- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 1454 - ความมุ่งมั่นของราชินีเพลง
บทที่ 1454 - ความมุ่งมั่นของราชินีเพลง
บทที่ 1454 - ความมุ่งมั่นของราชินีเพลง
เจียงอีเหรินถลึงตาใส่ลูกสาวตัวดี
ถ้าใครมาได้ยินคำพูดของนังลูกตัวแสบ คงนึกว่าแม่บังเกิดเกล้าอย่างเธอใจยักษ์ใจมารขนาดไหน แต่ความจริงคือเธอยังไม่ค่อยได้ตีลูกคนนี้เท่าไหร่เลย
ก่อนปีใหม่โดนลูกสาวยั่วโมโหเรื่องน้องชายจนของขึ้น เธอตั้งใจจะตีจริงๆ แต่ลูกตัวดีวิ่งหนีเร็วยิ่งกว่ากระต่าย เธอวิ่งตามไม่ทัน แถมยังเหนื่อยหอบแฮกๆ
แล้วพอลูกสาวตัวดีเห็นพ่อกลับมา ก็รีบไปฟ้องพ่อใส่ร้ายเธอ
ทำเอาเธอโดนคุณจางบ่นไปชุดใหญ่
"เสี่ยวจื่อซาน อยู่บ้านหนูใช้ชีวิตยังไงกันแน่เนี่ย!?"
จางอี้ยิ้มถาม "ไม่งั้นเดี๋ยวน้าแจ้งตำรวจมาจับแม่หนูไปดีไหม หนูจะได้ไม่ต้องอยู่อย่างหวาดผวา"
"ไม่ต้องแจ้งตำรวจหรอกค่ะ"
เสี่ยวจื่อซานยิ้มทะเล้น "ขืนแม่โดนจับ เดี๋ยวมีผลกระทบตอนหนูสอบราชการ"
จางโหย่วกลั้นขำไม่ไหว
ชัดเจนมาก
เสี่ยวจื่อซานตั้งใจกวนประสาทแม่ตัวเอง สรุปคือถ้าเจียงอีเหรินไม่หาเรื่องลูก ลูกก็จะหาเรื่องแม่แทน นี่ไม่ใช่แม่ลูกรักกันปานจะกลืนกิน แต่เป็นคู่กัดที่รักกันไปตีกันไปต่างหาก
แม้แต่หลี่หรานที่อุ้มจางวั่งซูอยู่ยังขำ
"เหรอจ๊ะ"
เจียงอีเหรินทำเสียงสูงแล้วเยาะเย้ยว่า "ไม่ต้องมาขายขำเลย แค่ตำแหน่งในศูนย์บริการประชาชนแกยังทำไม่ได้เลย จะไปสอบราชการ... สอบเป็นพนักงานชั่วคราวยังยากเลยมั้ง"
"พ่อ แม่ดูถูกหนู"
เสี่ยวจื่อซานหันไปฟ้องพ่อทันที
"งั้นหนูก็สอบให้แม่ดูสักทีสิ"
จางโหย่วหัวเราะ
"ต่อให้หนูสอบไม่ติด ก็ยังมีหลี่หราน เขาเรียนเก่งขนาดนี้ สอบติดชัวร์ พอเขาได้เป็นข้าราชการ เราซี้กันขนาดนี้ เขาต้องช่วยฝากงานให้หนูแน่"
เสี่ยวจื่อซานพูดด้วยความมั่นใจ
จางโหย่วยกนิ้วโป้งให้ แผนอ้อมค้อมแบบนี้ช่างสร้างสรรค์และมีความเป็นไปได้สูง พอก้มดูนาฬิกาเห็นว่าหกโมงครึ่งแล้ว จางโหย่วก็บอกลาจางอี้ ตอนเดินผ่านห้องนั่งเล่นยังแวะบีบแก้มจางวั่งซูทีหนึ่ง แล้วค่อยพาภรรยาออกจากบ้าน
เรื่องเสื้อผ้าหน้าผม เมื่อตอนสี่โมงเย็นทั้งคู่ไปที่สตูดิโอให้สไตล์ลิสต์จัดการให้ จริงๆ จะเรียกมาทำที่บ้านก็ได้ แต่เจียงอีเหรินกลัวคนเยอะแล้วบ้านจะเลอะเทอะ เลยเลือกไปทำที่สตูดิโอ
จางโหย่วได้เจอไป๋ซิน พี่สาวของไป๋เสี่ยวเสี่ยวด้วย
บุคลิกหน้าตาถือว่าใช้ได้
จางโหย่วกับเจียงอีเหรินคุยกับเธอไม่กี่คำ พอรู้ว่าเธอทำงานที่สตูดิโอได้ราบรื่นดี ก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับตัวไป๋ซินเองแล้ว แต่จางโหย่วก็แนะนำไปว่าถ้ามีเวลาก็ให้เรียนรู้อะไรเพิ่มเติมบ้าง
