- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 551 - ผู้สนับสนุนตัวน้อย
บทที่ 551 - ผู้สนับสนุนตัวน้อย
บทที่ 551 - ผู้สนับสนุนตัวน้อย
เปิดประตูรถ
หลังจากลูกสาวตัวดีขึ้นมานั่งบนรถ หานฮุ่ยที่ขับรถพาเฉิงซีเหยาออกมาก็เอ่ยปากถามว่า "วันนี้เป็นไงบ้าง"
"ก็โอเคนะ"
เฉิงซีเหยาคิดครู่หนึ่ง แล้วตอบยิ้มๆ
"ในเมื่อโอเค ก็ทำตัวดีๆ ต่อหน้าจางโหย่ว ดูให้มาก เรียนรู้ให้เยอะ มีอย่างเดียวที่ห้ามทำเยอะคือพูดมาก"
หานฮุ่ยเตือนอย่างเหมาะสม "แล้วก็... ถ้าสังเกตเห็นจางโหย่วกับผู้กำกับหานมีท่าทีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ให้ทำเป็นไม่เห็น เข้าใจไหม อย่าเพราะความอยากรู้อยากเห็นแล้วผลีผลามตามไปดู"
"แม่ หมายความว่า..."
เฉิงซีเหยาตกใจขึ้นมาทันที
"เอาเป็นว่าฉันแค่พูดไว้เฉยๆ แกแค่ทำตามที่ฉันบอกก็พอ เรื่องอื่นไม่ต้องไปยุ่ง ส่วนพี่อีเหรินของแก... เป็นผู้หญิงที่อาภัพ เดิมทีจางโหย่วกลับตัวกลับใจแล้ว ฉันนึกว่าเธอจะมีความสุข แต่ก็นะ ผู้หญิงบางคนดีพร้อมทุกอย่าง แต่โชคไม่ดี แล้วไอ้โชคดีที่ว่ามันคืออะไรล่ะ อีเหรินโชคไม่ดี แม่แกโชคดีตายล่ะ มีลูกสาวอย่างแก ฉันก็ซวยเหมือนกัน"
หานฮุ่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา
"อย่าพูดโยงมาที่หนูสิ"
เฉิงซีเหยาตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็กลอกตาถามว่า "แม่ จางโหย่วกับผู้กำกับหานกิ๊กกันจริงๆ เหรอ"
"ทุกเรื่องต้องมีหลักฐาน แกยังไม่เห็นกับตา จะมาพูดมั่วซั่วได้ยังไง ฉันสังเกตนอกจากแกจะชอบกินโค้ก ขี้เกียจ พูดมาก หน้าตาบ้านๆ แถมยังโง่แล้ว แกยังปากสว่างอีก เรื่องนี้ถ้าไม่เห็นกับตา ใครจะกล้าพูด แล้วต่อให้เห็น แกคิดว่าแขนขาแก่ๆ ของแม่แก จะไปสู้รบปรบมือกับผู้กำกับหาน หรือจะไปสู้กับท่านประธานหลินไหว..." (Salty : ก็ได้แม่มาเต็มๆ นั่นแหละ :D)
"อะไรนะ ยังมีท่านประธานหลินอีกเหรอ"
เฉิงซีเหยายิ่งตกใจหนักกว่าเดิม
"ฉันบอกแล้วไง เรื่องไม่มีหลักฐานอย่าพูดมั่ว"
หานฮุ่ยพูดเสียงเข้ม
"..."
เฉิงซีเหยาอยากจะตบแม่ตัวเองสักสองฉาด
ตัวเองพูดเป็นตุเป็นตะ แต่เธอกลับพูดไม่ได้ คิดไปคิดมา เฉิงซีเหยาก็ไม่ได้เก็บคำพูดแม่มาใส่ใจ เพราะในฐานะลูกสาว เธอรู้จักนิสัยแม่ดีที่สุด
แค่หมาตัวหนึ่งวิ่งผ่านหน้าแม่เธอ ยังต้องเสียชื่อเสียงป่นปี้
แค่บังเอิญเจอเส้นผมเส้นหนึ่งบนตัวพ่อเธอ... ในเวลาอันสั้น พ่อเธอก็เปลี่ยนจากนอกใจคนเดียว กลายเป็นนอกใจหลายคน ไม่คิดบ้างเลยว่าพ่อเธออายุเท่าไหร่แล้ว ยังจะหลายคน คนเดียวยังหืดขึ้นคอ
แล้วยังมีลูกพี่ลูกน้องเธอที่แค่คบแฟนที่เป็นผู้จัดการบาร์ แม่เธอไม่เคยเจอหน้าผู้หญิงคนนั้นด้วยซ้ำ แต่ในปากแม่เธอ ลูกพี่ลูกน้องเธอสวมหมวกเขียวมาแล้วทุกรูปแบบ สิ่งเดียวที่ไม่เปลี่ยนคือสี
ทันใดนั้นเฉิงซีเหยาก็นึกถึงฉากที่เห็นเมื่อตอนสาย พูดว่า "แม่จะว่าไป วันนี้หนูเห็นจางโหย่วกับผู้กำกับหานจูบกันด้วยนะ"
"จริงเหรอ"
หานฮุ่ยหูผึ่ง
เธอกะแล้วเชียว เจียงอีเหรินไม่ควรปล่อยสามีออกมาทำงาน ตอนนี้เป็นไงล่ะ เพิ่งปล่อยออกมาได้ไม่นาน ก็เกิดเรื่องใหญ่ แถมลูกสาวเธอยังไปเจอเข้าอีก
"จริง"
เฉิงซีเหยาพยักหน้า "ตอนนั้น หนูก็สังเกตเห็นผู้กำกับหานแลบลิ้นด้วยนะ แล้วจางเสี่ยวโหย่วไม่เพียงทำหน้าฟิน แต่ยังเอามือวางบนก้นผู้กำกับหานอีกต่างหาก"
"ร้อนแรงขนาดนั้นเลยเหรอ"
หานฮุ่ยตาเป็นประกาย รีบถามต่อโดยสัญชาตญาณ "แล้วไงต่อ"
"ผู้ช่วยผู้กำกับก็สั่ง 'คัท'"
เฉิงซีเหยาตอบ
"แม่มึ..."
