เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 63 แขกผู้มาเยือน

บทที่ 63 แขกผู้มาเยือน

บทที่ 63 แขกผู้มาเยือน


"จอมพลกองทัพทหารตะวันตก!"

นัยน์ตาของเจียงอี้เปล่งประกาย ชายผู้นั้นเป็นเหมือนเทพในตำนาน ความแข็งแกร่งที่ไม่มีใครเทียบเท่า เจียงอี้เคารพเขาตั้งแต่ยังเป็นเด็กและคิดว่าเขาเป็นบุรุษที่แท้จริง เป็นวีรบุรุษที่ยิ่งใหญ่ แน่นอนว่าจอมพลนั้นเป็นดั่งรูปเคารพของชายหนุ่มที่นับไม่ถ้วนในอาณาจักรเสินหวู่ เขายังเป็นคนในฝันของหญิงสาวนับไม่ถ้วนอีกด้วย

“บุตรของจอมพลกองทัพทหารตะวันตก?”

คิ้วของเจียงอี้ขมวดอย่างรวดเร็ว เหตุใดบุตรของจอมพลแห่งกองทัพทหารตะวันตกจึงทำให้เจียงอี้มีความรู้สึกขุ่นเคืองและรังเกียจได้? ความรู้สึกเช่นนี้ช่างคลุมเครือและไร้สาระนัก! นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นเจียงนี่หลิว เขานั้นเรียบร้อยและมีความสุภาพมาก...แน่นอน เขาไม่ได้ดูเหมือนคนที่จะรังเกียจผู้อื่นได้

เขาไตร่ตรองสักครู่ก่อนที่จะเปิดม่านอีกครั้งเพื่อมองเจียงนี่หลิวที่อยู่ห่างไกล

"คำนับท่านฝู ท่านหลิว!"

เจียงนี่หลิวแตะพื้นแล้วยืนอยู่หน้าโรงเตี๊ยม เขาพยักหน้าให้ผู้อาวุโสฝูและตัวแทนอีกคนก่อนจะยิ้มให้แม่นางซู "พวกท่านทั้งสามคงเดินทางมาเหนื่อย ให้ข้าพาพวกท่านไปทานอาหารเลิศรสเพื่อผ่อนคลายเถอะขอรับ"

"ฝ่าบาท ท่านถ่อมตนเกินไปแล้ว!"

ผู้อาวุโสลูบเคราและพยักหน้า เขาพอใจกับมารยาทที่อ่อนน้อมถ่อมตนของเจียงนี่หลิว เขาที่มีสถานะเป็นทายาทของท่านจอมพลและเป็นถึงศิษย์สำนักอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ เขาสามารถเพิกเฉยตัวแทนทั้งสองคนนี้ได้ แน่นอนว่าพวกเขารู้ว่าพวกเขาอยู่ด้วยกันกับแม่นางซู เจียงนี่หลิวมีสิ่งอื่นในใจเขาเสียมากกว่า

คนผู้นี้เหิมเกริมนัก!

เจียงอี้ใช้เวลามองเพียงไม่กี่ครั้งเพื่อทำความเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เจียงนี่หลิวเป็นเพียงศิษย์สำนัก แม้ว่าเขาจะเป็นบุตรชายของจอมพลกองทหารตะวันตก เขาก็กล้าที่จะตามแม่นางซูอย่างเปิดเผยเช่นนั้นหรือ?

เจียงอี้ต้องยอมรับว่าแม่นางซูนี้มีความงามที่สามารถทำลายอาณาจักรและเมืองต่างๆได้ โดยเฉพาะความเย็นชาของนางที่ทำให้ทุกคนรู้สึกห่างเหินไปไกล ซึ่งมันกลายเป็นความฝันและความปรารถนาที่จะพิชิตใจนางจากชายอื่นๆ แต่นางก็ยังเป็นตัวแทน ศิษย์สำนักจะมาตามตัวแทนเช่นนี้ได้อย่างไร และยังทำสิ่งนี้ในที่สาธารณะอีก

"ฝ่าบาท ท่านถ่อมตนเกินไป!"

