- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 1255 - ต้องอาบน้ำอีกรอบ
บทที่ 1255 - ต้องอาบน้ำอีกรอบ
บทที่ 1255 - ต้องอาบน้ำอีกรอบ
เห็นผู้อำนวยการจางไม่ได้พูดเล่น เฉินเจียมิ่งก็รู้สึกดีขึ้นมาก
ตอนนี้ในบริษัท ผู้อำนวยการจางเป็นคนที่น่าเชื่อถือเสมอ ไม่ใช่แค่เพราะเขาเล่นหนัง 'Goodbye Mr. Loser' ที่จางโหย่วเขียนบทและลงทุนจนดังเป็นพลุแตก แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่ผลงานที่จางโหย่วทำออกมา
หนังเรื่องเดียวประสบความสำเร็จอาจจะฟลุ๊ค
แต่สองเรื่องนี่คือฝีมือล้วนๆ
โดยเฉพาะ 'Crazy Stone' เป็นยังไง เขาในฐานะนักแสดงนำย่อมรู้ดีที่สุด คุณภาพของหนังเรื่องนี้สูงกว่า 'Goodbye Mr. Loser' เสียอีก
แม้ว่ามุกในเรื่องจะเก่าไปหน่อย แต่การดำเนินเรื่องเต็มไปด้วยตลกร้ายชั้นเยี่ยม
ในเรื่องนี้ จินไค่ก็มีส่วนร่วมด้วย เขามาเป็นดารารับเชิญ
บทเจ้านายในเรื่องจินไค่เป็นคนเล่น รู้สึกว่าตอนแรกผู้อำนวยการจางตั้งใจจะให้จินไค่เล่นบทลูกพี่ แต่ต่อมาเพราะคิวงานจินไค่ไม่ได้ บวกกับสำเนียงภาษาถิ่นไม่ค่อยเป๊ะ และเวลาถ่ายทำกระชั้นชิด ไม่มีเวลาให้ฝึกมากนัก ก็เลยหานักแสดงใหม่มารับบท 'เฮยผี' แทน
ผลออกมาดีมาก
นักแสดงคนนั้นหน้าตาอาจจะไม่เท่าไหร่ แต่เฉินเจียมิ่งสังหรณ์ใจว่าพอเล่นบทเฮยผีจบ นักแสดงหน้าแก่คนนี้ต้องดังแน่
ไหวพริบหน้างานดีมาก
ตอนถ่ายทำเขายืนดูอยู่ข้างๆ หมอนั่นติดอยู่ในท่อระบายน้ำ บทพูดหลายประโยคเขาด้นสดเอง แถมยังด่าออกมาคำหนึ่ง ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด
และบริษัทก็เซ็นสัญญากับนักแสดงคนนี้เรียบร้อยแล้ว
ไม่รู้ใครพูดขึ้นมาว่า "ประธานหลินมาแล้ว" ทุกคนที่กำลังคุยกันอยู่ก็หยุดคุยทันที พอร่างของหลินเป่าเอ๋อในชุดเสื้อโค้ทสีแดงไวน์รัดรูปเดินเข้ามา ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทก็รีบเข้าไปทักทายอย่างนอบน้อม
พองานเลี้ยงฉลองเริ่มขึ้น
หลินเป่าเอ๋อยิ้มกล่าวว่า "เมื่อคืนถือเป็นวันที่น่าจดจำของบริษัท อาจารย์จินไค่คว้าเกียรติยศราชาจอเงินมาให้บริษัท ผู้กำกับเฉินน่าจะเป็นคนแรกที่คว้ามงกุฎผู้กำกับยอดเยี่ยมให้บริษัทนับตั้งแต่ฉันมารับตำแหน่งประธาน"
พูดจบ
หลินเป่าเอ๋อก็มองไปทางจางโหย่วที่นั่งอยู่เก้าอี้โต๊ะกลม "และยังมีผู้อำนวยการจางของเรา ที่คว้าไปถึงสามรางวัลใหญ่ ไม่ใช่แค่เรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในวงการบันเทิง แต่ยังเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นในบริษัท แน่นอน นอกจากฮีโร่ทั้งสามท่านนี้ ความทุ่มเทของคนอื่นฉันก็เห็น บริษัทจะพัฒนาไปได้ดี ไม่ได้พึ่งฉันแค่คนเดียว แต่ต้องอาศัยทุกคนช่วยกัน..."
จางโหย่วเพิ่งค้นพบเป็นครั้งแรกว่าเป่าเอ๋อชอบพล่ามน้ำท่วมทุ่งขนาดนี้
แต่พอลองคิดดูก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องปกติ งานเลี้ยงฉลองของบริษัทบันเทิงมักจะเป็นแบบนี้ ไม่ใช่แค่เป่าเอ๋อที่เป็นเจ้าของบริษัทชอบพูด เจ้าของคนอื่นก็ชอบพูดเหมือนกัน
ผู้บริหารระดับสูงและศิลปินในสังกัดที่นั่งล้อมวงโต๊ะกลมต่างปรบมือกันเกรียวกราว โชคดีที่พูดไปสักพัก หลินเป่าเอ๋อก็วกเข้าเรื่องรางวัล "เนื่องจากผลงานที่โดดเด่นของทั้งสามท่าน บริษัทตัดสินใจมอบเงินรางวัลให้ท่านละหนึ่งล้านหยวน ส่วนพนักงานคนอื่นๆ ก็จะมีของขวัญมูลค่าหลักแสนเป็นรางวัล"
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง
จางโหย่วตบมือเปาะแปะสองทีก็เลิก แต่ผู้บริหารระดับสูงของบริษัทกลับปรบมือกันอย่างเอาเป็นเอาตาย เหมือนโดนมนตร์สะกดจากคำพูดน้ำท่วมทุ่งของเป่าเอ๋อยังไงยังงั้น
สังคมสมัยนี้เป็นผู้บริหารบริษัทไม่ง่ายเลยจริงๆ แต่ละคนเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์กันทั้งนั้น
"เรื่องสุดท้ายที่จะบอกทุกคน ผู้อำนวยการจางเขียนบทหนังเสร็จอีกเรื่องแล้ว และจะร่วมมือกับบริษัทต่อไป 'The Truman Show' ทำรายได้ถล่มทลาย หวังว่าผู้กำกับเฉินปิ่งหลินจะสร้างความยิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง"
หลินเป่าเอ๋อยิ้มกล่าว
"มีบทที่เหมาะกับผมไหมครับ"
ประธานหลินพูดจบปุ๊บ เฉินเจียมิ่งก็มุดเข้าไปถามจางโหย่วทันที
"หนังดราม่าจริงจัง"
จางโหย่วตอบยิ้มๆ "บทไม่ค่อยเหมาะกับนาย"
"อ้อ"
เฉินเจียมิ่งตอบเสียงผิดหวัง
ฟังจากคำพูดของผู้อำนวยการจาง บทหนังเรื่องต่อไปนอกจากจะให้ผู้กำกับเฉินปิ่งหลินกำกับแล้ว พระเอกต้องเป็นจินไค่แน่นอน หมอนี่อาศัย 'The Truman Show' กลายเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งในใจผู้กำกับหลายคนที่ทำหนังดราม่าไปแล้วจริงๆ
หลังจากงานเลี้ยงฉลองเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ เพราะมีหลินเป่าเอ๋ออยู่ด้วย ทุกคนเลยยังเกร็งๆ กันอยู่ หลินเป่าเอ๋อก็รู้ตัวดี เธออยู่ร่วมงานได้ไม่นานก็ขอตัวกลับ พอเธอไปปุ๊บ เหล่าผู้บริหารก็ปลดปล่อยกันเต็มที่
แต่งานเลี้ยงฉลองจัดตอนเที่ยง ไม่ใช่ตอนเย็น ผู้บริหารยังมีงานต้องทำตอนบ่าย ศิลปินบางคนก็มีตารางงานต่อ เลยไม่มีใครดื่มเหล้า งานเลี้ยงที่ไม่มีเหล้าเลยเลิกเร็ว
เริ่มสิบเอ็ดโมงสี่สิบ เที่ยงครึ่งก็เลิกแล้ว
