เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 134 จองหอง

บทที่ 134 จองหอง

บทที่ 134 จองหอง


จองหอง! น่าขันนัก!

นี่คือความรู้สึกที่เจียงอี้ได้รับจากทุกคน เจียงเหรินถูเป็นถึงใคร? เขาเป็นถึงแม่ทัพเหรินถูที่มีชื่อเสียงซึ่งได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในสามสิบนักสู้ชั้นนำในอาณาจักรเสินหวู่

ตอนนี้เขาเป็นผู้บังคับบัญชากองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดของอาณาจักรเสินหวู่ เจียงอี้ เป็นเพียงบุคคลคนหนึ่ง กล้าบอกให้เจียงเหรินถูกลับไป? และถ้าพวกเขาไม่ไป เขาจะทำให้พวกเขาทั้งหมดถูกกลบฝังอยู่ที่นี่?

ในความเป็นจริงเจียงเหรินถูก็รู้สึกว่าเจียงอี้เป็นคนที่น่าขันมากเช่นกัน เขาไม่รู้ว่าทำไมไข่มุกถึงทำให้เขารู้สึกอันตราย แต่เขาไม่คิดว่าเจียงอี้จะทำร้ายเขาได้ ถ้าเขาหากเอาจริง เขาคงสามารถกำจัดเจียงอี้ได้ภายในไม่กี่วินาที

แต่เขาไม่กล้าเคลื่อนไหวใดๆ เขาไม่ได้กลัวที่เจียงอี้จะทำร้ายเขา แต่เขากลัวจะทำร้ายตัวเอง! เขารู้ดีว่าเจ้านายของเขาหวังดีเจียงอี้มากเพียงใด หากฝ่าบาทน้อยผู้นี้เกิดอุบัติเหตุใดๆ เจียงเปี๋ยหลีอาจถลกหนังของเขาเป็นแน่

"เฮ้อ ฝ่าบาท อารมณ์ของท่านช่างเหมือนนายหญิงอี... "

เจียงเหรินถูถอนหายใจและถอยออกไป และขึ้นมาศึกไปอย่างปลอดภัย เขามองลึกเข้าไปในดวงตาของเจียงอี้และโบกมือด้วยท่าทาง "ถอนทัพ!"

"ฟึ่บ! ฟึ่บ! ฟั่บ!"

หน่วยองครักษ์พิฆาตเทวะหมื่นคนยืนขึ้นพร้อมกัน พวกเขาขึ้นขี่ม้าและเปลี่ยนทิศทางกลับไป ในเวลาเพียงสิบห้านาทีพวกเขาทั้งหมดก็หายลับไปจากหุบเขา

"โฮกก โฮกก!"

จ่างซุนอู๋จี้กำลังยืนอยู่บนมังกรน้ำเงินและบินวนอยู่ในอากาศ เขามองลงไปที่เจียงอี้และองค์หญิงหยุนเฟย ผู้ซึ่งยืนอยู่ตรงมุมหนึ่ง เขาควบคุมมังกรสีน้ำเงินและบินไปทางเหนือ

"ฟรึ่บบ!"

ในเวลาเดียวกันนี้ จอมยุทธที่แสวงหาสมบัติส่วนใหญ่ก็เริ่มพากันหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว พวกเขากลัวที่จะถูกคนบ้านามว่าเจียงอี้ไล่ล่า พวกเขากลัวว่าถ้าพวกเขาไม่ออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้ เจียงอี้อาจโกรธและฆ่าพวกเขาทั้งหมด

ในไม่ช้าผู้คนที่อยู่ในหุบเขาก็จากไป เหลือเพียงอาจารย์และศิษย์จากสำนักจิตอสูร มีศิษย์สำนักมากกว่าพันคนที่เข้าไปค้นหาทรัพย์สมบัติ แต่มีเพียงไม่ถึงห้าร้อยคนเท่านั้นที่เหลือรอดกลับมา

