- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 43: มหกรรมใช้หนี้แลกแรงงาน
ตอนที่ 43: มหกรรมใช้หนี้แลกแรงงาน
ตอนที่ 43: มหกรรมใช้หนี้แลกแรงงาน
สุดท้ายแล้วกู้หยุนเฟิงก็หนีค่าเสียหายก้อนนี้ไม่พ้น แต่เขาก็ยังฉวยโอกาสขอโอนเงินแบบต่อหน้าต่อตา เพราะประวัติส่วนตัวที่ดูขัดแย้งกันไปหมดของหร่วนชีชี มันช่างสะดุดตาจนเขาอยากเห็นตัวจริงให้ชัดๆ
หลังจากจินลู่เจิงปรึกษาลูกค้าสาวคนสวยแล้ว ทั้งสามคนก็นัดแนะมาเจอกันในอีกสามวันให้หลัง
เมื่อเสร็จธุระจากโรงบ่มไวน์อวิ๋นจิน หร่วนชีชีก็ซิ่งรถลัมโบร์กินีคู่ใจมุ่งตรงไปยังบาร์แบดพีเพิลทันที
ในฐานะที่ยึดถือคติ "ลูกค้าคือพระเจ้า" จินลู่เจิงจึงมายืนรอที่หน้าประตูบาร์ตั้งแต่เนิ่นๆ ส่วนกู้หยุนเฟิงเจ้าของร้านจะปล่อยให้แขกยืนเหงาคนเดียวก็ใช่ที่ สุดท้ายเลยกลายเป็นสองหนุ่มหล่อมายืนเป็นบอดี้การ์ดเฝ้าประตูด้วยกันเสียอย่างนั้น
"ขอโทษทีค่ะที่มาสาย ทำไมไม่เข้าไปรอข้างในกันก่อนล่ะคะ?"
หร่วนชีชีเอ่ยอย่างเขินๆ เพราะมัวแต่เคลียร์ปัญหาตกค้างที่โรงบ่มไวน์เลยเลทไปนิด เมื่อเห็นสองหนุ่มมายืนตากลมรอหน้าประตู เธอจึงอดรู้สึกผิดไม่ได้
"การรอคอยสุภาพสตรีคือหน้าที่ของสุภาพบุรุษครับ วันนี้คุณชีชีดูสวยกว่าเมื่อวันก่อนอีกนะเนี่ย"
กู้หยุนเฟิงอดไม่ได้ที่จะโปรยเสน่ห์ตามนิสัยเพลย์บอยของเขา
"หุบปากไปเลย! นายน่ะเอาเวลาไปคิดดีกว่าว่าจะหาเงินสามสิบล้านมาถมหลุมที่ตัวเองขุดไว้ยังไงนะ"
จินลู่เจิงขัดขึ้นทันควัน ตระกูลกู้ออกจะเข้มงวดเรื่องการอบรมสั่งสอน แต่กู้หยุนเฟิงนี่สงสัยจะเป็นความผิดพลาดทางพันธุกรรม ตอนเขาบอกจะเปิดบาร์ ไม่มีใครในบ้านเห็นด้วยเลยสักคน จนเขาต้องไปหยิบยืมเงินทุนมาครึ่งหนึ่งถึงจะเปิดร้านนี้ขึ้นมาได้
ถึงแม้ร้านจะไปได้สวย แต่กำไรจริงๆ กลับน้อยนิด แค่ประคองตัวให้รอดไปวันๆ เท่านั้น การที่เขาไม่ยอมแพ้มาจนถึงตอนนี้ ก็พิสูจน์ได้ว่าเขารักบาร์แห่งนี้จริงๆ
"นายยังกล้าพูดแบบนี้อีกเหรอ! นี่คือวิธีที่ปฏิบัติต่อเพื่อนงั้นเรอะ!"
สามสิบล้าน! เขาต้องขายเหล้ากี่ขวดถึงจะได้เงินคืนมาเนี่ย!
หร่วนชีชีเมินการปะทะฝีปากของทั้งคู่ เธอมาที่นี่เพื่อเก็บหนี้โดยเฉพาะ ไม่อย่างนั้นใครจะอยากมาเดินบาร์ตอนกลางวันแสกๆ แบบนี้กัน
เธอเดินตามสองหนุ่มเข้าไปในโซนวีไอพีของบาร์ ทันทีที่ประตูปิดลงเพื่อตัดขาดจากโลกภายนอก กู้หยุนเฟิงก็รีบปรี่เข้าหาเธอด้วยสีหน้าประจบประแจงทันที
"ชีชีครับ... เรื่องวันนั้นผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ ตอนนี้ผมส่งไอ้เจ้าหวังเปียวกับพวกพ้องเข้าซังเตไปแล้ว รับรองว่าไม่ได้ออกมาเห็นแสงเดือนแสงตะวันไปอีกหลายปีแน่ แถมผมยังฝากคนดูแลพวกมันข้างในเป็นพิเศษด้วย เห็นไหมว่าผมจริงใจแค่ไหน เพราะฉะนั้น... ค่าเสียหายเนี่ย ลดให้หน่อยได้ไหมครับ?"