กลับมาถึงวิลล่าหลังเล็กที่เพิ่งซื้อเมื่อไม่นานมานี้ หลินเป่าเอ๋อชงชามาแก้วหนึ่ง แล้วเดินไปที่ระเบียงดูต้นพลูด่างที่เธอตัดรากมาจากที่ทำงานมาปลูกไว้
ไม้ประดับชนิดนี้ตายยากจริงๆ ต่อให้ย้ายมาปลูกผิดฤดูกาลก็ยังรอด
ต้นของเธอก็เหมือนกัน
ถึงจะไม่งามเท่าต้นที่ออฟฟิศ แต่ขอแค่รอด เดี๋ยวก็เลื้อยเถาว์ออกมาเอง รดน้ำไปนิดหน่อย หลินเป่าเอ๋อก็เลิกสนใจ
หยิบผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำ หลินเป่าเอ๋อเริ่มอาบน้ำ
ไม่รู้ว่าจางเสี่ยวโหย่วสังเกตเห็นสายตาตอนก่อนกลับของเธอหรือเปล่า แต่เมื่อเช้าเธอใบ้ให้เขาไปแล้ว หมอนั่นไม่มีทางไม่เข้าใจ บางเรื่องถ้าไม่มีก็แล้วไป แต่ถ้าเคยมี... ห่างหายไปนานๆ มันก็คิดถึงเหมือนกัน
กลับมานอนเล่นบนเตียงในห้องนอนได้ยี่สิบกว่านาที ก็มีเสียงฝีเท้าดังมาจากห้องนั่งเล่น
มุมปากหลินเป่าเอ๋อยกยิ้ม เธอว่าแล้วเชียว! งานเลี้ยงฉลองจัดตอนเที่ยง ตอนบ่ายหลายคนมีงาน คงยืดเยื้อไม่นาน แล้วจางเสี่ยวโหย่วที่เมื่อเช้าบอกว่าไม่สบาย ก็ยังอุตส่าห์มาจนได้
จางโหย่วเดินเข้ามาในห้องนอน เห็นเป่าเอ๋ออาบน้ำเสร็จนอนรออยู่บนเตียงแล้ว
"ชักจะเกินไปแล้วนะ"
จางโหย่วหัวเราะขืนๆ
"คุณเลือกเองนะ พ่อซูเปอร์สตาร์"
หลินเป่าเอ๋อก็รู้ว่าเจตนาตัวเองชัดเจนไปหน่อย แต่... ทั้งสองคนก็ไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้งแล้ว จะมีอะไรต้องอายอีก
เธอไม่ได้เอาปืนจ่อหัวบังคับจางเสี่ยวโหย่วซะหน่อย
เขาเลือกเองทั้งนั้น ในเมื่อเลือกแล้ว ก็อย่ามาเสียใจทีหลัง รอจนจางเสี่ยวโหย่วนั่งลงข้างเตียง หลินเป่าเอ๋อก็ดมฟุดฟิดไปตามตัวเขา แล้วยิ้มอย่างพอใจ "ไม่ได้ดื่มเหล้ามาจริงๆ ด้วย"
"คุณจัดงานเลี้ยงตอนเที่ยง ก็กะจะไม่ให้ใครดื่มอยู่แล้วนี่"
จางโหย่วตอบยิ้มๆ
"ดื่มเหล้าเสียงาน"
หลินเป่าเอ๋อนอกจากจะไม่ปฏิเสธ ยังตอบกลับยิ้มๆ แล้วเธอก็วกเข้าเรื่องงาน "ฉันเตรียมจะเริ่มโปรโมต 'Crazy Stone' ในอีกวันสองวันนี้ ตรุษจีนปีนี้มีหนังเอฟเฟกต์ฟอร์มยักษ์สองเรื่อง เริ่มโปรโมตปูพรมกันตั้งแต่เมื่อวานแล้ว งบโปรโมตสูงมาก ฉันกลัวว่าถ้าลากยาวไปอีกสองวัน ความสนใจของคอหนังจะถูกหนังยักษ์สองเรื่องนี้ดึงไปหมด"
"คุณตัดสินใจได้เลย"
จางโหย่วตอบ
"ว่าง่ายขนาดนี้เชียว"
หลินเป่าเอ๋อถามยิ้มๆ ไม่รอให้จางโหย่วตอบ เธอก็ขยับตัวเข้าไป ริมฝีปากแดงสดที่ทาลิปสติกประทับลงบนแก้มของจางโหย่ว
ปฏิกิริยาแรกของจางโหย่วคือ... เดี๋ยวกลับไปต้องอาบน้ำอีกรอบ
(จบแล้ว)