เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 56 ผนึกถูกทำลาย

บทที่ 56 ผนึกถูกทำลาย

บทที่ 56 ผนึกถูกทำลาย


เมื่อได้ยินคำประกาศกร้าวของเจียงอี้ เจียงหยุนเฉอและหม่าหย่งจี๋ก็แผดเสียงร้องออกมาด้วยความโกรธแค้นถึงขีดสุด

พวกเขาทั้งคู่สูญเสียบุตรชายผู้เป็นที่รัก ทางด้านของตระกูลหม่านั้นย่ำแย่กว่า เพราะพวกยเขาได้สูญเสียรุ่นเยาว์ผู้ที่มีความหวังจะได้เข้าร่วมกับสำนักจิตอสูรมากที่สุดของรุ่นนี้ไปแล้ว

ทั้งเจียงหยุนเฉอและหม่าหย่งจี๋ต่างก็อยู่ในวัยกลางคน พวกเขายังสามารถที่จะแต่งงานกับหญิงสาวจำนวนหนึ่งเพื่อให้กำเนิดทายาทได้ แต่ถึงอย่างนั้นการที่ต้องมาเห็นศพของบุตรชายตัวเองก็ยิ่งทำให้หัวใจของพวกเขาแทบจะพังทลาย

ในความคิดของพวกเขา เจียงหยูหลง, เจียงหยูหู่และหม่าเฟยอาจจะเป็นผู้มีความผิด แต่พวกเขาก็เป็นแค่เด็กเท่านั้น ทำไมเจียงอี้ถึงได้โหดเหี้ยมอำมหิตถึงขั้นฆ่าแกงกันได้ลงคอ?

กลุ่มคนที่เหลือของตระกูลหม่าก็อยู่ในความเดือดดาล ไม่สำคัญว่าต้นเหตุของเรื่องนี้จะเป็นใคร แต่สำหรับพวกเขานั้น เจียงอี้คือคนบาปและยังเป็นปีศาจที่จะต้องถูกสังหาร!

บางคนไม่สนใจเรื่องนี้ แต่พวกเขากลับรู้สึกประหลาดใจกับความแข็งแกร่งของเจียงอี้แทน สมาชิกตระกูลเจียงหลายคนยังจำได้ว่าเมื่อหกเดือนก่อนเจียงอี้ยังเป็นเพียงเศษขยะซึ่งทุกคนในตระกูลสามารถรังแกได้

แต่เวลาเพียงแค่หกเดือน ไม่เพียงเขาจะเอาชนะเจียงหยูหลงได้เท่านั้น แต่เขายังเอาชนะหลิ่วเหอและหม่าเฮยฉีบนเวทีประลองได้อีกด้วย แม้แต่ผู้แข็งแกร่งอย่างหม่าหยิ่นเขาก็ยังสังหารได้!

หากทุกคนเป็นเหมือนเจียงอี้ มีหวังทั่วทั้งยุทธภพคงได้เกิดความโกลาหลเป็นแน่ เป็นที่รู้กันดีว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จอมยุทธในขอบเขตฉูติ่งจะสังหารจอมยุทธในขอบเขตจื่อฝู่ได้ นี่ยังไม่กล่าวถึงเจียงอี้ที่เป็นเพียงจอมยุทธขอบเขตฉูติ่งขั้นที่สี่เท่านั้น

มันทำได้ยังไง?

คำถามนี้ผุดขึ้นในใจของคนจำนวนมาก

เจียงหยุนเฉอผู้บรรลุขอบเขตจื่อฝู่ขั้นที่เจ็ด เขาสามารถบดขยี้เจียงอี้ได้ราวกับมด ตั้งแต่ที่ปีศาจน้อยตนนี้สังหารผู้คนไปมากมาย มันก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตรวจสอบเรื่องนี้อีกต่อไป

“เสี่ยวนู๋ ดูเหมือนว่าไม่ว่ายังไงพวกเราก็จะต้องตายอยู่ในอาณาเขตของตระกูลเจียงแล้วล่ะ”

เจียงอี้ถอนหายใจขณะที่วางร่างของเจียงเสี่ยวนู๋ลงอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นว่าเจียงหยุนเฉอกำลังพุ่งเข้ามาหาด้วยความบ้าคลั่ง เขาก็ไม่คิดที่จะหลบหนีหรือแม้แต่ต่อต้านราวกับว่าได้ยอมรับความตายไปเรียบร้อยแล้ว

“ไอ้ลูกหมา! มารับความตายของเจ้าซะ!”