สาเหตุหลักนั้นมาจากเจียงอี้ที่ไม่ได้แตะต้องศิษย์คนใดหลังจากคอยเฝ้ามองเป็นเวลาหลายวัน มิฉะนั้นหากโชคดีก็คงมีศิษย์เหลือกลับมาประมาณหนึ่งหรือสองร้อยคน

เจียงอี้ยังคงนิ่งเงียบในขณะที่เขายืนอยู่ จนกระทั่งตอนนี้ เขามองไปทางซ้ายและมองไปที่จีทิงยวี่ เจียงเฮิ่นซุ่ยและคนที่เหลือ

จีทิงยวี่ค่อนข้างโชคดี เจียงอี้ไปตามหาคนเพื่อแก้แค้นในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาและหานางไม่เจอ แต่ตอนนี้โชคของนางดูเหมือนจะสิ้นสุดแล้ว

นัยน์ตาของเจียงอี้เปล่งประกายแสงสีแดง กลิ่นอายสังหารหลั่งไหลออกมาจากร่างของเขา เขาเดินไปที่จีทิงยวี่อย่างช้าๆพร้อมกับท่าทางที่เหมือนปีศาจและนั่นเห็นได้ชัดว่าเขาคิดที่จะฆ่าใครบางคน

รองเจ้าสำนักฉีกักความโกรธอยู่แล้วและเจียงอี้ต้องการฆ่าคนต่อหน้านาง? นางตะโกนอย่างดุเดือด "เจียงอี้! เจ้าพยายามจะทำอะไร?!"

"เจียงอี้!"

เมื่อซูรั่วเสวี่ยเห็นว่ารองเจ้าสำนักฉีกำลังโกรธ นางก็รีบดึงเจียงอี้กลับมา นางกระซิบกับเจียงอี้ "เจ้าไม่ต้องการช่วยสาวใช้ของเจ้าหรือ? ถ้าเจ้าท้าทายรองเจ้าสำนักฉี เจ้าจะถูกไล่ออกจากสำนัก ทนไว้ก่อน"

แสงสีแดงหายไปจากดวงตาของเจียงอี้ เขามองไปที่จีทิงยวี่และหยุดความตั้งใจของเขา จีทิงยวี่หลบสายตาจากเจียงอี้และไม่กล้าสบตาเขาเลย ใบหน้าที่มีเสน่ห์ของนางตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีเขียวและซีด ความรู้สึกท่วมท้นหลายร้อยสิ่งพุ่งออกมาจากใจนาง

"ทุกคนขึ้นไปบนรถม้าและกลับไปที่สำนัก หากใครกล้าที่จะลงมืออีกครั้ง เตรียมตัวถูกไล่ออก!"

รองเจ้าสำนักฉีป่าวประกาศอย่างจริงจังเป็นคนแรก การได้รับการปฏิบัติอย่างโหดเหี้ยมโดยเจียงเหรินถูต่อหน้าคนจำนวนมากนั้นทำให้นางรู้สึกอัปยศมากในวันนี้ และเป็นเพราะเหตุนี้นางจึงรู้สึกแย่กับทั้งเจียงนี่หลิวและเจียงอี้ (ปัจจุบันกลุ่มลับถึงตอนที่ 142 แล้วครับ)

ด้วยการประสานงานจากอาจารย์และผู้คุ้มกัน ศิษย์ทุกคนก็ขึ้นรถอย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้ไม่จำเป็นต้องเบียดกันในรถม้าแล้ว เนื่องจากมีผู้เสียชีวิตไปจำนวนมาก

เจียงอี้ จ้านอู๋ซวง จ้านหลินเอ๋อร์และเฉียนว่านก้วนยังคงขึ้นรถม้าคันเดียวกันในขณะที่ซูรั่วเสวี่ยได้ขึ้นรถม้าด้านหน้า ทุกคนมุ่งหน้ากลับไปที่สำนักอย่างสงบ

"ฮู่..."

