เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 130 ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน!

ตอนที่ 130 ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน!

ตอนที่ 130 ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน!


ตอนที่ 130 ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน!

เจิ้งตันตันมีความสุขมากจนแก้มของเธอเป็นสีแดงระเรื่อ "ลู่เซิงนายมาทำอะไรที่นี่"

หลังจากพูดเช่นนั้น เจิ้งตันตันก็พูดต่ออย่างรวดเร็วว่า "นายมาเมืองเหลียงเมื่อไหร่เหรอ?"

"ฉันเพิ่งมาถึงวันนี้"

"อ้ะ" จู่ๆ เจิ้งตันตันก็นึกขึ้นได้และอุทานว่า "นายมาที่เมืองเหลียงเพราะงานเลี้ยงนี้ใช่ไหม"

ลู่เซิงคิดสักพักแล้วพยักหน้า "ประมาณนั้น"

"ง-งั้นเหรอ...ย-เยี่ยม!" เจิ้งตันตันรู้สึกตื่นเต้นมากจนพูดติดอ่าง

เธอรู้สึกว่าเธอและลู่เซิงถูกลิขิตให้คู่กันอย่างแท้จริง ถ้าเธอไม่ถูกเพื่อนสนิทลากมางานเลี้ยงคืนนี้ เธอคงไม่ได้เจอลู่เซิงที่นี่

หมายความว่าอะไร?

โชคชะตากำลังทำงานอย่างลึกลับ!

เดิมทีเธอไม่มีความสุขที่ถูกบังคับให้มาที่นี่ แต่ตอนนี้เจิ้งตันตันต้องการกอดซินหยวนและตะโกนขอบคุณด้วยความตื่นเต้น ซินหยวนไม่ใช่แค่เพื่อนสนิทเท่านั้น แต่ยังเป็นแม่สื่อที่พระเจ้าส่งมาให้จับคู่เธอกับลู่เซิง!

"ตันตันเธอจะไม่แนะนำเพื่อนให้ฉันรู้จักหน่อยเหรอ" เสียงหยอกล้อดังขึ้นข้างๆ ทั้งสอง

เจิ้งตันตันหันกลับมาและเห็นซินหยวนเพื่อนสนิทของเธอ

ซินหยวนถือแก้วไวน์แดงมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ทั้งรูปร่างหน้าตา อารมณ์ส่วนตัว...ไม่ว่าจะด้านไหนก็ยอมเยี่ยมและความจริงที่ว่าเขามีสิทธิ์มาที่นี่ได้...

"เจิ้งตันตันปรากฏว่าเธอมีคนในใจอยู่แล้ว แต่เธอกลับหลอกฉันว่าเขาเป็นแค่เพื่อน ฉันไม่รู้จริงๆว่าเธอมีเพื่อนผู้ชายแบบไหน..."

ซินหยวนโน้มตัวเข้าไปกระซิบข้างหูของเจิ้งตันตัน

ใบหน้าของเจิ้งตันตันแดงขึ้นและเธอก็พูดด้วยความเขินอายว่า "อย่าพูดไร้สาระ เดี๋ยวฉันจะแนะนำให้รู้จักเอง..."

เจิ้งตันตันจับมือซินหยวนและพูดกับลู่เซิงว่า "ลู่เซิง เธอคือเพื่อนสนิทของฉันชื่อซินหยวนและฉันขอบอกว่าเขาคือลู่เซิงที่ฉันพูดถึงก่อนหน้านี้... "

"ลู่เซิง คนนี้นะเหรอคือลู่เซิง?"

เมื่อได้ยินการแนะนำของเจิ้งตันตัน ไวน์แดงก็แทบจะพุ่งออกมาจากปากของซินหยวน ทันใดนั้น สายตาของเธอที่มีต่อลู่เซิงก็แปลกขึ้นเล็กน้อย

'ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาถึงดูเด็กแบบนี้ เขาเป็นเด็กมัธยมปลายที่ทำให้ตันตันหลงใหลสินะ ฉันจำเขาไม่ได้ในชุดทักซิโด้จริงๆ'

เมื่อเธอเห็นว่าเขามีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร เธอถึงได้เข้าใจว่าทำไม... ต้องบอกว่าเด็กหนุ่มชื่อลู่เซิงตรงหน้าเธอคนนี้มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างแท้จริง

แม้แต่ในแวดวงของพวกเธอที่มีคนหล่อคนสวยอยู่มากมาย เขาก็สามารถเอาชนะทุกคนในด้านรูปลักษณ์ได้ 99%

นอกจากนี้ยังมีภูมิหลังลึกลับ...

