- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 1151 - ท่วงทำนองแห่งความเยาว์วัย
บทที่ 1151 - ท่วงทำนองแห่งความเยาว์วัย
บทที่ 1151 - ท่วงทำนองแห่งความเยาว์วัย
เมื่อคืนจางโหย่วลองเล่นเปียโนที่บ้านดูแล้วรู้สึกว่าใช้ได้เลยทีเดียว
เขาตัดทอนเพลงนี้มาจากเพลงที่ชื่อว่า 'Apollo's Triumph' (ชัยชนะของอพอลโล) เพราะฉากนั้นมีไม่เยอะ บวกกับช่วงต้นของเพลงนี้ที่เป็นเสียงทุ้มต่ำนั้นค่อนข้างยาว แต่ช่วงฮุกของเพลงนั้นเพราะจับใจ
บนโลกเดิมยังมีแฟนหนังตัดทอนเพลงนี้บางส่วนไปใช้เป็นเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง 'The Spy Gone North' ที่นำแสดงโดยฮวังจองมินและอีซองมิน
ต้องยอมรับว่าเพราะจริงๆ
เพลงเข้ากับฉากที่อีซองมินยกข้อมือดูนาฬิกาได้อย่างลงตัว เรียกว่าดึงอารมณ์ร่วมได้ถึงขีดสุด
ในภาพยนตร์เรื่อง 'The Contest' ฉากที่ตัวละครทั้งสามหลังจากต่อสู้กันอย่างดุเดือดแล้วพบว่าตำรวจคนนี้คือเพื่อนเล่นในวัยเด็กที่จากกันไปนาน จางโหย่วรู้สึกว่าการตัดทอนเพลงส่วนนี้มาใช้ช่างเหมาะสมที่สุด
พูดไปจะหาว่าคุย แฟนหนังบางคนเลือกเพลงประกอบและจับคู่กับฉากบางฉากได้ดีกว่าผู้กำกับเสียอีก ส่วนหนังเรื่อง 'The Spy Gone North' นั้นจางโหย่วขอไม่วิจารณ์ (Salty : หนังเกี่ยวกับเกาหลีเหนือกับกำหลีใต้นะครับ หนังการเมืองการสงครามนั้นแหละ :D)
เอาเป็นว่าหนังเขาทำออกมาได้กระแทกใจคนดูจริงๆ ไม่เหมือนวงการหนังภาษาจีนที่... ช่างเถอะ จะไปโทษผู้กำกับอย่างเดียวก็ไม่ได้ เพราะเมื่อมีกรอบและข้อจำกัดมากมาย พื้นที่ในการแสดงออกก็เหลืออยู่แค่นิดเดียว จะสู้เขาไม่ได้ก็เป็นเรื่องปกติ
และเนื่องจากเพลง 'Apollo's Triumph' นี้มีความพิเศษตรงที่มีท่วงทำนองที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้ฮึกเหิม แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเศร้าสร้อยที่ยากจะเอื้อนเอ่ย จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะใช้เน้นอารมณ์ในฉากนี้
เมื่อจางโหย่วทำดนตรีประกอบท่อนสั้นๆ นี้เสร็จ เขาก็สวมหูฟังเริ่มลองฟัง พอฟังจบก็ปรับแก้รายละเอียดเล็กน้อย ฟังซ้ำอีกหลายรอบจนมั่นใจว่าไม่มีปัญหา จึงยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
ภายในห้องอัดเสียง
ไป๋ซินนั่งอยู่ข้างๆ เฉิงเผิงเฟยและกำลังดูเนื้อเพลงในมือไปด้วยกัน
ผู้จัดการอีกสองคนก็ทำท่าทางคล้ายๆ กัน ดูเหมือนทุกคนจะอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับอัลบั้มที่คุณจางทำให้วง Future Boys เหลือเกิน เพลงในมือของเฉิงเผิงเฟยมีชื่อว่า 'Love'
พออ่านเนื้อเพลงจบ ไป๋ซินก็รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้แสดงอาการออกมา เธอหลงนึกว่าคุณจางจะแต่งเพลงแนว 'คำถาม' หรือ 'ถั่วแดง' ออกมาเสียอีก ไม่คิดเลยว่า... ดูจากเนื้อเพลงแล้ว เธอรู้สึกว่ามันดูดาษดื่นไปหน่อย
