- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 412: ต้องง้อคนทีโกรธให้เป็น
ตอนที่ 412: ต้องง้อคนทีโกรธให้เป็น
ตอนที่ 412: ต้องง้อคนทีโกรธให้เป็น
“อย่าเพิ่งสิ! ผมขอโทษ ผมยอมรับผิดแล้วโอเคไหม? ก็ใครจะไปนึกเล่าว่าเกณฑ์บัตรสมาชิกที่นี่มันจะโหดหินขนาดนี้ ผมพลาดเองครับ!
เอ่อ... ชีชีครับ เรื่องบัตรสมาชิกนั่น...”
พอได้ยินเฟิงเฟยบอกว่ายอดใช้จ่ายขั้นต่ำของวิลล่าเขาอวี่เฉวียนคือหนึ่งล้านหยวนรวดเดียว ลู่เซียวก็ถึงกับหน้าถอดสี
ถ้าแค่บัตรระดับเริ่มต้นยังต้องจ่ายเป็นล้าน แล้วระดับทองกับระดับไดมอนด์ล่ะจะต้องเปย์อีกเท่าไหร่? ลู่เซียวเริ่มรู้สึกว่าลำพังตัวเขาเองอาจจะคว้ามันมาไม่ได้ง่ายๆ เสียแล้ว
ก็นะ เขาไม่เหมือนเฟิงเฟยนีน่า พวกผู้หญิงน่ะมีเงินค่าขนมจุกจิกเยอะแยะ แต่เขาที่เป็นผู้ชายเต็มตัวแถมส่วนใหญ่ยังฝังตัวอยู่แต่ในฐานทัพ พี่ชายอย่างลู่เหวินให้เงินใช้เดือนละล้านก็นับว่าหรูมากแล้ว
“เรื่องนี้ฉันตามใจเฟยเฟยค่ะ”
หร่วนชีชีให้เกียรติเพื่อนสาวคนสนิทแบบสุดๆ
ฝั่งเฟิงเฟยพอได้ยินคำหนุนหลังจากชีชี ดวงตาก็เป็นประกายวิบวับทันที ในที่สุดเธอก็หาโอกาสสั่งสอนตาคนชอบอวดอย่างลู่เซียวได้สักที!
ส่วนลู่เซียวที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้ซึ้งถึงชะตากรรมทันทีว่าวันนี้งานเข้าของจริง
เขากับเฟิงเฟยน่ะเป็นคู่กัดกันมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ในแวดวงสังคมของเมืองจิ่วเฉิง นอกจากลู่เหวินแล้ว เขาก็สนิทกับเฟิงอวี่ที่สุด
ก็นะ... พวกเขามาจากฐานทัพเดียวกัน แค่ยศต่างกันนิดหน่อย
ในฐานะลูกพี่ลูกน้องของเฟิงอวี่ เขาก็เลยได้เจอเฟิงเฟยบ่อยๆ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอีท่าไหน ความสัมพันธ์ถึงได้กลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตที่เจอกันทีไรต้องลับฝีปากกันทุกทีแบบนี้
“เฮ้อ... แย่จังเลย ช่วงนี้ฉันเล็งกระเป๋าใบหนึ่งไว้พอดีเลยค่ะ แต่เดือนนี้ดันใช้เงินค่าขนมเกินงบไปหน่อย ถ้าไม่มีเงินจ่ายจะทำยังไงดีน้า?”
“จริงเหรอ? ใบไหนที่เธอชอบล่ะ ไหนเอามาให้พี่ดูหน่อย เผื่อเราจะได้ซื้อมาสะพายเป็นกระเป๋าคู่พี่น้องกันไง”
แบบเดียวกัน คนละสี สไตล์พี่สาวน้องสาว... ของมันต้องมีนะจ๊ะ!
“ก็ใบใหม่ของแอร์เมสรุ่นหนังจระเข้ทูโทน บัคเคิลฝังเพชรทรงเคลลี่ไงคะ เซตหนึ่งก็ปาเข้าไปสามล้านแล้ว เดือนนี้ฉันใช้เงินเกินโควตาไปเยอะ เลยไม่กล้าขอที่บ้านเพิ่มแล้วด้วย”
เงินสิบล้านต่อเดือนมันก็ไม่ใช่น้อยๆ หรอกนะ แต่เฟิงเฟยน่ะคือแฟนพันธุ์แท้ตัวยงของแอร์เมส เข้าช็อปทีไรเป็นต้องหมดหลายล้านทุกที
ปกติเธอเลยไปช็อปได้แค่ช่วงต้นเดือนตอนเงินออกใหม่ๆ เท่านั้น
แต่ปัญหาคือกระเป๋ารุ่นใหม่ๆ มันไม่ได้ออกตรงตามตารางเงินเดือนเธอน่ะสิ! เพราะแบบนี้เธอเลยพลาดกระเป๋าใบโปรดไปตั้งหลายใบ
คิดแล้วมันเจ็บจี๊ดที่หัวใจ!
ลู่เซียวฟังแล้วก็รู้ทันทีว่าคราวนี้เขาต้องยอมกระเป๋าฉีกเพื่อยุติศึก
ถึงแม้ลู่เหวินจะให้เงินค่าขนมเขาแค่เดือนละล้าน แต่เขายังมีเงินปันผล 3% จากหุ้นของลู่คอร์ปอเรชันทุกเดือน ซึ่งปกติเขาแทบไม่ได้แตะเลย สะสมมาตั้งแต่อายุ 18 ป่านนี้น่าจะเป็นเงินก้อนโตพอดู
“เฟยเฟย พี่เหวินหว่าน... ใบไหนที่พวกพี่ชอบ ผมจ่ายให้เองครับ!”
ในเมื่อเป็นคนก่อเรื่อง ก็ต้องเป็นคนปิดจ๊อบด้วยการเปย์เพื่อสงบศึกเอง!
คนอื่นๆ ที่เหลือต่างก็นั่งดูละครฉากนี้ด้วยความบันเทิงใจ นานๆ ทีจะได้เห็นบทดราม่าเรียกเสียงฮาในกลุ่มแบบนี้
เหวินหว่านส่งสายตาให้เฟิงเฟยเป็นเชิงว่าปลาติดเบ็ดแล้วจ้ะ
เฟิงเฟยยิ้มกริ่มอย่างมีเลศนัย:
“เอ... แต่ใบนั้นมันออกมาได้หลายวันแล้วนะ ฉันไม่ได้จองไว้ทันทีด้วย ไม่รู้ป่านนี้จะยังมีของเหลืออยู่หรือเปล่า...”
หร่วนชีชีกะพริบตาปริบๆ เธอเอื้อมมือไปหยิบไวน์แดงบนโต๊ะข้างสระมาเทใส่แก้ว แล้วจิบเบาๆ ด้วยความสนใจ
อืม รสชาติดีแฮะ
“พวกคุณเอาสักแก้วไหมคะ?”
ชีชีขยับปากถามคนอื่นๆ แบบไร้เสียง
โจวเหวินอยากลองอยู่พอดี ส่วนเยี่ยนเกอก็มีความอยากรู้อยากเห็น ทั้งคู่เลยพยักหน้าขอสักแก้ว เฟิงเฟยกับเหวินหว่านเองก็ยื่นแก้วก้านยาวมาให้เช่นกัน
“ต่อให้ไม่มีของ ผมก็จะหามาให้ได้! ผมรับรองว่าจะซื้อให้พวกพี่ให้ได้แน่นอน!”
ถ้าจนปัญญาจริงๆ เขาก็แค่ต้องบากหน้าไปขอให้ลู่เหวินช่วย
ระดับท่านประธานแห่งลู่คอร์ปอเรชันออกปากเอง มีหรือที่แอร์เมสจะไม่รีบส่งกระเป๋ามาประเคนให้ถึงที่
“กระเป๋าใบที่เธอพูดถึง พี่ว่าพี่คุ้นๆ นะ... อ๋อ! ถ้านึกไม่ผิด ก่อนที่รุ่นนี้จะวางขาย ผู้จัดการช็อปใหญ่ในเมืองจิ่วเฉิงเพิ่งจะส่งมันมาให้ที่วิลล่าหมายเลข 1 แห่งเซิ่งซื่อเทียนจิ่ง เมื่อไม่กี่วันก่อนเองนะ
ถ้าเธออยากได้ ให้พี่ถามให้ไหมล่ะ?”
ตอนแรกชีชีก็จำไม่ได้หรอกนะ แต่พอได้ยินพวกเขาสนทนากัน ความจำมันก็ผุดขึ้นมาเอง
สาบานได้เลยนะ ว่าฉันไม่ได้ตั้งใจจะเติมเชื้อไฟจริงๆ (ซะเมื่อไหร่ล่ะ!)
อย่างไรก็ตาม เฟิงเฟยกับเหวินหว่านต่างส่งสายตาให้หร่วนชีชีประมาณว่า 'ทำดีมากพี่สาว!'