ความแข็งแกร่งของจอมยุทธขอบเขตจื่อฝู่ขั้นที่เจ็ดนั้นน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง เพียงแค่สิบลมหายใจ เจียงหยุนเฉอก็เข้าใกล้เจียงอี้มากแล้ว ฝ่ามือที่เกร็งเป็นกรงเล็บของเขาได้มุ่งเป้าไปที่ท้องน้อยของเจียงอี้ เห็นได้ชัดว่าเขาต้องการจะทำลายตันเทียนและหลังจากนั้นก็ค่อยๆทรมานอีกฝ่าย

ในเวลานี้ดวงตาของเจียงอี้ก็ยังคงปิดอยู่ แต่แรงกดดันที่เจียงหยุนเฉอปลดปล่อยออกมาก็ยังทำในร่างของเขาสั่นไหวอยู่ชั่วครู่ แม้ว่าจะไม่ใช้ดวงตาแต่เขาก็รับรู้ได้ว่ามีกรงเล็บอันแข็งแกร่งกำลังใกล้เข้ามาด้วยความเร็วปานสายฟ้า!

สิบเมตร! หกเมตร! สามเมตร!

“เจียงหยุนเฉอ หากเจ้าต้องการที่จะสังหารข้า เจ้าเองก็ต้องจ่ายค่าตอบแทนเช่นกัน!”

ทันใดนั้นเองดวงตาของเจียงอี้ก็เบิกโพลง เขาสะบัดแขนและส่งดาบสั้นสีนวลลอยออกไป จากนั้นก็โคจรแก่นแท้พลังไว้ที่แขนขวาและปลดปล่อยกำปั้นที่ทรงพลังเข้าต้านทานกรงเล็บของเจียงหยุนเฉอ

“ความตายของเจ้าอยู่ในมือของข้า เจ้ายังคิดที่จะดิ้นรนอีกรึ?”

เจียงหยุนเฉอกล่าวด้วยน้ำเสียงอันเย็นชา ดวงตาของเขาเผยให้เห็นถึงความดูถูกเหยียดหยาม เขาเป็นผู้หนึ่งที่มีชื่อเสียงในด้านความเจ้าเล่ห์ในเมืองเทียนอวี่ กลอุบายเล็กๆของเจียงอี้ยังไม่ดีพอที่จะจัดการเขาได้ เจียงหยุนเฉอเหวี่ยงมือออกไปเพื่อปัดป้องดาบสั้น ส่วนกำปั้นของเจียงอี้นั้นดูเหมือนว่าจะอ่อนแอเสียจนเขาไม่เห็นมันอยู่ในสายตา

ตู้มม!

อย่างไรก็ตามในขณะที่เจียงหยุนเฉอกำลังจะบดขยี้ฝ่ามือของเจียงอี้ ม่านตาของเขาก็หดแคบลงเมื่อสัมผัสได้ถึงแก่นแท้พลังสำน้ำเงินและสีดำที่อยู่ภายในฝ่ามือของอีกฝ่ายซึ่งทำให้เขารับรู้ถึงอันตราย

“ทักษะต่อสู้ของเจ้าเด็กนี้พัฒนาขึ้นรวดเร็วเกินไป ไม่แปลกใจเลยทำไมมันถึงสังหารหม่าหยิ่นได้!”

เจียงหยุนเฉอเพียงแค่ประหลาดใจแต่ไม่ได้ตื่นตระหนก กรงเล็บของเขาแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือขนาดยักษ์ พริบตาเดียวฝ่ามือของเขาก็เข้าปะทะกับกำปั้นของเจียงอี้!

ตู้มมม!

เสียงระเบิดดังสนั่น บริเวณรอบข้างไม่ว่าจะต้นไม้หรือหินต่างก็ถูกทำลาย ร่างของเจียงอี้ถูกแรงปะทะส่งลอยไปด้านหลัง ในตอนแรกร่างของเขาก็อยู่ในสภาพย่ำแย่อยู่แล้วและยิ่งในตอนนี้ ผลจากการปะทะก็ทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาแทบจะถูกทำลาย

ร่างของเจียงอี้ลอยไปชนกับเนินเขาและกระอักเลือดออกมา แต่สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนก็คือเจียงหยุนเฉอที่ถูกบังคับให้ต้องก้าวถอยหลังถึงสามเมตร อีกทั้งที่ตรงฝ่ามือยังมีเลือดไหลออกมาเล็กน้อย แม้ว่าจะไม่ใช่บาดแผลที่สาหัสอะไรนัก แต่ก็นับว่าเขาได้รับบาดเจ็บ!

