- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 361: อู๋ซานซานกับชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ตอนที่ 361: อู๋ซานซานกับชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
ตอนที่ 361: อู๋ซานซานกับชีวิตที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ
“ไสหัวไป!”
หลี่อวี่เชี่ยนแผดเสียงใส่อู๋ซานซานพลางถลึงตาใส่ด้วยความเกรี้ยวกราด ก่อนจะพ่นคำด่าทอออกมาเป็นชุดอย่างไม่ไว้หน้า
นาทีนี้อู๋ซานซานไม่สนอะไรทั้งนั้น เธอรีบหมุนตัววิ่งหนีออกมาจากตรงนั้นทันทีด้วยความอับอาย
ในขณะที่อีกด้านหนึ่ง เพื่อนๆ ในห้องต่างร่วมวงกินมื้อค่ำกันอย่างสนุกสนาน เมื่ออิ่มหนำสำราญกันแล้ว โจวสวี่หัวหน้าห้องตัวตึงก็รีบต้อนทุกคนมาล้อมวง เพื่อเริ่มกิจกรรมสันทนาการยามค่ำคืน
และเกมสุดคลาสสิกที่หนีไม่พ้นก็คือ เกมส่งของตามจังหวะกลอง
โจวสวี่อาสาเป็นคนตีกลองเอง เขาหันหลังให้เพื่อนๆ พลางเขย่ากลองป๋องแป๋งที่ไปขุดมาจากไหนไม่รู้ แล้วเริ่มนับจังหวะเสียงดังฟังชัด
อู๋ซานซานที่เพิ่งก้าวเท้าออกมาจากเต็นท์ของหลี่อวี่เชี่ยนเดินมาเจอภาพนี้เข้าพอดี
ในใจของเธอตอนนี้มีแต่ความขมขื่นจนบรรยายไม่ถูก เธอเริ่มตั้งคำถามกับตัวเองว่าสิ่งที่ทำลงไปมันผิดนักหรือ? การที่เธอต้องคอยประคบประหงมเอาใจหลี่อวี่เชี่ยนเพียงเพื่อให้ได้เงินทุนการศึกษาตรงตามเวลา มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายขนาดนั้นเลยเหรอ?
เพราะมัวแต่เดินตามก้นหลี่อวี่เชี่ยน เธอถึงขั้นต้องตัดขาดการติดต่อกับเพื่อนแทบทั้งห้อง จนตอนนี้พอไม่มีหลี่อวี่เชี่ยนเธอก็แทบไม่รู้เลยว่าจะหันไปคุยกับใครได้บ้าง
“อู๋ซานซาน! มาพอดีเลย เสี่ยวเชี่ยนเป็นยังไงบ้าง โอเคขึ้นหรือยัง?”
เพื่อนคนหนึ่งเหลือบไปเห็นเธอเข้าพอดี เลยเอ่ยถามถึงหลี่อวี่เชี่ยนตามมารยาท
“ขอบใจนะ... เชี่ยนเชี่ยนไม่เป็นไรแล้วล่ะ ขอบคุณที่ถามถึงนะ”
หลังจากประโยคนั้น บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ก็ตกอยู่ในความเงียบงันที่แสนอึดอัด
“พวกเธอเล่นอะไรกันอยู่เหรอ? ฉันขอเล่นด้วยคนได้ไหม?”