กำลังฟังเพลินๆ จู่ๆ ได้ยินคำว่า "คัท" หานฮุ่ยแทบจะทนไม่ไหว รู้สึกเหมือนทุกครั้งที่เธอกำลังจะถึงจุดสุดยอด สามีเธอก็ล่มปากอ่าวซะก่อน อ้าปากจะด่าลูกสาวสักคำ แต่พอนึกได้ว่าคำนี้มันด่าตัวเอง ก็เลยต้องเลือกที่จะหุบปาก ผ่านไปสักพัก หานฮุ่ยก็ถามอีกครั้ง "สองคนนั้นแนบชิดกันไหม"
"ก็โอเคนะ"
เฉิงซีเหยานึกย้อนไปถึงภาพที่เห็นเมื่อเช้า แล้วตอบ
"งั้นก็น่าจะรู้สึกได้ อีเหริน... เฮ้อ!"
เสียงถอนหายใจดังขึ้น
หลังจากรับเสี่ยวจื่อซานจากโรงเรียน จางโหย่วก็ขับรถพาสองแม่ลูกมุ่งหน้ากลับบ้าน ตั้งแต่ขึ้นรถ เจียงอีเหรินที่เงียบมาตลอด ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวฟ้องเสี่ยวจื่อซานว่า "จางจื่อซาน พ่อลูกจะผลาญสมบัติบ้านเราไปลงทุนหนัง ลูกจะว่ายังไง"
"พ่อคะ พ่อจะลงทุนทำหนังเหรอคะ"
เสี่ยวจื่อซานถาม
"อืม"
จางโหย่วพยักหน้า
"งั้นก็ดีสิคะ"
เสี่ยวจื่อซานดีใจขึ้นมาทันที "พรุ่งนี้ไปโรงเรียน หนูจะไปบอกเพื่อนในห้องว่า พ่อหนูนอกจากจะแต่งเพลงเก่งแล้วยังเขียนบทหนังเป็นด้วย แถมกำลังจะลงทุนเป็นเถ้าแก่ใหญ่แล้ว"
"จางจื่อซาน"
เจียงอีเหรินหันไปมองเสี่ยวจื่อซานที่กำลังตื่นเต้นดีใจด้วยสายตาคมกริบ "ลูกไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือแกล้งไม่รู้กันแน่"
"ทำไมละคะ พ่อหนูลงทุนเป็นเถ้าแก่ ไม่ได้ไปเล่นการพนันสักหน่อย พ่อคะ หนูสนับสนุนพ่อนะ"
พูดจบ เสี่ยวจื่อซานก็ชูกำปั้นน้อยๆ ขึ้น
"ลูกรักของพ่อ"
จางโหย่วยิ้มตอบทันที
"จางโหย่ว ฟังคำเตือนของเมียคนนี้หน่อยได้ไหม"
เห็นเสี่ยวจื่อซานยังเข้าข้างพ่อ เจียงอีเหรินที่ไร้พวกพ้องก็พูดอย่างจนใจ "ฉันไม่ใช่ไม่สนับสนุนคุณลงทุน แต่บ้านเรามีปัญหาที่ต้องแก้จริงๆ คุณลงทุนสักสามสิบล้านก่อน เหมือนที่จางอี้บอก รอหนังเรื่องนี้ฉายดูรายได้ ถ้ากำไร ไม่ว่าจะได้กำไรเท่าไหร่ฉันไม่เอา คุณเอาไปลงทุนต่อได้เลย แต่ตอนนี้... จางโหย่ว บ้านเรายังติดหนี้คนอื่นอยู่ตั้งเยอะ ยืมเงินมาลงทุน ถ้ากำไรมันก็ดีไป แต่ถ้าขาดทุน คุณกะจะให้ฉันทำงานใช้หนี้จนตายเลยหรือไง"
"กลับบ้านก่อนค่อยคุยกัน"
จางโหย่วตอบ
จางโหย่วไม่ได้แสดงท่าทีรำคาญ ถ้าลองสลับบทบาทระหว่างเขากับเจียงอีเหริน เขาก็คงไม่ยอมให้ราชินีเพลงเอาเงินมากมายขนาดนี้ไปลงทุนทำหนังเหมือนกัน
เพราะไม่ใช่ทุกคนจะเป็นผู้ข้ามภพที่มีความสามารถหยั่งรู้อนาคต
ถ้าเขาไม่รู้ว่า 'โลกของทรูแมน' ดังระเบิดระเบ้อในโลกเดิม เขาก็คงไม่กล้าทุ่มหมดหน้าตัก แต่ในเมื่อรู้แล้ว ย่อมไม่มีทางปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป
"จางจื่อซาน ถ้าแม่กับพ่อหย่ากัน ลูกจะอยู่กับใคร"
เห็นว่ากล่อมสามีไม่ได้ เจียงอีเหรินก็หันไปถามเสี่ยวจื่อซานอีกครั้ง
"หนูอยู่กับพ่อ"
เสี่ยวจื่อซานตอบทันควัน
"ได้"
เจียงอีเหรินพยักหน้า แล้วพูดเตือนว่า "แต่อย่าหาว่าแม่ไม่เตือนนะ ถ้าพ่อลูกลงทุนเจ๊ง ลูกก็ต้องช่วยเขาใช้หนี้..."
