- หน้าแรก
- ระบบเช็คอินพลิกชีวิต เมื่อระบบบังคับให้ฉันต้องรวย
- ตอนที่ 6: ถอนฟืนใต้กระทะ... กอดขาอาเจ๊ผู้ร่ำรวย
ตอนที่ 6: ถอนฟืนใต้กระทะ... กอดขาอาเจ๊ผู้ร่ำรวย
ตอนที่ 6: ถอนฟืนใต้กระทะ... กอดขาอาเจ๊ผู้ร่ำรวย
เพื่อไม่ให้ตัวตนถูกเปิดเผย หร่วนชีชีได้ส่งข้อความหาหวังโจวไว้ล่วงหน้าแล้วว่าห้ามทักทายเธอเด็ดขาดเมื่อเจอหน้า ให้ทำเหมือนเธอเป็นธาตุอากาศไปเลย
พอกดส่งเสร็จและได้รับการตอบรับเรียบร้อย หร่วนชีชีก็เก็บมือถือลงด้วยความสบายใจ
กลุ่มพนักงานออฟฟิศจอมเนียนเดินตรงไปยังเซ็นจูรี่พลาซ่าอย่างโอ่อ่า หลายคนมีสีหน้าตื่นเต้นระริกระรี้สุดๆ
ทันทีที่ถึงโซนอาหารของห้าง กลุ่มคนพวกนี้ก็ไม่มีใครคิดจะถามความเห็นของหร่วนชีชีเลยสักคำ พวกเขาต่างคนต่างพูดแย่งซีนกัน จนสุดท้ายก็สรุปได้ว่าจะไปลงเอยกันที่ร้านอาหารตะวันตกชื่อดังอย่าง "ซัมเมอร์ เอ็นเคาน์เตอร์"
ในเมื่อตั้งอยู่ในห้างหรูอย่างเซ็นจูรี่พลาซ่า การตกแต่งของร้านซัมเมอร์ เอ็นเคาน์เตอร์ย่อมไม่ธรรมดา ผนังด้านที่ติดถนนเป็นกระจกใสตั้งแต่พื้นจรดเพดาน ทำให้มองเห็นวิวเมืองได้กว้างสุดลูกหูลูกตา
สไตล์การตกแต่งเน้นความมินิมอลทันสมัย แต่มีการแซมด้วยกระถางต้นไม้และไม้เลื้อยสีเขียวขจี ดูมีชีวิตชีวาจนทำให้คนที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกผ่อนคลายและสบายใจ
ในขณะที่คนอื่นๆ กำลังตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งร้าน หลี่เหวินจิ้งก็ค่อยๆ ขยับมาใกล้หร่วนชีชีแล้วกระซิบถาม "ชีชี เธอจะเลี้ยงคนกลุ่มนี้จริงๆ เหรอ?"
"ดูแวบเดียวก็รู้ว่าแพงหูฉี่ เราหาจังหวะชิ่งหนีกันตอนนี้เลยดีไหม?"
เธอไม่ได้ติดใจว่าจะต้องกินที่เซ็นจูรี่พลาซ่าขนาดนั้น เพราะเห็นแก่กระเป๋าตังค์เพื่อนมากกว่า
"วางใจเถอะน่า ฉันรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่" หร่วนชีชียิ้มกริ่ม
ไม่มีใครหน้าไหนจะมาไถเงินจากเธอได้แม้แต่หยวนเดียว ถ้าเธอไม่เต็มใจจะให้!
เมื่อเห็นหร่วนชีชีดูผ่อนคลาย ไม่มีความกังวลแม้แต่นิดเดียว หลี่เหวินจิ้งจึงค่อยๆ ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
"โอเค ฉันเชื่อเธอนะ แต่ยังไงก็ระวังตัวด้วยล่ะ ใครจะไปรู้ว่าคนพวกนี้จะแผลงฤทธิ์อะไรออกมาอีก"
คนกลุ่มนั้นนั่งลงที่โต๊ะแบบตามใจฉัน แล้วเริ่มสั่งอาหารกันอย่างเมามัน
พวกเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิดว่าเด็กฝึกงานอย่างหร่วนชีชีจะมีปัญญาจ่ายค่าอาหารมื้อแพงระยับนี่จริงไหม
สั่งกันไปสั่งกันมา ไม่นานรายการอาหารก็ถูกส่งไปที่ครัว ส่วนหร่วนชีชีที่เป็น "เจ้ามือ" (แบบถูกมัดมือชก) น่ะเหรอ? แม้แต่เมนูก็ยังไม่ได้แตะเลยสักนิด!