จอมยุทธขอบเขตฉูติ่งขั้นที่สี่ผู้หนึ่งถึงกับทำให้ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตจื่อฝู่ขั้นที่เจ็ดบาดเจ็บได้เชียวหรือ?

หากเรื่องนี้หลุดออกไป มันคงจะกลายเป็นเรื่องที่ตลกที่สุดในโลกเป็นแน่!

ไม่ว่าทั้งหมดนี้จะเป็นเพราะความประมาทของเจียงหยุนเฉอหรือไม่ แต่พวกเขาต่างก็ต้องยอมรับในความแข็งแกร่งของเจียงอี้อย่างแท้จริง ฝ่ามือก่อนหน้านี้อย่างน้อยก็มีพลังเทียบเท่ากับขอบเขตจื่อฝู่ขั้นที่สองแล้ว!

“ไอ้สารเลวตายซะ!”

หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บต่อหน้าผู้คนโดยคนรุ่นหลังที่อยู่ในขอบเขตฉูติ่งขั้นที่สี่ สีหน้าของเจียงหยุนเฉอก็กลายเป็นสีแดงด้วยความอับอายและกระโจนเข้าหาเจียงอี้โดยเพ่งเล็งไปที่ตันเทียนของเขา

“มันจบแล้ว…”

เจียงอี้ในตอนนี้อยู่ในสภาพทีอ่อนแอมากเพราะแม้แต่จะลืมตาก็ยังไม่สามารถทำได้ แก่นแท้พลังเก้าในสิบส่วนถูกใช้ออกไปจึงทำให้ไม่มีพลังมากพอที่จะฆ่าตัวตาย เขาทำได้เพียงแค่นอนรอให้เจียงหยุนเฉอมาทำให้เขากลายเป็นคนพิการเท่านั้น

จึก!

กรงเล็บของเจียงหยุนเฉอแทงทะลุท้องน้อยของเจียงอี้พอดิบพอดี ภาพที่เกิดขึ้นทำให้คนส่วนใหญ่ที่อยู่ด้านล่างต่างก็ระเบิดเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสะใจออกมา แต่มีเพียงแค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่เบือนหน้านี้และไม่ต้องการเห็นภาพที่โหดร้ายเช่นนี้

วูปปป!

แต่ทันใดนั้นเองสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น ประกายแสงสีแดงเรืองรองสาดส่องออกมาจากจุดที่เป็นตันเทียนของเจียงอี้และตามมาด้วยการปรากฏตัวของตัวตนอันน่าสะพรึงกลัวที่ทำให้จิตวิญญาณของผู้คนถึงกับสั่นสะท้าน!

โฮกกกกกกกก!!

แสงสีแดงได้ก่อรูปเป็นมังกรเพลิงขนาดยักษ์ที่มีความยาวอย่างน้อยหลายสิบเมตรและดูสมจริงอย่างมาก โดยเฉพาะดวงตาที่เผยให้เห็นความเย็นชาซึ่งจับจ้องไปยังกลุ่มคนราวกับราชันที่สามารถเหยียดมองได้ทั่วทั้งโลกหล้า!

แต่สิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือเมื่อมังกรเพลิงปรากฏตัวขึ้น ห้วงเวลาได้หยุดนิ่งราวกับถูกแช่แข็งไว้…

“อะไรวะเนี่ย…!!”

เจียงหยุนเฉออยู่ที่ด้านล่างของมังกรเพลิง ส่วนหนึ่งของฝ่ามือของเขายังคงอยู่ในท้องน้อยของเจียงอี้ สิ่งที่เขาไม่เข้าใจก็คือทำไมมังกรเพลิงถึงปรากฏขึ้นมาเมื่อเขาทำลายตันเทียนของไอ้เด็กนี้?

ตึก! ตึก!

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีเวลามากพอให้คิดอีกต่อไป มังกรเพลิงปล่อยเสียงคำรามและพุ่งเข้าหาเจียงหยุนเฉอในทันที ความกลัวได้กลืนกินจิตวิญญาณของเขาจึงทำให้ร่างกายไม่ฟังคำสั่ง เพียงพริบตาเดียวร่างของเขาก็ถูกมังกรเขมือบเข้าไป

หมดสิ้นมลายสูญ…

แน่นอนว่าตัวตนของมังกรนั้นเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลัง แต่การโจมตีของมันก็ทำให้ร่างกายของเจียงหยุนเฉอเหลือเพียงแค่เถ้าธุลีที่ลอยไปตามอากาศ จากนั้นร่างของมังกรก็เลือนหายไปอย่างไร้ร่องรอยราวกับไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาก่อน

หากไม่ใช่เพราะว่าที่ท้องน้อยของเจียงอี้ยังคงมีเลือดไหลออกมา ผู้คนที่อยู่บริเวณโดยรอบคงคิดว่าตัวเองฝันไปแน่

“นี่มัน…!”

