- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 38: กลับสู่จิ่วเฉิง
ตอนที่ 38: กลับสู่จิ่วเฉิง
ตอนที่ 38: กลับสู่จิ่วเฉิง
สุดท้ายแล้วเฟิงอวี่ก็ไม่ได้ตอบคำถามนั้น เขาเพียงแค่ขับรถมุ่งหน้าไปข้างหน้าด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอและมั่นคง
“ถึงแล้วครับ ถ้าธุระเสร็จแล้วโทรหาผมนะ เดี๋ยวผมมารับ” ในเมื่อเขาเป็นคนพาเธอมา เขาก็ต้องรับผิดชอบพาส่งกลับให้ถึงที่อย่างปลอดภัย
หร่วนชีชีไม่ได้เซ้าซี้เรื่องธุระของเขา เธอเปิดประตูลงจากรถด้วยความกระปรี้กระเปร่า เพียงแค่ก้าวขาลงมาเธอก็เห็นป้ายชื่อถนนตรอกซีเหอเด่นหราอยู่บนกำแพง
เธอเดินตามหัวลูกศรไปได้ไม่นาน เสียงสวรรค์ที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นในหัว
[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับโฮสต์ เช็กอินสำเร็จ! เนื่องจากโฮสต์เช็กอินติดต่อกันครบ 16 วัน ระบบขอมอบรางวัลพิเศษ: กรรมสิทธิ์ที่ดินพื้นที่รกร้างทางตอนใต้ของตรอกซีเหอ เขตเมืองเก่าเมืองไห่เฉิง ทั้งหมดแต่เพียงผู้เดียวครับ! เชิญโฮสต์ตรวจสอบได้เลย]
หือ?! เธอเดาถูกจริงๆ ด้วย ระบบแจกที่ดินให้เธอจริงๆ! น่าเสียดายไปนิด ถ้าที่นี่คือเมืองจิ่วเฉิงล่ะก็ ปัญหาเรื่องทำเลที่ตั้งบริษัทใหม่ของเธอคงจบลงในพริบตา แต่ก็นะ... คนเราต้องรู้จักพอ แค่ได้ที่ดินในเมืองไห่เฉิงก็ถือว่าส้มหล่นใส่ถังโครมใหญ่แล้ว!
พื้นที่แถวนี้แทบไม่มีคนอาศัยอยู่เลย มีแม่น้ำกว้างร่วมร้อยเมตรไหลพาดผ่าน แถมอีกฝั่งของแม่น้ำยังมีภูเขาเรียงรายอยู่อีกหลายลูก การจะพัฒนาพื้นที่ทั้งหมดนี้ นอกจากจะต้องใช้เงินมหาศาลแล้ว ยังต้องวางแผนให้รอบคอบสุดๆ
ถ้าพัฒนาเขาพวกนั้นดีๆ ล่ะก็ กำไรมหาศาลอยู่แค่เอื้อม แต่ถ้าทำพลาด... ก็ขาดทุนยับเหมือนกันแฮะ หร่วนชีชีเดินสำรวจคร่าวๆ อยู่ครึ่งชั่วโมงเพื่อประเมินความคุ้มค่า ก่อนจะส่งข้อความวีแชตหาเฟิงอวี่ แล้วแวะเข้าร้านบะหมี่แถวนั้นนั่งรอสารถีสุดหล่อมารับ
ไม่เกิน 10 นาที เฟิงอวี่ก็ขับรถมาถึงอย่างรวดเร็ว ตลอดทางเขายังคงรักษาคอนเซปต์หนุ่มมาดนิ่ง ไม่หลุดปากพูดสักคำว่าเขาแอบไปทำธุระที่ไหนมา ส่วนหร่วนชีชีที่เข็ดจากการพยายามชวนคุยรอบที่แล้ว ก็นั่งเงียบกริบเป็นเป่าสากไปตลอดทางจนถึงย่านเจียงจิน
หลังจากส่งหร่วนชีชีเข้าลิฟต์อย่างปลอดภัย เฟิงอวี่ก็ขับรถไปจอดที่หน้า ตึก 002 เพราะพรุ่งนี้เช้าเขาต้องขึ้นเครื่องกลับจิ่วเฉิงแล้ว
ทางด้านหร่วนชีชี หลังจากอยู่เป็นเพื่อนหร่วนเฉิงหลินและหลิวเหวินเหยียนต่ออีกสองวัน เธอก็เตรียมตัวกลับจิ่วเฉิงเช่นกัน ในเมื่อตัดสินใจจะเริ่มธุรกิจของตัวเองแล้ว ยิ่งเริ่มเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดี!