เจียงอี้เข้ามาในรถม้าและนอนหลับทันที เขากล่าวว่า "อย่าปลุกข้านะ ข้าอยากจะนอนให้เต็มอิ่มเสียหน่อย"

จ้านอู๋ซวงและเฉียนว่านก้วนมองตากัน พวกเขาทั้งคู่มองไปที่เจียงอี้ผู้น่าสงสาร พวกเขารู้ว่าเจียงอี้ไม่ได้เหนื่อยกาย แต่กลับเหนื่อยใจมากกว่า!

...

ในขณะที่ขบวนรีบกลับไปที่สำนัก พวกเขาก็ไม่พบกับอันตรายใดๆระหว่างทาง ทุกคนนั้นอยู่กันอย่างสงบ ยกเว้นมีคนหายไป เมื่อขบวนหยุดพักค้างคืนที่เมืองหนึ่ง แม่นางจีทิงยวี่ก็หายไปในเวลากลางคืน

เมื่อเจียงอี้รู้ข่าวนี้ เขาก็ไม่ได้พูดอะไรและอยู่ภายในรถม้า นอกเหนือจากการนอนหลับเขาก็บ่มเพาะพลัง เขาไม่ได้พูดอะไรมากกับเฉียนว่านก้วนหรือจ้านอู๋ซวง น่าแปลกที่ซูรั่วเสวี่ยก็ไม่ปรากฏเช่นกัน

สองวันก่อนถึงสำนักจิตอสูร เจียงอี้ได้รับข่าวดีข่าวหนึ่ง เจียงหยุนไฮ่ปลอดภัยและเขาก็เริ่มติดต่อกับสมาชิกของตระกูลเฉียนเพื่อส่งข้อความ เขาได้จัดสถานที่ที่เหมาะสมให้เจียงเสี่ยวนู๋และขอให้เจียงอี้ฝึกฝนในสำนักได้อย่างราบรื่น

เมื่อเจียงเหรินถูนำหน่วยองครักษ์พิฆาตเทวะหมื่นคนไปยังหุบเขาหมื่นมังกรก็เหมือนเป็นการประกาศไปทั่วโลกว่าเจียงเปี๋ยหลีปฏิบัติต่อเจียงอี้เฉกเช่นบุคคลสำคัญ หากใครกล้าแตะต้องเขา คนเหล่านั้นคงต้องเตรียมรับความโกรธเกรี้ยวจากนักสู้อันดับหนึ่งของอาณาจักรเสินหวู่ได้เลย

จากการคาดเดาของเฉียนว่านก้วน เจียงอี้จะปลอดภัยมากในช่วงเวลาที่เหลือของวัน และเจียงหยุนไฮ่ก็เช่นกัน ตระกูลจ่างซุนก็คงจะไม่เสี่ยงไปล้ำเส้นเจียงเปี๋ยหลีเพียงเพื่อไล่ล่าเจียงหยุนไฮ่

...

อีกสิบวันต่อมา เหล่าหน่วยองครักษ์พิฆาตเทวะกลับมาที่เมืองเจียงอีพร้อมกับท่าทางอันน่าเกรงขาม การที่เจียงเปี๋ยหลีสั่งกองทัพขนาดใหญ่และสร้างความโกลาหลอย่างใหญ่หลวง กองทัพของอาณาจักรเสินหวู่ก็ไม่ได้มีการตอบสนองใดๆ ดูเหมือนว่าพวกเขาจะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

เจียงนี่หลิวก็ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดีนัก เจียงเหรินถูอาจขอให้ใครบางคนช่วยเขาพักฟื้นให้ขาของเขาหายดีก่อนที่จะกลับมาที่เมืองเจียงอี แต่เมื่อเขาเข้าไปที่เมืองเจียงอี เขาก็ถูกพาตัวไปหาแม่ของเขาโดยเจียงเหรินถูที่ศาลาฟ้ากระจ่าง หลังจากนั้น…เขาถูกคุมขังอยู่ในตำหนัก เจียงเปี๋ยหลีให้คนส่งข้อความไปบอกให้เขาสำนึกเป็นเวลาหนึ่งปี!