แม่นางซูไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ นางพูดคำเดียวกับผู้อาวุโสฝู แต่ความหมายของนางนั้นแตกต่างอย่างสิ้นเชิง นางหันหลังกลับและเดินเข้าไปในโรงเตี๊ยมและกล่าว "ข้าค่อนข้างเหนื่อย ต้องขอตัวไปพักผ่อน ท่านไปทานอาหารเถอะ"

ผู้อาวุโสฝูและตัวแทนคนอื่นอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างอึดอัด แต่เจียงนี่หลิวยังคงยิ้มแย้มแจ่มใสและพยักหน้า "แน่นอนรั่วเสวี่ย โปรดพักผ่อนเยอะๆ พวกท่านโปรดเชิญทางนี้ ข้าจะพาไปทานอาหารอย่างดีเลยขอรับ "

"ทายาทผู้นี้ช่างมีความเฉลียวฉลาดนัก!"

เจียงอี้มองเจียงนี่หลิวอย่างใกล้ชิด เขาถอนหายใจเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าใบหน้าของเจียงนี่หลิวไม่มีนัยแห่งความไม่พอใจ แม่นางซูไม่ได้แสดงความขอบคุณต่อทุกคน แต่เขาไม่ได้โกรธแม้แต่นิดเดียว? หากเขาไม่ได้มีนิสัยที่ดี เช่นนั้นความสุขุมของเขาคงเย็นชาอย่างแท้จริง

ฮ่าฮ่าฮ่า!

ในขณะที่รถม้าของเขาผ่านประตูทางเข้าของโรงเตี๊ยม เจียงอี้เห็นแม่นางซูมุ่งหน้าไปยังชั้นสอง หัวใจของเขามีความสุขที่อธิบายไม่ได้ ดูเหมือนว่าจะทำให้เขาพึงพอใจเมื่อเขาเห็นเจียงนี่หลิวถูกปฏิเสธเช่นนี้

เอ๊ะ? เกิดอะไรขึ้น? ทำไมข้าถึงมีความคิดเช่นนั้น ข้าไม่ได้รู้จักเจียงนี่หลิวเสียหน่อย ทำไมข้าถึงวิจารณ์เขาเช่นนี้ ไม่ ข้าทำเช่นนี้ไม่ได้ เขาเป็นถึงลูกจอมพล หากข้าทำให้เขาขุ่นเคือง คงจะมีผลกระทบร้ายแรง!

เจียงอี้ใจสั่นอย่างกะทันหันในขณะที่เขาปิดม่านอย่างรวดเร็วและหยุดมอง เขาหันกลับมามองเจียงเสี่ยวนู๋ที่หลับไหลและเตือนตัวเองให้อยู่ไกลจากคนผู้นี้และพยายามคิดว่าเขามาที่นี่เพื่อช่วยชีวิตนาง

"ครืด-"

หนึ่งชั่วโมงต่อมารถม้าถูกพาเข้าไปในลานกว้างทางด้านเหนือของเมือง เจียงหยุนไฮ่มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าขณะยืนขึ้นและพูดกับเจียงอี้ว่า "นำเสี่ยวนู๋ออกมาเถอะ เราถึงบ้านแล้ว"

เจียงอี้ตื่นเต้น เขาอุ้มเสี่ยวนู๋และตามเจียงหยุนไฮ่ออกจากรถ เขาเห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ข้างๆ เมื่อพวกนั้นเห็นพวกเขาสองคนลงจากรถม้าพวกเขาก็คุกเข่าทันที "ยินดีต้อนรับนายท่านและนายน้อย!"

“ฮะ…”

นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงอี้ได้รับการต้อนรับเช่นนี้ในขณะที่เจียงหยุนไฮ่คุ้นเคยกับมันและโบกมือของเขา เขามองทหารผ่านศึกที่สวมเสื้อคลุมของผู้ดูแล "เฒ่าเหอ หาคนที่จะพาคุณหนูไปที่ห้องของนาง พานายน้อยไปที่ห้องอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา แล้วเตรียมอาหารกลางวันให้ที"

เจียงหยุนไฮ่เห็นได้ว่าเจียงอี้อยู่ในสภาวะสับสน เขาหัวเราะ. "ใต้เท้าน้อย ข้าขอให้โถงวรยุทธซื้อคฤหาสน์แห่งนี้ก่อนหน้านี้ และต่อจากนี้ไปนี่จะเป็นบ้านของเราเราจะไม่กลับไปที่เมืองเทียนอวี่อีก"

"เอ๋!"

เจียงอี้ยิ้มและส่งเจียงเสี่ยวนู๋ให้กับสาวใช้ จากนั้นเขาก็ตามเฒ่าเหอไปที่สนามหลังบ้าน เจียงอี้สังเกตสภาพแวดล้อมของเขาขณะที่เขาเดิน เขาตระหนักว่าคฤหาสน์แห่งนี้ใหญ่โตและสวยงาม มันมีศาลาเหนือน้ำ สวนหินที่มีต้นไม้และดอกไม้สีแดง..มีสระน้ำขนาดเล็กอยู่กลางลาน เขาไม่สามารถจินตนาการได้ว่า เจียงหยุนไฮ่จะใช้เงินซื้อคฤหาสน์นี้ไปเท่าไร

"นายน้อย นี่คือตำหนักของท่าน ข้าจะนำสาวใช้มาทีหลัง ท่านโปรดอาบน้ำก่อนนะขอรับ!"

ร่างกายของเขาค่อนข้างอ่อนแอ แต่มีรอยยิ้มที่น่ารักบนใบหน้าของเขา เขาพาเจียงอี้มาที่ตำหนักสองชั้นที่สง่างาม ภายในนั้น ชั้นเดียวมีสี่ถึงห้าห้องซึ่งมันฟุ่มเฟือยอย่างมาก

"นั่นไม่จำเป็น!"

เจียงอี้ไม่เคยมีคนรับใช้มาคอยดูแลและเขาคาดว่าอีกไม่นานเขาก็จะเข้าไปอยู่ที่สำนักจิตอสูรหลังจากการชำระโลหิตแล้ว ดังนั้นเขาจึงปฏิเสธข้อเสนอที่ดีของพวกเขา

เจียงอี้สวมเสื้อคลุมปักลายสีเขียวใหม่เอี่ยมหลังอาบน้ำเสร็จ รูปลักษณ์ทั้งหมดของเขากลายเป็นเรียบร้อยและสง่า มันเป็นความจริงอย่างแท้จริงว่ามนุษย์พึ่งพาการแต่งกายของพวกเขาให้ดูดีขึ้น

สถานการณ์บางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด เฒ่าเหอเข้ามารายงาน "นายท่าน มีคุณหนูมาขอเข้าพบ นางบอกว่าชื่อของนางคือ จีทิงยวี่"

“ฮะ?”

เจียงหยุนไฮ่และเจียงอี้มองหน้ากันด้วยความตกใจ เจียงหยุนไฮ่ไม่ได้บอกจีเทียนว่าเขามาที่เมืองจิตอสูรและคนขับรถม้าตระกูลจีคงไม่กล้าที่จะรั่วไหลข้อมูลนี้ พวกเขาเพิ่งมาถึงเมืองจิตอสูร จีทิงยวี่รู้ได้อย่างไร

เจียงอี้ไม่แปลกใจที่รู้ว่าจีทิงยวี่อยู่ที่นี่ในเมืองจิตอสูรนี้ หนึ่งเดือนก่อนนางและเจียงเฮิ่นซุ่ยได้ออกเดินทางแล้ว เนื่องจากพวกเขาต้องเข้าร่วมการชำระโลหิตเพื่อให้เป็นศิษย์สำนักอย่างเป็นทางการ

เจียงหยุนไฮ่โบกมือและทำท่า "ให้นางเข้ามา"

เฒ่าเหอออกไปข้างนอกและเดิมทีเจียงอี้ต้องการออกไปเช่นกัน แต่เจียงหยุนไฮ่บอกให้เขาอยู่ต่อ "เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคุณหนูของตระกูลจีที่กำลังตามหาท่านอยู่ ข้าจะไม่อยู่พบนาง ท่านสองคนควรจะมีบทสนทนาที่ดี แม่นางตระกูลจีนี้ไม่เลว แต่น่าเสียดายที่นางค่อนข้างหยิ่ง"

"โอ้!"

