- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 61: คุณหนูปลอมงั้นเหรอ?
ตอนที่ 61: คุณหนูปลอมงั้นเหรอ?
ตอนที่ 61: คุณหนูปลอมงั้นเหรอ?
“ได้สิจ๊ะ”
ถึงแม้ของดีๆ ในคลังระบบจะมีไม่มาก แต่ถ้าแค่แบ่งให้ชิมสักแก้ว หร่วนชีชีก็ไม่ได้ขี้เหนียวอะไร
ฟงเฟยรับแก้วชาจากมือหร่วนชีชีด้วยความตื้นตัน ดวงตาคู่สวยโค้งหยีเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เธอก้มลงสูดดมกลิ่นหอมกรุ่นของใบชาเข้าปอดลึกๆ ก่อนจะค่อยๆ จิบละเลียดรสชาติอย่างเชื่องช้า
เพียงแค่หยดเดียวที่สัมผัสลิ้น ความรู้สึกผ่อนคลายก็แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนเธอเผลอทำตัวอ่อนระทวยด้วยความเคลิบเคลิ้ม
“นี่มัน... ชาที่ดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่มมาเลยค่ะ!”
ฟงเฟยเกือบจะหลุดปากถามออกไปแล้วว่าซื้อมาจากไหน แต่พอนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่เธอก็รีบหุบปากฉับ ในเมื่อเจ้าของบอกว่าไม่ได้มีไว้ขาย การเซ้าซี้ถามต่อคงเสียมารยาทแย่
หร่วนชีชีเห็นท่าทางแบบนั้นก็เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไรต่อ แม้เธอจะรู้สึกถูกชะตากับฟงเฟยตั้งแต่แรกเห็น แต่พวกเธอเพิ่งรู้จักกันได้ไม่ถึงชั่วโมง การจะให้ยกใบชาล้ำค่าให้เลยก็คงไม่ใช่เรื่อง เพราะตั้งแต่เช็กอินมา เธอก็เพิ่งได้มาแค่กล่องเดียวเท่านั้นเอง
“พี่ชีชีคะ ฉันขอแอดวีแชตพี่ไว้ได้ไหม?”
หลังจากดื่มชาจนหมด ฟงเฟยก็เริ่มรู้สึกเกรงใจที่จะรบกวนเวลาเปิดร้าน แต่ก่อนจะกลับเธอก็รวบรวมความกล้าเอ่ยขอคอนแทคไว้
“ได้แน่นอนสิ” หร่วนชีชีตอบรับทันที ใครจะไปปฏิเสธสาวน้อยผู้น่ารักและสดใสขนาดนี้ได้ลงล่ะ?
เธอหยิบมือถือขึ้นมา เปิดคิวอาร์โค้ดหน้าโปรไฟล์แล้วยื่นให้ฟงเฟยสแกน เมื่อได้รับการตอบรับ ฟงเฟยก็แทบจะกระโดดตัวลอยด้วยความดีใจ เธอรีบกดแอดเพื่อนและโบกมือลาพร้อมสัญญาว่าคราวหน้าจะมาหาใหม่แน่นอน
...
หลังจากนั้นไม่นาน สินค้าที่เหลืออีกยี่สิบกว่ากล่องก็ถูกขายจนเกลี้ยงด้วยฝีมือการเชียร์แขกอันขยันขันแข็งของพนักงานทุกคน
เมื่อเป้าหมายยอดขายของวันนี้ลุล่วง หร่วนชีชีก็กวาดสายตามองไปรอบร้านก่อนจะสะบัดมือประกาศอย่างป๋า “ทุกคนคะ วันนี้ร้านเปิดวันแรกทำผลงานได้ดีมาก เย็นนี้เราไปฉลองมื้อค่ำกัน เจ๊เลี้ยงเอง!”
เหล่าพนักงานสาวๆ ต่างพากันส่งเสียงเชียร์กันยกใหญ่ ตั้งแต่ทำงานมาเพิ่งเคยเจอเจ้านายสายเปย์ที่เลี้ยงฉลองตั้งแต่วันแรกที่เข้างานเนี่ยแหละ!
“พวกเธอเลือกร้านเลยนะ เดี๋ยวพี่ให้คนขับรถมารับจะได้ไปพร้อมกัน หรือใครขับรถมาเองจะขับตามไปก็ได้จ้ะ”
แต่ดูเหมือนหร่วนชีชีจะประเมินพนักงานตัวเองสูงไปนิด พนักงานพาร์ตไทม์ในห้างจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อรถ? แค่เก็บเงินไว้จ่ายค่าเช่าห้องในจิ่วเฉิงก็เต็มกลืนแล้ว
ทว่า... ทันทีที่สาวๆ เห็นขบวนรถบอดี้การ์ดในรถตู้สีดำคันยักษ์ที่ขับมารับ พวกเธอก็เริ่มรู้สึกเสียใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมฉันไม่ขับรถมาเองนะ!
ฮือ... รถที่เต็มไปด้วยชายชุดดำหุ่นล่ำบึ้ก แผ่รังสีอำมหิตเย็นเฉียบแบบนั้นมันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ผิดกับหร่วนชีชีที่มองว่าพวกเขานั้นเท่ระเบิด ขบวนรถถูกจัดอย่างเป็นระเบียบ โดยมีรถสปอร์ตลัมโบร์กินีสุดหรูที่มีจ้านอีเป็นคนขับให้หร่วนชีชีอยู่ตรงกลาง ประกบหน้าหลังด้วยรถตู้บอดี้การ์ดที่นำโดยจ้านเอ้อและจ้านอิง
จุดหมายคือร้านบุฟเฟต์ที่สาวๆ เลือกกันไว้ หัวละ 288 หยวน ทานได้ไม่อั้น
ในสายตาของมหาเศรษฐีใหม่อย่างหร่วนชีชี ราคานี้ถือว่าถูกมาก แต่สำหรับพนักงานกินเงินเดือน ร้านนี้คือร้านระดับไฮเอนด์ที่ดูดีและคุ้มค่าที่สุดแล้ว
เมื่อก้าวเท้าเข้าร้าน หร่วนชีชีกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆ ตามความเคยชิน ก่อนที่พนักงานต้อนรับจะเดินเข้ามาหา
“สวัสดีครับ มาทั้งหมดกี่ท่านครับ?”
“5 คนค่ะ ขอห้องส่วนตัวด้วยนะคะ” หร่วนชีชีตอบ เพราะบอดี้การ์ดของเธอต้องสแตนด์บายเฝ้าระวังอยู่ด้านนอกเสมอ พวกเขาจะไม่ร่วมโต๊ะอาหารกับเจ้านายในที่สาธารณะ
“ได้ครับ เชิญทางนี้เลยครับ”
ระหว่างทาง พนักงานหนุ่มแนะนำเมนูแนะนำของวันนี้ พร้อมเน้นย้ำว่าการเปิดห้องส่วนตัวจะมีค่าธรรมเนียมเพิ่มอีก 200 หยวน ซึ่งหร่วนชีชีก็พยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจ
“บอสคะ จริงๆ เรานั่งข้างนอกก็ได้นะคะ” พนักงานคนหนึ่งกระซิบ ถึงข้างนอกจะเสียงดังหน่อยแต่ของกินก็เหมือนกัน จะได้ไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม
“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ นั่งห้องส่วนตัวเงียบกว่า คุยกันถนัดด้วย พวกเธอไปเลือกตักอาหารก่อนเลยนะ”
หร่วนชีชีเดินไปจัดการจ่ายเงินค่าอาหารล่วงหน้า รวมค่าห้องส่วนตัวเป็นเงินทั้งหมด 1,640 หยวน พนักงานหนุ่มที่รับเงินถึงกับยิ้มแก้มปริ นานๆ ทีจะเจอแขกที่จ่ายเงินคล่องปรื๋อและใจสปอร์ตขนาดนี้
“ขอบคุณค่ะบอส!”
สี่สาวพนักงานรีบขอบคุณเจ้านายคนสวยทันที พวกเธอประทับใจความแฟร์และนิสัยสายเปย์ของหร่วนชีชีจนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว
“เดี๋ยวผมยืนรอตรงหัวมุมนี้นะครับ ตักเสร็จแล้วผมจะนำทางไปที่ห้องเอง” พนักงานต้อนรับเอ่ยอย่างสุภาพ
แต่พอหร่วนชีชีคล้อยหลังไปได้ไม่กี่ก้าว พนักงานชายคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกระซิบกระซาบกับเพื่อนร่วมงาน “เฮ้ย แกเห็นไหม? ผู้หญิงคนนั้นน่ะ แบรนด์เนมทั้งตัวเลยนะ ชุดที่เธอใส่อยู่มูลค่าน่าจะหลายล้านแน่ๆ เมื่อกี้เดินข้างๆ ฉันตัวเกร็งไปหมด กลัวทำชุดเขาเลอะจนไม่มีปัญญาชดใช้!”
“แถมตอนลงจากรถนะแก... รถสปอร์ตลัมโบร์กินีสีเจ็บจี๊ด มีคนขับรถหน้าหล่ออย่างกับนายแบบมาเปิดประตูให้ด้วย! นี่มันระดับเศรษฐีตัวจริงชัดๆ!”
ทว่า... ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังชื่นชม จู่ๆ ก็มีเสียงหัวเราะเยาะเหยียดๆ ดังมาจากโต๊ะใกล้ๆ
“หึ! ถ้ารวยขนาดนั้นจริง จะมานั่งกินร้านหัวละสองร้อยกว่าหยวนเนี่ยนะ? ทำไมไม่ไปร้านมิชลินที่จานละเป็นหมื่นล่ะ?”
หญิงสาวที่นั่งอยู่โต๊ะนั้นเบ้ปากมองแรง “พวกแกนี่ดูคนไม่ออกหรือไง? นั่นมันพวกคุณหนูปลอมชัดๆ! ประโคมของก๊อปเกรดเอทั้งตัว เพื่อสร้างโปรไฟล์ไปจับผู้ชายรวยๆ ไงล่ะ พูดให้ดูดีก็คือเน็ตไอดอล แต่พูดตรงๆ ก็แค่พวกขายตัวอัปเกรดนั่นแหละ ทำเป็นตื่นเต้นไปได้”
“นี่คุณ!” พนักงานต้อนรับหน้าเสีย เขาอยากจะเถียงใจจะขาดแต่ก็ไม่มีหลักฐาน แถมอีกฝ่ายยังเป็นลูกค้า
หร่วนชีชีที่เดินถือจานอาหารกลับมาพอดี ได้ยินคำว่าคุณหนูปลอมและขายตัวแว่วเข้าหู แม้จะฟังไม่ครบความแต่เธอก็พอเดาเจตนาออก
เธอมองไปยังหญิงสาวคนนั้นที่รีบหลบสายตาด้วยความเลิ่กลั่กเพราะรู้ตัวว่านินทาในระยะประชิด หร่วนชีชีหันไปหาพนักงานต้อนรับด้วยใบหน้าเรียบเฉย
“ช่วยนำทางไปที่ห้องด้วยค่ะ”
“เชอะ... คุณหนูปลอมที่ทำตัวรวยแต่มีปัญญาจ้างลูกน้องกินได้แค่ร้านราคาประหยัด” หญิงสาวคนเดิมยังไม่หยุดพึมพำเสียงดัง
ฝีเท้าของหร่วนชีชีชะงักลงทันที เธอหันกลับไปจ้องหน้าอีกฝ่ายตรงๆ พร้อมรอยยิ้มเย็น
“ฉันอาจจะกินร้านราคาประหยัด แต่เธอก็อยู่ร้านเดียวกับฉันนะคะ... อ้อ ดูจากที่เบียดกันนั่งโต๊ะ 6 คนแบบนี้ วันนี้เงินเดือนออกแล้วรวมตัวกันมาเลี้ยงฉลองใช่ไหมคะ?”
“เธอมานั่งตรงนี้เพราะเธอมีปัญญาจ่ายได้แค่ราคานี้ และกินเสร็จคงต้องมานั่งคำนวณเงินในบัญชีว่าจะเหลือพอจ่ายหนี้บัตรเครดิตตอนสิ้นเดือนไหม แต่ฉันมาที่นี่เพราะพนักงานของฉันชอบ และพวกเขาอยากกินที่นี่”
หร่วนชีชีเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย กลิ่นอายความสูงส่งแผ่ออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ “ถ้าให้ฉันเลือกเองจริงๆ เธอไม่มีวันได้เห็นหน้าฉันที่นี่หรอกค่ะ เพราะไวน์สักขวดที่ฉันเปิดเล่นๆ ราคามันก็มากพอที่จะเลี้ยงชีวิตเธอได้หลายปี... นี่คือจิ่วเฉิงนะคะ จะพูดจะจาอะไรหัดระวังปากไว้บ้าง เดี๋ยวจะตกงานแบบไม่รู้ตัวได้นะ”