ทำให้ไป๋ซินเริ่มกังวลลึกๆ ว่ามันจะเป็นเพลงแบบ 'หญ้าร้อยบุปผา' อีกหรือเปล่า เธออยากจะเอื้อมมือไปหยิบเพลงอื่นที่วางอยู่ข้างมือคุณจางมาดู แต่ก็ไม่กล้าพอ
เฉิงเข่อเองก็ดูผิดหวังเช่นกัน เธอหันไปสบตาไป๋ซิน พอเห็นว่าอีกฝ่ายก็มองมา ทั้งคู่ต่างส่ายหน้าเบาๆ เป็นเชิงว่าไม่ค่อยมั่นใจกับเพลง 'Love' นี้เท่าไหร่
"คุณจางครับ เพลงนี้ดูเหมือน... คุณภาพจะไม่ค่อยสูงเท่าไหร่นะครับ"
กลายเป็นหลี่เสี่ยวจงที่อ่านเนื้อเพลงของหวังจื่อหานจบแล้วพูดความในใจออกมาตรงๆ
"งั้นคุณมาแต่งเองไหมล่ะ"
จางโหย่วไม่ไว้หน้าหมอนี่เลยสักนิด
ไม่รู้จริงก็อย่าพูดมาก ถ้าเป็นเพลงอื่นแล้วบอกว่าคุณภาพงั้นๆ จางโหย่วอาจจะพอเห็นด้วย แต่เพลง 'Love' นี่มันคือเพลงระดับตำนานของวงเสี่ยวหู่ตุ้ยเชียวนะ ตอนที่เพลงนี้ปล่อยออกมาใหม่ๆ มันดังระเบิดระเบ้อในหมู่วัยรุ่น ทันที ต่อมาวง TFBOYS ก็ถูกปั้นขึ้นมาตามรอยเสี่ยวหู่ตุ้ยนี่แหละ
ในแง่ของการพัฒนา วง TFBOYS ในยุคหลังอาจจะประสบความสำเร็จในเชิงพาณิชย์มากกว่าเสี่ยวโหย่วตุ้ย แต่ถ้าพูดถึงอิทธิพลและตำนาน ก็ต้องยกให้เสี่ยวหู่ตุ้ยเขาแหละ
แต่สองวงนี้ก็เอามาเทียบกันไม่ได้หรอก ยุคสมัยสร้างวีรบุรุษ และแต่ละยุคสมัยก็มีรสนิยมทางดนตรีที่แตกต่างกัน
หลี่เสี่ยวจงโดนจางโหย่วสวนกลับประโยคเดียวถึงกับหน้าเสีย แต่สุดท้ายก็ได้แต่อดทนไว้
"ท่องจำได้หรือยัง"
จางโหย่วเห็นว่าเวลาสมควรแล้วจึงเอ่ยถาม เมื่อเห็นทั้งสามคนพยักหน้า เขาก็เรียกทั้งสามมาซักซ้อมเทคนิคการร้องให้เข้าใจตรงกัน ก่อนจะเริ่มอัดเสียงอย่างเป็นทางการ
ในกระดาษของทั้งสามคนระบุท่อนร้องของตัวเองและท่อนประสานเสียงไว้อย่างชัดเจน การที่ผ่านการประเมินมาได้ย่อมหมายความว่าทักษะการร้องของทั้งสามอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และเพลง 'Love' นี้ก็ไม่ได้ต้องการเทคนิคการร้องที่แพรวพราวอะไรมากมาย ตอนที่วงเสี่ยวหู่ตุ้ยร้องเพลงนี้ ทักษะการร้องของพวกเขาก็ไม่ได้เทพอะไรนักหนา
แต่เพราะท่วงทำนองและจังหวะที่สดใสสนุกสนาน ทำให้เพลงนี้ดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง
ไป๋ซินไม่กล้ารบกวนการทำงานของคุณจาง เธอยืนอยู่ข้างๆ หลี่เสี่ยวจงและเฉิงเข่อ ทั้งสามคนต่างจ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ทั้งสามในห้องอัดเสียงที่สวมหูฟังเตรียมพร้อม
เมื่อดนตรีบรรเลงขึ้น เฉิงเผิงเฟยมองเนื้อเพลงแล้วร้องท่อนอินโทรขึ้นมา
เป็นเพียงเสียงร้อง "โว้ว โว โว" ง่ายๆ จากนั้นก็เข้าสู่ท่อนหลัก "เอาใจเธอมาใส่ใจฉันร้อยเรียงกัน ร้อยเป็นใบโคลเวอร์แห่งความโชคดี ร้อยเป็นวงกลมแห่งใจประสานใจ..."
