เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 90 คำว่าเพื่อนยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 90 คำว่าเพื่อนยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง

ตอนที่ 90 คำว่าเพื่อนยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง


ตอนที่ 90 คำว่าเพื่อนยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง

หลังอาหารเช้า ลู่เซิงนั่งแท็กซี่ไปที่โรงเรียนมัธยมไป๋เหอที่ 3

คําพูดของลู่ชิงเหอทําให้เขานึกขึ้นได้ว่าใกล้ถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วและอีกไม่นานโรงเรียนก็จะปิดเทอม หากเขาไม่ไปโรงเรียนในครั้งนี้ก็ยากที่จะมีโอกาศอีกในอนาคต

แท็กซี่หยุดที่ประตูโรงเรียน ลู่เซิงจ่ายเงินและลงจากรถ

ในเวลานี้เริ่มเรียนแล้ว ดังนั้นทางเข้าโรงเรียนจึงดูว่างเปล่ามาก

ลู่เซิงเดินไปหาป้อมยามที่อยู่ถัดจากประตูรั้วและเคาะหน้าต่าง จากนั้นหัวของใครบางคนก็โผล่ออกมาข้างใน

"รู้ไหมเธอมาสายแค่ไหน? โทรหาครูประจำชั้นมารับเอง.."

"เอ่อก่อนหน้านี้ผมหยุดเรียนและเพิ่งกลับมาเรียนวันนี้ครับ"

"ฮ้ะ?" ยามเดินออกมาจากป้อมยามโดยถือหนังสือเล่มเล็กๆในมือ

"ห้องไหน? ฉันจะลงชื่อไว้"

"ลู่เซิงม.ปลายปี 3 ห้อง 5 ครูประจำชั้นชื่อฮงเจี้ยนชุน"

"ม.ปลายปี 3 ห้อง 5 ลู่..." มือของยามหยุดลงทันทีและเงยหน้าขึ้นมองลู่เซิงอย่างระมัดระวัง

"เธอชื่ออะไรนะ? ลู่เซิง?! ลู่เซิงคนนั้นนะเหรอ!?"

"ครับ" ลู่เซิงพยักหน้า

เมื่อมองไปที่หน้าตาของลู่เซิง ยามก็ตื่นเต้นทันที

"เธอคือลู่เซิงจริงๆเหรอ? จอมยุทธ์อัจฉริยะในทีวี? มาจากโรงเรียนมัธยมไป๋เหอที่ 3 ของเรา... เธอรอเดี๋ยวนะ"

ก่อนที่เขาจะพูดจบ ยามก็รีบกลับไปที่ป้อมของตัวเองโดยทิ้งลู่เซิงไว้ที่ประตูโรงเรียน

"เอ่อให้ผมเข้าไปก่อนได้ไหมครับ"

....

ม.ปลายปี 3 ห้อง 5 คลาสคณิตศาสตร์

ครูประจำชั้นฮงเจี้ยนชุนพ่นน้ำลายไปทั่วโพเดียมโดยที่นักเรียนด้านล่างเริ่มง่วงนอน

"ครูขอบอกไว้ก่อนว่าอย่าประเมินคลาสวัฒนธรรมต่ำเกินไป ครูรู้ดีว่าพวกเธอหลายคนสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยยุทธ์ แต่อย่าลืมว่าคะแนนของคลาสวัฒนธรรมถูกนับในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยยุทธ์ด้วยเช่นกัน

บางครั้งการขาดแค่คะแนนเดียวก็อาจทำให้เธอพลาดมหาวิทยาลัยยุทธ์ที่เธอต้องการเข้าได้เลย

ค่าปราณโลหิตก็เป็นเกณฑ์ในการวัดคะแนนและมันต้องใช้เวลาฝึกฝนหลายสัปดาห์ หลายเดือนกว่าจะเพิ่มขึ้น แต่ถ้าเป็นคลาสวัฒนธรรมมันก็เป็นแค่เรื่องของคำถามไม่กี่ข้อ!"

"เมื่อไหร่จะจบสักที"

ด้านล่างโพเดียม เด็กชายที่สวมแว่นพึมพําอย่างเบื่อหน่าย จากนั้นก็เอื้อมมือไปสกิดเด็กชายตัวอ้วนที่นั่งข้างๆ "หลิวฉีหมิงหลังเลิกเรียนเล่นเกมไหม? ฉันเกือบจะถึงแพลตตินั่มแล้ว"

เด็กชายตัวอ้วนหันศีรษะมาและส่ายหน้า "ฉันไม่ไป พวกนายไปเถอะ ฉันสมัครเป็นทหาร ดังนั้นฉันต้องไปฝึกพิเศษหลังเลิกเรียน"

"ทําไมช่วงนี้นายขยันจัง มันไม่เหมือนนายเมื่อก่อนเลย"

"เหอะๆ ตอนนี้ใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้ว ฉันไม่อยากไปที่ไซต์ก่อสร้างเพื่อแบกปูนหลังเรียนจบหรอกนะ"

"ไม่..." เด็กชายสวมแว่นต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่เสียงอันเยือกเย็นของฮงเจี้ยนชุนก็ดังมาจากโพเดียม "จู้ซิงจี้ หลิวฉีหมิง เธอสองคนยืนขึ้นเดี๋ยวนี้!"

เด็กชายสวมแว่นและเด็กชายตัวอ้วนลุกขึ้นยืนอย่างเศร้าสร้อย

ตอนแรกพวกเขารอที่จะโดนตําหนิแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีใครบางคนมาที่ประตูห้องเรียนและโบกมือเรียกครูประจําชั้นฮงเจี้ยนชุน

ฮงเจี้ยนชุนจ้องมองทั้งสองคนและรีบออกไป

"ฮู้เหมือนครั้งนี้จะโชคดีนะ" เด็กชายสวมแว่นยิ้ม

หลิวฉีหมิงจ้องมองเขาและบ่น"พอเลยทีหลังอย่าชวนฉันคุยในห้องอีก"

"ไม่ต้องกังวลหรอกน่า คลาสนี้ใกล้จะจบแล้ว"

"ใช่ๆ คลาสนี้ใกล้จบแล้ว" คนที่อยู่ด้านข้างต่อบทสนทนาทันที

"กริ๊ง~"

"โอ้ ในที่สุดก็จะจบสักที!" หลังจากนั้นไม่นานทั้งห้องก็ส่งเสียงเชียร์

แต่ในเวลานี้ ฮงเจี้ยนชุนเดินกลับเข้ามาในห้อง

ห้องเรียนเงียบไปครู่หนึ่ง

เด็กซนบางคนทนไม่ไหวและมุดหัวเข้าไปใต้โต๊ะ แต่ทุกคนแปลกใจที่ฮงเจี้ยนชุนไม่โกรธเลย

ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนแถมยังดูตื่นเต้นและมีความสุขอีกด้วย

"เขาเงินเดือนขึ้นเหรอ?" จู้ซิงจี้พึมพําเสียงต่ำ ส่วนหลิวฉีหมิงที่ได้ยินก็ทำตาโตใส่เขา

"นักเรียน คลาสเรียนนี้จบแล้ว ทุกคนเตรียมตัว..."

"แน่นอนว่าหัวหน้ามาตรวจงาน" จู้ซิงจี้เดาอย่างมั่นใจ

แต่คําพูดต่อไปของฮงเจี้ยนชุนทําให้ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบที่น่าขนลุก

"...ลู่เซิง นักเรียนในห้องของเรากําลังจะมา"

หลังจากนั้น ฮงเจี้ยนชุนก็วิ่งออกไปจากห้องเรียนโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด

วินาทีต่อมา ทั้งห้องเรียนก็ระเบิดออกด้วยความตกใจ เสียงพูดคุยดังขึ้นไปทั่ว

"เฮ้ย! ฉันได้ยินถูกใช่ไหม ลู่เซิงจะกลับมาเรียนแล้วเหรอ!?"

"ไม่น่าใช่กลับมาเรียน คลาสเรียนจบแล้ว เขาจะกลับมาทำไม? ฉันว่าเขาต้องกลับมาทำอะไรบางอย่างแน่ๆ"

"เขากลับมาหาพวกเราแล้ว!"

"โอ้พระเจ้า ฉันคิดว่าฉันจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว!"

"ฉันได้ยินมาว่าลู่เซิงกลายเป็นลูกศิษย์ของประธานสมาคมจอมยุทธ์และตอนนี้เขากำลังฝึกฝนอยู่ที่ชั้นบนสุดของอาคารสมาคมจอมยุทธ์ทุกวันเพื่อเตรียมตัวทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์!"

"ฉันได้ยินมาว่านายกเทศมนตรีต้องการให้ลูกสาวของตัวเองแต่งงานกับลู่เซิง แต่ลู่เซิงปฏิเสธเพราะอยากโฟกัสกับการฝึกศิลปะการต่อสู้เพื่อเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย!"

"ลายเซ็น! หายากมากที่เราจะเจอลู่เซิงสักครั้ง! เราต้องเอาลายเซ็นมาจากเขาให้ได้!"

"บ้าเอ้ย! ฉันต้องหากระดาษสอบที่ได้คะแนนสูงสุดให้ลู่เซิงเซ็นแล้วใส่กรอบแขวนไว้บนผนังบ้านของฉัน!"

ห้องเรียนใหญ่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย ทุกคนต่างพยายามรื้อค้นหาสิ่งของ

ลู่เซิงกําลังจะมา...

หลิวฉีหมิงนั่งอย่างงุนงงเป็นเวลานาน ก่อนที่เขาจะตอบสนองและเริ่มยุ่งอยู่กับการหาสิ่งของต่างๆ

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าเขากําลังหาอะไรก็ตาม

10 นาทีต่อมาเด็กชายที่ยืนอยู่ที่ประตูห้องเรียนก็วิ่งกลับมาอย่างรวดเร็ว

"เขามาแล้ว!"

นักเรียนม.ปลายปี 3 ห้อง 5 ทั้งหมดเงียบไปชั่วขณะ พวกเขานั่งหลังตรงอย่างเรียบร้อย แต่ศีรษะเอียงไปในทิศทางของประตูห้องเรียนอย่างประหม่า ทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวัง

หลิวฉีหมิงก็มองอยู่เช่นกันโดยคาดหวังว่าจะมีใครบางคนปรากฏตัวขึ้น

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนก็เห็นกลุ่มคนเดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ครูประจําชั้นฮงเจี้ยนชุน,ครูคลาสศิลปะการต่อสู้จงเจิ้งกั๋ว,ผู้อำนายการ, รองผู้อำนายการ, หัวหน้าฝ่ายวิชาการ...

หัวหน้าเกือบทั้งหมดของโรงเรียนมา แต่ละคนมีรอยยิ้มบนใบหน้า ท่าทางของพวกเขาดูเป็นมิตรและเข้าถึงง่ายและศูนย์กลางที่พวกเขารวมตัวกันคือชายหนุ่มร่างสูง 1.8 เมตร

ชายหนุ่มคนนั้นผิวขาวและมีดวงตาเปล่งประกายเหมือนดวงดาว

แม้ว่าจะใส่แค่ชุดง่ายๆอย่างเสื้อยืดสีขาวและกางเกงสแล็คสีดํา แต่ก็ทําให้ผู้คนรู้สึกถึงออร่าไอดอลหรือตัวเอกชายในอนิเมะโรงเรียน

ทุกท่วงท่าเต็มไปด้วยประกายออร่าที่อธิบายไม่ได้

แม้จะถูกรายล้อมไปด้วยกลุ่มคนที่มีอิทธิพลและอายุมากกว่า เขาก็ยังคงมีออร่าที่แข็งแกร่ง

เขาเป็นเหมือนดวงตะวันในยามเช้าที่สดใสแต่ไม่ร้อน

นักเรียนทั้งหมดตกตะลึง เด็กสาวหลายคนจ้องมองชายหนุ่มอย่างมึนเมา

หลิวฉีหมิงก็ตกอยู่ในภวังค์เช่นกัน

ชายหนุ่มหล่อเหลาที่เปล่งประกายตรงหน้าเขาแตกต่างจากเพื่อนซี้ในความทรงจำของเขาอย่างสิ้นเชิง

เขารู้สึกราวกับว่ามีบางอย่างกําลังหายไปจากตัวเขาอย่างรวดเร็วแต่เขากลับไม่สามารถเข้าใจมันได้เลย

"นักเรียนทุกคนแสดงความยินดีต่อการกลับมาของลู่เซิง!"

ครูประจำชั้นฮงเจี้ยนชุนก้าวขึ้นไปบนโพเดียมและตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นเต้น

นักเรียนด้านล่างตะลึง 3 วินาที จากนั้นก็กรี๊ดกราดส่งเสียงเชียร์และปรบมือไม่รู้จบ

ลู่เซิงที่ยืนอยู่บนโพเดียมด้วยอายเล็กน้อยและทําอะไรไม่ถูก เดิมทีเขาแค่อยากกลับมาเยี่ยมโรงเรียน เขาไม่เคยคิดต้องการทำฉากใหญ่โตแบบนี้

เขาเป็นเพียงนักเรียนธรรมดา..

ลู่เซิงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และยกมือขึ้น

ห้องเรียนที่มีเสียงดังก็เงียบลงทันที

นักเรียนทุกคนไม่ได้สังเกตเลยว่าลู่เซิงดูเหมือนจะมีเวทมนตร์พิเศษบางอย่างในตัวเขาซึ่งทําให้ผู้คนต้องการเชื่อฟังโดยไม่รู้ตัว

"ครูฮง" ลู่เซิงหันหัวไปมองฮงเจี้ยนชุนและพูด"ผมอยากเรียนคลาสวัฒนธรรมเป็นครั้งสุดท้ายได้ไหม"

"เอ่อ..." ฮงเจี้ยนชุนตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นใบหน้าของเขาแดงขึ้นอย่างรวดเร็วและตื่นเต้นมากจนตัวสั่น

"ได้แน่นอน!"

"ขอบคุณครับครูฮง" ลู่เซิงก้าวลงจากโพเดียมและนั่งลงบนที่นั่งของเขา

เขาเห็นหลิวฉีหมิงมองมาอย่างมึนงงจึงยิ้มให้อีกฝ่าย

ในเวลาต่อมา ฮงเจี้ยนชุนดูเหมือนจะอายุน้อยลง 20 ปีทันที เขายืนอยู่บนโพเดียมอย่างตื่นเต้นโดยใช้มือและเท้าของเขาสอนบทเรียนที่ภาคภูมิใจที่สุดในอาชีพครูของเขาและนักเรียนห้อง 5 ทุกคนก็ฟังอย่างตั้งใจ

เมื่อเสียงกริ๊งดังขึ้น นักเรียนจากห้องอื่นๆก็เดินออกมาและแปลกใจที่เห็นว่าห้อง 5 เงียบมากมีเพียงเสียงบรรยายที่สะท้อนอยู่ในทางเดินและยังมีหัวหน้าของโรงเรียนทุกคนยืนอยู่ที่ประตูด้วยรอยยิ้ม

นักเรียนบางคนอยากรู้อยากเห็นและเดินเข้าไปมอง

ในเวลาไม่นาน ข่าวการกลับมาเรียนของลู่เซิงก็แพร่กระจายไปทั่วโรงเรียนมัธยมไป๋เหอที่ 3

...

"คลาสนี้จบแล้ว!"

ฮงเจี้ยนชุนสาบานว่าเขาไม่เคยพูด 2 คํานี้ด้วยความไม่เต็มใจขนาดนี้มาก่อน

สายตาของฮงเจี้ยนชุนมองไปที่ตําแหน่งหนึ่งใต้โพเดียมและนักเรียนทุกคนก็มองไปที่ตําแหน่งนั้นเช่นกัน

ชายหนุ่มที่มีออร่าสดใสยืนขึ้นจากที่นั่งของเขาและมองทุกคนในห้องราวกับว่าต้องการจดจำใบหน้าทั้งหมดนี้ไว้ "งั้นผมขอตัว แล้วเจอกันนะทุกคน"

ก่อนจากไปชายหนุ่มตบไหล่ของหลิวฉีหมิงเบาๆ เอนตัวลงและกระซิบที่หูของหลิวฉีหมิง "เอาล่ะ ถ้าว่างๆ ไว้มาเล่นเกมด้วยกัน"

หลิวฉีหมิงเหมือนถูกฟ้าผ่าและอดไม่ได้ที่จะตัวสั่นเล็กน้อย เขามองแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เดินจากไปและแอบสาบานกับตัวเองในใจ

'ฉัน หลิวฉีหมิง แม้ว่าจะล้มลุกคุกคลานและรันทดมากแค่ไหน ฉันต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยยุทธ์ให้ได้!'

ปล.ม.ปลายปี 3 = ม.6

จบบทที่ ตอนที่ 90 คำว่าเพื่อนยังคงเหมือนเดิมมิเปลี่ยนแปลง

คัดลอกลิงก์แล้ว