ดวงตาของเจียงอี้ที่แต่เดิมปิดสนิท ตอนนี้มันได้เบิกโพลงด้วยความตกตะลึง!

แม้ว่าจะตกใจแต่ไม่ช้าเขาก็ตื่นจากความงุนงง ไม่มีใครในที่นี้ที่รู้ถึงตัวตนของมังกรเพลิง แต่ไม่ใช่เจียงอี้ เขาพอจะคาดเดาบางอย่างได้เนื่องจากตอนนี้ตราประทับที่อยู่เหนือตันเทียนของเขาได้หายไปหมดแล้ว!

ในขณะที่เจียงหยุนเฉอเกือบจะทำลายตันเทียนของเจียงอี้ มังกรเพลิงที่น่าเกรงขามก็ปรากฏตัวขึ้นจากตราประทับมังกรก่อนที่ผนึกทั้งหมดจะหายไป

หลังจากที่เชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งหมดแล้ว เจียงอี้ก็ได้ข้อสรุปที่น่าเหลือเชื่ออย่างหนึ่ง – ตราประทับที่ยังอยู่ในร่างของเขาได้ปลดปล่อยพลังทำลายล้างออกมาซึ่งสามารถสังหารเจียงหยุนเฉอได้ในช่วงสำคัญและในขณะเดียวกันมันก็สูญสลายไป

แต่วิธีการที่ตราประทับสามารถปลดปล่อยมังกรเพลิงออกมาและเปลี่ยนให้เจียงหยุนเฉอกลายเป็นเถ้าธุลี สำหรับเรื่องนี้เจียงอี้ก็ไม่สามารถทำความเข้าใจได้เช่นกัน

“….”

บริเวณโดยรอบตกอยู่ในความเงียบ… เงียบจนน่ากลัว!

ไม่มีใครกล้าที่จะขยับแม้ว่ามังกรเพลิงตัวนั้นจะหายไปแล้ว การปรากฏตัวของมันทำให้พวกเขารู้สึกราวกับว่ากำลังเผชิญหน้าอยู่กับปรมาจารย์ขอบเขตจินกัง[1]… แม้ว่าพวกเขาจะไม่เคยพบเจอกับตัวตนระดับนั้นมาก่อนก็ตาม!

“พวกเราจะทำยังไงกันดี?!”

หม่าหย่งจี๋และเจียงหยุนสือสบตากัน พวกเขาทั้งคู่ต่างก็ตกอยู่ในความกลัว จะเกิดอะไรขึ้นหากมังกรเพลิงตัวนั้นปรากฏขึ้นมาอีกและเปลี่ยนพวกเขาให้กลายเป็นเถ้าธุลี?

“ข้าลงมือเอง!”

หลังจากนั้นชั่วครู่ ความโกรธแค้นของหม่าหย่งจี๋ก็ได้เอาชนะความมีเหตุผลของเขา

“เจียงอี้จะต้องเป็นผู้ใช้ศาสตร์มืดอย่างแน่นอน มันคือพวกนอกรีตของอาณาจักรเทียนเซวี่ยนแห่งทิศใต้! พวกเจ้าทุกคนจงหยิบอาวุธขึ้นมาและสังหารมันเสีย!”

มีข่าวลือว่าอาณาจักรเทียนเซวี่ยน(สวรรค์ลึกลับ)แห่งทิศใต้มีพ่อมดที่สามารถใช้ศาสตร์ลึกลับได้ ยิ่งไปกว่านั้นอาณาจักรเทียนเซวี่ยนและอาณาจักรเสินหวู่ไม่ลงรอยกันเป็นเวลากว่าหมื่นปี มีหลายครั้งที่ทั้งสองอาณาจักรเกิดการปะทะกัน

เสียงคำรามของหม่าหย่งจี๋ได้ปลุกทุกคนให้ตื่นขึ้นมาจากความกลัว เจียงอี้เป็นเพียงแค่จอมยุทธขอบเขตฉูติ่งขั้นที่สี่เท่านั้น หากไม่ใช้ศาสตร์มืดหรือมนต์ดำ มดปลวกอย่างเขาจะสามารถสังหารเจียงหยุนเฉอได้อย่างไร!