แค่ท่อนแรกท่อนเดียว ก็ทำเอาไป๋ซินที่เมื่อครู่ยังผิดหวังกับเนื้อเพลงถึงกับตาลุกวาว สาเหตุหลักคือกลิ่นอายความเยาว์วัยที่พุ่งปะทะหน้า มันทำให้ห้องอัดเสียงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
"อย่าให้ความหนุ่มสาวต้องโดดเดี่ยวเมื่อเติบโตขึ้น เอาใบโคลเวอร์ของฉันไปปลูกในทุ่งฝันของเธอ ให้ที่แห่งนั้นหมุนตามวงกลมใจประสานใจของเรา หมุนไปตลอดกาลไม่หยุดยั้ง..."
เนื้อเพลงท่อนนี้จางโหย่วปรับแก้เล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้กระทบกับความหมายโดยรวมของเพลง
หลี่เสี่ยวจงกำหมัดแน่น เพลงนี้... เนื้อเพลงดูธรรมดาจริงๆ แต่พอน้องๆ Future Boys ร้องออกมา เขากลับรู้สึกว่ามันเพราะมาก เหมือนกับความเยาว์วัยถูกทำให้จับต้องได้
เสียงร้องแบบนี้
เด็กหนุ่มเหล่านี้
นี่แหละคือสัญลักษณ์ของวัยรุ่น ราวกับว่าแม้แต่สายลมก็ยังมีท่วงทำนอง
หันไปมองผู้จัดการอีกสองคน เห็นทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่สามหนุ่มในห้องอัด หลี่เสี่ยวจงรู้ทันทีว่าถ้าอัลบั้มนี้ที่คุณจางทำให้มีคุณภาพระดับนี้ทุกเพลง ทันทีที่อัลบั้มวางแผง วง Future Boys อาจจะกลายเป็นวงบอยแบนด์ที่ดังที่สุดในวงการเพลงก็เป็นได้
"ตะโกนบอกท้องฟ้าดังๆ ว่าฉันรักเธอ บอกเมฆขาวที่ล่องลอยว่าฉันคิดถึงเธอ ให้ท้องฟ้าได้ยิน ให้เมฆขาวได้เห็น ไม่มีใครลบคำสัญญาที่เราให้ไว้แก่กันได้..."
ร่างหนึ่งเดินเข้ามา
ไม่ใช่ท่านประธานหลิน แต่เป็นซ่งหลาน จางโหย่วไม่ได้สนใจเธอ เขาตั้งใจฟังเสียงร้องของสามหนุ่มในห้องอัด เมื่อร้องถึงท่อนฮุก หวังเฟิงหัวหน้าฝ่ายผลิตก็เดินเข้ามา
น่าจะเพราะประชุมเช้าเสร็จแล้ว เลยตั้งใจมาดูผลงานหลานชาย พอร้องจบ จางโหย่วไม่ได้ให้ทั้งสามคนออกมา แต่พูดผ่านไมค์ว่า "เฉิงเผิงเฟย นายต้องเร่งจังหวะการร้องขึ้นอีกนิด ร้องให้รู้สึกเหมือนกำลังจะบิน หวังจื่อหาน นายไม่ต้องพยายามโชว์เทคนิคมากนัก ฉันต้องการเนื้อเสียงที่เป็นธรรมชาติของนาย เอาแบบเพียวๆ เลย ส่วนหลี่เฉิงหลง... นายทำได้ดีมาก รักษามาตรฐานไว้"
ได้ยินศิลปินในสังกัดตัวเองได้รับคำชมจากคุณจาง เฉิงเข่อที่ยืนอยู่ข้างนอกก็ชูนิ้วทำท่าสู้ๆ ให้
การอัดเสียงรอบที่สองเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
ซ่งหลานฟังตั้งแต่ต้นจนจบ พอฟังจบ... เธอก็แอบย่องออกไปเงียบๆ จากนั้นหยิบโทรศัพท์มือถือโอนเงินสามแสนหยวนเข้าบัญชีหุ้นของตัวเอง
เธอคิดไว้แล้ว รอให้อัลบั้มของ Future Boys ที่คุณจางปั้นวางแผงได้สักอาทิตย์หนึ่ง พอใกล้จะครบกำหนดสัญญา เธอจะรีบขายทิ้งทันที
"เป็นยังไงบ้าง"
หลินเป่าเอ๋อถาม
"เพิ่งอัดเพลงชื่อ 'Love' เสร็จค่ะ"
ซ่งหลานตอบ "ต่างจากเพลงฮิตในตลาดตอนนี้เลยค่ะ เพลงนี้มีชีวิตชีวามาก ให้ความรู้สึกพลังงานล้นเหลือ ฉันส่วนตัวคิดว่าถ้าปล่อยออกมาต้องโดนใจวัยรุ่นแน่นอนค่ะ"
(จบแล้ว)