เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1303 - ไม่เคยกลับบ้านมามือเปล่า

บทที่ 1303 - ไม่เคยกลับบ้านมามือเปล่า

บทที่ 1303 - ไม่เคยกลับบ้านมามือเปล่า


น้ำเสียงของเจียงอีเหรินพุ่งปรี๊ดขึ้นทันที

สายตาที่มองเสี่ยวจื่อซานซึ่งยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียงแปรเปลี่ยนเป็นคมกริบ ทันใดนั้น... เจียงอีเหรินเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ เธอหัวเราะแห้งๆ แล้วพูดว่า "นังลูกตัวแสบ"

"น้องชายสองคนของหนูต่อไปดีดเปียโนก็สู้หนูไม่ได้"

เสี่ยวจื่อซานราดน้ำมันลงกองเพลิงอีกรอบ

"จางจื่อซาน"

คราวนี้

สติของเจียงอีเหรินขาดผึงจนเกือบกู่ไม่กลับ

นี่ไม่ใช่แค่เสี่ยวจื่อซานแตะเกล็ดมังกรของเธอ แต่เป็นการท้าทายเธอซึ่งๆ หน้า เธอเอื้อมมือไปกระชากเสี่ยวจื่อซานขึ้นมาจากเตียง เจียงอีเหรินถามเสียงเย็น "แกลองพูดอีกทีซิ"

"ลูกชายสองคนของแม่ต่อไปจะหาเมียไม่ได้"

พูดจบ

เสี่ยวจื่อซานก็สะบัดมือแม่หลุด แล้ววิ่งจู๊ดหนีออกไปทันที วิ่งไปก็ตะโกนไปว่า "แม่บอกเองว่าไม่กลัวใครว่า งั้นแม่ก็ห้ามโกรธสิ"

"หยุดเดี๋ยวนี้นะ"

เจียงอีเหรินกัดฟันกรอด "ฉันให้แกว่าฉัน ไม่ได้ให้แกว่าน้อง น้องยังเล็กนิดเดียว แกเป็นพี่ประสาอะไรมาแช่งให้น้องเรียนไม่เก่ง ดีดเปียโนห่วย ข้อสุดท้ายนี่แกปากเสียเกินไปแล้วนะ จางจื่อซาน วันนี้ต่อให้เทวดาลงมาโปรดก็อย่าหวังจะห้ามฉันตีแกได้เลย ยัยเด็กบ้าเอ๊ย"

สุดท้ายเจียงอีเหรินถึงกับหลุดคำด่าออกมา

"แม่ด่าหนูอีกคำ หนูจะด่าแม่กลับบ้างนะ"

เสี่ยวจื่อซานก็ใช่ว่าจะโง่

ตอนสะบัดมือแม่หลุด เธอสังหรณ์ใจแล้วว่าแม่องค์ลงแน่ๆ เลยใส่เกียร์หมาวิ่งไม่คิดชีวิต รอจนเจียงอีเหรินอุ้มลูกชายวิ่งไล่ตามออกมาจากห้องเจ้าหญิง ยายเด็กแสบก็วิ่งลงไปถึงชั้นล่างแล้ว

ความเร็วระดับนี้ อย่าว่าแต่เจียงอีเหรินที่อุ้มลูกอยู่เลย ต่อให้ตัวเปล่าก็ไล่ไม่ทัน

"ฉันด่าแกแล้วจะทำไม!"

เจียงอีเหรินเกาะราวบันไดพุ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว ปากก็ตะโกนว่า "แกมันลูกในไส้ฉัน นอกจากฉันจะด่าได้แล้ว ฉันยังตีแกได้ด้วย ฉันสั่งให้หยุด ถ้าแกกล้าวิ่งหนีอีกก้าวเดียวลองดูสิ!"

"หนูจะวิ่ง แถมจะวิ่งให้เร็วกว่าแม่ด้วย"

เสียงเสี่ยวจื่อซานลอยมา

"ยัยลูกเวร!"

เจียงอีเหรินสติแตกโดยสมบูรณ์

"ยัยแม่เวร!"

