เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 803 - พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่

บทที่ 803 - พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่

บทที่ 803 - พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่


"หลี่หรานจ๊ะ"

เจียงอีเหรินทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของสามี เธอเตรียมจะซักไซ้ถามคะแนนต่อ

เสี่ยวจื่อซานกระพริบตาปริบๆ สองสามที ก่อนจะโพล่งออกมาว่า "พ่อคะ หนูอยากเล่นเปียโนแล้ว"

พูดจบเจ้าตัวเล็กก็กระโดดลงจากโซฟา เอื้อมมือไปดึงแขนจางโหย่วจะลากขึ้นไปชั้นบน

"บอกแล้วว่าอย่าถามๆ"

จางโหย่วพูดกลั้วหัวเราะทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่ง แล้วปล่อยให้ลูกสาวลากตัวปลิวขึ้นไปชั้นสาม

พอเห็นเสี่ยวจื่อซานออกไป หลี่หรานก็ทำท่าขยุกขยิกอยากจะลุกตามไปบ้าง แต่ก็ยังไม่กล้าลุกไปทันที ดูจากปฏิกิริยาของลูกสาว เจียงอีเหรินก็รู้คำตอบแล้ว

หลี่หรานคนนี้ต้องสอบได้คะแนนดีมากแน่ๆ

"หนูไปเล่นเถอะจ้ะ"

เจียงอีเหรินระงับความตั้งใจที่จะหาเรื่องลูกสาว ยิ้มแล้วพยักหน้าอนุญาต

พอได้ยินเจียงอีเหรินพูดแบบนั้น หลี่หรานก็รีบวิ่งตามเสี่ยวจื่อซานออกไป ไม่นานนักเสียงเปียโนทำนองเศร้าสร้อยก็ดังลงมาจากชั้นบน เจียงอีเหรินรู้ทันทีว่าลูกสาวตัวดีอ้อนให้พ่อเล่นเพลง 'บทเพลงไว้อาลัย' อีกแล้ว

เด็กตัวแค่นี้ยังฟังความเศร้าในท่วงทำนองไม่ออกหรอก แค่รู้สึกว่าตอนพ่อเล่นเพลงนี้ เธอได้มีส่วนร่วมร้องด้วยก็เลยชอบเป็นพิเศษ

แต่เสียงเปียโนเพียวๆ นั้น พลังในการดึงดูดอารมณ์และความเศร้าเทียบไม่ได้เลยกับตอนที่มีเสียงไวโอลินและเครื่องสายมาบรรเลงร่วม พอเพลงนี้จบลง เจียงอีเหรินก็ตะโกนขึ้นไปที่ชั้นสามว่า "เปลี่ยนเป็นเพลง 'ความรักข้ามกาลเวลา' หน่อย"

สิ้นเสียงของเธอ

ความเศร้าจากชั้นบนก็แผ่ซ่านลงมาอีกครั้ง เจียงอีเหรินรู้สึกหงุดหงิดใจนิดหน่อย

ระหว่างเมียกับลูกสาว คุณชายจางเลือกที่จะฟังลูกสาวอย่างไม่ต้องสงสัย ผ่านไปเกือบยี่สิบนาที จางโหย่วถึงได้เดินลงมาจากชั้นบน

"คุณจางคะ ถ้าตอนนี้ให้คุณเลือกระหว่างฉันกับลูกสาว คุณจะเลือกใคร"

เจียงอีเหรินมองเงาร่างของสามีที่ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องนั่งเล่นชั้นสอง แล้วถามเสียงเย็น

"หึงลูกสาวตัวเองเนี่ยนะ ไม่อายบ้างเหรอคุณ"

จางโหย่วตอบกลับขำๆ

จากนั้นเขาก็หยิบรีโมตเปลี่ยนช่องทีวีจากละครที่ราชินีเพลงกำลังติดงอมแงม ไปเป็นรายการวาไรตี้กลางแจ้งแทน

"รบกวนช่วยตอบด้วยค่ะ"

เจียงอีเหรินยังคงคาดคั้น

จางโหย่วดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด หันไปจูบที่ริมฝีปากแดงระเรื่อของเจียงอีเหรินสองที แล้วพูดว่า "พอได้แล้วมั้ง" ระหว่างที่พูด มือที่เพิ่งโยนรีโมตทิ้งไปบนโซฟาก็เลื่อนมาทาบทับลงบนสัญลักษณ์แห่งความเป็นหญิงของเจียงอีเหริน ยังไม่ทันจะได้เริ่มรุกราน เจียงอีเหรินก็รีบร้องบอกว่า "พอแล้วๆ"

"หึหึ"

จางโหย่วหัวเราะในลำคอเบาๆ

เจียงอีเหรินที่หลุดพ้นจากพันธนาการของสามีรีบมองไปทางบันไดที่เชื่อมไปชั้นสาม พอไม่เห็นเงาของเด็กหญิงตัวน้อยสองคน เธอก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นก็ถลึงตาใส่สามีอย่างดุเดือด "ไม่ดูเวล่ำเวลาเลยนะ"

"อยู่บ้านนะไม่ใช่ข้างนอก..."