จู่ๆ ซินหยวนก็เข้าใจเหตุผลที่เจิ้งตันตันหลงใหลเด็กหนุ่มคนนี้ แน่นอนว่าความกระตือรือร้นของเธอที่มีต่อลู่เซิงได้ลดลงอย่างรวดเร็ว

"คุณลู่ ดังนั้นคุณคือคนที่ตันตันมักพูดถึงอยู่เสมอและเป็นความจริงที่วันนี้เราพบกัน คุณถือได้ว่าเป็นมังกรและฟีนิกซ์ในหมู่คนส่วนใหญ่จริงๆ"

ซินหยวนอดไม่ได้ที่จะยิ้มเมื่อรู้ว่ากำลังคุยกับเด็กมัธยมปลาย

ลู่เซิงสัมผัสได้ถึงท่าทางของซินหยวนที่เปลี่ยนไปเล็กน้อยได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่พยักหน้าอย่างเฉยเมย "สวัสดี"

"คุณลู่ คุณมาจากที่ไหนเหรอ?" ซินหยวนถามด้วยรอยยิ้ม'สุภาพ'บนใบหน้าของเธอ

"เมืองไป๋เหอ" ลู่เซิงตอบแล้วพูดต่อเบาๆ ว่า "ต่อไปคุณคงถามเกี่ยวกับพ่อแม่ของฉันเพื่อทำความเข้าใจภูมิหลังของฉันใช่ไหมและอีกอย่างคือถามว่าฉันมาอยู่ในงานเลี้ยงนี้ได้อย่างไรใช่ไหม"

ลู่เซิงมองซินหยวนด้วยสายตาขี้เล่นเล็กน้อย ในขณะที่เธอยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความแปลกใจ จากนั้นเขาก็กล่าวลาเจิ้งตันตัน"ฉันไปก่อนนะ ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง"

พูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันที

ทำไมเขาถึงไม่ชอบโอกาศแบบนี้?

ส่วนใหญ่เป็นเพราะเหตุผลนี้

ในสายตาคนอื่นเขาอาจถูกมองว่าเป็นคนอ่อนไหว แต่...

แล้วไง

เขามาจากครอบครัวธรรมดา ดังนั้นหากเขารู้สึกไม่สบายใจ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจ

"อยู่โรงแรมสบายใจกว่าเยอะเลย.." ลู่เซิงส่ายหัวและโยนส้อมเงินที่เขาบีบจนเป็นลูกบอลลงบนโต๊ะอย่างไม่ใส่ใจ

"ลู่เซิง! ลู่เซิง..." ในขณะที่เจิ้งตันตันยังไม่รู้สึกตัว ลู่เซิงได้เดินออกไปไกลแล้ว เธอต้องการไล่ตามเขาไปโดยไม่รู้ตัว แต่ซินหยวนคว้าตัวเธอไว้ทันและส่ายหัวด้วยสีหน้าจริงจัง

"ช่างเขาเถอะ! ตันตันคนแบบนี้ไม่มีค่าพอ..."

ซินหยวนมองร่างของลู่เซิงที่ค่อยๆห่างออกไปและหรี่ตาลงพูดด้วยน้ำเสียงหยอกล้อว่า "ฉันยังไม่ทันได้พูดอะไรเลย ปฏิกิริยาของเขาก็เป็นแบบนี้แล้ว สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร? หมายความว่าเขาใส่ใจเกี่ยวกับสิ่งที่เขาเพิ่งพูดมาก ตัวเขาไม่มีค่าอะไรเลย แต่กลับหยิ่งยโสหรือไม่มั่นใจในตนเอง ฉันเห็นคนแบบนี้มาเยอะแล้ว เขาไม่เหมาะกับเธอ...ดูสิเห็นไหม"

ทันใดนั้น ซินหยวนก็มองอย่างรู้ทันและชี้ไปข้างหน้า เจิ้งตันตันมองตามทิศทางที่ชี้ไปโดยนิ้วของซินหยวนและเธอก็เห็นลู่เซิงยืนพูดคุยกับผู้หญิงในชุดเดรสสีแดงสวยงาม

“ฉันรู้แล้วว่าเขาเข้ามาที่นี่ได้ยังไง...” ซินหยวนพูดอย่างขบขัน "เธอรู้ไหมว่าผู้หญิงคนนั้นคือใคร"

