- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 503 - ข้อสงสัย
บทที่ 503 - ข้อสงสัย
บทที่ 503 - ข้อสงสัย
สองวันต่อมา
งานประกาศรางวัลโกลเด้นเมโลดี้ประจำปีได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
พร้อมกับการเริ่มต้นของงาน แฟนเพลงต่างก็พากันแสดงความคิดเห็นบนโลกออนไลน์ เสียงเชียร์ที่ดังที่สุดยังคงเป็นเพลง 'ถาม' ของเจียงอีเหริน เพลงนี้พอปล่อยออกมาก็โดนใจแฟนเพลงผู้หญิงอย่างจัง
ในร้านคาราโอเกะ เพลงนี้กลายเป็นเพลงบังคับที่สาวๆ ต้องสั่งมาเล่น ความนิยมของมันพุ่งสูงไม่หยุด ส่วนเพลง 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' กลับกลายเป็นเพลงโปรดของคนวัยกลางคนจำนวนมาก ไม่ว่าชายหรือหญิงก็อินเหมือนกัน ถึงขั้นมีคลิปสั้นมากมายในแอปที่ถ่ายแฟนเพลงร้องเพลงนี้ไปปาดน้ำตาไปในห้องคาราโอเกะ
"เจียงอีเหรินสมควรได้รับรางวัลที่สุด"
"รู้สึกว่าหลังจากเพลง 'ถาม' เจียงอีเหรินดูจะมีรัศมีของเทพเจ้าจับจริงๆ ผู้หญิงมักจะรักปักใจ ว่ากันว่าจางโหย่วแต่งเพลงนี้ขึ้นจากความรู้สึกซาบซึ้งที่เจียงอีเหรินทุ่มเทเพื่อเขามาตลอดหลายปี"
"ใครบอกว่าผู้หญิงชอบ 'ถาม' ผู้ชายชอบ 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' ไม่จริงเลย ผมเป็นผู้ชายแท้ๆ พาผู้หญิงไปร้านคาราโอเกะ พอร้องเพลง 'ถาม' ด้วยอารมณ์ซึ้งๆ น้ำตาคลอเบ้า แล้วผู้หญิงเห็นเข้า... คืนนั้นเธอก็ยอมผมหมดใจเลย ดังนั้นทุกคนลองไปทำตามดู เพลง 'ถาม' นี่มันเพลงเทพจีบสาวชัดๆ ตั้งแต่เพลงนี้ออกมา ผมจีบสาวติดไปไม่ต่ำกว่าห้าคนแล้ว ขอจบการคอมเมนต์แค่นี้ก่อน ผมต้องไปหาหมอแล้ว สองสามวันนี้จู่ๆ ก็รู้สึกไม่สบาย แถมยังมีผื่นแดงขึ้นเต็มตัว"
"ถึงจะมีคนเอาเพลง 'ถาม' ไปร้องคัฟเวอร์เยอะ แต่เจียงอีเหรินร้องได้จริงใจที่สุด เนื้อเสียงของเธอเหมาะกับเพลงนี้มาก ประเด็นสำคัญคือเพลงนี้เหมือนเธอกำลังร้องเรื่องราวของตัวเอง อารมณ์ที่แฝงอยู่ในนั้นเป็นสิ่งที่นักร้องคัฟเวอร์คนอื่นถ่ายทอดออกมาไม่ได้ เลยคิดว่าโอกาสที่เธอจะได้รางวัลนักร้องหญิงยอดเยี่ยมจากเพลงนี้มีสูงมาก"
....