จางโหย่วกำลังจะตอบกลับแบบขอไปที แต่พูดยังไม่ทันจบ เขาก็ชะงักกึก สีหน้าของเจียงอีเหรินเองก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงในทันที สองสามีภรรยาหันขวับไปมองทางบันไดโดยพร้อมเพรียง

"นี่มัน..."

เจียงอีเหรินอุทานอย่างประหลาดใจ

จางโหย่วไม่พูดอะไร แต่ตั้งใจฟังอย่างละเอียด

เสียงเปียโนทำนองเศร้าสร้อยดังแว่วมาจากชั้นสาม แม้จะมีจุดที่เล่นผิดอยู่หลายจุด แต่ส่วนใหญ่เล่นได้ถูกต้อง เสียงเปียโนยังคงดังต่อเนื่อง... จางโหย่วลุกขึ้นเดินไปทางบันได

เจียงอีเหรินในชุดนอนสีชมพูอ่อนรีบเดินตามไปติดๆ

ในตอนนี้เธอกำลังตกอยู่ในความปิติยินดีอย่างท่วมท้น ลูกสาวเรียนกับพ่อมาตั้งนาน ในที่สุดก็มีพัฒนาการก้าวกระโดดสักที

ฟังจากการบรรเลง แม้จะยังไม่คล่องแคล่วนัก และไม่มีพลังระดับที่สลักทุกตัวโน้ตลงในกาลเวลาได้เหมือนสามีของเธอ แต่การเล่นตามแบบครูพักลักจำก็ถือว่าทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว

เธอก็ว่าแล้วเชียว

ยีนของสามีดีขนาดนี้ ไม่มีเหตุผลที่เสี่ยวจื่อซานจะเรียนไม่เก่ง แถมยังไม่มีพรสวรรค์ทางดนตรีอีก นี่ไง... บทจะเก่งก็ก้าวกระโดดเลย

พอมองเห็นเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนเล่นอยู่หน้าเปียโน ฝีเท้าของเจียงอีเหรินก็หยุดชะงัก ความดีใจที่พวยพุ่งขึ้นมาเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เพราะคนที่กำลังเล่นเปียโนไม่ใช่ลูกสาวเธอ แต่เป็นหลี่หรานเพื่อนของลูก

เห็นแค่มือเล็กๆ ของเด็กน้อยพริ้วไหวไปมาบนคีย์เปียโน เจียงอีเหรินกำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ถูกจางโหย่วยกมือห้ามไว้เสียก่อน สายตาของจางโหย่วจ้องเขม็งไปที่หลี่หรานซึ่งกำลังจดจ่ออยู่กับการเล่น

ดูเหมือนจะรู้สึกตัวว่ามีคนมายืนอยู่ข้างหลัง เสียงเปียโนหยุดลงกะทันหัน หลี่หรานหันกลับมาเห็นจางโหย่วและภรรยา หน้าก็ซีดเผือด รีบพูดขึ้นว่า "คุณอาคะ..."

"ไม่เป็นไรลูก"

แค่มองสีหน้าเด็กน้อย จางโหย่วก็รู้ว่าแกคงกลัวเขาจะดุที่มาเล่นเปียโนซี้ซั้ว จางโหย่วรีบพูดปลอบโยน แล้วถามด้วยรอยยิ้มว่า "หลี่หราน หนูเรียนเปียโนมานานเท่าไหร่แล้ว"

"พ่อคะ หลี่หรานไม่เคยเรียนเปียโนนะ"

ยังไม่ทันที่หลี่หรานจะตอบ เสี่ยวจื่อซานก็ชิงตอบแทนด้วยรอยยิ้มร่าเริง

"ไม่เคยเรียนเหรอ"

สีหน้าของจางโหย่วเปลี่ยนไปทันที

แม้แต่แววตาของเจียงอีเหรินก็เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ ต้องรู้ก่อนนะว่าการบรรเลงเมื่อครู่นี้ ไม่เหมือนฝีมือของเด็กที่ไม่เคยเรียนเปียโนมาก่อนเลยสักนิด