"แม่คะ"
เสี่ยวจื่อซานพูดอย่างไม่พอใจ "ทำไมแม่ชอบแช่งให้พ่อลงทุนเจ๊งอยู่เรื่อย คุณครูบอกว่า ทุกเรื่องเราต้องมองในแง่บวก และพ่อหนูเก่งขนาดนี้ พ่อลงทุนต้องได้กำไรเยอะแยะแน่นอน"
"จางจื่อซาน พ่อกดไลก์ให้คำพูดลูกเลย"
จางโหย่วเอ่ยชม
"แล้วถ้าขาดทุนล่ะ"
เจียงอีเหรินย้อนถาม
"ขาดทุนพ่อก็ไปร้องเพลง พ่อร้องเพลงเก่งกว่าแม่ แม่ยังหาเงินได้ พ่อต้องหาได้มากกว่าแม่แน่"
เสี่ยวจื่อซานเสนอไอเดีย
เจียงอีเหรินหน้าดำคร่ำเครียด ทันใดนั้นประกายบางอย่างก็วูบผ่านในดวงตาลึก เธอแอบชำเลืองมองสามีแวบหนึ่ง แล้วหันไปถามเสี่ยวจื่อซานต่อว่า "แล้วถ้าเขาไม่ยอมร้องล่ะ"
"พ่อคะ ถ้าลงทุนขาดทุน หนูให้พ่อออกไปร้องเพลง พ่อจะไปไหม"
เสี่ยวจื่อซานถาม
"พิจารณาได้ แต่พ่อคิดว่าโอกาสขาดทุนมีน้อยมาก อีกอย่างตอนนี้โปรเจกต์ยังไม่ได้เริ่มอย่างเป็นทางการ รอเริ่มโปรเจกต์ ถ่ายทำ จนถึงตัดต่อเสร็จแล้วฉาย อย่างเร็วก็ปีหน้า ดังนั้นแม่ลูกกังวลเกินเหตุ พ่อไม่เชื่อหรอกว่าเวลาตั้งนานขนาดนี้ ทั้งจัดคอนเสิร์ต ทั้งออกซิงเกิล จะยังหาเงินไม่พอค่าใช้จ่ายในบ้านเรา"
จางโหย่วตอบยิ้มๆ
"เห็นไหม พ่อยอมออกไปร้องเพลงแล้ว"
เสี่ยวจื่อซานละเลยคำพูดประโยคหลังของพ่อ แล้วแบมือขาวๆ เล็กๆ ไปทางแม่
เจียงอีเหรินคว้ามือลูกสาวไว้ "งั้นตกลงตามนี้ ถ้าขาดทุน พ่อลูกต้องร้องเพลงหาเงิน"
"แม่คะ แม่กะจะหลอกให้พ่อออกไปร้องเพลงใช่ไหมคะ"
เสี่ยวจื่อซานถาม
"ที่ไหนกัน"
เจียงอีเหรินรีบปฏิเสธ "เอาเป็นว่าตกลงตามนี้ ถ้าพ่อไม่ร้อง ลูกก็ร้องแทน"
"จริงเหรอคะ"
เสี่ยวจื่อซานตาเป็นประกาย รีบพูดว่า "พ่อคะ งั้นพ่อห้ามร้องนะ ให้หนูร้อง หนูร้องเพลงเพราะมาก เพราะกว่าพ่อกับแม่ซะอีก"
เจียงอีเหรินยกมือตบแก้มตัวเองเบาๆ
เธอดันลืมไปซะสนิทว่าบ้านนี้ยังมีนักร้องเสียงจริงตัวจริงที่มั่นใจในตัวเองสูงอยู่คนหนึ่ง โดยเฉพาะนักร้องคนนี้ ดันชอบร้องเพลงเป็นชีวิตจิตใจซะด้วย
(จบแล้ว)