"เพลง 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' ต้องที่หนึ่ง เพลง 'ถาม' ได้แค่ที่สอง แค่เนื้อร้องท่อนที่ว่า 'อดีตอย่าได้รื้อฟื้น ชีวิตผ่านพายุมามากพอแล้ว แม้ความทรงจำไม่อาจลบเลือน แต่ทั้งรักและแค้นยังคงฝังอยู่ในใจ' ประโยคนี้ประโยคเดียวก็เหมือนกำลังบอกเล่าเรื่องราวที่สะเทือนอารมณ์แล้ว แถมจางอี้ก็ร้องได้ดีมากจริงๆ... ระหว่างเธอกับหยวนหง เหมือนเป็นเรื่องตลกที่เฒ่าจันทราเล่นสนุก ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะทำให้คู่สามีภรรยาที่มีจิตวิญญาณสมบูรณ์แบบคู่นี้ต้องหย่าร้างกัน"
"อีกสามสิบปีข้างหน้า เพลง 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' จะยังคงอยู่ แต่เพลง 'ถาม' ไม่แน่"
"ตอนนี้ยังฟัง 'เมื่อรักกลายเป็นอดีต' อยู่เลย ฟังแต่ละครั้งความรู้สึกไม่เหมือนกันสักครั้ง ในฐานะผู้ชายวัยสี่สิบ เวลาฟังเพลงนี้ ความเสียดายในอดีตเหล่านั้นจะลอยขึ้นมาตรงหน้าทีละฉาก เขาว่ากาลเวลาไร้ใจ ที่จริงเวลานั้นมีใจ คนต่างหากที่ไร้ใจ เสิ่นเจียเจีย ตอนนี้คุณสบายดีไหม!? ผู้ชายที่คุณเลือกในตอนนั้น สามารถซื้อรถหรูราคาหกแสนหยวนและบ้านหรูสี่ร้อยยี่สิบตารางเมตรได้หรือเปล่า"
ใต้คอมเมนต์นี้มีคนมาตอบกลับไม่ต่ำกว่าสี่สิบข้อความ
ชาวเน็ตบางคนตอบว่า
"พี่คะ ฉันคือเจียเจียเอง ถึงคุณจะซื้อรถหรูหกแสนกับบ้านหรูสี่ร้อยยี่สิบตารางเมตรได้ แต่ฉันไม่เสียใจหรอก เพราะสามีฉันใหญ่ เขาทำให้ฉันลืมเรื่องพวกนี้ได้หมด"
"พี่ครับ ผมคือเจียเจีย ผมหย่าเมื่อปีที่แล้ว ตอนนี้เปิดร้านนวดเท้าอยู่ถนนกวางตุ้ง ยินดีต้อนรับพี่มาใช้บริการนะครับ"
คอมเมนต์แซวเล่นทำนองนี้มีให้เห็นเกลื่อน
"ถึงจางอี้จะไม่ใช่นักร้องอาชีพ แต่ครั้งนี้ฉันเชียร์เธอ"
....
เพราะการสนับสนุนของแฟนเพลง ทำให้แฟนคลับฝั่งจางอี้และเจียงอีเหรินเริ่มมีทีท่าว่าจะโจมตีกันเอง โชคดีที่ทั้งเจียงอีเหรินและจางอี้ต่างก็ใช้บัญชีทางการของตัวเองออกมาโพสต์ชี้แจง
"สามีฉันเป็นคนแต่งทั้งคู่ เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องทะเลาะกันค่ะ"
นี่คือข้อความที่เจียงอีเหรินโพสต์
"ความสัมพันธ์ของฉันกับอีเหรินดีมาก ฉันได้รางวัลเธอก็ดีใจ เธอได้รางวัลฉันก็ดีใจ ถ้าเราทั้งคู่ไม่ได้รางวัล คืนนี้ฉันก็จะไปกินข้าวฟรีที่บ้านเธอ"
พอเห็นคอมเมนต์ของทั้งสองคน
ชาวเน็ตกลุ่มใหญ่ก็พากันชื่นชมและยกย่องมิตรภาพระหว่างเพื่อนสาวคู่นี้
แต่ในช่องคอมเมนต์ของเจียงอีเหริน ยังมีชาวเน็ตคนหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า "เจอคนบ้านเดียวกันในต่างแดน" ทิ้งข้อความไว้ว่า
"เจียงอีเหริน จำไว้ว่าต้องระวังไฟ ระวังขโมย และระวังเพื่อนสนิท สามีคุณตอนนี้ยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่แน่ว่าจางอี้อาจจะแอบแทงข้างหลังแย่งสามีคุณแบบเงียบๆ ก็ได้ ยุทธภพมันโหดร้าย จิตใจคนยากหยั่งถึง ตอนคุณตกอับ เพื่อนสนิทอาจจะปลอบใจคุณด้วยความสงสารและเห็นใจ แต่พอคุณได้ดี แล้วชีวิตเธอไม่ราบรื่น เธอก็อาจจะเกิดความคิดอื่นขึ้นมาได้ คำเตือนใจมักไม่รื่นหู หวังว่าคุณจะรับฟังนะ จากคำเตือนของผู้หญิงที่เพิ่งโดนเพื่อนสนิทแย่งสามีไป"
"ความเห็นบน คุณโดนเพื่อนสนิทแย่งสามี ผมโดนเพื่อนผู้ชายแย่งภรรยา งั้น... เรามาลองคบกันไหม" (Salty : อันนี้อาหวัง Pro max :D)
ในขณะที่บนโลกออนไลน์กำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือดเรื่องรายชื่อผู้เข้าชิงรางวัลโกลเด้นเมโลดี้
คืนนี้เจียงอีเหรินเดินทางมาถึงบริษัทเทียนอวี่ก่อนเวลา เดิมทีเธอตั้งใจจะใส่ชุดราตรีตัวเดิมที่ใส่มาหลายครั้งแล้วไปร่วมงาน แต่ผู้จัดการของเธอกลับบอกว่าครั้งนี้ทางบริษัทได้สั่งตัดชุดราตรีระดับไฮเอนด์ไว้ให้เธอชุดหนึ่ง
ตอนพูดประโยคนี้ สีหน้าของผู้จัดการเธอดูแปลกๆ ชอบกล
ทำหน้าประมาณว่า "ฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้"
หลังจากแต่งหน้าทำผมที่บริษัท และเปลี่ยนมาใส่ชุดราตรีสีเงินระยิบระยับที่เน้นสัดส่วนเอวและเรียวขาอย่างชัดเจน เจียงอีเหรินก็เดินทางไปยังสถานที่จัดงานประกาศรางวัลพร้อมกับผู้จัดการและผู้ช่วยส่วนตัว
"สามีคุณเป็นยังไงบ้าง!?"