การถูกคุมขังนั้นถือเป็นเรื่องเล็กน้อย สิ่งที่สำคัญคือความคิดของเปี๋ยหลี แม่ของเจียงนี่หลิวพยายามที่ขอพบกับเจียงเปี๋ยหลีสี่ถึงห้าครั้ง แต่ก็ไม่มีแม้แต่ครั้งเดียวที่เจียงเปี๋ยหลีจะสนใจ จนสุดท้าย…เขาให้ใครบางคนถ่ายทอดข้อความไปว่าหากนางยังคงเซ้าซี้ พวกเขาจะให้นางไปหาเจียงนี่หลิวและให้พากันออกจากเมืองเจียงอีไปซะ!

สิ่งเดียวที่เขาสามารถชื่นชมได้คือเจียงอี้ไม่ยอมมาและดูเหมือนจะไม่ชอบเจียงเปี๋ยหลี เขายังกล่าวอีกว่าเขาต้องการกำจัดเจียงเหรินถู หากเจียงอี้ต้องการที่จะกลับมาและรับรู้ถึงต้นกำเนิดของเขาอย่างแท้จริง ผู้สืบทอดตำแหน่งของจอมพลกองทัพทหารตะวันตกจะไม่แน่นอนอย่างแท้จริง

ณ ตำหนักจอมพล ศาลามังกรทะยาน!

เจียงเปี๋ยหลีนั่งอยู่บนบัลลังก์ที่เหมือนมังกรหมอบหรือมังกรขดอยู่ หลังจากฟังรายงานของเจียงเหรินถูแล้วการแสดงออกของเขาก็ยังไร้ความรู้สึก เขามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วพูดพึมพำว่า "อีเพียวเพียว ลูกชายของเจ้าเหมือนกับเจ้าทุกระเบียดนิ้ว เขาดื้อรั้นและขี้โมโห เขานั้นช่างเหมือนเจ้าเหลือเกิน"

"ท่านจอมพล!"

ใบหน้าที่ดูดุร้ายของเจียงเหรินถูส่ายไปมาในขณะที่เขารายงานว่า "จากรายงานของบุคคลที่เข้าไปในสุสานของราชันแห่งสวรรค์ ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขานั้นน่าเกรงขามมาก เขาเข้าถึงเจตจำนงแห่งการสังหารในสำนักจิตอสูรและอาจใช้ทักษะการต่อสู้บางอย่างที่สามารถฆ่าจอมยุทธขอบเขตจื่อฝู่ขั้นสูงสุดได้อย่างง่ายดายด้วยการระเบิด โอ้ ใช่แล้ว! มีอีกเรื่องหนึ่ง ... ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับสมบัติบางอย่างจากสุสานราชันสวรรค์ที่สามารถทำลายตราประทับผู้ปกครองของท่านได้!"

"หืม?"

คิ้วหนาๆของเจียงเปี๋ยหลียกขึ้น จากข้อมูลที่เขาได้รับ เจียงอี้อยู่ในขั้นแรกของขอบเขตฉูติ่งเมื่อประมาณครึ่งปีที่แล้ว แต่ตอนนี้ไม่มีใครเทียบเขาได้แม้ผู้ที่อยู่ขอบเขตจื่อฝู่? เจียงอี้ยังทำลายตราประทับผู้ปกครองของเขาด้วย?

ดวงตาของเขาเปล่งประกายในขณะที่เขาอุทาน "ซักถามผู้ที่กลับมาจากสุสานราชันสวรรค์ให้ละเอียด สายสืบที่ส่งไปยังเมืองเทียนอวี่และสำนักจิตอสูรกลับมาหรือยัง? นำข้อมูลเกี่ยวกับเจียงอี้มาให้ข้าทั้งหมด ข้าต้องการจะรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเจียงอี้ในช่วงปีนี้!"

จบบทที่ บทที่ 134 จองหอง

คัดลอกลิงก์แล้ว