เสี่ยวจื่อซานก็ไม่ยอมลดราวาศอก

หลี่หรานเห็นท่าไม่ดีรีบคว้าโทรศัพท์บนโซฟามากดโทรหาอาจารย์พ่อรัวๆ พอปลายสายกดรับ เธอเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ ให้ฟัง พอรู้ว่าอาจารย์พ่อใกล้ถึงบ้านแล้ว หลี่หรานก็รีบวิ่งตามลงไปข้างล่าง

แล้วเธอก็เห็นอาจารย์แม่มือหนึ่งอุ้มเจียงจื่ออี้ อีกมือยันโต๊ะหินอ่อน หอบหายใจแฮกๆ ส่วนจางจื่อซานยืนอยู่ที่ประตูรั้ว จ้องตากับอาจารย์แม่เขม็ง

หลี่หรานลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดว่า "อาจารย์แม่ อาจารย์พ่อใกล้ถึงบ้านแล้วค่ะ"

"กลับมาก็กลับมาสิ ฉันบอกแล้วไง วันนี้ใครหน้าไหนมาก็ช่วยไม่ได้"

เจียงอีเหรินหอบตัวโยน

เธอออกกำลังกายมาสักพักแล้ว แต่ก็ยังวิ่งไล่นังลูกตัวดีไม่ทัน หลักๆ คือติดตรงที่ต้องอุ้มลูกชายวิ่งเลยทำอะไรไม่ถนัด ไม่อย่างนั้นมีหรือยายเด็กแสบจะได้ลอยนวล

พอได้ยินหลี่หรานบอกว่าพ่อใกล้ถึงแล้ว เสี่ยวจื่อซานก็หันหลังวิ่งออกจากรั้วบ้าน รถของจางโหย่วเพิ่งจะเลี้ยวเข้ามาในซอยบ้านตัวเอง ก็เห็นเสี่ยวจื่อซานวิ่งหน้าตื่นมาหา จางโหย่วชะลอรถจอด เสี่ยวจื่อซานกระชากประตูรถเปิด ตะโกนเรียก "พ่อ" คำเดียว แล้วโผเข้ากอดจางโหย่วร้องไห้โฮ

"โอ๋ๆ กลับไปคุยกันที่บ้านก่อน"

จางโหย่วลูบหัวเสี่ยวจื่อซานเบาๆ

ทันใดนั้น

เขาก็เห็นเจียงอีเหรินอุ้มลูกชายเดินออกมาพร้อมกับหลี่หราน เจียงอีเหรินเปิดประตูรถ เพิ่งจะพูดว่า "ลงมา" ก็ได้ยินสามีพูดสวนขึ้นว่า "จะให้ผมลงไปให้คุณตีด้วยไหม"

"ฉันสั่งสอน..."

เจียงอีเหรินกำลังจะพูดต่อ จางโหย่วขัดขึ้นทันควัน "ใครผิดใครถูก เดี๋ยวก็รู้ จางจื่อซาน ถ้าเราผิดจริงก็ต้องยอมรับโทษ แต่ถ้าเราไม่ผิด เราก็ไม่ต้องกลัว"

"อือ"

เสี่ยวจื่อซานสะอื้นตอบรับ

หลี่หรานเปิดประตูหลังขึ้นไปนั่งเงียบๆ เจียงอีเหรินทำท่าจะขึ้นรถกลับด้วย แต่ยังไม่ทันหย่อนก้นนั่ง จางโหย่วก็พูดเสียงเย็น "เดินกลับไปเอง"

เจียงอีเหรินชะงักกึก หันไปมองหน้าสามี เห็นสายตาเย็นชาที่จ้องกลับมา เจียงอีเหรินสวนกลับไปว่า "ดูทำหน้าเข้า ไอ้บ้าเอ๊ย"

ถึงปากจะด่า แต่เธอก็ยอมถอยออกมาแแต่โดยดี เปลี่ยนเป็นอุ้มลูกเดินกลับบ้านแทน

เดินไปพลาง เจียงอีเหรินก็เอื้อมมือไปจับกำปั้นน้อยๆ ของลูกชายที่โผล่ออกมายัดกลับเข้าไปในแขนเสื้อ อยู่ในบ้านมีฮีตเตอร์ไม่เป็นไร แต่ออกมาข้างนอกมันคนละเรื่อง วันนี้อากาศข้างนอกหนาวเอาเรื่องอยู่

"เจียงจื่ออี้ จำท่าทีของพ่อลูกเมื่อกี้ไว้ให้ดีนะ"

เจียงอีเหรินมองดูสามีขับรถเข้าโรงจอดรถ แล้วก้มลงกระซิบข้างหูลูกชาย

ตอนนี้ลูกชายสองคนของเธอยังเล็ก เลยต้องหลบคมเขี้ยวเล็บของจางโหย่วไปก่อน แต่เวลามันมีจำกัด

อีกสิบกว่าปี พอลูกชายเธอโตขึ้น จางโหย่วก็คงเริ่มหมดฤทธิ์ ถ้าเขายังวางก้ามไม่ดูตาม้าตาเรือ เธอจะให้ลูกชายเธอช่วยจัดระเบียบให้เอง

เดินเข้าประตูบ้านมา ไม่เห็นเงาหัวจางโหย่ว เจียงอีเหรินรู้ทันทีว่านังลูกตัวดีคงกำลังฟ้องพ่ออยู่ในรถที่ชั้นใต้ดิน คงยังไม่ขึ้นมาง่ายๆ หรอก

นังลูกตัวแสบน้อยใจ

คนเป็นแม่อย่างเธอก็น้อยใจเหมือนกัน!