เจิ้งตันตันส่ายหัวด้วยความงุนงง

"เธอคือเสวี่ยเฟย! เธอต้องเคยได้ยินเกี่ยวกับตระกูลเสวี่ย เสวี่ยเฟยเป็นผู้ใช้พลังจิตที่ใกล้ระดับ 2 แล้วในแวดวงของคนรวยรุ่นสองในเมืองเหลียง เธอถูกตัดสินว่าเป็นหนึ่งในบุคคลอันดับต้นๆ ได้อย่างแน่นอน เห็นไหมตันตัน? ลู่เซิงสนิทกับเธอแค่ไหน ฉันพนันได้เลยว่า…”

ซินหยวนหันไปมองเจิ้งตันตันและพูดอย่างมั่นใจว่า "ลู่เซิงคนนี้ต้องพึ่งรูปร่างหน้าตาของเขาหรือวิธีการอื่นเพื่อเข้าใกล้เสวี่ยเฟยและได้รับโอกาสเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ พูดตรงๆ เขาอาจจะทำได้แค่หากินกับผู้หญิง(แมงดา) ตันตันเบิกตาออกแล้วมองดูธาตุแท้ของเขา”

คำพูดของซินหยวนกระแทกหัวใจของเจิ้งตันตันอย่างแรง

เธอยืนอยู่ตรงนั้นจ้องมองลู่เซิงกับเสวี่ยเฟยอย่างเหม่อลอยซึ่งทั้งคู่กำลังพูดคุยและหัวเราะกันอย่างสนิทสนมและพึมพำกับตัวเอง"ไม่... ลู่เซิงไม่มีวันเป็นคนแบบนั้น..."

"เฮ้อ..."

ซินหยวนมองเจิ้งตันตันอย่างเห็นใจและตบไหล่ปลอบเธอเบาๆ "ฉันรู้ว่าบางครั้งความจริงอาจโหดร้าย แต่มันเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญ ฉันพูดมากพอแล้ว เธอควรคิดเกี่ยวกับส่วนที่เหลือด้วยตัวเอง.." พูดจบซินหยวนก็เดินออกไป

เจิ้งตันตันยังคงตกใจจากคำพูดของซินหยวน เธอไม่อยากเชื่อว่าสิ่งที่ซินหยวนพูดเป็นความจริง

ทันใดนั้นภาพของชายหนุ่มผู้เจิดจรัสราวกับดวงตะวันก็แวบเข้ามาในความคิดของเธอและเจิ้งตันตันก็กลับคืนสู่ความเป็นจริง

"โอ้คุณพระคุณเจ้า! ฉันกล้าสงสัยลู่เซิงได้ยังไง! นี่ฉันโง่ขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย!"

เจิ้งตันตันอยากจะตบตัวเองอย่างแรง

"ซินหยวน! ซินหยวน! ลู่เซิงไม่ใช่คนแบบที่เธอคิดนะ!" เจิ้งตันตันตั้งใจที่จะอธิบายให้ซินหยวนฟัง แต่ซินหยวนไม่สนใจเธอเลยและปฏิบัติต่อเธอเหมือนคนที่กำลังหมกมุ่นอยู่กับเรื่องจอมปลอม

ในเวลานี้ ด้านหน้าเต็มไปด้วยความวุ่นวายและใครบางคนก็พูดขึ้นมา "คุณเจียงกำลังจะออกมาแล้ว!"

เจิ้งตันตันและซินหยวนอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมอง

...

“ท่านประธานเจียงขอให้ฉันมาขอโทษคุณ เขาไม่คิดว่าลูกน้องของเขาจะจัดงานใหญ่โตเช่นนี้ เหตุผลส่วนใหญ่เป็นเพราะมีสุนัขโดดเดี่ยวจำนวนมากในสมาคมผู้ใช้พลังจิตและสังคมเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพวกเขาในการหาคู่เพื่อส่งเสริมการมีลูกหลานทางอ้อม จริงๆมีข้อกำหนดที่เข้มงวดจากเบื้องบนในเรื่องนี้ ...”

เสวี่ยเฟยอธิบายให้ลู่เซิงฟังอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

ลู่เซิงคิดอยู่พักนึงและเข้าใจถึงความหมดหนทางของเจียงจินเหนียน เขาพยักหน้าและพูดว่า "โอเค แต่ผมใกล้จะต้องไปแล้ว เมื่อถึงเวลาฝากคุณช่วยทักทายประธานเจียงให้ผมด้วย"

"วางใจได้เลยคุณลู่ ฉันจะถ่ายทอดข้อความนี้ให้ท่านประธานเจียงอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอน!"

ลู่เซิงเหลือบมองเธอชั่วครู่ จู่ๆ เสวี่ยเฟยก็ตระหนักว่าเธอพูดผิดอีกครั้ง คุณลู่ไม่ชอบให้เรียกว่า 'คุณ'

ในขณะนี้ เจียงจินเหนียนในชุดถังจวงเดินออกมาท่ามกลางผู้คนมากมาย

“ท่านประธานเจียงออกมาแล้ว” เสวี่ยเฟยอุทานอย่างรวดเร็ว

ลู่เซิงเฝ้ามองเจียงจินเหนียนอย่างเงียบๆ และเจียงจินเหนียนก็สังเกตเห็นเขาในไม่ช้า

...

ในฐานะผู้ใช้พลังจิตระดับ 4 มันเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับเจียงจินเหนียนในการหาใครสักคน

เจียงจินเหนียนเดินตรงมาหาเขาภายใต้สายตาของฝูงชน

ในไม่ช้าเจียงจินเหนียนก็มายืนอยู่ตรงหน้าลู่เซิงและกล่าวขอโทษ "คุณลู่ ฉันขอโทษจริงๆ... "

ลู่เซิงส่ายหัวและพูดว่า "ไม่เป็นไรครับ ประธานเจียงแบกรับหน้าที่และความรับผิดชอบที่หนักหน่วงและผมยินดีที่จะให้ความช่วยเหลือ"

"ขอบคุณคุณลู่ที่เข้าใจ"

เจียงจินเหนียนรู้สึกโล่งใจและเงยหน้าขึ้นแนะนำลู่เซิงให้ทุกคนในงานเลี้ยง "คนที่ยืนข้างฉันคืออัจฉริยะหนุ่มผู้ใช้พลังจิตระดับ 4 คนใหม่ของสมาคมผู้ใช้พลังจิตแห่งตงหนิงของเรา คุณลู่เซิง! ปีนี้คุณลู่อายุเพียง 17 ปีเมื่อเทียบกับเขาแล้วฉันเป็นเพียงแสงหิ่งห้อยต่อหน้าดวงตะวัน ฉันในฐานะชายชรารู้สึกละอายใจจริงๆ..."

เจียงจินเหนียนยกย่องสรรเสริญลู่เซิงไม่หยุดแทบจะทำให้ลู่เซิงพองตัวขึ้นท้องฟ้า แต่เพียงแค่สองสามคำแรกก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เกิดความตกตะลึงครั้งใหญ่ในงานเลี้ยงนี้

"อายุ 17 ปี ผู้ใช้พลังจิตระดับ 4! โอ้คุณพระคุณเจ้า..."

“ฉันไม่ได้หูฝาดไปใช่ไหม!”

“นี่มันจะสุดยอดเกินไปแลัว! เขายังไม่ได้สอบเข้ามหาวิทยาลัยเลยด้วยซ้ำ!”

"เขาคือมังกรในหมู่มนุษย์ มังกรในหมู่มนุษย์อย่างแท้จริง!"

สายตาของทุกคนในห้องมาบรรจบกันที่ลู่เซิงทั้งประหลาดใจ,ตกใจและเหลือเชื่อ

ในพริบตา ลู่เซิงในเวลานี้เหมือนถูกอาบด้วยแสงสปอตไลท์นับไม่ถ้วนท่ามกลางฝูงชน

ในฝูงชน ซินหยวนตกตะลึงและยืนอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้าว่างเปล่าไม่สามารถพูดอะไรได้แม้แต่คำเดียวและเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแก้วไวน์แดงในมือของเธอลื่นตกลงพื้นไปแล้ว

เธอได้ยินเพียงเสียงของเจิ้งตันตันที่อยู่ข้างๆ เธอดังขึ้นด้วยความซับซ้อนอย่างยิ่ง

"ซินหยวน คนที่เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวันและสุกสกาวราวกับดวงดาวบนท้องฟ้าจะเป็นแมงดาเหมือนที่เธอพูดได้อย่างไร..."

หัวของซินหยวนว่างเปล่า เครื่องบินลวงตานับไม่ถ้วนบินวนอยู่เหนือหัวของเธอ

กึก...

ร่างกายของเธอสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 130 ชายหนุ่มผู้เปล่งประกายเจิดจรัสราวกับดวงตะวัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว