- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 955 - เกณฑ์ผ่านคือ 6.0
บทที่ 955 - เกณฑ์ผ่านคือ 6.0
บทที่ 955 - เกณฑ์ผ่านคือ 6.0
จางโหย่วยืนฟังเงียบๆ
เขาเองก็คาดไม่ถึงเหมือนกันว่านักข่าวพวกนี้จะไม่ไว้หน้ากันขนาดนี้ ตามธรรมเนียมแล้วต่อให้หนังจะห่วยแตกแค่ไหน ต่อหน้าผู้กำกับและทีมนักแสดง นักข่าวก็ควรรักษามารยาทถามอ้อมๆ หรือแกล้งอวยสักหน่อยพอเป็นพิธี
แต่วันนี้กลับผิดปกติมาก
จางโหย่วไม่รู้ว่าเป็นเพราะนักข่าวที่นี่มีจรรยาบรรณวิชาชีพสูงส่ง หรือว่าเป็นเพราะซองแดงที่แจกไปมันหนาไม่พอ
แต่ในเมื่อเขาถามมาแล้ว จะให้แกล้งทำเป็นหูทวนลมก็คงไม่ได้ จางโหย่วลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นว่า "ผมคิดว่าทุกคนกำลังเข้าใจผิดในประเด็นหนึ่งครับ สิ่งที่ผู้กำกับหานเหวยต้องการจะสื่อคือความรักที่ผิดที่ผิดเวลา ซึ่งนอกจากจะต้องแยกจากกันในท้ายที่สุดแล้ว มันยังจะกลายเป็นความทรงจำที่ฝังใจหลังจากแยกทางกันด้วย"
จางโหย่วยิ้มแล้วพูดต่อว่า "ส่วนที่ทุกคนบอกว่าขาดพลังบางอย่างไป ผมคิดว่าพลังที่ว่าคงหมายถึงฉากเลิฟซีนที่ดุเดือดใช่ไหมครับ"
หลายคนในงานหัวเราะออกมา
หานเหวยหันขวับมามองจางโหย่วทันที
เธอก็อยากรู้เหมือนกันว่าจางโหย่วจะแก้ต่างยังไง จางโหย่วพูดต่อว่า "สำหรับจุดนี้ ผมกลับมองว่าระดับความแรงของ 'ถ่าหยา' นั้นทำออกมาได้พอเหมาะพอเจาะที่สุดแล้วครับ แน่นอนผมไม่ได้พูดเพื่ออวยผู้กำกับหาน แต่ผมพูดตามความจริง"
จางโหย่วทำหน้าจริงจัง "เดิมทีความสัมพันธ์ระหว่างครูโจวกับครูเสี่ยวเซียก็เป็นความสัมพันธ์ระหว่างครูและลูกศิษย์ ความรักแบบนี้ถ้าจะพูดว่าผิดศีลธรรมก็คงไม่ผิดนัก ถ้าเราใส่ฉากเลิฟซีนหวือหวาเข้าไป มันจะไม่กลายเป็นความรักที่สกปรกโสมมไปเหรอครับ แต่ถ้าเราเลือกที่จะละไว้ ไม่ก้าวล่วงเส้นแบ่งนั้น ความรักครั้งนี้ก็จะกลายเป็นความเสียดาย"
"ความรักที่เต็มไปด้วยความเสียดาย มักจะตราตรึงใจคนดูได้มากกว่าความรักที่สมหวังเสมอ"
"แปะๆๆ"
พอจางโหย่วพูดจบ เสียงปรบมือก็ดังสนั่นไปทั่วทั้งโรงภาพยนตร์
หานเหวยมองผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายด้วยสายตาที่ซับซ้อน ความรู้สึกขุ่นเคืองที่เคยมีก่อนหน้านี้จางหายไปจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความรู้สึกประหลาดใจและซาบซึ้งใจ
งานรอบปฐมทัศน์จบลง
พอกลับเข้ามาหลังเวที หานเหวยก็จ้องหน้าจางโหย่วแล้วถามว่า "ทำไมคุณถึงพูดแบบนั้น"
"แล้วจะให้พูดแบบไหนล่ะ"
จางโหย่วถามกลับ ยังไม่ทันที่หานเหวยจะอ้าปาก จางโหย่วก็พูดเสียงเย็นว่า "จะให้ปล่อยนักข่าวไล่บี้คุณต่อไปงั้นสิ ผู้กำกับหาน คุณน่าจะรู้ดีที่สุดว่าทำไมนักข่าวถึงจี้แต่เรื่องฉากเลิฟซีน ก็คุณเล่นใช้เรื่องนี้เป็นจุดขายในการโปรโมต ตอนนี้เป็นไงล่ะ โดนกัดไม่ปล่อยเลยเห็นไหม"
"คุณอย่ามาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉันนะ"
พอเห็นสีหน้าเย็นชาของจางโหย่ว หานเหวยก็นึกอะไรขึ้นมาได้ น้ำเสียงอ่อนลงทันที "ฉันรู้น่าว่าคุณช่วยพูดแก้ต่างให้ฉัน โอเคไหม"
"ไปล่ะ"
ทิ้งท้ายไว้แค่คำเดียว
จางโหย่วก็แวบหายไปทันที
หานเหวยมองแผ่นหลังของจางโหย่วที่เดินจากไป แววตาไหวระริก เธอไม่ได้พูดอะไรออกมา ตอนนี้เธอก็เริ่มสับสนแล้วเหมือนกัน เธอรู้สึกว่าจางโหย่วคือหลี่จงเซิ่ง แต่บางทีก็รู้สึกว่าไม่ใช่
แต่ถ้าจะบอกว่าไม่ใช่... เมื่อไม่กี่วันก่อน ผลการสืบประวัติที่เธอไหว้วานคนไปทำก็ส่งกลับมาแล้ว
ในข้อมูลไม่ได้ระบุว่าพ่อแม่ของจางโหย่วมีลูกสองคน แต่... พอเธอเอาผลการสืบสวนไปเล่าให้เฉินเสวี่ยเพื่อนสนิทฟัง เพื่อนเธอฟังจบก็เสนอความเป็นไปได้อีกทางหนึ่ง
เพื่อนเธอบอกว่า เป็นไปได้ไหมที่หลี่จงเซิ่งพอคลอดออกมาจากห้องคลอดปุ๊บ ก็ถูกพ่อแม่จางโหย่วส่งให้คนอื่นไปเลี้ยงทันที เลยทำให้ไม่มีข้อมูลปรากฏในประวัติ
แต่ถ้าทฤษฎีนี้เป็นจริง... พ่อเธอก็น่าจะรู้เรื่องนี้สิ
หานเหวยส่ายหน้า ตัดสินใจเลิกคิดเรื่องปวดหัวพวกนี้ ยังไงซะตอนนี้เด็กในท้องก็คือลูกของจางโหย่ว จะเป็นหลี่จงเซิ่งหรือจางโหย่ว สุดท้ายก็คือพ่อของลูกเธออยู่ดี
พอกลับถึงบ้าน
จางโหย่วก็หยิบมือถือขึ้นมาดู แล้วก็เห็นบทความวิจารณ์หนังที่เขียนโดยผู้กำกับเฝิงเฮ่อ
"วันนี้ผมไปดูหนังรอบปฐมทัศน์เรื่อง 'ถ่าหยา' มา พูดตามตรงนะ ผมผิดหวังมาก ทั้งเรื่องเต็มไปด้วยบทพูดสั่งสอนที่น่าเบื่อหน่าย การดำเนินเรื่องก็เอื่อยเฉื่อยชวนหลับ ถ้าไม่ใช่เพราะทนดูหน้าจางโหย่ว ผมคงลุกหนีออกจากโรงไปนานแล้ว ไม่รู้จริงๆ ว่าผู้กำกับหานคิดอะไรอยู่ ถึงได้ถ่ายหนังออกมาแบบนี้ สรุปสั้นๆ 'ถ่าหยา' คือหนังขยะ"
จางโหย่วอ่านจบก็คิ้วกระตุก
ไอ้เฒ่าเฝิงเฮ่อนี่มันกัดไม่ปล่อยจริงๆ หนังตัวเอง 'การตรวจสอบก่อนแต่งงาน' ที่เข้าฉายวันเดียวกับ 'ถ่าหยา' ก็ไม่ได้ดีเด่ไปกว่ากันเท่าไหร่ ยังจะมีหน้ามาวิจารณ์ชาวบ้าน
จางโหย่วไม่รอช้า เข้าแอปฯ โต้วป้านแคปรูปคะแนนวิจารณ์ของหนังทั้งสองเรื่องทันที
'ถ่าหยา' ได้คะแนน 7.6
'การตรวจสอบก่อนแต่งงาน' ได้คะแนน 5.4
จากนั้นจางโหย่วก็เข้าไปที่บัญชีสาธารณะของตัวเอง โพสต์รูปที่แคปมาลงไป พร้อมแคปชั่นสั้นๆ ว่า "เกณฑ์ผ่านคือ 6.0 ใช่ไหมครับ"
โพสต์ปุ๊บ แฟนคลับก็แห่มาคอมเมนต์กันถล่มทลาย
"ฮ่าๆๆ ผุ้อำนวยการจางนี่มันร้ายจริงๆ ตบหน้ากลางอากาศเลย"
"คะแนน 5.4 ยังกล้ามาวิจารณ์หนัง 7.6 ความมั่นหน้านี้ท่านได้แต่ใดมา"
"เฝิงเฮ่อ : เจ็บ... จุก... พูดไม่ออก"
อีกด้านหนึ่ง
เฝิงเฮ่อที่นั่งจิบไวน์ฉลองยอดจองตั๋วล่วงหน้าที่เหนือกว่า 'ถ่าหยา' พอเห็นโพสต์ของจางโหย่ว หน้าก็แดงก่ำด้วยความโกรธ แก้วไวน์ในมือสั่นระริก
"ไอ้เด็กเวร! มันกล้าดียังไง!"
เฝิงเฮ่อคำรามลั่น แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะหลักฐานมันคาตา คะแนนวิจารณ์ในโต้วป้านเป็นสิ่งที่ผู้คนเชื่อถือมากที่สุด และคะแนน 5.4 ของเขามันก็ประจานตัวเองอยู่ทนโท่
(จบแล้ว)