ในเมื่อหลี่อวี่เชี่ยนไม่อยู่ เธอก็ไม่อยากยืนบื้อเป็นยัยเซ่ออยู่ตรงนี้คนเดียว อย่างน้อยหาอะไรทำฆ่าเวลาก็ยังดี
เพื่อนคนที่คุยด้วยถึงกับชะงัก เพราะเขาตัดสินใจเองไม่ได้ จึงหันไปมองทางโจวสวี่แทน
แน่นอนว่าโจวสวี่เห็นอยู่แล้ว ในฐานะหัวหน้าห้อง เขาจะลำเอียงออกนอกหน้าเกินไปก็น่าเกลียด จึงออกปากสั่งการ
“พวกเรา ขยับที่กันหน่อย ให้อู๋ซานซานเข้ามานั่งด้วย”
“ขอบใจนะ”
อู๋ซานซานไม่กล้าสบตาใครทั้งนั้น เธอรีบแทรกตัวลงไปนั่งในช่องว่างที่เพื่อนขยับให้ทันที
ถ้าไม่มีหลี่อวี่เชี่ยนอยู่ด้วย อู๋ซานซานก็ดูเหมือนคนปกติทั่วไป ตลอดการเล่นเกมเธอไม่ได้ทำตัวเด่นและไม่ได้ทำอะไรประหลาดๆ เรียกว่าเป็นจืดจางระดับที่ถ้าโยนเข้าไปในฝูงชนก็คงหาไม่เจอ
ในเมื่อเธอไม่ได้มาหาเรื่องหร่วนชีชีและเพื่อนๆ ก็ขี้เกียจจะไปใส่ใจ ตราบใดที่ยัยนี่ไม่มาขวางหูขวางตา พวกเธอก็พร้อมจะมองข้ามไป
กิจกรรมดำเนินไปจนถึงสี่ทุ่ม เมื่อเริ่มเห็นคนหาวหวอดๆ อยากจะทิ้งตัวลงนอน โจวสวี่ที่ไม่ได้เป็นหัวหน้าห้องจอมเผด็จการก็ประกาศยุติกิจกรรม ให้ทุกคนแยกย้ายไปพักผ่อนตามอัธยาศัยภายในบริเวณแคมป์ที่เช่าไว้
เช้าวันต่อมา... แสงแดดรำไรเริ่มสาดส่อง
หร่วนชีชีถูกปลุกด้วยเสียงเจี๊ยวจ๊าวด้านนอก เธอพยุงตัวลุกขึ้นด้วยความงัวเงีย มองไปข้างๆ ก็พบว่าเหลียงเทียนเทียนไม่อยู่ที่เตียงแล้ว
เธอเดินไปเปิดม่าน แสงอาทิตย์ที่สาดเข้ามาทำให้ดวงตาพร่ามัวไปครู่หนึ่งก่อนจะตื่นเต็มตา เมื่อมองลงไปข้างล่างเห็นเพื่อนๆ ตื่นกันหมดแล้ว เธอจึงรีบไปจัดการล้างหน้าล้างตาให้เรียบร้อย
“ชีชีตื่นแล้วเหรอ! ข้างล่างมีคนต้มข้าวต้มไว้น่ะ ฉันตักแบ่งไว้ให้ถ้วยหนึ่ง รีบลงมากินเร็ว เดี๋ยวจะเย็นหมดเสียก่อน”
เยี่ยนเกอและโจวเหวินตื่นเช้าจนเป็นนิสัยเพราะต้องเตรียมสอบปริญญาโท ส่วนเหลียงเทียนเทียนนั้นเป็นพวกแปลกที่นอนไม่ค่อยหลับ ทั้งสามคนเลยกลายเป็นแก๊งตื่นเช้าไปโดยปริยาย
เยี่ยนเกอตั้งใจเดินขึ้นมาดูว่าชีชีตื่นหรือยัง เพราะถ้าช้ากว่านี้ ข้าวต้มในหม้อคงโดนกวาดเรียบไม่เหลือแน่
“ไปเดี๋ยวนี้แหละจ้า!”
หร่วนชีชีรีบเร่งสปีดอาบน้ำแต่งตัวทันที
เมื่อก้าวออกมาจากบ้านพักเคลื่อนที่ สายตาของหร่วนชีชีก็ปะทะเข้ากับหลี่อวี่เชี่ยนในทันที บอกเลยว่าถ้าไม่เห็นสิแปลก!
วันนี้หลี่อวี่เชี่ยนจัดเต็มด้วยผมดัดลอนฟูฟ่อง เมคอัพจัดจ้านริมฝีปากสีแดงสด สวมเสื้อคล้องคอโชว์หลังกับกางเกงขาสั้นกุด และที่พีคที่สุดคือรองเท้าส้นสูงปรี๊ดที่ดูขัดหูขัดตาสุดๆ ท่ามกลางเพื่อนคนอื่นๆ ที่ใส่รองเท้าส้นแบนกันหมด
แต่นั่นมันก็สไตล์ปกติของหลี่อวี่เชี่ยนนั่นแหละ หร่วนชีชีไม่ได้คิดจะตัดสินอะไร เพราะมันคือรสนิยมส่วนบุคคล เพียงแต่ลุคนี้มันทำให้หลี่อวี่เชี่ยนดูเหมือนหลุดมาจากคนละโลกกับทริปแคมป์ปิ้งนี้เลยจริงๆ
“ชีชี ทางนี้!”
โจวเหวินที่ตาไวรีบโบกมือเรียกเพื่อนรักให้รีบเดินไปหาทันที