เช่นเรียนแต่งหน้าทำผมกับช่างในสตูดิโอ
หรือเรียนรู้วิธีจัดการข่าวลบของดาราจากทีมงาน สรุปคือถ้าเธออยากเรียน จางโหย่วก็พร้อมให้โอกาส งานประชาสัมพันธ์ทำดีแค่ไหนก็เป็นได้แค่ประชาสัมพันธ์
แต่ถ้ารู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ นอกเวลางาน ช่วงแรกอาจจะไม่เห็นผล แต่พอนานเข้าความแตกต่างจะชัดเจน ขีดจำกัดล่างของชีวิตอาจจะมีครอบครัวคอยพยุง แต่ถ้าครอบครัวไม่ดี ก็ต้องพึ่งความพยายามของตัวเองเพื่อกำหนดขีดจำกัดบน โอกาสมันก็มาแบบนี้แหละ
ในระหว่างที่พยายาม โอกาสอาจจะโผล่มาสักครั้งสองครั้ง
ถ้าไม่พยายาม โอกาสก็ไม่มีทางมา ถ้าพยายาม พอโอกาสมาถึงถึงจะมีความสามารถคว้าไว้ได้
มาถึงหน้าประตูรั้ว บอดี้การ์ดหญิงสองคนของเจียงอีเหรินรออยู่แล้ว พอเห็นทั้งคู่เดินมา คนหนึ่งก็เปิดประตูรถตู้คันใหญ่ให้ พอขึ้นรถเสร็จ ก็มุ่งหน้าสู่สถานที่จัดงานประกาศรางวัลจินฉวี่ทันที
"คืนนี้ฉันมีโอกาสได้รางวัลมากแค่ไหนคะ!?"
เจียงอีเหรินถาม
คุณจางได้รางวัลคืนนี้แทบจะนอนมา
เขาเข้าชิงรางวัลนักร้องชายยอดเยี่ยมจากเพลง 'ฤดูใบไม้ร่วงที่ขมขื่น' เพลงนี้ในแง่ความนิยมอาจจะไม่เท่า 'จูบลา' 'จดหมายรัก' หรือ 'เธอมาฟังคอนเสิร์ตของฉัน' แต่ในมุมมองของมืออาชีพ ทักษะการร้องที่คุณจางโชว์ในเพลงนี้ถือว่าเทพเรียกพี่
ดังนั้นโอกาสได้รางวัลสูงมาก ต่อให้คณะกรรมการเกิดเพี้ยนไม่ให้รางวัลนี้ อย่างน้อยรางวัลคำร้องหรือทำนองเขาก็น่าจะได้แน่ๆ
ไม่ใช่แค่เธอที่คิดแบบนี้ เจียงอีเหรินกล้าสาบานว่าคนในวงการก็คิดเหมือนกัน แต่รางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยมของเธอนี่สิ มีความไม่แน่นอนสูงมาก หลักๆ คือปีที่แล้วจางซีอวี่มาแรงจริงๆ
แถมยังมีนักร้องหญิงอีกหลายคน
"ได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ช่างมัน"
จางโหย่วตบหลังมือภรรยาที่วางอยู่บนตักเขาเบาๆ "ผมว่าตอนนี้คุณไม่จำเป็นต้องพึ่งรางวัลพวกนี้มาประดับบารมีแล้วมั้ง"
"จำเป็นสิ"
เจียงอีเหรินสวนกลับทันที "ไม่ใช่แค่จำเป็น แต่จำเป็นมากๆ ด้วย หลิวเฟยได้มาสี่ครั้ง ครั้งแรกได้นักร้องหญิงเพลงจีนยอดเยี่ยมจากเพลง 'เมือง' ครั้งที่สองจาก 'ท้องฟ้า' ครั้งที่สาม 'คนแปลกหน้า'... เป็นราชินีเพลงเหมือนกัน เธอได้ตั้งสี่ครั้ง เข้าชิงทั้งหมดแปดครั้ง ฉันเข้าชิงมาสามครั้ง คืนนี้เป็นครั้งแรก แต่ไม่เคยได้สักครั้ง ฉันไม่ยอมหรอก"
"คุณจะไปแข่งกับเขาทำไม!?"
