- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 172 : แฟลชไดรฟ์ในมือของหร่วนชีชี
ตอนที่ 172 : แฟลชไดรฟ์ในมือของหร่วนชีชี
ตอนที่ 172 : แฟลชไดรฟ์ในมือของหร่วนชีชี
เช้าวันรุ่งขึ้นหร่วนชีชีตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น หลังจากจัดการมื้อเช้าเรียบร้อย เธอก็แทบจะอดใจไม่ไหว รีบส่งข้อความหาหลี่เว่ย เพื่อแจ้งว่าวันนี้เธอจะเข้าไปที่ สถาบันวิจัยหมายเลข 1 อีกรอบ
ส่วนจะเข้าไปเรื่องอะไรนั้น มันไม่ค่อยสะดวกที่จะคุยกันทางโทรศัพท์ เธอเลยไม่ได้ระบุรายละเอียดลงไป
ตอนนี้เธอตกเป็นเป้าสายตาของพวกต่างชาติชนิดที่ว่านกกระจิบยังคาบข่าวไปบอกได้เลย ไม่มีอะไรการันตีได้ว่าโทรศัพท์ของเธอจะไม่ถูกดักฟัง
แม้ว่าระบบไฟร์วอลล์มือถือของเธอจะถูกอัปเกรดโดยเฉิงเหว่ยและเธอเองก็ตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนมั่นใจว่าถ้าไม่มีอุบัติเหตุจริงๆ คงไม่มีใครแฮกเข้ามาได้ง่ายๆ
แต่เธอไม่แน่ใจว่าทางฝั่งหลี่เว่ยจะปลอดภัยแค่ไหน ดังนั้นกันไว้ดีกว่าแก้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ตอนนี้หร่วนชีชีกลายเป็นแขกประจำของสถาบันวิจัยไปเสียแล้ว ทันทีที่ได้รับแจ้งจากเธอ หลี่เว่ยก็กะเวลาเดินมารอรับที่หน้าประตูทางเข้าอย่างรู้งาน
“ท่านปรานหร่วนครับ นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมเห็นคุณมาที่นี่บ่อยติดๆ กันขนาดนี้”
ก็แหงล่ะ เมื่อวานเธอก็เพิ่งมา! ปกติหร่วนชีชีมักจะเลี่ยงการมาที่นี่บ่อยเกินไป เพราะกลัวจะโดนศาสตราจารย์หยางและเหล่าบรรดาศาสตราจารย์ทั้งหลายจับตัวไว้ซักถามปัญหาวิชาการจนหัวหมุน
“วันนี้ฉันมีธุระสำคัญต้องคุยกับศาสตราจารย์หยางและคนอื่นๆ ค่ะ ไปที่ห้องแล็บกันเลยดีกว่า”
หร่วนชีชีไม่ใช่คนประเภทชอบโอ้เอ้เวลาจะทำอะไร
“รับทราบครับ”
เมื่อเห็นน้ำเสียงที่ดูจริงจังผิดปกติของหร่วนชีชีหลี่เว่ยก็รับรู้ได้ทันทีว่านี่คืองานเป็นการ เขาปรับสีหน้าให้เคร่งขรึมขึ้นตามไปด้วย
เมื่อมาถึงหน้าห้องแล็บ หลี่เว่ยทำหน้าที่เคาะประตูสอบถาม เมื่อได้รับสัญญาณตอบรับจากข้างในว่าไม่ได้ล็อก เขาจึงค่อยๆ เปิดประตูให้หญิงสาวเข้าไป
“โอ้โฮ! เรื่องประหลาดแท้ๆ ท่านปรานหร่วนของเราขยันมาหาคนแก่อย่างพวกเราสองวันติดเลยนะเนี่ย”
ทันทีที่เห็นหน้าหร่วนชีชี หยางชุนฮวาก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวด้วยความเอ็นดู
“หยุดสิคะศาสตราจารย์ วันนี้หนูมาธุระสำคัญจริงๆ นะ”
หร่วนชีชีชูแฟลชไดรฟ์ในมือขึ้นมาพร้อมกับแกว่งไปมาเล็กน้อย
ภาพจำครั้งที่แล้วที่หร่วนชีชีเอาแฟลชไดรฟ์มาให้ ซึ่งข้างในคือเทคโนโลยีโฮโลแกรมสุดล้ำยังติดตาอยู่ พอเห็นเธอถือมันมาอีกครั้งในวันนี้ หยางชุนฮวาก็ถึงกับเกร็งจนแทบจะลืมหายใจ
“นี่มัน...”
หรือจะเป็นเทคโนโลยีใหม่ตัวอื่นอีก?!
ถ้าเป็นเรื่องจริง สถาบันวิจัยของพวกเขาคงเหมือนได้ขุดเจอขุมทรัพย์มหาศาลเข้าแล้วจริงๆ!
“พอดีเห็นว่าช่วงนี้พวกคุณทำงานกันค่อนข้างลำบาก หนูเลยเจียดเวลาว่างอันน้อยนิดมาลองทำข้อมูลวิเคราะห์ทางเทคนิคให้พวกคุณน่ะค่ะ”
!!!
สิ้นเสียงของหร่วนชีชีทั้งห้องแล็บก็ตกอยู่ในความเงียบงันในทันที สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่แฟลชไดรฟ์ในมือของเธอราวกับว่ามันคือของล้ำค่าที่สุดในชีวิต
“บอกมาเถอะแม่หนู... รอบนี้มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?”
จากการที่ต้องรับมือกับหร่วนชีชีมานาน หยางชุนฮวารู้ซึ้งถึงนิสัยของเธอดี
ถ้าเป็นเรื่องขี้ผง หร่วนชีชีไม่คิดมากและพร้อมจะช่วยฟรีๆ อยู่แล้ว แต่ระดับข้อมูลวิเคราะห์ทางเทคนิค มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลย ถ้าไม่มีข้อตกลงที่น่าพึงพอใจหร่วนชีชีไม่มีทางยื่นมันให้อย่างแน่นอน
หยางชุนฮวาและคนอื่นๆ ต่างเข้าใจกฎข้อนี้ดี เพราะถ้าเป็นพวกเขาเอง ก็คงไม่ยอมเอาหยาดเหงื่อแรงกายไปประเคนให้คนอื่นศึกษาฟรีๆ โดยไม่ได้อะไรตอบแทนเหมือนกัน
“ง่ายๆ ค่ะ หลังจากที่หมวกโฮโลแกรมและแคปซูลโฮโลแกรมเข้าสู่กระบวนการผลิตระดับอุตสาหกรรมแล้ว ทางรัฐต้องอนุญาตให้ชีชีกรุ๊ปเป็นตัวแทนจำหน่ายร่วมเพียงรายเดียว เป็นเวลา 20 ปี และหลังจากหักต้นทุนแล้ว กำไรสุทธิจะต้องแบ่งให้ชีชี กรุ๊ป 80% และรัฐ 20% ค่ะ”
“ส่วนรายละเอียดจุกจิกอื่นๆ หนูจะให้ผู้ช่วยของหนู เฉิงเหว่ยกับทนายจินลู่เจิงเข้ามาประสานงานอีกทีนะคะ”
“ศาสตราจารย์หยางคะ คุณแค่ต้องรายงานเรื่องนี้ไปทางเบื้องบน ถ้าเขาตกลง... เราก็ร่วมงานกันต่อ”
“แต่ถ้าไม่ตกลง... ก็ใช่ว่าหนูจะผลิตและวางขายเองไม่ได้นะคะ เพราะยังไงซะ... สิทธิบัตรก็อยู่ในมือหนู”
เธอให้ทั้งเทคโนโลยี ทั้งข้อมูลวิเคราะห์... ขอตำแหน่งตัวแทนจำหน่ายกับส่วนแบ่ง 80% มันก็ไม่เห็นจะเยอะเกินไปตรงไหนเลยนี่นา?
หร่วนชีชีรู้สึกว่าสิ่งที่เธอทำอยู่ตอนนี้ แทบจะเรียกว่างานการกุศลอยู่แล้วนะเนี่ย!
หยางชุนฮวารู้ดีว่าพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นเลย แต่ในเมื่อเขาไม่ได้มีอำนาจตัดสินใจในส่วนนี้โดยตรง เขาจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทันที
“รอสักครู่นะ เดี๋ยวปู่จะเรียกคนมาคุย”
“ได้ค่ะ งั้นหนูก็จะเรียกคนของหนูมาเหมือนกัน”
หร่วนชีชีติดต่อหาเฉิงเหว่ยทันที อธิบายสถานการณ์คร่าวๆ และไม่ลืมย้ำให้พ่วงเอาทนายจินลู่เจิงมาด้วย
ตอนนี้แผนกกฎหมายของชีชี กรุ๊ปยังไม่มีใครที่พอจะพึ่งพาได้แบบเบ็ดเสร็จ หร่วนชีชีเลยเริ่มผุดไอเดียที่จะจิกหัว เอ๊ย... ทาบทามตัวจินลู่เจิงให้ย้ายมาคุมบังเหียนแผนกกฎหมายของเธอแบบเต็มตัวเสียเลย
ก็นะ... คนเก่งๆ ใครเขาก็อยากได้ตัวไปอยู่ด้วยทั้งนั้นแหละ!