เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 751 - บทเพลงแห่งน้ำตาและความทรงจำ

บทที่ 751 - บทเพลงแห่งน้ำตาและความทรงจำ

บทที่ 751 - บทเพลงแห่งน้ำตาและความทรงจำ


หัวใจที่ตื่นเต้น

มือที่สั่นเทา

จางโหย่วที่สุขุมเยือกเย็นมาโดยตลอด ตอนนี้ก็ยังระงับความตื่นเต้นของตัวเองไม่อยู่ จนทำให้เขียนไปได้ไม่เท่าไหร่ก็เขียนผิด พลาดเขียนคำว่า "ลอย"  เป็นคำว่า "ปลิว" (Salty : คำพ้องเสียงนะครับ :D)

เขาจึงรีบขีดฆ่าแล้วเขียนใหม่

ผู้ชมด้านล่างต่างจ้องมองจางโหย่วที่นั่งอยู่บนโซฟาบนเวทีตาไม่กะพริบ เขาหมอบลงกับโต๊ะน้ำชาที่มีถ้วยชาวางอยู่เพื่อเขียนเนื้อเพลง ไม่มีใครส่งเสียงดังรบกวนในช่วงเวลานี้

หลี่ลี่ผิงไม่ได้เดินเข้ามาดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

แต่ในใจเธอกลับเต็มไปด้วยความสงสัย

ในฐานะพิธีกรรายการนี้ เธอรู้ดีว่าจางโหย่วไม่ได้ดูคิวการ์ดมาก่อน และยิ่งไม่รู้ว่าเธอจะจัดช่วงแต่งเพลงสดแบบนี้ แม้แต่ผู้ชมหญิงด้านล่างคนนั้นก็เป็นการสุ่มเลือกขึ้นมา

ในสถานการณ์ที่ไม่รู้อะไรล่วงหน้าเลยสักอย่าง จางโหย่วกลับกล้ารับคำท้า หรือว่าพรสวรรค์ด้านการแต่งเพลงของคนคนนี้ จะสูงส่งจนคนธรรมดาเอื้อมไม่ถึงแล้วจริงๆ

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง

คนคนนี้ก็น่ากลัวเกินไปแล้ว

แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวังว่าจางโหย่วจะแต่งเพลงที่เข้าถึงใจผู้หญิงอย่าง 'ถาม' หรือ 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' ได้ในเวลาสั้นๆ ขอแค่เขาสามารถแต่งเพลงที่เข้ากับเรื่องราวความรักในอดีตของจินเจินได้ ก็ถือว่าเขาผ่านแล้ว

เขียนผิดไปอีกตัว จางโหย่วรีบขีดฆ่าทิ้ง ตัวหนังสือถางๆ แบบนี้ยังเขียนผิดได้ เดิมทีไม่ควรเกิดขึ้น แต่เขาตื่นเต้นเกินไปหน่อย บวกกับกลัวเวลาของรายการจะเกิน เดี๋ยวทีมงานจะไม่ยอมให้เขาโชว์เทพจนจบ

ไม่ถึงห้านาที

จางโหย่วถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก พอเห็นเขาเขียนเสร็จ หลี่ลี่ผิงก็ยิ้มแล้วถามว่า "เขียนเสร็จแล้วเหรอคะ งั้นก็ร้องสักหน่อย ถือโอกาสให้คุณจินเจินและผู้ชมในห้องส่งได้ฟังกันด้วย ทุกคนว่าดีไหมคะ"

เสียงตอบรับว่า "ดี" ดังกระหึ่มไปทั่วห้องส่งอีกครั้ง

แม้แต่ทีมงานหลายคนยังส่งสายตาอยากรู้อยากเห็นมา ในฐานะทีมงานรายการพวกเขารู้ดีว่านี่เป็นช่วงที่อาจารย์หลี่เพิ่มเข้ามาสดๆ และนี่ก็เป็นเอกลักษณ์ของรายการนี้ ศิลปินทุกคนที่ได้รับเชิญมาอัดรายการ อาจารย์หลี่มักจะให้พวกเขาแสดงความสามารถพิเศษสดๆ เสมอ

โดยไม่ให้ศิลปินรู้ตัวล่วงหน้า

ต่อให้เป็นรายการสัมภาษณ์ ก็ต้องมีความสนุกสนาน ไม่อย่างนั้นเชิญศิลปินมาถามคำถามง่ายๆ ไม่กี่ข้อ จะไปมีความหมายอะไร

"ขอเสียงปรบมือให้คุณจางโหย่วด้วยค่ะ"

หลี่ลี่ผิงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

สิ้นเสียงของเธอ ผู้ชมด้านล่างก็ปรบมือให้อย่างเกรียวกราว แม้แต่จินเจินก็ไม่เว้น ครั้งนี้จางโหย่วไม่ปฏิเสธอีก กลับยิ้มแล้วว่า "งั้นผมขอร้องสดแล้วกันครับ หวังว่าเพลงนี้จะทำให้คุณจินเจินพอใจ"

พูดจบ

จางโหย่วก็แสร้งทำเป็นหยิบเนื้อเพลงขึ้นมาดู ไปพลางเริ่มร้องเพลงภายใต้การจับจ้องของผู้ชมและหลี่ลี่ผิงว่า "เพื่อคุณ ผมใช้เงินเก็บที่สะสมมาครึ่งปี ข้ามน้ำข้ามทะเลมาหาคุณ เพื่อการพบกันในครั้งนี้ แม้แต่จังหวะการหายใจตอนเจอหน้า ผมก็ยังซ้อมแล้วซ้อมเล่า..."

ด้านล่างเวทีที่เมื่อครู่ยังมีเสียงจอแจพลันเงียบกริบลงในทันที

สีหน้าของหลี่ลี่ผิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

ถึงขั้นตื่นตะลึงเลยทีเดียว นี่มันเพราะเกินไปแล้วมั้ง ต้องรู้ก่อนนะว่านี่คือการร้องสด มิน่าถึงมีคนบอกว่าหมอนี่ร้องสดเหมือนเปิดแผ่นซีดี แถมเนื้อเพลงก็เขียนดีเกินไปแล้ว

จินเจินที่นั่งอยู่ด้านล่าง พอตากล้องแพนกล้องมาจับภาพ เธออึ้งไปครู่หนึ่ง จากนั้นขอบตาก็เริ่มแดงระเรื่ออย่างควบคุมไม่อยู่ จางโหย่วบนเวทียังคงร้องต่อไป "คำพูดไม่เคยถ่ายทอดความรู้สึกของผมได้แม้เพียงเสี้ยวหนึ่งในสิบล้าน เพราะความเสียดายนี้ ผมนอนคิดแล้วคิดอีกในยามค่ำคืนไม่ยอมหลับใหล ความทรงจำมักจะค่อยๆ สั่งสม ไม่อาจลบเลือนไปจากใจผมได้ เพื่อคำสัญญาของคุณ ในยามที่ผมสิ้นหวังที่สุด ผมยังกลั้นน้ำตาไม่ร้องไห้ เมืองที่แปลกตาเอ๋ย..."

ในชั่วพริบตา

จินเจินก็กลั้นไม่อยู่อีกต่อไป น้ำตาของเธอไหลรินลงมาเงียบๆ ตามเสียงร้องสดของจางโหย่ว ดูเหมือนจะกลัวว่าเสียงร้องไห้จะรบกวนการร้องเพลงของจางโหย่ว เธอจึงใช้มือทั้งสองปิดปากแน่น เหลือไว้เพียงดวงตาที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตา

"ในมุมที่คุ้นเคย ก็เคยปลอบโยนซึ่งกันและกัน ก็เคยกอดกันถอนหายใจ ไม่ว่าจะต้องเผชิญกับจุดจบแบบไหน มองดูคุณจากไปท่ามกลางพายุทรายที่พัดโหม ผมกลับโศกเศร้าจนคุมตัวเองไม่อยู่ หวังเหลือเกินว่าจะได้ไปส่งคุณพันลี้ จนสุดล่าฟ้าเขียว ได้อิงแอบแนบชิดคุณไปชั่วชีวิต..."

เช่นเดียวกับจินเจิน

ผู้หญิงที่มีอารมณ์อ่อนไหวบางคนด้านล่างเวทีก็ถูกเสียงร้องสดของจางโหย่วทำเอาร้องไห้ตามไปด้วย

ตากล้องแพนกล้องไปมาเพื่อเก็บภาพเหล่านี้ เขามีลางสังหรณ์ลึกๆ ว่า ทันทีที่เทปวันนี้ออกอากาศ รายการของอาจารย์หลี่ลี่ผิงจะต้องมียอดเรตติ้งพุ่งกระฉูดแน่นอน

หลักๆ คือจางโหย่ว... มีพรสวรรค์โคตรๆ

ขนาดเขาที่เป็นผู้ชายแก่ๆ คนหนึ่ง ยังถูกจางโหย่วร้องจนใจเจ็บหนึบไปหมด

สายตาที่หลี่ลี่ผิงมองจางโหย่วเปลี่ยนไปแล้ว มันคือความชื่นชมระคนนับถือ นี่คือการยอมรับในพรสวรรค์ของคนคนหนึ่ง รอจนจางโหย่วร้องจบ ด้านล่างเวทีเงียบไปชั่วอึดใจ จากนั้นผู้ชมทีละคนก็ลุกขึ้นยืนปรบมือให้อย่างบ้าคลั่งโดยพร้อมเพรียงกัน