แม้ว่าเพลง 'บทเพลงไว้อาลัย' เวอร์ชันเปียโนล้วนจะไม่ยาก แต่ลูกสาวเธอเรียนกับพ่อมาตั้งนาน ยังเล่นไม่ได้ถึงระดับของหลี่หรานเลย จางโหย่วจ้องหน้าหลี่หรานแล้วถามย้ำ "ไม่เคยเรียนจริงๆ เหรอ"

"ค่ะ"

หลี่หรานพยักหน้ารับ

จางโหย่วไม่พูดอะไรอีก เขาดึงตัวหลี่หรานเข้ามาใกล้ๆ แล้วจับมือเธอขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด

"นิ้วก็ไม่ได้ยาวนี่นา ยังไม่ยาวเท่าเสี่ยวจื่อซานของบ้านเราเลย"

เจียงอีเหรินนึกว่าสามีจะดูความยาวนิ้วของหลี่หราน พอเห็นสามีกางนิ้วเด็กน้อยออก เธอก็รีบพูดแทรกขึ้นมา พูดจบก็หันไปมองลูกสาวตัวเองแล้วบ่นว่า "ลูกเป็นหมูหรือเปล่าเนี่ย"

"หนูเปล่านะ"

เสี่ยวจื่อซานรีบส่ายหน้าปฏิเสธ

"....."

ชั่วขณะนั้น เจียงอีเหรินรู้สึกโมโหจนพูดไม่ออก

นี่แหละนังลูกตัวดีที่เธอคลอดออกมาเอง ได้รับการศึกษาที่ดีที่สุด แม่เป็นราชินีเพลง พ่อเป็นนักแต่งเพลงระดับท็อปแถมยังเป็นปรมาจารย์เปียโน แต่ดันเรียนหนังสือไม่เก่ง แถมเล่นเปียโนก็ไม่ได้เรื่อง

พอกลับมามองหลี่หรานคนนี้ล่ะ เรียนเก่งไม่พอยังไม่เท่าไหร่ ประเด็นสำคัญคือทั้งที่ไม่เคยเรียนเปียโนมาก่อน แต่แค่ฟังสามีเธอเล่นให้ดูไม่กี่รอบเมื่อกี้ กลับเล่นตามได้เกือบหมด

ต่างจากที่เจียงอีเหรินคิด จางโหย่วไม่ได้ดูความยาวนิ้วของหลี่หราน

ในสายตาคนทั่วไป นิ้วของนักเปียโนระดับโลกควรจะเรียวยาว แต่ความจริงแล้วมันไม่ได้เกี่ยวกันมากขนาดนั้น

สิ่งที่จางโหย่วดูคือ 'ลายก้นหอย' บนนิ้วมือของหลี่หราน โดยทั่วไปยิ่งนิ้วนางข้างซ้ายมีลายก้นหอยถี่เท่าไหร่ ก็จะยิ่งไวต่อท่วงทำนองดนตรี และมีความสามารถในการรับรู้เสียงมากขึ้น พูดภาษาชาวบ้านก็คือ เด็กคนนี้มี 'เซลล์ดนตรี'

และลายก้นหอยที่นิ้วนางข้างซ้ายก็เป็นแค่หนึ่งในเกณฑ์การตัดสิน ยังมีอีกเกณฑ์คือ ถ้าลายก้นหอยที่นิ้วกลางข้างขวาเป็นแบบ '3' นิ้วอื่นๆ เป็น '1' ส่วนนิ้วโป้งซ้ายเป็น '5 หรือ 6' นิ้วชี้เป็น '3' และนิ้วอื่นๆ เป็น '1' (Salty : ผมไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง แบบลายก้นหอยเลย เลยอธิบายเสริมไม่ได้ ขอโทษจริงๆ ครับ ToT)

พอดูจบ จางโหย่วก็มีการประเมินคร่าวๆ ในใจ

แต่เขาไม่ได้ใช้เรื่องลายมือมาเป็นเกณฑ์ตัดสินหลัก เขาตบหัวหลี่หรานเบาๆ พร้อมรอยยิ้ม แล้วพูดว่า "หลี่หราน เดี๋ยวอาจะเล่นเพลงให้ฟังเพลงหนึ่ง หนูจำตามความเข้าใจของหนูนะ แล้วลองเล่นให้อาฟังหน่อย"

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 803 - พรสวรรค์ที่ซ่อนอยู่

คัดลอกลิงก์แล้ว