- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 24: จู่ๆ ก็อยากเป็นคนว่างงานขึ้นมาซะงั้น!
ตอนที่ 24: จู่ๆ ก็อยากเป็นคนว่างงานขึ้นมาซะงั้น!
ตอนที่ 24: จู่ๆ ก็อยากเป็นคนว่างงานขึ้นมาซะงั้น!
ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ค่อยๆ เปิดกล่องของขวัญที่หร่วนชีชีขนมาวางตรงหน้า เมื่อเห็นโฉนดอสังหาริมทรัพย์ปึกใหญ่ข้างใน ทั้งห้องนั่งเล่นก็ตกอยู่ในความเงียบกริบทันที
“ไหนลูกบอกว่าซื้อบ้านด้วยไง? นี่มันมีแต่อาคารสำนักงานกับตึกแถวทั้งนั้นเลย แล้วโฉนดบ้านพักอาศัยอยู่ไหนล่ะ?” หลิวเหวินเหยียนพลิกดูทีละใบแล้วเงยหน้าขึ้นถามเมื่อไม่พบสิ่งที่มองหา
“อ๋อ... ใบนั้นหนูไม่ได้หยิบมาด้วยค่ะ พอดีซื้อตู้เซฟไว้ที่โน่นเลยเก็บไว้ข้างในน่ะค่ะ”
ชีชีนึกขึ้นได้ว่าเธอลืมหยิบโฉนดของวิลล่าหมายเลข 1 ใส่กระเป๋ามาด้วย แต่ก็ถือว่าโชคดีไป เพราะวิลล่านั่นแค่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าราคามหาศาล ขืนเอาออกมาตอนนี้มีหวังอธิบายกันยาวจนคอแห้งแน่ๆ!
“งั้นก็เอาพวกนี้กลับไปด้วยเถอะ เดี๋ยวค่อยเอาไปเก็บในตู้เซฟรวมกัน” หลิวเหวินเหยียนส่งโฉนดทั้งสามคืนให้ลูกสาว ของมีค่าระดับนี้เก็บไว้ในเซฟน่ะปลอดภัยที่สุดแล้ว
“ลูกคิดถูกแล้วที่ซื้อตึกซื้อร้านไว้เก็บค่าเช่า แต่ถึงจะมีเงินก็ห้ามใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนะ เรื่องรถที่ซื้อมาแล้วแม่จะไม่ว่าอะไร แต่ทีหลังห้ามใช้เงินเป็นเบี้ยแบบนี้อีกล่ะ เก็บเงินที่หามาได้ไว้ใช้เองเถอะ พ่อกับแม่ยังมีงานทำ ยังไม่ถึงเวลาที่ลูกจะต้องมาเลี้ยงดูพวกเราหรอกนะ”
แม้หลิวเหวินเหยียนจะปลาบปลื้มใจจนเนื้อเต้นที่ลูกสาวกตัญญูขนาดนี้ แต่เธอก็อดห่วงไม่ได้ เพราะค่าครองชีพในเมืองจิ่วเฉิงน่ะสูงลิบลิ่ว
“โถ่แม่... เชื่อมือชีชีเถอะค่ะ หนูไม่ได้ใช้เงินทิ้งขว้างนะ แค่ค่าเช่าจากตึกกับร้านพวกนี้ หนูได้รับเน้นๆ เดือนละล้านกว่าหยวนแล้วค่ะ ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินเลยจริงๆ”
‘เดือนละล้าน!ตัวเลขนี้สำหรับครอบครัวธรรมดามันคือเงินจำนวนมหาศาลชัดๆ! พอได้ยินยอดเงินค่าเช่าต่อเดือน สองสามีภรรยาตระกูลหร่วนก็ใบ้กินไปอีกรอบ
“ลูก... แล้วแต่ลูกเลยแล้วกันนะ”
หร่วนเฉิงหลินและหลิวเหวินเหยียนสบตากัน: จู่ๆ ก็รู้สึกอยากลาออกมานั่งกินนอนกินให้ลูกเลี้ยงขึ้นมาตะหงิดๆ แฮะ!
“หนูยังมีของอย่างอื่นมาฝากอีกนะ รอแป๊บค่ะ!”
ชีชีรีบวิ่งกลับเข้าห้องไปรื้อของจากกระเป๋าสามใบนั้นออกมาหอบใหญ่ แล้วกลับมาเทลงบนโซฟาจนพูนเป็นภูเขาเลากา
“อันนี้ของพ่อ อันนี้ของแม่ อันนี้ก็ของแม่... ส่วนชิ้นนี้ของพ่อค่ะ!” ชีชีแยกกองของขวัญให้ทั้งคู่ทีละชิ้นอย่างขยันขันแข็ง
“ลองใส่ดูนะคะว่าพอดีไหม พวกนาฬิกากับเครื่องประดับถ้าแม่ไม่ชอบ... ก็เอาไปแจกคนอื่นหรือวางทิ้งไว้ก็ได้ค่ะ” ยังไงเธอก็ไม่เอาไปคืนร้านแน่นอน!
“กลับมาบ้านแท้ๆ จะซื้อของมาเยอะแยะทำไมเนี่ย จริงๆ เลยนะเรา...” แม้ปากจะบ่นแต่ใบหน้าของหลิวเหวินเหยียนกลับเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม
ช่วงนี้ลูกของน้องชายเธอกำลังจะจัดงานเลี้ยงฉลองที่สอบเข้าโรงเรียนดีๆ ได้พอดี ชุดใหม่พวกนี้ช่างมาได้จังหวะเป๊ะจริงๆ!
ทันใดนั้น สายตาของหลิวเหวินเหยียนก็เหลือบไปเห็นกล่องของขวัญสุดหรูใบหนึ่ง มือเธอไวเท่าความคิดรีบเปิดฝาออกทันที สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาคือผ้าไหมซาตินสีเขียวอ่อน งานปักบนเนื้อผ้านั้นประณีตงดงามเกินกว่าจะเป็นงานจักรทั่วไป
เธอค่อยๆ หยิบมันขึ้นมาคลี่ออก มันคือชุดกี่เพ้าสีเขียวอ่อนที่ตัดเย็บอย่างวิจิตรบรรจง
“นี่มัน...” ด้วยวัยของเธอ สีเขียวอ่อนแบบนี้จะดูไม่สมวัยไปหน่อยหรือเปล่านะ?
“เป็นไงคะ? ชุดนี้ชีชีตั้งใจเลือกให้แม่โดยเฉพาะเลยนะ หนูว่ามันเหมาะกับแม่มากกก แล้วหนูก็เลือกชุดถังจวงสีเข้าชุดกันมาให้พ่อด้วยค่ะ” พูดจบชีชีก็แอบส่งซิกขยิบตาให้คุณพ่อหนึ่งที
หร่วนเฉิงหลินที่ตอนแรกไม่ได้คิดอะไร พอเห็นลูกสาวส่งสัญญาณมาเขาก็เข้าใจทันที มุมปากยกยิ้มกว้างกว่าเดิม ลูกสาวเขานี่มันช่างรู้ใจจริงๆ!
“ไม่เห็นจะดูไม่ดีตรงไหนเลย ผิวคุณก็ขาว ใส่สีนี้ขับผิวจะตาย”
ปกติหลิวเหวินเหยียนดูแลสุขภาพและออกกำลังกายสม่ำเสมอ แม้จะอายุเข้าเลขสี่แต่หุ่นเธอยังเช้งกระเด๊ะราวกับสาวๆ ครอบครัวสุขสันต์สามคนพ่อแม่ลูกใช้เวลาแกะของขวัญกันจนเพลิน รู้ตัวอีกทีก็บ่ายโมงตรงเป๊ะ
หลิวเหวินเหยียนสะบัดมือประกาศกร้าวทันทีว่าวันนี้ทั้งบ้านจะออกไปหาอะไรอร่อยๆ กินกันข้างนอก ถือเป็นการเลี้ยงฉลองต้อนรับชีชีกลับบ้านอย่างเป็นทางการ!
สามสิบนาทีต่อมา รถเมอร์เซเดสเบนซ์เอสคลาสสีดำขลับสุดหรูก็แล่นเข้าไปจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ในลานจอดรถหน้าภัตตาคารไป่เว่ย