แม้แต่หลี่ลี่ผิงก็ยังยิ้มพลางปรบมือให้

"ยอดเยี่ยมมากค่ะ"

หลี่ลี่ผิงยกไมค์ขึ้นชมประโยคหนึ่ง จากนั้นเธอก็หันไปมองจินเจินที่ร้องไห้จนพูดไม่ออก แล้วถามว่า "คุณจินคะ พอใจกับเพลงที่จางโหย่วแต่งให้จากประสบการณ์ของคุณไหมคะ เชิญขึ้นมาบนเวทีหน่อยค่ะ"

ขณะที่จินเจินกำลังเดินขึ้นเวทีทั้งน้ำตา หลี่ลี่ผิงก็พูดแทรกขึ้นว่า "ตรงนี้ฉันขอพูดสักสองประโยค การอัดรายการวันนี้ คุณจางโหย่วไม่ได้รับคิวการ์ดคำถามมาก่อน นั่นหมายความว่าเขาไม่รู้เลยว่าฉันจะถามอะไร ขณะเดียวกัน คุณจินเจินท่านนี้ก็ไม่ใช่หน้าม้าที่ทางรายการจัดเตรียมไว้เพื่อสร้างกระแส ดังนั้นคุณจางโหย่วไม่มีทางรู้มาก่อนเลยว่า วันนี้จะมีช่วงให้เขาแต่งเพลงสดๆ ตรงนี้ เรื่องนี้ฉันกล้าเอาเกียรติยศค่อนชีวิตของฉันเป็นประกันให้คุณจางโหย่วได้เลยค่ะ เพลงนี้ เขาแต่งขึ้นมาสดๆ ตรงนี้จริงๆ"

เสียงปรบมือดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นอีกครั้ง

พอจินเจินขึ้นมาบนเวที จางโหย่วลุกขึ้นเตรียมจะจับมือกับเธอ แต่คิดไม่ถึงว่าผู้หญิงคนนี้จะคุกเข่า "ตุ้บ" ลงตรงหน้าจางโหย่ว จางโหย่วรับการคารวะที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ไม่ไหวหรอก

เขารีบยื่นมือไปประคองเธอ แล้วว่า "ไม่ต้องทำขนาดนี้หรอกครับ"

"อาจารย์จางโหย่ว ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ"

จินเจินพูดทั้งน้ำตา

"แค่คุณชอบก็ดีแล้วครับ"

จางโหย่วตอบกลับ "เหมือนที่อาจารย์หลี่บอกนั่นแหละครับ เริ่มต้นความรักครั้งใหม่เถอะ คนเราในชีวิตนี้อาจจะรักคนผิดได้ แต่อย่าได้ใช้เวลาทั้งชีวิตมาลงโทษตัวเองเลยครับ มันไม่คุ้มหรอก ว่าแต่คุณร้องเพลงเป็นไหมครับ"

"พอได้ค่ะ"

จินเจินรีบตอบ

"งั้นเดี๋ยวทิ้งช่องทางติดต่อไว้นะครับ ในเมื่อเพลงนี้แต่งให้คุณ ให้คุณเป็นคนร้องน่าจะดีกว่า"

จางโหย่วพูดด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณค่ะ"

จินเจินทำท่าจะโค้งคำนับขอบคุณจางโหย่วอีก แต่ถูกจางโหย่วยกมือห้ามไว้ จินเจินหันไปขอบคุณหลี่ลี่ผิงอีกครั้ง ขณะที่เธอกำลังจะลงจากเวที หลี่ลี่ผิงก็กำชับอีกประโยคว่า "อย่าจมอยู่กับอดีตตลอดไปเลยค่ะ มันเป็นการทำร้ายตัวเอง อนาคตยังมีชีวิตที่ดีกว่ารอคุณอยู่ ขอให้มีความสุขนะคะ"

ส่วนเรื่องที่จางโหย่วจะมอบเพลงนี้ให้จินเจินร้อง นั่นเป็นเรื่องส่วนตัวของจางโหย่ว เธอไม่มีสิทธิ์ก้าวก่าย แต่ไม่ว่าจะพูดยังไง ผลลัพธ์ของรายการวันนี้ดีมากจริงๆ

และจางโหย่วก็สามารถแต่งเพลงดีๆ แบบนี้ออกมาได้สดๆ จากประสบการณ์ของจินเจินจริงๆ

แค่ข้อนี้ข้อเดียว

เธอก็ต้องออกหน้าการันตีให้เขา

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 751 - บทเพลงแห่งน้ำตาและความทรงจำ

คัดลอกลิงก์แล้ว