ขณะนั่งอยู่บนรถหรูราคากว่าหกล้านหยวนที่จางอี้มอบให้เจียงอีเหริน หานฮุ่ยก็อดถามไม่ได้ "สองวันมานี้พอกลับถึงบ้าน ก็ยังล้มตัวลงนอนเลยหรือเปล่า!?"
"ไม่ค่ะ"
เจียงอีเหรินตอบ "เมื่อเช้านี้เขาก็ตื่นไปวิ่งแต่เช้าตรู่เลย"
"อ๋อ"
หานฮุ่ยพยักหน้า
เธอตั้งใจจะเตือนเจียงอีเหรินสักสองสามประโยค แต่คิดไปคิดมาก็ช่างมันเถอะ ไม่มีประโยชน์อะไร
ในเมื่อจางโหย่วกับประธานหลินก็มีความสัมพันธ์แบบนั้นกันไปแล้ว จะมีผู้กำกับหานเพิ่มมาอีกสักคนก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง ในฐานะผู้จัดการ หูตาของหานฮุ่ยนั้นกว้างขวางมาก
ภาพยนตร์เรื่อง 'ถ่าหยา' มีการปิดกองถ่ายทำมาหลายวันแล้ว และข่าวที่ว่าสแตนด์อินของจางโหย่วที่วางตัวไว้แต่แรกถูกเจ๊ใหญ่ในวงการเลี้ยงดูไปก่อนเปิดกล้อง เธอก็พอจะได้ยินมาบ้าง
ดังนั้น... ไม่จางโหย่วก็สแตนด์อินหญิงของผู้กำกับหานนั่นแหละที่ต้องถ่ายฉากวาบหวิว หรือไม่ก็ผู้กำกับหานลงมาถ่ายเอง แล้วเมื่อไม่กี่วันก่อนเจียงอีเหรินก็เพิ่งบ่นกับเธอว่าสามีถ่ายหนังเสร็จกลับบ้านมาก็ดูไม่มีเรี่ยวไม่มีแรง เรื่องนี้มันชักจะน่าสนใจขึ้นมาแล้วสิ
การที่ทำให้ผู้ชายที่พักผ่อนอยู่บ้านมาสิบปี หมดสภาพได้ในพริบตา ตอนถ่ายทำนั่น...
หานฮุ่ยสงสัยอย่างหนักว่าในกองถ่ายที่เคลียร์คนออกจนหมดจะต้องมีเรื่องราวที่บรรยายไม่ได้เกิดขึ้นมากมายแน่ๆ เผลอๆ อาจจะเล่นจริงเจ็บจริงกันเลยก็ได้ ไม่อย่างนั้นถ้าแค่ใช้มุมกล้องหลอกตาหรือแค่แตะๆ พอเป็นพิธี จางโหย่วหมอนั่นคงไม่เหนื่อยขนาดนั้นหรอก
ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อคืนเธอยังไปหาเบอร์โทรของหลินเทียนเทียน ตากล้องที่ได้รับอนุญาตให้อยู่ถ่ายทำต่อหลังจากเคลียร์คนออก แต่ปากของผู้หญิงคนนี้หนักยิ่งกว่าหิน
เอาแต่บอกว่าเป็นมุมกล้อง ตอนถ่ายก็ใส่เสื้อผ้าครบ
หานฮุ่ยไม่มีทางเชื่อหรอก!
ถ้าลิมิตมันน้อยขนาดนั้น จะต้องปิดกองทำไม
เห็นได้ชัดว่า
ในสถานที่ถ่ายทำ ต้องมีเรื่องราวลับๆ ล่อๆ เกิดขึ้นแน่นอน ไม่แน่ว่านอกจากตัวผู้กำกับหานเหวยเองแล้ว แม้แต่จางโหย่วก็คงโดนสั่งปิดปากเงียบเหมือนกัน
(จบแล้ว)