หร่วนชีชีได้แต่ถอนหายใจซ้ำๆ... อย่างที่คิดไว้เลย ความหน้าด้านของคนเราเนี่ย มันทำลายสถิติใหม่ได้ทุกวันจริงๆ
อาจจะเพราะได้มากินข้าวในที่หรูๆ แบบเซ็นจูรี่พลาซ่าล่ะมั้ง พนักงานกลุ่มนี้เลยรู้สึกพองตัว เริ่มคุยโม้โอ้อวดถึงความสำเร็จของตัวเองกันยกใหญ่
หร่วนชีชีเห็นว่านี่แหละคือโอกาสทอง เธอจึงแอบสะกิดแขนหลี่เหวินจิ้ง
"จิ้งจิ้ง เมื่อกี้ฉันดื่มน้ำผลไม้เยอะไปหน่อย อยากไปเข้าห้องน้ำจัง ไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ"
หลี่เหวินจิ้งไม่ยอมปล่อยให้หร่วนชีชีไปคนเดียวอยู่แล้ว จึงพยักหน้าตกลงทันทีโดยไม่สงสัยอะไร
ทว่าขณะที่เดินออกมา หลี่เหวินจิ้งก็เริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ไหนว่าจะไปห้องน้ำไง? แล้วทำไมเราถึงเดินเข้าลิฟต์ล่ะ? โซนอาหารไม่มีห้องน้ำหรือยังไงกัน?
"ชีชี เรามาผิดทางหรือเปล่า?"
ทางที่เดินอยู่ตอนนี้ดูไม่เหมือนทางไปห้องน้ำเลยสักนิด แต่มันคือเขตพื้นที่ทำงานของฝ่ายบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของเซ็นจูรี่พลาซ่าชัดๆ!
"ไม่ผิดหรอกจ้ะ นี่คือแผนกบริหารจัดการ เดี๋ยวเราจะออกไปทางเส้นทางเฉพาะสำหรับพนักงานกัน"
ถึงตอนนี้มีหรือที่หลี่เหวินจิ้งจะไม่เข้าใจ? ยัยเพื่อนตัวแสบของเธอกำลังใช้แผนถอนฟืนใต้กระทะ(ตัดไฟแต่ต้นลม) ทิ้งให้คนพวกนั้นค้างเติ่งอยู่บนโต๊ะอาหารน่ะสิ!
มุกนี้บอกเลยว่าพวกเจ้าพนักงานจอมไถต้องจำไปจนวันตายแน่ๆ
"ร้ายนักนะ! ดูซิว่าหลังจากนี้พวกนั้นยังจะกล้ามาขอให้เธอเลี้ยงข้าวอีกไหม"
"จะไปกินที่อื่นฉันจะไม่ว่าเลย แต่นี่คือเซ็นจูรี่พลาซ่า! ไปเอาความมั่นหน้ามาจากไหนกันก็ไม่รู้!" หลี่เหวินจิ้งบ่นอุบด้วยความแค้นเคืองแทนเพื่อน
"จิ้งจิ้ง หลังจากเรื่องนี้ฉันคงไม่อยู่บริษัทนี้ต่อแล้วล่ะ บริษัทที่ให้ใบรับรองการฝึกงานได้ไม่ได้มีแค่ที่นี่ที่เดียวสักหน่อย"
เธอเพิ่งเริ่มฝึกงานได้ไม่นาน ถ้าที่นี่มันบูด เธอก็แค่หาที่ใหม่
แต่สิ่งที่เธอห่วงมากกว่าคือหลี่เหวินจิ้ง เพราะถ้าเธอชิ่งหนีไปหลังจากก่อเรื่องนี้ คนพวกนั้นต้องหันไปรุมสกรัมหลี่เหวินจิ้งแทนแน่ๆ
"ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่า ฉันไม่ได้หวังพึ่งเงินเดือนน้อยนิดนั่นเพื่อประทังชีวิตสักหน่อย บริษัทมีตั้งเยอะแยะ ถ้ามันอยู่ไม่ได้จริงๆ เราก็แค่ย้ายที่!"
พอได้ยินหลี่เหวินจิ้งพูดแบบนั้น หร่วนชีชีก็กวาดสายตามองเพื่อนรักตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเธอก็เพิ่งสังเกตเห็นว่า... ชุดที่ยัยนี่ใส่อยู่เนี่ย ราคามันไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ!
ลำพังเงินเดือนพนักงานประจำแค่เจ็ดแปดพันหยวน ไม่มีทางเปย์ของหรูขนาดนี้ได้แน่ๆ
"ที่แท้เธอก็เป็นพวกคมในฝักนี่เอง! อาเจ๊ขา... ให้ชีชีคนนี้กอดขาอ้อนหน่อยได้ไหมคะ?"
หร่วนชีชีคว้าแขนหลี่เหวินจิ้งมาถูไถอย่างออดอ้อนทันที
"มามะๆ ให้กอดให้ไว! เดี๋ยวพี่สาวคนนี้จะเปย์สตาร์บัคส์ให้เธอเอง!"
หลี่เหวินจิ้งโบกมืออย่างป๋า สิบนาทีต่อมา ทั้งคู่ก็เดินถือแก้วสตาร์บัคส์กันคนละแก้วอย่างสบายใจเฉิบ