ด่าเธอได้... แต่ทำไมต้องลามปามไปถึงลูกชายเธอ โดยเฉพาะเจียงจื่ออี้กับเจียงจื่อชูเป็นน้องชายแท้ๆ ของตัวเอง เจียงอีเหรินเกิดมายังไม่เคยเจอพี่สาวที่ไหนด่าน้องชายตัวเองได้เจ็บแสบขนาดนี้

เรียนไม่เก่ง ดีดเปียโนห่วย โดยเฉพาะข้อสุดท้ายหาเมียไม่ได้ แต่ละดอกเน้นๆ ทั้งนั้น นี่มันเกลียดกันเข้าไส้หรือไง

กลับมาถึงห้องนั่งเล่นชั้นสอง เจียงอีเหรินดึงกำปั้นน้อยๆ ของลูกชายออกจากแขนเสื้ออีกรอบ เห็นลูกชายยังยิ้มให้ เจียงอีเหรินก็อดขำตามไม่ได้

ตอนนั้นเอง

มีเสียงฝีเท้าดังมาจากตรงบันได

เจียงอีเหรินหันขวับไปมอง ไม่นานเงาร่างสามสายก็นำขบวนโดยสามี ตามด้วยเสี่ยวจื่อซาน และปิดท้ายด้วยหลี่หราน ทยอยเดินขึ้นมา แล้ว... มายืนเรียงหน้ากระดานต่อหน้าเธอ

เจียงอีเหรินแค่นเสียงหึ "ทำไม จะเปิดศาลไต่สวนฉันเหรอ"

"ผมขอถามคำเดียว คุณไปเอามาจากไหนว่าผมกลัวคนอื่นหาว่าเป็นปรมาจารย์จอมแห้ว"

ยังไม่ทันที่เจียงอีเหรินจะอธิบาย จางโหย่วก็ของขึ้น "คุณบอกผมมาซิ ผมแห้วตอนไหน ผมออกไปตกปลามีกี่ครั้งที่กลับมามือเปล่า คุณดันไม่พูดถึงตอนที่ผมขนปลากลับมาเยอะแยะ แต่จ้องจับผิดแค่ไอ้ตอนที่พลาดนิดๆ หน่อยๆ..."

"พ่อ"

เสี่ยวจื่อซานกระตุกแขนเสื้อพ่อเตือนสติ "เข้าเรื่องสิ"

"นี่แหละประเด็นหลัก เรื่องนี้แม่ลูกต้องอธิบายให้รู้เรื่อง ผมไปกลัวคนว่าแห้วตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมใจแคบขนาดนั้นเลยเหรอ"

จางโหย่วมองหน้าเจียงอีเหริน "ที่แท้ภาพลักษณ์ของผมในใจคุณเป็นแบบนี้นี่เอง ได้ เจียงอีเหริน ปีก่อน... สองปีก่อน ผมบีบให้คุณกลับมา แล้วยังเรียกเงินคุณสองร้อยล้าน ตอนนี้สองร้อยล้านนั่นผมไม่เอาแล้ว ผมแถมให้คุณอีกสองร้อยล้าน เราแยกทางกันด้วยดี ต่อไปเจอกันก็ยังเป็นเพื่อน"

"พ่อ"

เสี่ยวจื่อซานกระตุกแขนพ่ออีกรอบ พูดจริงจัง "เรื่องตกปลาเราพักไว้ก่อนได้ไหม ตอนนี้เรื่องใหญ่คือลูกสาวพ่อโดนคนว่าร้องเพลงห่วยต่างหาก"

"ร้องเพลงห่วยมันเรื่องปกติไม่ใช่เหรอ พ่อร้องเพลงก็มีคนด่าว่าห่วย พ่อก็ยังร้องอยู่ดี ถึงจะห่วยก็หูคนอื่น แต่เรามีความสุขกับเสียงเพลงของเราก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ"

จางโหย่วตอบส่งๆ ไปสองสามประโยค

"จะแบ่งลูกกันยังไง"

เจียงอีเหรินถามสวน "เสี่ยวจื่อซานไปกับคุณแน่ ลูกชายสองคนต้องอยู่กับฉัน แต่ฉันจะไม่ยอมให้คุณเสียเปรียบ รอให้มีอีกคน เราค่อยมาคุยเรื่องแยกทางกันด้วยดี"

"..."

จางโหย่วชะงักกึก หันไปมองราชินีเพลงของตัวเองด้วยสายตาหวาดผวา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 1303 - ไม่เคยกลับบ้านมามือเปล่า

คัดลอกลิงก์แล้ว