“สังหารเจียงอี้! กำจัดสายลับจากอาณาจักรเทียนเซวี่ยนซะ!”

ผู้คนต่างเปล่งเสียงออกมาด้วยความฮึกเหิม จากนั้นก็หยิบอาวุธหรือก้อนหินที่อยู่ไม่ไกลขึ้นมา พวกเขาเค้นพลังทั้งหมดออกมาและเขวี้ยงอาวุธในมือใส่เจียงอี้ในทันที ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างก็เป็นจอมยุทธดังนั้นอาวุธที่ถูกปล่อยออกมาจากมือของพวกเขาย่อมมีพลังทำร้ายที่น่ากลัว หากมังกรเพลิงตนนั้นไม่ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง เจียงอี้จะต้องตายอย่างแน่นอน!

มันจะปรากฏตัวขึ้นมาอีกหรือไม่?

เจียงอี้รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ ตราประทับเหล่านั้นได้หายไปจากตันเทียนของเขาโดยสมบูรณ์ มังกรเพลิงไม่ได้ทางที่จะปรากฏตัวขึ้นมาอีก เขาทำได้เพียงมองอาวุธจำนวนมากที่พุ่งเข้ามาด้วยความขมขื่นขณะที่หลับตายเพื่อรอความตาย

วูปปปป!

แต่ทันใดนั้นเองเสียงอันแปลกประหลาดก็ได้บังเกิดขึ้นซึ่งทำให้เจียงอี้ลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เขาเผลอคิดไปว่ามังกรเพลิงได้กลับมาปกป้องเขา แต่เมื่อรู้ว่าคิดผิดและเห็นฉากตรงหน้า เขาก็ตกอยู่ในความสับสนในทันที

จากบนท้องฟ้าทิศตะวันตก พลังงานรูปเสี้ยวจันทร์สีม่วงซึ่งดูคล้ายกับใบมีดกำลังตรงเข้ามาด้วยความเร็วสูง แรงกดดันที่มันปลดปล่อยออกมาแม้ว่าจะไม่ถึงระดับของมังกรเพลิงแต่ก็มากพอที่จะทำให้ทุกคนรู้สึกหวาดกลัวไปถึงขั้วหัวใจ!

“การปลดปล่อยแก่นแท้พลังออกมาภายนอก! ผู้เชี่ยวชาญขอบเขตเสินโหยว!”

ผู้คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร แต่เจียงหยุนสือและหม่าหย่งจี๋นั้นรู้ดี เหตุใดจอมยุทธขอบเขตเสินโหยวถึงกลายเป็นที่น่าเกรงขามไปทั่วทั้งแผ่นดิน? นั่นเป็นเพราะพวกเขาสามารถปลดปล่อยแก่นแท้พลังออกมาและเปลี่ยนให้มันเป็นอาวุธ ด้วยพลังของพวกเขา การกวาดล้างกลุ่มจอมยุทธขอบเขตจื่อฝู่ย่อมเป็นเรื่องที่สามารถทำได้อย่างง่ายดาย!

วาปปปปป!

คลื่นพลังจันทร์เสี้ยวพุ่งผ่านกลุ่มคนและตรงไปทำลายอาวุธจำนวนมากในพริบตา จากนั้นพลังส่วนที่เหลือก็เข้าปะทะกับบางส่วนของเขาซีชาน

ตูมมมม!!

เนินเขาซีชานสั่นสะเทือน เศษฝุ่นควันมากมายลอยฟุ้งอยู่ในอากาศ เสียงระเบิดทำให้กลุ่มคนสูญเสียความสามารถในการได้ยินไปชั่วขณะ

ผ่านไปไม่นานพวกเขาก็กลับมาได้ยินอีกครั้ง แต่คราวนี้สิ่งที่เขาได้ยินกลับเป็นน้ำเสียงอันโกรธเกรี้ยวของตัวตนอันทรงพลังที่สามารถบดขยี้พวกเขาได้ราวกับการบี้มด

“สังหารเจียงอี้? หึ่ม! พวกเจ้ากล้าสังหารใต้เท้าน้อยของข้ารึ? ดี! ดีมาก!”

“เช่นนั้นวันนี้พวกเจ้าทุกคนจะต้องตาย!!”

จอมยุทธสุดแกร่ง! เจียงหยุนไฮ่กลับมาแล้ว!

[1] จินกัง – วัชระ

จบบทที่ บทที่ 56 ผนึกถูกทำลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว