม่ได้ไล่ล่าเจียงอี้อย่างเอาเป็นเอาตายอีกต่อไป

แต่เปลี่ยนเป็นจัดตั้งรูปขบวนให้เป็นวงกลมสองวง ในขณะเดียวกันหยุนเฮ่อก็ออกคำสั่งให้นักสู้อีกเกือบสามร้อยคนลงไปในอุโมงค์เพื่อทำการไล่ต้อนและปิดทางหนีเจียงอี้

อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครรู้เลยว่าที่จริงเจียงอี้ก็ไม่มีความคิดที่จะหลบหนีตั้งแต่แรกแล้ว!

เขาต้องการที่จะให้คนทั้งกลุ่มรวมไปถึงสุ่ยเชียนโหยวคอยไล่ตามอยู่ด้านหลังเพื่อทำการถ่วงเวลา เพราะถึงเขาจะหนีออกไปจากที่นี่ คนเหล่านี้ก็ยังคงไล่ล่าเขาอยู่ดี

นอกจากนี้ เจียงอี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหนี เพราะกว่าเขาจะค้นหาสถานที่ซึ่งทำให้เขาได้เปรียบในการต่อสู้เช่นป่าอาถรรพ์แห่งนี้ มันต้องใช้เวลานานและเสี่ยงที่จะถูกพบเจอระหว่างทาง

ดังนั้น เขาจึงเตรียมที่จะเสี่ยงชีวิต แต่เขาก็ไม่ได้ประมาท เจียงอี้ควบคุมให้หมาป่าจันทราสีเงินทิ้งระยะห่างจากสุ่ยเชียนโหรวกับหยุนเฮ่อ

สิ่งประดิษฐ์ศักดิ์สิทธิ์สามารถทำลายไหมปีศาจนภาได้ เช่นเดียวกับหยุนเฮ่อที่เป็นผู้ใช้ศาสตร์เวทย์อันลึกลับ มันจึงเป็นเหตุผลที่เขาไม่กล้าที่จะเข้าใกล้สองคนนั้นมากเกินไป

สิ่งที่เขาต้องทำมีเพียงแค่การถ่วงเวลาเท่านั้น!

ฟึ่บ

ขบวนทัพของนักสู้เปลี่ยนเป็นเส้นตรง ก่อนที่เจียงอี้จะได้เข้าใกล้พวกมัน คลื่นดาบและกระบี่จำนวนมหาศาลก็ทะลวงผ่านอากาศเข้ามาเขาเสียแล้ว

เขาไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสั่งให้ปีศาจหมาป่าเปลี่ยนทิศทาง แต่ไม่ว่าจะมุ่งหน้าไปทางไหน พวกเขาก็มักจะถูกลอบโจมตีในรูปแบบเดียวกันเสมอ

“ฮ่าฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะดังมาแต่ไกล

“เจียงอี้ หยุดดิ้นรนและยอมให้จับกุมเสียโดยดี! เจ้าไม่มีทางหนีไปได้หรอก ตราบใดที่เจ้ายอมแพ้ เชียนโหรวรับประกันว่าจะไม่ทุบตีเจ้าจนตาย!”

“ฮ่าฮ่า!”

เสียงหัวเราะของสุ่ยเชียนโหรวดังขึ้นอีกครั้ง “เจียงอี้ ในตอนที่เจ้าลงมือสังหารเจ้าทมิฬของข้ารวมไปถึงทำลายเสื้อคลุมวิหควิญญาณ เจ้าคงไม่เคยคิดล่ะสิว่าตัวเองจะต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้?”

“หึ!”

ดวงตาภายใต้หน้ากากปีศาจของเจียงอี้ยังคงเย็นชา เขาไม่คิดที่จะใช้วาจาตอบโต้ ทันใดนั้นเขาก็สั่งให้หมาป่าจันทราสีเงินกระโดด จากนั้นเขาก็นำหน้าไม้สังหารเทพทั้งสองคันที่ซ่อนไว้ออกมาและเหนี่ยวไก

“ผู้ที่ขัดขวางข้าจะต้องตาย!”

ปังง!

ห่างออกไปเพียงไม่กี่พันเมตร แขนสีทองสองข้างโผล่พรวดขึ้นมาจากใต้ดิน ฝ่ามือของเขาแปรเปลี่ยนเป็นกรงเล็บแหลมคมและตะครุบไปที่ขาของผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวคนหนึ่ง

ในเวลาเดียวกัน พื้นดินก็เกิดการสั่นไหวพร้อมกับเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนที่โผล่ขึ้นมาและพันธนาการร่างของเหล่านักสู้ในบริเวณนั้นเอาไว้

ปังงง!

ตู้มมม!

ตัดภาพกลับมาที่เจียงอี้ ในจังหวะที่เขากำลังถูกคลื่นดัชนี,ดาบและกระบี่บดขยี้ จู่ๆร่างของหมาป่าจันทราสีเงินก็หายวับไปและถูกแทนที่ด้วยไหมปีศาจนภาซึ่งห่อหุ้มร่างกายของเขาไว้

แต่ดูเหมือนว่าเจียงอี้จะคำนวณพลาดไป แม้ว่าเขาจะหลบเลี่ยงการโจมตีส่วนใหญ่ได้แต่ก็ถูกคลื่นกระบี่สองสายเฉือนผ่านร่างกายอยู่ดี

“ไป!”

โดยที่ไม่มีเวลาให้ตรวจสอบบาดแผล เจียงอี้รีบลุกขึ้นมาและดึงไหมปีศาจนภาออกจากร่างกายพร้อมทั้งมัดมันไว้กับต้นไม้

“โจมตี!”

ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวที่อยู่ใกล้เคียงกู่คำราม นักสู้ขอบเขตจื่อฝู่ต่างก็กำอาวุธในมือแน่นและกระโจนเข้าหาเจียงอี้

มีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวสี่ถึงห้าคนซุ่มโจมตี พวกเขาปลดปล่อยจิตสังหารเข้าไปในอาวุธเพื่อที่จะสร้างแรงกดดันให้กับเจียงอี้มากขึ้น

“เพลิงโลกา!”

แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมาก แต่สีหน้าของเขาก็ยังคงสุขุมเย็นชา ทันใดนั้นเอง จู่ๆก็มีควันลอยออกมาจากร่างของเขา เจียงอี้เอนตัวไปด้านหลังและใช้ไหมปีศาจนภาเป็นตัวปล่อยนำซึ่งทำหน้าที่เปรียบเสมือนกับหนังสติ๊ก ส่งผลให้ร่างของเขาพุ่งเข้าหาฝ่ายศัตรูด้วยความเร็วราวกับลูกกระสุน

“วิ่ง—!”

ในเวลาเดียวกันร่างของเจียงอี้ก็แปรเปลี่ยนเป็นมนุษย์เพลิง ทำให้ห้วงอากาศโดยรอบเกิดการบิดเบี้ยวเนื่องจากความร้อนที่สูงขึ้นอย่างกะทันหัน

“อ๊ากกก!”

ฝ่ายศัตรูแตกฮือและพากันหลบหนีอย่างอลหม่าน แต่เมื่อเจียงอี้ตวัดมือออกไป เปลวไฟอันร้อนแรงก็สาดใส่นักสู้นับโหล ในกลุ่มนั้นยังมีผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยวสองสามคน แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดก่อนที่จะกลายเป็นขี้เถ้าและถูกพัดหายไปตามสายลม

“แย่แล้ว หนีเร็ว!”

มีหลายคนที่รู้อยู่แล้วว่าเจียงอี้เป็นผู้ใช้ไฟ แต่เมื่อมาเจอกับตัวเองก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวเพราะไม่นึกเลยว่าอีกฝ่ายจะวิปริตขนาดนี้ แม้แต่สุ่ยเชียนโหรวและหยุนเฮ่อที่อยู่ไกลออกไปต่างก็หน้าถอดสี

ในตอนนี้สีหน้าของหยุนเฮ่อย่ำแย่ยิ่งนัก เมื่อเขามองเห็นเถาวัลย์ที่ออกมาจากอีกด้านหนึ่ง ใบหน้าของเขาก็เผยให้เห็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันและแฝงไว้ด้วยความโกรธ

“ดีมาก! หยุนเฟย นังแพศยาเช่นเจ้าถึงกับช่วยคนอื่นจัดการข้า? ดี เช่นนั้นเจ้าก็ตายพร้อมกับมันเสียเถอะ!”

จบบทที่ บทที่ 206 มนุษย์เพลิง

คัดลอกลิงก์แล้ว