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เธอเช็กอินและได้รับยาสีฟันเพื่อฟันขาววิ้ง 1 ลัง (200 หลอด) และชาใสนัยน์ตาเบิกบาน อีก 1 ลัง แม้รางวัลจะดูซอฟต์ลง แต่เธอก็แฮปปี้
จุดเช็กอินในวันที่เธอกลับถึงจิ่วเฉิง คือลานจอดรถของสนามบินนานาชาติในจิ่วเฉิง
อืม... รถ บีเอ็มดับเบิลยู M5 ของเธอนอนเหงาอยู่ที่นั่นตั้งนาน ไม่รู้ฝุ่นจะเกาะจนกลายเป็นรถมือสองไปหรือยังนะ
ขากลับนี้หร่วนชีชีเดินทางแบบตัวปลิว ผิดกับตอนขามาที่หิ้วพะรุงพะรัง เพราะหลิวเหวินเหยียนจัดการส่งพวกของกินของใช้พื้นเมืองผ่านไปรษณีย์ตามไปให้หมดแล้ว
ทันทีที่เครื่องแลนดิ้ง ฉีอวิ๋นเหอที่ได้รับข้อมูลการจองตั๋วของเธอก็รีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่วีไอพีมาคอยอำนวยความสะดวกทันที ลูกค้าระดับซูเปอร์บิ๊กเบิ้มที่จ่ายค่าบำรุงรักษาเครื่องบินปีละเป็นร้อยล้านแบบนี้ ต้องดูแลให้เหมือนเจ้าหญิงเท่านั้น!
ผลที่ตามมาคือ... หร่วนชีชีเดินออกจากสนามบินท่ามกลางวงล้อมของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่คอยกันฝูงชนให้ดูอลังการยิ่งกว่าซุปตาร์ระดับโลกเสียอีก! ในยุคที่โซเชียลไวปานสายฟ้าแลบ ภาพเหตุการณ์นี้ถูกถ่ายคลิปและไลฟ์สดจนเริ่มติดอันดับคำค้นหายอดฮิตอย่างรวดเร็ว
#การ์ดสนามบินแห่ล้อมคุ้มกัน #ดาราใหม่หรือตัวแม่ตกกระป๋อง? บอดี้การ์ดเยอะกว่าแฟนคลับไปอีก #วิธีแจ้งเกิดแบบใหม่?
แท็กมั่วซั่วโผล่มาเพียบ แต่โชคดีที่หร่วนชีชีสวมหน้ากากอนามัยและแว่นกันแดดบดบังใบหน้าไว้เกือบหมดเพราะแดดมันแรง เธอจึงรอดพ้นจากการถูกเปิดเผยตัวตนไปได้หวุดหวิด
ขณะที่เธอกำลังเดินไปที่ลานจอดรถ เสียงระบบก็ดังขึ้นพร้อมข่าวดี
[ติ๊ง! ยินดีด้วยครับโฮสต์ เช็กอินติดต่อกันครบ 19 วัน! รับรางวัลใหญ่: รถซูเปอร์คาร์ลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์1 คัน! โดยรถจะถูกส่งไปที่วิลล่าหมายเลข 1 ภายในวันนี้ครับ เชิญโฮสต์รอรับความเท่ได้เลย!]
ลัมโบร์กินี?! นี่เป็นครั้งแรกที่ระบบแจกซูเปอร์คาร์ให้เธอ แถมยังเป็นสีเหลืองสว่างจ้าที่มองเห็นมาแต่ไกลจากดาวอังคาร! แม้ในใจจะอยากกรี๊ดแค่ไหน แต่ภายนอกหร่วนชีชียังคงรักษาลุคคุณหนูผู้สูงศักดิ์เอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
“ช่วงที่คุณไม่อยู่ ผมจัดเจ้าหน้าที่มาทำความสะอาดภายนอกรถให้เรียบร้อยแล้วครับ หากมีปัญหาอะไรคุณหร่วนสอบถามได้ตลอดเลยนะครับ” เจ้าหน้าที่เอ่ยอย่างนอบน้อมพร้อมส่งกระเป๋าเดินทางให้เธอ
“ขอบคุณมากค่ะ ทำได้ดีมาก” หร่วนชีชีพยักหน้าเบาๆ นี่สินะ... ความสุขของการรวยระดับพันล้าน ขนาดจอดรถทิ้งไว้เฉยๆ ยังมีคนมาดูแลประคบประหงมให้เสร็จสรรพ!
เธอรีบบึ่งรถกลับไปที่วิลล่าหมายเลข 1 ทันที เพราะใจมันลอยไปหาลูกรักคันใหม่เรียบร้อยแล้ว และพอเท้าเหยียบถึงบ้าน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี... หน้าจอโชว์ชื่อ ‘เสี่ยวชิง’
พนักงานขายจากโชว์รูมบีเอ็มคนนั้นเหรอ? รู้ได้ไงว่าเธอกลับมาวันนี้เนี่ย? หร่วนชีชีขมวดคิ้วเล็กน้อยแต่ก็กดรับสาย
“สวัสดีค่ะ...”
“สวัสดีค่ะคุณหร่วน! เสี่ยวชิงนะคะ ที่คุณหร่วนซื้อรถบีเอ็มกับฉันคราวก่อนไงคะ”
“ค่ะ จำได้ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“คือตอนนี้ฉันย้ายมาทำที่โชว์รูมลัมโบร์กินีแล้วค่ะ รถลัมโบร์กินี อเวนทาดอร์สีเหลืองที่คุณหร่วนสั่งไว้มาส่งถึงหน้าหมู่บ้านเซิ่งซื่อเทียนจิ่งแล้วค่ะ แต่รปภ. ต้องการให้คุณหร่วนยืนยันก่อนถึงจะยอมให้พวกเราเข้าไปค่ะ”
ย้ายมาลัมโบร์กินี? อะไรมันจะประจวบเหมาะปานนั้น! “โอเคค่ะ รอสักครู่ เดี๋ยวฉันแจ้งนิติให้”
หลังจากยืนยันเรียบร้อย เสี่ยวชิงก็รีบพารถคันงามเข้ามาส่งถึงที่ “คุณหร่วนคะ! นี่คือรถที่คุณสั่งค่ะ ผ้าคลุมรถยังไม่ได้แกะเลย คุณหร่วนอยากจะตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนไหมคะ?”
หร่วนชีชีเดินวนรอบรถด้วยหัวใจที่เต้นรัว ลองเข้าไปนั่งและสตาร์ทเครื่องยนต์ฟังเสียงกระหึ่มของมันดู พอเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไร เธอจึงตวัดลายเซ็นลงในใบรับรถ
“วันนี้แดดร้อนมาก ลำบากพวกคุณแล้วนะคะ พอดีฉันเพิ่งกลับมาถึงที่บ้านเลยยังไม่มีอะไรติดตู้เย็นเลย... นี่ค่ะ ถือว่าเป็นค่าขนมเล็กๆ น้อยๆ ไปหาชานมเย็นๆ ทานกันนะคะ” เธอหยิบปึกแบงค์สีแดงออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้
ถึงยุคนี้จะสแกนจ่ายกันหมดแล้ว แต่หร่วนชีชีก็ยังติดนิสัยพกเงินสดติดกระเป๋าไว้อย่างน้อย 2,000 หยวนเสมอเพื่อกันเหนียว และตอนนี้แบงค์เหล่านั้นก็ไปอยู่ในมือของเสี่ยวชิงและพนักงานส่งรถที่ตาโตเท่าไข่ห่าน! แบ่งกันคนละพันหยวน... นี่มันทิปหนักยิ่งกว่าไปทำงานเมืองนอกอีกนะเนี่ย!
“เอ่อ... คือ...” เสี่ยวชิงอึกอัก แม้ในใจจะอยากคว้าไว้แทบแย่ แต่เธอก็ยังเกรงใจ เพราะคราวก่อนก็ได้ของแบรนด์เนมจากคุณหนูหร่วนมาตั้งสองชิ้นแล้ว
“รับไปเถอะค่ะ แบ่งกันนะ ฉันเพิ่งลงเครื่องมาอยากพักผ่อนแล้ว คงไม่สะดวกรับแขกต่อ”