ถึงจะเป็นคุณชายผู้ร่ำรวย แต่เมื่อต้องสยบให้กับเงินทอง กู้หยุนเฟิงก็แทบจะก้มกราบ เพราะเขามัวแต่วุ่นอยู่กับบาร์จนที่บ้านสั่งระงับบัตรเครดิตมาเป็นปีแล้ว ถ้าต้องจ่ายสามสิบล้านนี้ เงินเก็บก้อนสุดท้ายในชีวิตเขาคงเกลี้ยงกระเป๋าแน่ๆ
ยิ่งตอนเห็นโปรไฟล์ของหร่วนชีชีว่ามีทั้งบ้าน ทั้งร้านค้า และอาคารสำนักงานในชื่อเธอเพียบ เขาก็แทบจะหลั่งน้ำตาด้วยความอิจฉา
สามสิบล้าน... เขาใช้เวลาเก็บเป็นปี แต่เธอแค่เก็บค่าเช่าเดือนเดียวก็ได้แล้ว! ความเศร้าของคนรวยมันไม่เท่ากันจริงๆ!
"อะไรกัน ไม่มีเงินจ่าย เลยจะขอส่วนลดงั้นเหรอ?"
กู้หยุนเฟิงพยักหน้าหงึกๆ อย่างมีความหวัง
"ส่วนลดน่ะ..." หร่วนชีชีเว้นจังหวะให้ลุ้น
"ไม่มีทางเสียหรอกค่ะ"
"แต่อย่างไรก็ตาม ฉันมีข้อเสนอหนึ่ง ไม่รู้ว่าคุณชายรองตระกูลกู้จะสนใจไหม?"
"คุณชายรงคุณชายรองอะไรกันครับ เรียกผมว่าเสี่ยวเฟิงก็ได้! ข้อเสนออะไรว่ามาเลย! จะบุกน้ำลุยไฟ หรือตายดาบหน้าผมก็ไม่หวั่นครับ!"
เพื่อที่จะไม่ต้องจ่ายเงิน กู้หยุนเฟิงพร้อมทิ้งศักดิ์ศรีทุกอย่าง
"ทำ-งาน-ใช้-หนี้!"
หร่วนชีชีเน้นทีละคำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำเอาจินลู่เจิงที่นั่งเงียบๆ ถึงกับเลิกคิ้วขึ้น มุมปากของเขาโค้งมนขณะยกมือขึ้นขยับแว่นตา
"ในทางทฤษฎีถือว่าทำได้นะครับ ตราบใดที่ทั้งสองฝ่ายลงนามในสัญญาเพิ่มเติม"
แต่ถ้าคิดตามมาตรฐานเงินเดือนในเมืองจิ่วเฉิง สามสิบล้านนี่คงต้องใช้หนี้กันจนลูกบวช
"ห๊ะ... อะไรนะ?" กู้หยุนเฟิงไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง
"นั่นคือข้อเสนอเดียวค่ะ จะจ่ายสดหรือจะทำงานใช้หนี้ เลือกเอา ถ้าไม่เลือกสองอย่างนี้ก็ไม่ต้องคุยกันแล้วค่ะ"
"งั้น... มาคุยเรื่องงานก่อนก็ได้ หน้าที่ของผมคืออะไรครับ?"
"เป็นผู้ช่วยของผู้ช่วยฉันอีกทีค่ะ เธอชื่อเฉิงเหว่ยเป็นคนที่ยืนข้างๆ ฉันวันนั้น งานทั้งหมดของคุณจะถูกสั่งโดยเฉิงเหว่ยและคุณในฐานะลูกหนี้ ต้องทำงานที่เธอสั่งให้เสร็จตามกำหนดและมีคุณภาพด้วย ถ้าทำไม่ดี โดนหักเงินเดือนนะจ๊ะ"
หร่วนชีชีฉีกยิ้มใสซื่อ แต่คำพูดช่างเลือดเย็นเหลือเกิน
กู้หยุนเฟิงนิ่งค้างไปนาน เขาอุตส่าห์มาเปิดบาร์เพื่อเลี่ยงการไปทำงานที่บริษัทของครอบครัว แต่สุดท้ายก็หนีวงจรมนุษย์เงินเดือนเก้าโมงเช้าเลิกห้าโมงเย็นไม่พ้นงั้นเหรอ? แบบนี้สู้เขากลับไปทำงานที่บ้านไม่ดีกว่าหรือไง!
แต่เงินสามสิบล้านมันค้ำคออยู่ สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจตบโต๊ะปังจนมือชา
"ตกลง! ผมยอมทำงานใช้หนี้! ว่ามาเลยว่าต้องทำนานแค่ไหนถึงจะหมดหนี้ครับ!"