เจียงอี้รออยู่ที่ห้องโถงแขกและเมื่อเฒ่าเหอนำแม่นางเข้ามา นางสวมชุดยาวสีเหลืองที่สวยงาม นางมีใบหน้าที่สวยประณีตนี้ที่ไม่มีใครกล้ามองตรงๆ นางมีดวงตาเหมือนอัญมณีคู่หนึ่งซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถมองผ่านอะไรก็ได้ จีทิงยวี่ยังคงมีเสน่ห์จนทำให้ผู้คนไม่กล้าหายใจ

จีทิงยวี่เดินเข้ามาและไม่ได้มองไปรอบๆ นางคาดหวังว่าเจียงหยุนไฮ่จะไม่เจอนาง นางมองไปที่เจียงอี้และยิ้มขณะคารวะ “ทิงยวี่ควรเรียกนายน้อยอี้ นายน้อยเจียง หรือเจียงอี้กัน?”

"แค่เรียกข้าว่าเจียงอี้"

เจียงอี้ถูจมูกของเขาอย่างงุ่มง่ามและถามอย่างสงสัยว่า "แม่นางจีรู้ได้อย่างไรว่าข้าอยู่ที่นี่"

"ข้าแค่เดา!"

ดวงตาของจีทิงยวี่ล้นหลามไปด้วยจิตวิญญาณขณะที่นางยิ้มและอธิบายว่า "พ่อของข้าบอกข้าว่าสาวใช้ของเจ้าถูกวางยาพิษ หลังจากตรวจสอบแล้วข้าพบว่าเจ้าไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตามหาหมอเทวะที่สำนักจิตอสูร เมื่อเห็นว่าเจ้าปฏิบัติกับหญิงรับใช้ของเจ้าได้ดีแค่ไหน เจ้าจะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตนาง นั่นคือสาเหตุที่เจ้าคงต้องมาที่นี่! ข้าขอคนที่ประตูทางเหนือแจ้งให้ข้าทราบ เมื่อเห็นรถม้าตระกูลของข้า เช่นนั้นข้าจึงคิดว่าท่านคงอยู่ที่นี่"

ช่างเฉียบแหลมเหลือเกิน!

เจียงอี้ชูนิ้วโป้งในใจ แม่นางผู้นี้ไม่เพียงมีความสามารถเท่านั้น นางมีความงามที่สมบูรณ์และสติปัญญาที่เฉียบแหลม ไม่แปลกใจเลยที่นางมักจะหยิ่ง ผู้ชายแบบไหนที่จะสามารถคู่ควรกับคนอย่างนาง?

เจียงอี้เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นมองจีทิงยวี่ “แม่นางจี เมื่อท่านมาหาข้าที่นี่ มีอะไรให้ข้าช่วยหรือ?”

“เจ้า…เจ้าไม่รู้จักมารยาทเลยหรือ? หรือเข้าใจถึงความอ่อนน้อมใดๆ? นี่ข้ากำลังมาเยี่ยมบ้านของท่านนะ แล้วท่านจะไม่เชิญข้าดื่มชาเลยหรือ?”

จีทิงยวี่ถอนหายใจเล็กน้อยและเห็นเจียงอี้รินชาด้วยความตื่นตระหนก นางระเบิดเสียงหัวเราะและทำท่าทางขอให้เจียงอี้หยุด "พอแล้ว ข้าแค่ล้อเล่น ข้ามาที่นี่เพื่อเตือนให้เจ้าระวังเรื่องการชำระโลหิตในปีนี้ กลุ่มของเจ้ามีความสามารถซ่อนเร้นมากมายและผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่มีความสามารถพิเศษ เจ้าควรอย่าพยายามต่อสู้เพื่อสิบตำแหน่งแรก ไม่เช่นนั้น เจ้าอาจจะบาดหมางกับคนมากมาย และเมื่อเจ้าเข้าสำนัก เจ้าอาจจะได้รับผลกระทบบางอย่าง... "

จบบทที่ บทที่ 63 แขกผู้มาเยือน

คัดลอกลิงก์แล้ว