จางโหย่วไม่เข้าใจ "แล้วผมจำได้ว่าหลิวเฟยเขาก็ไม่ได้มาแข่งอะไรกับคุณนี่"
"ก็เพราะเธอไม่มองฉันเป็นคู่แข่ง ก็เลยไม่แข่งกับฉันไง"
เจียงอีเหรินพูดอย่างหมั่นไส้ "แต่ฉันยอมไม่ได้นี่นา จะว่าไปฉันเองก็เป็นถึงราชินีเพลง แต่ไม่เคยได้รางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยมสักครั้ง จนแฟนคลับมองว่าฉันกับหลิวเฟยอยู่คนละระดับกันแล้ว คุณจางคะ เมียคุณก็มีศักดิ์ศรีนะ ไม่ต้องถึงกับแซงหลิวเฟยหรอก ขอสักสองครั้งก็ยังดี ไม่ได้สักครั้ง แฟนคลับจะหาว่าเป็นราชินีเพลงจอมปลอมเอาได้"
พูดจบ
เจียงอีเหรินก็หัวเราะออกมา "แต่ก็นะ! ตอนนี้ฉันก็แข่งเรื่องงานกับเธอได้อย่างเดียว แม้ในเรื่องการงานเธอจะไม่มองฉันเป็นคู่แข่ง แต่ในชีวิตจริง ฉันก็ไม่มองเธอเป็นคู่แข่งเหมือนกัน เพราะเทียบกันไม่ได้เลย ฉันมีลูกสาวหนึ่ง ลูกชายสอง หลิวเฟยมีอะไร!? เธอไม่มีอะไรเลย ชีวิตเราสองคนมันคนละลู่วิ่งกันแล้ว"
ทันใดนั้น ตอนที่จางโหย่วกำลังเหม่อ เจียงอีเหรินก็ขมวดคิ้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจว่า "แต่ปีที่แล้วพี่หานเคยพูดว่า ที่หลิวเฟยไปเมืองนอกอาจจะเพราะท้อง คุณว่ามีความเป็นไปได้ไหมคะ!?"
"..."
จางโหย่วชะงัก แล้วโวยวาย "คุณอย่าไปฟังหานฮุ่ยพูดมั่วซั่ว ปากยัยนั่นสักวันต้องโดนฉีกแน่"
"คุณจะตื่นเต้นทำไม!?"
เจียงอีเหรินสงสัย "ฉันแค่ถามว่ามีความเป็นไปได้ไหม!? ทำอย่างกับว่าหลิวเฟยท้องเพราะคุณช่วยงั้นแหละ"
"ใส่ร้าย คุณใส่ร้ายผม"
จางโหย่วของขึ้น "ผมจะฟ้องคุณข้อหาหมิ่นประมาท"
"งั้นก็ไปฟ้องสิ"
เจียงอีเหรินมองบน "ฉันพูดถึงหลิวเฟย คุณจะมาตื่นเต้นทำไม หรือว่าเธอเป็นไอดอลคุณ คุณเลยยอมให้ฉันวิจารณ์ไม่ได้!"
"คุณลองคิดดูสิว่ามีความเป็นไปได้ไหม!?"
จางโหย่วถามกลับ ไม่รอให้ภรรยาตอบ จางโหย่วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "คุณลองคิดดู หลิวเฟยเขากินเจนะ ผู้ชายที่เป็นของคาว เขาจะไปแตะต้องได้ยังไง!?"
พูดจบ
จางโหย่วกล่าวขอโทษหลิวเฟยในใจ
เขาไม่อยากพูดถึงเธอต่อหน้าภรรยาจริงๆ แต่ภรรยาดันขยันพูดถึง แถมยังมองเป็นคู่แข่งอีก ได้ยินสามีพูดแบบนี้ สีหน้าเจียงอีเหรินก็แข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะแบบคุณป้าข้างบ้านออกมา
หัวเราะไปก็ตีขาจางโหย่วไปพลาง เตือนว่า "อยู่ข้างนอกห้ามพูดแบบนี้นะ ถ้าหลี่เสี่ยวหงได้ยินแล้วเอาไปบอกหลิวเฟย เธอต้องไม่พอใจแน่"
(จบแล้ว)