"ตำแหน่งของคุณคือผู้ช่วยของเฉิงเหว่ย แต่เนื่องจากเฉิงเหว่ยดำรงตำแหน่งซีอีโอในบริษัท งั้นฉันจะคิดเงินเดือนตำแหน่งผู้ช่วยซีอีโอให้แล้วกันนะ ปกติในตลาดจะอยู่ที่หมื่นถึงสามหมื่น ฉันใจดีปัดให้คุณเป็นห้าหมื่นต่อเดือนเลย แถมโบนัสพนักงานดีเด่นกับโบนัสปลายปีให้ต่างหาก"
"ตีกลมๆ ว่าเดือนละหนึ่งแสนบาท สรุปแล้วคุณต้องทำงานให้ฉันแค่ 25 ปี เท่านั้นเองค่ะ"
กู้หยุนเฟิง: "..."
จินลู่เจิงถึงกับหลุดขำออกมาอย่างเสียมารยาท
"จินลู่เจิง! ฉันขอแนะนำให้นายหัดเป็นคนดีบ้างนะ!" กู้หยุนเฟิงโวยวาย
"อืม... ถ้าคิดว่านานไป ฉันก็มีทางลัดให้นะ" หร่วนชีชีพูดต่อ
"ช่วงนี้ฉันกำลังมองหาพื้นที่สำนักงานกับเคาน์เตอร์ในห้างอยู่พอดี ถ้าคุณจัดการเรื่องนี้ให้ฉันได้ ฉันจะลดหนี้ให้ทันทีสิบล้านค่ะ"
จริงๆ เธอก็ไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินสามสิบล้านนักหรอก แต่จะให้ยกหนี้ให้ฟรีๆ มันก็ไม่ใช่สไตล์
พอได้ยินแบบนั้น ตาของกู้หยุนเฟิงก็ลุกวาวทันที!
"คุณถามถูกคนแล้วละครับ! เรื่องอื่นผมอาจจะไม่เซียน แต่เรื่องอสังหาริมทรัพย์นี่ทางผมเลย!"
ก็ตระกูลกู้เริ่มต้นมาจากธุรกิจอสังหานี่นา ถึงช่วงปีหลังๆ ธุรกิจจะซบเซาจนที่บ้านกำลังมองหาลู่ทางใหม่ๆ ก็เถอะ
"ไหนลองว่ามาซิคะ?"
พอเห็นว่าปัญหาเรื่องออฟฟิศเริ่มมีทางออก อารมณ์ของหร่วนชีชีก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
กู้หยุนเฟิงหยิบมือถือขึ้นมาจิ้มๆ ครู่หนึ่งก่อนจะยื่นให้เธอดู มันคือตารางสรุปข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ทั่วประเทศ มีทั้งที่ขายไปแล้ว ที่ปล่อยเช่า และที่ยังว่างอยู่อย่างชัดเจน
"นี่คือโครงการทั้งหมดที่ครอบครัวผมมีส่วนเกี่ยวข้อง คุณต้องการแบบไหนบอกมาเลย เดี๋ยวผมกรองให้เองครับ"
"โอ้โห... นี่สิถึงจะเรียกว่าอาเสี่ยตัวจริง!"
หร่วนชีชีอุทานอย่างตื่นเต้น นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสบารมีลูกคนรวยแบบเต็มๆ ตา
"ชีชี... ไม่ใช่สิ ลูกพี่ชี อย่าล้อผมเล่นเลยครับ ผมไม่ใช่ลูกคนรวยอะไรหรอก อย่างมากก็แค่เพลย์บอยตกอับคนหนึ่ง"
เพราะเขามีพี่ชายแบกรับภาระบริษัทอยู่ข้างบน เขาถึงได้มาทำตัวเอาแต่ใจเปิดบาร์แบบนี้ได้
"ถ่อมตัวจังนะ เพลย์บอยที่ไหนจะตั้งใจเปิดบาร์ขนาดนี้ล่ะคะ"
กู้หยุนเฟิงเกาหัวแกรกๆ อย่างเขินอายเมื่อโดนชม "แฮะๆ... ลูกพี่ลองดูบ้านพวกนี้ก่อนสิครับ ถูกใจตรงไหนบอกผม เดี๋ยวผมรีบจัดคนไปเจรจาให้ทันทีเลยครับ"
แบบนี้ถือว่าเขาหาลูกค้าให้บริษัทที่บ้านได้ด้วยใช่ไหมเนี่ย? ยิ่งคิดกู้หยุนเฟิงก็ยิ่งมีพลัง! เรื่องนี้เขาเอาไปโม้ที่บ้านได้เป็นเดือนเลย!
"เอาแค่ในเมืองจิ่วเฉิงก่อนแล้วกัน ขอเป็นอาคารสำนักงานใจกลางเมืองกับตึกแถวทำเลดีๆ นะคะ"